สันติภาพจากทำเนียบขาว ? 'ทรัมป์' เสนอตัวลงนามสันติภาพไทย-กัมพูชา

เนชั่นทีวี News

สันติภาพจากทำเนียบขาว ? 'ทรัมป์' เสนอตัวลงนามสันติภาพไทย-กัมพูชา
สื่่อดิจิตอลข่าววันนี้Nation
  • 📰 nnanews
  • ⏱ Reading Time:
  • 152 sec. here
  • 21 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 123%
  • Publisher: 51%

'ทรัมป์' เสนอตัวเป็นประธานลงนามสันติภาพไทย-กัมพูชา นักวิชาการ ชี้ปัญหาความขัดแย้งไม่เป็นทวิภาคีอีกต่อไป แต่ถูกขับเคลื่อนด้วยแรงกดดันจากสหรัฐฯ และกลายเป็นส่วนหนึ่งของ 'เกมการเมืองโลก' เรียกร้องรัฐบาลไทยต้องหา 'Exit Strategy'

แทบไม่มีความเป็นทวิภาคีเหลือเท่าใดนัก และทวีความเป็นพหุภาคีมากขึ้นเรื่อย แต่ดูเหมือนผู้นำไทยทั้งในฝ่ายการเมืองและฝ่ายทหาร ดูจะยึดมั่นว่า การแก้ปัญหาต้องเป็นทวิภาคีหรือแก้ไขในแบบ “การเจรจา 2 ฝ่าย” เท่านั้นต้องยอมรับว่า มาจากการผลักดันของผู้นำสหรัฐ ไม่ได้เกิดจาก “ความสำเร็จ” ในการกดดันของไทยให้กัมพูชาต้องยอมรับการหยุดยิงแต่อย่างใด 4) การตกอยู่ใน “มายาคติความสำเร็จ” ของตัวเอง5) มายาคติชุดนี้ ยังสร้าง “มายาคติแห่งกำลัง” ด้วยความเชื่อว่า ไทยสามารถใช้ “พลังอำนาจทางทหาร” กดดันกัมพูชาได้ตลอดเวลา เพราะมีอำนาจทางทหารเหนือกว่ามาก ในการเปรียบเทียบอำนาจกำลังรบ แล้วไทยจะเป็นฝ่ายชนะ จนเราลืมบทเรียนการใช้กำลังในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษฏ์ และรัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่การใช้กำลังครั้งนั้น ไปจบลงที่ศาลโลกในปี 2505 และ 2556 ตามลำดับปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศไม่เคยดำรงอยู่ในบริบทเดียวโดดๆ กำลังทหารเป็นเพียงหนึ่งใน “เครื่องมือทางยุทธศาสตร์” ของรัฐไทย และการใช้เครื่องมือเช่นนี้ ก็ไม่เป็นคำตอบว่า ไทยเป็น “ผู้ชนะเด็ดขาด” ได้จริง และการใช้กำลังอย่างขาดความเข้าใจในบริบทระหว่างประเทศ อาจกลายเป็น “ความพ่ายแพ้ทางการเมือง” ได้ไม่ยากให้กับการขยายตัวของลัทธิชาตินิยม และยังถูกผนวกเข้ากับลัทธิเสนานิยม ที่คนในสังคมชื่นชมบทบาทของทหารมากกว่านักการเมือง โดยเฉพาะกรณี “คลิปเสียงอังเคิล” คือ น้ำมันคุณภาพดีที่ลาดใส่ “กองไฟลัทธิชาตินิยม” จนวันนี้ กระแสในแบบ “ขวาจัด” กำลังถูกขับเคลื่อนเป็น “กระแสหลัก” ในการแก้ปัญหาไทย-กัมพูชาผนวกเข้ากับ “มายาคติแห่งกำลัง” ทำให้เกิดความคิดว่า ไทยสามารถจัดการปัญหาข้อพิพาทครั้งได้อย่างรวดเร็วและเบ็ดเสร็จ แต่เห็นได้ชัดว่า นับจากจุดเริ่มต้นของปัญหาในตอนปลายกรกฎาคม จนถึงต้นตุลาคมในปัจจุบัน ปัญหายังเสมือน “อยู่กับที่” ไม่ได้คลี่คลายจริงแต่อย่างใดที่เกิดสภาพของการตึงกำลังตามแนวชายแดน จนไม่อาจกล่าวได้ว่า ปัญหาจะจบลงในแบบที่เป็นทวิภาคีอย่างที่ผู้นำไทยคาดหวัง และทำให้นักวิเคราะห์กลายคนเชื่อว่า สงครามครั้งใหม่น่าจะเกิดได้ไม่ยากทำให้ทั้งรัฐบาลและสังคมสนใจอยู่กับ “ปัญหากรอบเล็ก” เช่น ปัญหาบ้านหนองจาน ปัญหาบ้านหนองหญ้าแก้ว จนเราไม่ทันตระหนักว่า ปัญหาทั้งหมดนี้ เป็น “โจทย์ระหว่างประเทศ” ซึ่งการต่อสู้ที่สำคัญอยู่ในเวทีโลก ดังจะเห็นจากการดำเนินนโยบายของผู้นำกัมพูชา ที่มุ่งไปสู่เวทีระหว่างประเทศเป็นหลักเข้ามาเป็นผู้จัดการปัญหา เพราะเวทีโลกอาจมีทัศนะว่า ความขัดแย้งเช่นนี้อาจนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพของภูมิภาคได้ จึงจำเป็นต้อง “แทรกแซง” เพื่อให้ปัญหายุติที่มีการแข่งขันของรัฐมหาอำนาจใหญ่เป็นแกนหลัก จึงทำให้ปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชากลายเป็นพหุภาคี และปัญหานี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ ”เกมการเมืองโลก” ไปโดยปริยายและอาจ “ไปไกล” เกินปัญหา MOU 43 และ MOU 44 ไปแล้ว รัฐบาลอาจต้องชี้แจงให้สังคมได้รับทราบในเรื่องนี้ ผู้นำไทยไม่อาจละเลยปัญหานี้ได้ หรือที่ในวิชายุทธศาสตร์เรียกว่า “Exit Strategy” เพราะในความเป็นรัฐบาล นายกฯ อาจต้องตอบให้ได้ว่า exit strategy ของไทยในเรื่องนี้คืออะไร "ผมยอมรับว่า ผมคาดคะเนสถานการณ์ผิดไปมาก คิดว่าการเปลี่ยนรัฐบาลที่กรุงเทพฯ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการเจรจาเพื่อยุติปัญหาข้อพิพาท แต่ปัญหากลับมีสภาพเป็น “สงครามยืดเยื้อ” ซึ่งนักยุทธศาสตร์ทุกคนถูกสอนเสมอว่า ภาวะความยืดเยื้อจะ “กัดกร่อน” รัฐใหญ่มากกว่ารัฐเล็ก อีกทั้ง เมื่อรัฐคู่พิพาทไม่มีท่าทีที่จะถอยออกจากความยืดเยื้อ จนสภาวะเช่นนี้อาจกลายเป็น “ความชอบธรรม” ให้ประธานาธิบดีเข้ามา “สะสมแต้ม” สำหรับการเป็นผู้ชิง “รางวัลโนเบิล สาขาสันติภาพ” ได้ไม่ยาก !".

แทบไม่มีความเป็นทวิภาคีเหลือเท่าใดนัก และทวีความเป็นพหุภาคีมากขึ้นเรื่อย แต่ดูเหมือนผู้นำไทยทั้งในฝ่ายการเมืองและฝ่ายทหาร ดูจะยึดมั่นว่า การแก้ปัญหาต้องเป็นทวิภาคีหรือแก้ไขในแบบ “การเจรจา 2 ฝ่าย” เท่านั้นต้องยอมรับว่า มาจากการผลักดันของผู้นำสหรัฐ ไม่ได้เกิดจาก “ความสำเร็จ” ในการกดดันของไทยให้กัมพูชาต้องยอมรับการหยุดยิงแต่อย่างใด 4) การตกอยู่ใน “มายาคติความสำเร็จ” ของตัวเอง5) มายาคติชุดนี้ ยังสร้าง “มายาคติแห่งกำลัง” ด้วยความเชื่อว่า ไทยสามารถใช้ “พลังอำนาจทางทหาร” กดดันกัมพูชาได้ตลอดเวลา เพราะมีอำนาจทางทหารเหนือกว่ามาก ในการเปรียบเทียบอำนาจกำลังรบ แล้วไทยจะเป็นฝ่ายชนะ จนเราลืมบทเรียนการใช้กำลังในสมัยรัฐบาลจอมพลสฤษฏ์ และรัฐบาลอภิสิทธิ์ ที่การใช้กำลังครั้งนั้น ไปจบลงที่ศาลโลกในปี 2505 และ 2556 ตามลำดับปัญหาความขัดแย้งระหว่างประเทศไม่เคยดำรงอยู่ในบริบทเดียวโดดๆ กำลังทหารเป็นเพียงหนึ่งใน “เครื่องมือทางยุทธศาสตร์” ของรัฐไทย และการใช้เครื่องมือเช่นนี้ ก็ไม่เป็นคำตอบว่า ไทยเป็น “ผู้ชนะเด็ดขาด” ได้จริง และการใช้กำลังอย่างขาดความเข้าใจในบริบทระหว่างประเทศ อาจกลายเป็น “ความพ่ายแพ้ทางการเมือง” ได้ไม่ยากให้กับการขยายตัวของลัทธิชาตินิยม และยังถูกผนวกเข้ากับลัทธิเสนานิยม ที่คนในสังคมชื่นชมบทบาทของทหารมากกว่านักการเมือง โดยเฉพาะกรณี “คลิปเสียงอังเคิล” คือ น้ำมันคุณภาพดีที่ลาดใส่ “กองไฟลัทธิชาตินิยม” จนวันนี้ กระแสในแบบ “ขวาจัด” กำลังถูกขับเคลื่อนเป็น “กระแสหลัก” ในการแก้ปัญหาไทย-กัมพูชาผนวกเข้ากับ “มายาคติแห่งกำลัง” ทำให้เกิดความคิดว่า ไทยสามารถจัดการปัญหาข้อพิพาทครั้งได้อย่างรวดเร็วและเบ็ดเสร็จ แต่เห็นได้ชัดว่า นับจากจุดเริ่มต้นของปัญหาในตอนปลายกรกฎาคม จนถึงต้นตุลาคมในปัจจุบัน ปัญหายังเสมือน “อยู่กับที่” ไม่ได้คลี่คลายจริงแต่อย่างใดที่เกิดสภาพของการตึงกำลังตามแนวชายแดน จนไม่อาจกล่าวได้ว่า ปัญหาจะจบลงในแบบที่เป็นทวิภาคีอย่างที่ผู้นำไทยคาดหวัง และทำให้นักวิเคราะห์กลายคนเชื่อว่า สงครามครั้งใหม่น่าจะเกิดได้ไม่ยากทำให้ทั้งรัฐบาลและสังคมสนใจอยู่กับ “ปัญหากรอบเล็ก” เช่น ปัญหาบ้านหนองจาน ปัญหาบ้านหนองหญ้าแก้ว จนเราไม่ทันตระหนักว่า ปัญหาทั้งหมดนี้ เป็น “โจทย์ระหว่างประเทศ” ซึ่งการต่อสู้ที่สำคัญอยู่ในเวทีโลก ดังจะเห็นจากการดำเนินนโยบายของผู้นำกัมพูชา ที่มุ่งไปสู่เวทีระหว่างประเทศเป็นหลักเข้ามาเป็นผู้จัดการปัญหา เพราะเวทีโลกอาจมีทัศนะว่า ความขัดแย้งเช่นนี้อาจนำไปสู่ความไร้เสถียรภาพของภูมิภาคได้ จึงจำเป็นต้อง “แทรกแซง” เพื่อให้ปัญหายุติที่มีการแข่งขันของรัฐมหาอำนาจใหญ่เป็นแกนหลัก จึงทำให้ปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชากลายเป็นพหุภาคี และปัญหานี้กลายเป็นส่วนหนึ่งของ ”เกมการเมืองโลก” ไปโดยปริยายและอาจ “ไปไกล” เกินปัญหา MOU 43 และ MOU 44 ไปแล้ว รัฐบาลอาจต้องชี้แจงให้สังคมได้รับทราบในเรื่องนี้ ผู้นำไทยไม่อาจละเลยปัญหานี้ได้ หรือที่ในวิชายุทธศาสตร์เรียกว่า “Exit Strategy” เพราะในความเป็นรัฐบาล นายกฯ อาจต้องตอบให้ได้ว่า exit strategy ของไทยในเรื่องนี้คืออะไร "ผมยอมรับว่า ผมคาดคะเนสถานการณ์ผิดไปมาก คิดว่าการเปลี่ยนรัฐบาลที่กรุงเทพฯ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้เกิดการเจรจาเพื่อยุติปัญหาข้อพิพาท แต่ปัญหากลับมีสภาพเป็น “สงครามยืดเยื้อ” ซึ่งนักยุทธศาสตร์ทุกคนถูกสอนเสมอว่า ภาวะความยืดเยื้อจะ “กัดกร่อน” รัฐใหญ่มากกว่ารัฐเล็ก อีกทั้ง เมื่อรัฐคู่พิพาทไม่มีท่าทีที่จะถอยออกจากความยืดเยื้อ จนสภาวะเช่นนี้อาจกลายเป็น “ความชอบธรรม” ให้ประธานาธิบดีเข้ามา “สะสมแต้ม” สำหรับการเป็นผู้ชิง “รางวัลโนเบิล สาขาสันติภาพ” ได้ไม่ยาก !"

