วันที่ 19 มี.ค.68 ที่ บช.สอท. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1, พล.ต.ต.
วันที่ 19 มี.ค.68 ที่ บช.สอท. พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท., พล.ต.ต.วิวัฒน์ คำชำนาญ รอง ผบช.สอท., พล.ต.ต.ศิริวัฒน์ ดีพอ ผบก.สอท.1, พล.ต.ต. ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.3 และ พล.ต.ต.กฤตัชญ์ บำรุงรัตนยศ ผบก.
สอท.4, พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมแถลงข่าว ตำรวจไซเบอร์ล่าต่อเนื่องเครือข่ายโจรออนไลน์ -บุหรี่ไฟฟ้า พล.ต.ท.ไตรรงค์ กล่าวว่าตามนโยบาย นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้กำหนดนโยบายในการเร่งแก้ปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน และ “นโยบายรัฐบาลในการจัดการปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติยุค Digital Disruption” แก่ข้าราชการตำรวจระดับผู้บริหารทั่วประเทศ ในโครงการสัมมนาผู้บริหาร ระดับผู้บัญชาการหรือเทียบเท่า และผู้บังคับการหรือเทียบเท่า ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2568 โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร., พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จตช. ในฐานะ ผอ.ศปอส./ผอ.ศตคม.ตร. ได้ขับเคลื่อนนโยบายผ่าน พล.ต.ท.อัคราเดช พิมลศรี ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะผู้รับผิดชอบควบคุมสั่งการ บช.สอท. และ พล.ต.ท.อิทธิพล อัจฉริยะประดิษฐ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. ในฐานะ รอง ผอ.ศปอส.ตร. ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท. นำเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดสืบสวนจับกุมผู้ต้องหาที่กระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมออนไลน์และดำเนินคดีให้ถึงที่สุด จนนำมาสู่ปฏิบัติการดังกล่าวจึวได้มอบหมาย ให้แต่ละกองบังคับการเร่งระดมกวาดล้างจับกุมการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อสร้างความปลอดภัยบนโลกออนไลน์ให้แก่พี่น้องประชาชน จนนำมาสู่ปฏิบัติการปิดล้อมตรวจค้นจำนวน 3 ปฏิบัติการดังนี้ ปฏิบัติการที่ 1 พ.ต.ท.ทินกรณ์ ทองเปรม สว.กก.1 บก.สอท.1 นำกำลังเจ้าหน้าที่ในสังกัดเข้าจับกุม นางสาวอาภรณ์ อายุ 36 ปี ตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 4637/2567 ลงวันที่ 24 ก.ย.67 และ 5534/2567 ลงวันที่ 15 พ.ย.67 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนและร่วมกันโดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการน่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกันฟอกเงิน” โดยควบคุมตัวได้บริเวณหน้าพัก ในพื้นที่ ม.13 ต.น้ำชุน อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ การจับกุมครั้งนี้ สืบเนื่องจากผู้เสียหายได้หาแหล่งกู้เงินผ่านระบบอินเตอร์เน็ต ต่อมาได้สมัครทำการกู้เงิน แต่กลับต้องโอนเงินเพื่อสมัครสมาชิก ต่อมาคนร้ายก็หลอกให้โอนเงินเพี่อทำสัญญา ผู้เสียหายได้โอนเงินไปหลายต่อหลายครั้ง จนเป็นเงินจำนวน 82,858 บาท แต่กลับยังต้องให้โอนเงินเพิ่มอีกเรื่อยๆ แต่ไม่ได้เงินที่กู้แต่อย่างใด ปฏิบัติการที่ 2 พ.ต.ท.รังสรรค์ แสงรูจี, พ.ต.ท.ชัยวงศ์ ทองน้อย, พ.ต.ท.หญิง นิติยา เอกวงษา สว.กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.1 พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ในสังกัด ร่วมกันเข้าจับกุม นายสุนันท์ อายุ 32 ปีตามหมายจับศาลอาญา ที่ 5764/2567 ลงวันที่ 28 พ.ย.67 ในข้อหา “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน, ร่วมกันโดยทุจริตหรือโดยหลอกลวง นำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอมไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน, เปิดหรือยินยอมให้บุคคลอื่นใช้บัญชีเงินฝาก บัตรอิเล็กทรอนิกส์ หรือบัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ของตน โดยมิได้มีเจตนาใช้เพื่อตนหรือเพื่อกิจการที่ต้องเกี่ยวข้อง ทั้งนี้ โดยประการที่รู้หรือควรรู้ว่าจะนำไปใช้ในการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี หรือความผิดอาญาอื่นใด” สืบเนื่องจากได้มีผู้เสียหายถูกคนร้ายหลอกให้โอนเงินลงทุนหุ้นในแพลตฟอร์มต่างประเทศ โดยคนร้ายอ้างว่าจะได้รับผลตอบแทนในอัตราที่สูง ผู้เสียหายหลงเชื่อจึงได้ร่วมลงทุน โดยโอนเงินไปยังบัญชีธนาคารคนร้าย จำนวน 7 ครั้ง รวมเป็นเงิน 374,178 บาท ภายหลังไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ เบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยให้การว่า เมื่อประมาณปี 2567 ตนอยู่บ้านที่สระแก้ว ได้มีเพื่อนที่เคยรู้จักกันมาชักชวน อ้างว่าเป็นงานง่ายๆ ได้เงินเร็ว ทำอยู่บ้านก็ได้ เพียงแค่เปิดบัญชีออนไลน์แล้วจะได้ค่าจ้างบัญชีละ 500 บาท ตนมีความสนใจจึงได้เปิดบัญชีให้ไปประมาณ 9 บัญชี ได้เงินมา 4,500 บาท โดยตนไม่ทราบมาก่อนว่าบัญชีของตนจะถูกนำไปใช้หลอกลวงบุคคลอื่น ปฏิบัติการที่ 3 ร.ต.อ.วิเชษฐ์ โคตรบุตร, ร.ต.อ.สุริยา ลาแสง รอง สว.กก.1 บก.สอท.3 และ ร.ต.ท.กันตภณ บุตรภาวงศ์ รอง สว. กก.1 บก.สอท.3 ร่วมกันนำกำลังเข้าจับกุม น.ส.สุดฤทัย อายุ 35 ปี ในข้อหา “ช่วยซ่อนเร้นช่วยจําหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย รับไว้ โดยประการใดซึ่ง และน้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า)ของอันตนพึงรู้ว่าเป็นของอันเนื่องด้วยเป็นของที่ไม่ผ่านด่านศุลกากรตาม พรบ.ศุลกากร มาตรา 242,246 ประกอบ ประกาศกระทรวงพาณิชย์ เรื่อง กำหนดให้ บารากู่ บารากู่ไฟฟ้า บุหรี่ไฟฟ้า เป็นสินค้าที่ต้องห้ามนำเข้าในราชอาณาจักร พ.ศ.2557” โดยจับกุมตัวได้ที่ ร้านขายเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ม.13 ต.เมืองใหม่ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.สอท.3 ได้รับการร้องเรียนจากประชาชนว่า มีการลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าผ่านบัญชีเฟซบุ๊ก ชื่อ “ปุ้ยสาวหลังลาย เฟสสำรอง” ซึ่งเจ้าของเฟซบุ๊กดังกล่าวเปิดร้านขายเสื้อผ้าอยู่ในแหล่งชุมชนห่างจากสถานศึกษา 400 เมตร และจากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่าร้านดังกล่าวเคยถูกดำเนินคดีเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้ามาแล้วเมื่อปี 2567 เนื่องจากถูกร้องเรียนว่าได้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้แก่เยาวชนในพื้นที่ จึงได้ดำเนินการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน จนสามารถขออนุมัติศาลออกหมายค้นได้สำเร็จ กระทั่งช่วงเที่ยงของวันที่ 18 ม.ค.68 เจ้าหน้าที่ตำรวจร่วมกันได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดหนองบัวลำภูที่ 10/2568 ลง 18 มี.ค.68 เข้าทำการตรวจค้นร้านขายเสื้อผ้าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่13 ต.เมืองใหม่ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู พบ น.ส.