วุฒิสภาสหรัฐฯ ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวเพื่อยุติภาวะชัตดาวน์ที่ยืดเยื้อที่สุดในประวัติศาสตร์ ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรเตรียมลงมติ
สหรัฐฯ จ่อคลี่คลายวิกฤต ชัตดาวน์ หลัง วุฒิสภา ไฟเขียวร่างกฎหมาย งบประมาณ ชั่วคราว วิกฤตการณ์ปิดหน่วยงานรัฐบาล หรือ ชัตดาวน์ (Shutdown) ที่ยืดเยื้อยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ ใกล้จะสิ้นสุดลงแล้ว หลังจาก วุฒิสภา สหรัฐฯ ได้ลงมติผ่านร่างกฎหมาย งบประมาณ ชั่วคราวเมื่อวานนี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) เพื่อยุติภาวะ ชัตดาวน์ ที่เกิดขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของหน่วยงานรัฐบาลหลายแห่ง และส่งผลเสียต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ถูกส่งต่อไปยัง สภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาต่อไป
คาดว่าจะมีการลงมติอย่างเร็วที่สุดในวันที่ 13 พฤศจิกายน (ตามเวลาประเทศไทย) นายทอม เอมเมอร์ ประธานวิปจากพรรครีพับลิกันในสภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า สภาผู้แทนฯ จะเปิดสมัยประชุมในวันพรุ่งนี้ และคาดว่าจะมีการลงมติต่อร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวในเวลา 16.00 น. หรือตรงกับเวลา 04.00 น. ของวันที่ 13 พฤศจิกายน ตามเวลาประเทศไทย นายไมค์ จอห์นสัน ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ กล่าวว่า 'ร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นสิ่งที่ควรเกิดขึ้นมานานแล้ว และยืนยันจุดยืนของเรามาโดยตลอด' สมาชิกพรรครีพับลิกันหลายรายต่างออกมาสนับสนุนร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยให้เหตุผลว่ามีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องให้หน่วยงานรัฐบาลกลับมาเปิดทำการอีกครั้ง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะชะงักงันในการให้บริการของภาครัฐ ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง\อย่างไรก็ตาม แม้ว่าร่างกฎหมายดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนจากพรรครีพับลิกันเป็นส่วนใหญ่ แต่ก็ยังเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสมาชิกพรรคเดโมแครตบางส่วน นายฮาคีม เจฟฟรีส์ แกนนำพรรคเดโมแครตในสภาผู้แทนราษฎร ได้แสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างกฎหมายฉบับนี้ โดยระบุว่าพรรคเดโมแครตจะไม่ให้การสนับสนุนร่างกฎหมายงบประมาณที่ไม่ต่ออายุเงินอุดหนุนประกันสุขภาพภายใต้กฎหมายประกันสุขภาพถ้วนหน้า (Affordable Care Act - ACA) นอกจากนี้ สมาชิกพรรคเดโมแครตสายก้าวหน้าบางรายได้มองว่าข้อตกลงดังกล่าวเป็นการ 'ทรยศ' เนื่องจากไม่มีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อคุ้มครองด้านการประกันสุขภาพ และไม่สามารถลดค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพ ซึ่งเป็นการ 'ทรยศ' ต่อประชาชนหลายล้านคน หากร่างกฎหมายฉบับนี้ได้รับอนุมัติจากสภาผู้แทนราษฎร จะถูกส่งต่อไปยังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อลงนามประกาศใช้เป็นกฎหมายต่อไป โดยร่างกฎหมายฉบับนี้มีบทบัญญัติที่สำคัญหลายประการ ได้แก่ การจัดสรรงบประมาณให้แก่หน่วยงานรัฐบาลส่วนใหญ่ในระดับเดียวกับปีที่ผ่านมา ไปจนถึงวันที่ 30 มกราคม 2569 พร้อมทั้งจัดสรรงบประมาณเต็มปีให้แก่กระทรวงเกษตร กระทรวงกิจการทหารผ่านศึก โครงการก่อสร้างทางทหาร และการดำเนินงานของสภาคองเกรส นอกจากนี้ ยังมีการจัดสรรงบประมาณตลอดทั้งปีให้แก่โครงการช่วยเหลือด้านโภชนาการเสริม (Supplemental Nutrition Assistance Program - SNAP) หรือ โครงการสแตมป์อาหาร สำหรับชาวอเมริกันที่ยากไร้กว่า 42 ล้านคน อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ยังคงเป็นข้อกังวล คือ เรื่องเงินอุดหนุนตามกฎหมายประกันสุขภาพถ้วนหน้า (Affordable Care Act - ACA) ซึ่งช่วยให้ชาวอเมริกันรายได้น้อยสามารถเข้าถึงการประกันสุขภาพในราคาที่จ่ายได้ และกำลังจะหมดอายุในช่วงสิ้นปีนี้ ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะมีการขยายระยะเวลาออกไปหรือไม่ แม้ว่านายจอห์น ธูน ผู้นำเสียงข้างมากในวุฒิสภา ได้ให้คำมั่นต่อพรรคเดโมแครตว่าจะมีการลงมติเพื่อขยายระยะเวลาการบังคับใช้กฎหมาย ACA ภายในสัปดาห์ที่สองของเดือนธันวาคมก็ตาม\สถานการณ์ทางการเมืองในสหรัฐฯ ขณะนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการประนีประนอมกันระหว่างสองพรรคการเมืองใหญ่ เพื่อหาทางออกให้กับวิกฤตชัตดาวน์ที่ส่งผลกระทบในวงกว้างต่อประเทศ แม้ว่าจะมีข้อขัดแย้งในประเด็นต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องการประกันสุขภาพ แต่การผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวในวุฒิสภา ถือเป็นก้าวสำคัญที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน และทำให้หน่วยงานรัฐบาลกลับมาให้บริการได้อย่างเต็มรูปแบบ การติดตามผลการลงมติในสภาผู้แทนราษฎร และการตัดสินใจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการประเมินทิศทางในอนาคตของสถานการณ์ทางการเมืองในสหรัฐฯ รวมถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ในขณะเดียวกัน ประเด็นเรื่องการประกันสุขภาพยังคงเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน และมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการเข้าถึงบริการด้านสุขภาพของประชาชนในวงกว้าง การหาทางออกที่ยั่งยืนสำหรับประเด็นนี้ จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้มั่นใจว่าชาวอเมริกันทุกคนจะสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพที่มีคุณภาพได้อย่างเท่าเทียมกัน และการตัดสินใจที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ จะส่งผลกระทบต่ออนาคตของการประกันสุขภาพในสหรัฐฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได
ชัตดาวน์ สหรัฐอเมริกา งบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา