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

nnanews /  🏆 64. in TH

สื่่อดิจิตอล ข่าววันนี้ Nation Nationtv ข่าวด่วน ข่าวยอดนิยม ข่าวออนไลน์ ข่าวล่าสุด Nationtv22 เนชั่นออนไลน์ Nationonline Live เจาะประเด็นร้อน สถานการณ์รายวัน ข่าวเนชั่น เนชั่นทีวีช่อง22 ถ่ายทอดสด

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

เบื้องหลังความสำเร็จ! Michael Saylor เผยกลยุทธ์ปั้นพอร์ต Bitcoin แตะ 7.2 พันล้านดอลลาร์เบื้องหลังความสำเร็จ! Michael Saylor เผยกลยุทธ์ปั้นพอร์ต Bitcoin แตะ 7.2 พันล้านดอลลาร์Michael Saylor ผู้ร่วมก่อตั้ง Strategy (หรือชื่อเดิมคือ MicroStrategy) โชว์ความมั่นใจในแนวทาง “Bitcoin-first” ที่บริษัทนำมาใช้
Read more »

นักวิเคราะห์ชี้! Strategy จะเอาชนะหุ้นทั้งหมดด้วย Bitcoinนักวิเคราะห์ชี้! Strategy จะเอาชนะหุ้นทั้งหมดด้วย Bitcoinบริษัท Strategy ของ Michael Saylor ที่ปัจจุบันเป็นบริษัทมหาชนที่ถือครอง Bitcoin มากที่สุดในโลก อาจกลายเป็น “หุ้นอันดับหนึ่งของตลาด” ได้ในอนาคต
Read more »

แดนมังกรมาแล้ว! DDC Enterprise จากจีนเปิดเกมใหญ่ ลุยสะสม Bitcoin เป้าหมาย 5,000 BTC ภายใน 3 ปีแดนมังกรมาแล้ว! DDC Enterprise จากจีนเปิดเกมใหญ่ ลุยสะสม Bitcoin เป้าหมาย 5,000 BTC ภายใน 3 ปีในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ เราจะเห็นได้ว่ามีบริษัทต่างชาติมากมายเริ่มทยอยนำกลยุทธ์เก็บ Bitcoin ในงบดุลของบริษัท Strategy มาปรับใช้ขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น
Read more »

Metaplanet ร่วมสมทบ ! กวาด Bitcoin เข้ากระเป๋าเพิ่ม 1,004 BTC ตามรอย StrategyMetaplanet ร่วมสมทบ ! กวาด Bitcoin เข้ากระเป๋าเพิ่ม 1,004 BTC ตามรอย Strategyวันนี้ (19 พฤษภาคม) Metaplanet บริษัทซึ่งได้ฉายาว่าเป็น Strategy แห่งเอเชียจากการเดินหน้าเก็บสะสม Bitcoin อย่างต่อเนื่อง ล่าสุดได้ประกาศซื้อ Bitcoin
Read more »

ผู้บริหาร Strategy เผยกลยุทธ์ซื้อของ Michael Saylor ไม่ได้ช่วยผลักดัน ‘ราคาบิตคอยน์’ผู้บริหาร Strategy เผยกลยุทธ์ซื้อของ Michael Saylor ไม่ได้ช่วยผลักดัน ‘ราคาบิตคอยน์’Shirish Jajodia  ผู้บริหารระดับสูงของบริษัท Strategy เปิดเผยว่า “ บริษัท Strategy ไม่ได้กดดันราคาตลาดเลย แม้บริษัทซื้อ Bitcoin ตลอดเวลา ทุกวัน
Read more »

มูลค่า Bitcoin ของ Strategy ทะยานสู่ $7.7 หมื่นล้าน หลังราคา BTC พุ่งกลับไปแตะ $120,000มูลค่า Bitcoin ของ Strategy ทะยานสู่ $7.7 หมื่นล้าน หลังราคา BTC พุ่งกลับไปแตะ $120,000ถ้าพูดถึงตำนานการลงทุน Bitcoin ระดับโลก ต้องมีชื่อ Michael Saylor และบริษัท Strategy Inc. ติดโผแน่นอน เพราะล่าสุดบริษัท Strategy ได้สร้างสถิติใหม่
Read more »



Render Time: 2026-04-02 18:23:15