สุดฤทัย อายุ 35 ปี แสดงตนเป็นผู้ครอบครองสถานที่ดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบ เครื่องบุหรี่ไฟฟ้าแบบชาร์จไฟฟ้า จำนวน 2 ,หัวพอตบุหรี่ไฟฟ้า คละสี คละกลิ่น จำนวน 24 ชิ้น, น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า คละสี คละกลิ่น จำนวน 19 ขึ้น, หัวคอยน์หรือหัวจุดดูดบุหรี่ไฟฟ้า จำนวน 14 ชิ้น ซุกซ่อนอยู่ภายร้าน นอกจากนี้ได้จับกุม นายณัฐภูมิ อายุ 20 ปี ในข้อหา “ช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาเอาไปเสีย ซื้อ หรือรับไว้ด้วยประการใดซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักร โดยยังมิได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้อง” พร้อมของของกลางบุหรี่ไฟฟ้าจำนวน 8 ชิ้น โดยควบคุมตัวได้ที่บ้ายหลังหนึ่งในพื้นที่ ม.2 ต.หนองแปน อ.กมลาไสย จ.กาฬสินธุ์ อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและความผิดอาชญากรรมทางเทคโนโลยีอื่นๆ เป็นประเด็นที่รัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติกำลังให้ความสำคัญ ตำรวจไซเบอร์จึงเพิ่มความเข้มข้นในการสืบสวนและการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายผลและหาข้อมูลเชื่อมโยงไปยังระดับผู้ปฏิบัติรายอื่นๆ จนสาวไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังที่คอยสั่งการ เพื่อเร่งนำตัวผู้ต้องหาทั้งขบวนการมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป ปฏิบัติการที่ 4 สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ กก.3 บก.สอท.5 ได้ดำเนินการสืบสวนพบว่าเว็บไซต์ชื่อ “HengHengSlot789.com” เป็นเว็บไซต์พนันออนไลน์ มอมเมาประชาชน จากการสืบสวนพบว่าเว็บพนันดังกล่าวมีเงินหมุนเวียนในระบบประมาณ 7 – 10 ล้านบาทต่อเดือน จึงได้สืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์ดำเนินคดีต่อพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.5 จนสามารถขอศาลอาญาออกหมายจับผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำผิด และหมายค้นเพื่อปิดล้อมตรวจค้นจับกุมผู้ต้องหาในเครือข่ายดังกล่าว มีการแบ่งหน้าที่เป็น 3 กลุ่ม ประกอบด้วย 1. กลุ่มผู้ทำหน้าที่แอดมิน 2. กลุ่มผู้ทำหน้าที่เป็นบัญชีธนาคารในเครือข่าย ซึ่งเป็นบุคคลต่างด้าวทั้งหมด 3. กลุ่มผู้ถอนเงินหรือรับผลประโยชน์จากเว็บพนัน จำนวน 6 ราย ต่อมาในวันที่ 18 มีนาคม 2568 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.5 ได้เข้าปิดล้อมตรวจค้นจับกุมกลุ่มผู้ต้องหาในเครือข่ายดังกล่าว ในพื้นที่ จังหวัดปทุมธานี และ จังหวัดเพชรบูรณ์ ผลการปิดล้อมตรวจค้นจับกุม จุดสำคัญในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี ซึ่งเป็นบ้านพักของนายพีรณัฐ ขอสงวนนามสกุล อายุ 34 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1769/2568 ลง 13 มี.ค.68 ซึ่งทำหน้าที่เป็นคนถอนเงินหรืออาจส่วนรับผลประโยชน์จากเว็บพนันดังกล่าว พร้อมของกลาง อาทิเช่น โทรศัพท์มือถือ สมุดบัญชีธนาคาร บัตรเอทีเอ็ม จากสอบถามนายพีรณัฐ ให้การปฏิเสธตลอดกล่าวหา โดยอ้างว่าตนเองทำหน้าที่จัดหาบัญชีธนาคารของบุคคลต่างด้าวให้เครือข่ายเว็บพนัน โดยจะได้ผลประโยชน์จากการจัดหาบัญชีม้าและถอนเงินในส่วนผลกำไรของตนเองจากบัญชีม้าที่ตนถืออยู่เช่นกัน และรวมถึงอ้างว่าไม่ได้มีส่วนเป็นผู้บริหารหรือดูแลด้านการเงินของเว็บพนันดังกล่าว ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนไม่ปักใจเชื่อ และจะสืบสวนขยายผลจับกุมผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป ส่วนอีกรายคือ นายอภิชาติ อายุ 49 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญาที่ 1764/2568 ลง 13 มี.ค.68 ซึ่งถูกจับกุมในพื้นที่จังหวัดเพชรบูรณ์ โดยทำหน้าที่เป็นบัญชีม้าหน้าเว็บพนันในเครือข่ายดังกล่าว ซึ่งในชั้นจับกุมนายอภิชาติฯ ให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา โดยให้การในสาระสำคัญว่าตนเองถูกว่าจ้างให้เปิดบัญชีธนาคารในราคาบัญชีละ 3,000 บาท และมาทราบภายหลังถูกจับกุมว่าบัญชีธนาคารของตนเองถูกนำมาใช้เป็นบัญชีม้า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้แจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้งสองรายในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่น หรือทำอุบายล่อ ช่วยประกาศโฆษณาหรือชักชวนโดยตรงหรือทางอ้อมให้ผู้อื่นเข้าเล่น หรือเข้าพนันในการเล่นทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน, สมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสบคบกัน และร่วมกันฟอกเงิน” ส่วนนายพีรณัฐ ซึ่งใช้บัญชีม้าในการถอนเงินได้ถูกแจ้งข้อกล่าวเพิ่มเติมในความผิดฐาน “ใช้บัตรเล็กทรอนิกส์ของผู้อื่นโดยมิชอบ ในประการที่น่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชนฯ” นำตัวผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมทั้งสองรายนำส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.สอท.5 ดำเนินการตามกฎหมาย ทั้งนี้ผู้ต้องหารายอื่นในเครือข่ายที่ถูกออกหมายจับแล้ว เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.3 บก.สอท.5 จะได้ดำเนินการสืบสวนติดตามจับกุมตัวต่อไปและขยายผลผู้ร่วมกระทำผิดต่อไป ปฏิบัติการที่ 5 บก.สอท.3 จับกุมเครือข่ายหลอกลงทุนทำภารกิจแอบอ้าง Shopee เสียหายกว่า 4 แสนบาท สืบเนื่องจากผู้เสียหายถูกหลอกให้ร่วมลงทุนโดยแอบอ้างเว็บไซต์ Shopee โดยพบข้อความโฆษณาเชิญชวนให้ร่วมลงทุน ผู้เสียหายสนใจได้กดลิงก์เข้าไปดู พบข้อความว่าจะได้ส่วนแบ่งผลกำไรเป็นค่าคอมภายใน 10 นาที เริ่มต้นให้กดรูปหัวใจ แล้วเข้าไปสั่งสินค้าลงรูปตะกร้า โดยช่วงแรกสามารถทำกำไรและถอนเงินได้จริง แต่เมื่อลงทุนในจำนวนมากขึ้น ไม่สามารถถอนเงินออกมาได้ รวมได้รับความเสียหายเป็นเงินจำนวน 417,566 บาท ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.วิเคราะห์ข่าวและเครื่องมือพิเศษ บก.สอท.3 ได้สืบสวนเส้นทางการเงิน พบว่ามีบัญชีปลายทางโอนเงินจำนวน 5 ราย จึงดำเนินการรวบรวบพยานหลักฐานเพื่อขออนุมัติหมายจับจากศาล และสามารถจับกุมบุคคลตามหมายจับ นางสาวนาถตยา อายุ 23 ปี โดยจับกุมได้ที่หน้าห้องพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี จากการสอบถามผู้ต้องหารับว่าเป็นผู้เปิดบัญชีธนาคารดังกล่าวจริง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหาในความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยทุจริต หรือโดยหลอกลวง ร่วมกันนำเข้าข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ที่บิดเบือนหรือปลอนไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วนหรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชน และร่วมกัมกันฟอกเงิน” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
เปิดปฏิบัติการ “ฟ้าสางกลางปราสาท” รวบเดนมนุษย์ทำอนาจารเด็กหญิง 6 ขวบ ถ่ายคลิปอัปขึ้นคลาวด์วันที่ 19 ก.พ.68 ที่ บก.สอท.3 พล.ต.ต.ชัชปัณฑกาณฑ์ คล้ายคลึง ผบก.สอท.
Read more »
รวบ 2 โจ๋ โพสต์ปืนอวดโซเชียล แคปชั่น “ไม่ใช่ไม้บรรทัดแต่วัดได้ทุกตัว” สุดท้ายโดนรวบคาบ้านรวบ 2 โจ๋ โพสต์ปืนอวดโซเชียล แคปชั่น “ไม่ใช่ไม้บรรทัดแต่วัดได้ทุกตัว” สุดท้ายโดนรวบคาบ้าน วันที่ 22 ก.พ.68 ที่บก.สอท.3 พ.ต.อ.อรุณณพันธ์ วานิช์ชานันท์ ผกก.4 บก.สอท.3 เปิดเผยว่าสืบเนื่องจากตำรวจไซเบอร์โดย กก.4 บก.สอท.
Read more »
รัฐบาล เร่งปราบ บุหรี่ไฟฟ้า ปิดกั้นผู้ค้าออนไลน์แล้วกว่า 9 พันเพจรัฐบาล เดินหน้าเร่งปราบ บุหรี่ไฟฟ้า เชิงรุก เผย ปิดกั้นผู้ค้าออนไลน์แล้ว กว่า 9 พันเพจ ดีเดย์ 30 วัน ต้องเห็นผล พร้อมชงคณะทำงานบูรณาการระยะยาว
Read more »
รวบวัยรุ่นคะนองโพสต์โชว์ปืนผ่าน IG ขยายผลรวบยกแก๊งรวม 5 รายเจอปืน-ยาบ้าเพียบวันที่ 7 มี.ค.68 ที่ บก.สอท.5 พล.ต.ต.ศุภกร ผิวอ่อน ผบก.สอท.5 กล่าวว่าสืบเนื่องจาก พล.ต.ท.ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผบช.สอท.
Read more »
ค่านิยมผิด ๆ พบข้อมูลวัยรุ่นหญิง มีแนวโน้มสูบ “บุหรี่ไฟฟ้า” เพิ่มกว่าวัยรุ่นชายรัฐบาลห่วงเด็กและเยาวชนไทยมีค่านิยมผิด ๆ หลังพบข้อมูลวัยรุ่นหญิง มีแนวโน้มสูบ “บุหรี่ไฟฟ้า” เพิ่มกว่าวัยรุ่นชาย เดินหน้าปราบปรามเข้มข้น ดำเนินคดีทุกราย
Read more »
รัฐเร่งกวาดล้าง “บุหรี่ไฟฟ้า” ใครครอบครองผิดกฎหมาย เสี่ยงติดคุก 5 ปี'บุหรี่ไฟฟ้า' ผิดกฎหมาย ผู้ครอบครองเสี่ยงติดคุก 5 ปี ปรับ 4 เท่าของราคาสินค้า รัฐเร่งกวาดล้างปิดกั้นผู้ค้าออนไลน์แล้ว กว่า 9 พันเพจ โดนรวบ 666 คดี ตรวจยึดของกลางมูลค่าประมาณ 41,911,815 บาท
Read more »
