สธ. เตือนผู้ป่วยโควิดรับผิดชอบสังคม กักตัวครบ 10 วัน ป้องแพร่เชื้อต่อ

United States News News

สธ. เตือนผู้ป่วยโควิดรับผิดชอบสังคม กักตัวครบ 10 วัน ป้องแพร่เชื้อต่อ
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 thaipost
  • ⏱ Reading Time:
  • 61 sec. here
  • 3 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 28%
  • Publisher: 51%

สธ. เตือนผู้ป่วยโควิดรับผิดชอบสังคม กักตัวครบ 10 วัน ป้องแพร่เชื้อต่อ โควิด

เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อและรับเชื้อ จะช่วยให้การติดเชื้อลดลงและไม่เกิดเป็นระลอกใหญ่ขึ้นมาอีก โดยเฉพาะขอความร่วมมือผู้ที่ติดเชื้อโควิดแล้ว ทั้งที่เข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยนอกและแยกกักตนเองที่บ้าน หรือ เจอ แจก จบ ซึ่งจะได้รับยากลับมารับประทานที่บ้าน หรือโทรศัพท์เข้าระบบเพื่อให้จัดส่งยามาที่บ้าน หรือผู้ที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลแล้วให้กลับมาบ้านก่อนครบ 10 วัน “ขอย้ำว่า ให้กักตัวเองอย่างน้อย 10 วัน หากมีความจำเป็นจริงๆ ต้องออกจากบ้าน เช่น การเดินทางไปโรงพยาบาลให้สวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัดจนครบ 10 วันนับจากวันที่เริ่มมีอาการ เนื่องจากขณะนี้พบว่า ผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งไม่ได้กักตัวจนครบตามกำหนด แต่ออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านตามปกติ ทำให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อต่อได้ ส่งผลให้เกิดการระบาดโควิด 19 อย่างต่อเนื่องเป็นวงกว้าง และแพร่เชื้อไปยังกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุอายุ ผู้มีโรคประจำตัว” นพ.

รุ่งเรือง ระบุ สำหรับคำแนะนำในการปฏิบัติตนสำหรับผู้ป่วยโควิด 19 ที่แพทย์พิจารณาให้กลับไปกักตัวที่บ้าน คือ 1.งดออกจากบ้านไปยังชุมชนทุกกรณี ยกเว้นการเดินทางไปโรงพยาบาลโดยการนัดหมายและการจัดการโดยโรงพยาบาล 2.ให้แยกห้องนอนจากผู้อื่น ถ้าไม่มีห้องนอนแยก ให้นอนห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 2-3 เมตร และต้องเป็นห้องที่เปิดให้อากาศระบายได้ดี ผู้ติดเชื้อนอนอยู่ด้านใต้ลม จนพ้นระยะการแยกกักตัว 3.ควรแยกใช้ห้องน้ำ หากแยกไม่ได้ให้เช็ดพื้นผิวที่มีการสัมผัสด้วยน้ำยาทำความสะอาดหรือน้ำยาฆ่าเชื้อหลังการใช้ทุกครั้ง 4.หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดผู้สูงอายุ ผู้มีโรคประจำตัว ซึ่งเป็นกลุ่มเสี่ยงเกิดอาการรุนแรง 5.สวมหน้ากากเมื่อต้องอยู่ร่วมกับผู้อื่น 6.ล้างมือด้วยน้ำและสบู่หรือเจลแอลกอฮอล์ 70% บ่อยๆ ตามความเหมาะสม และทุกครั้งหลังขับถ่าย 7.ไม่รับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น 8.หลีกเลี่ยงการอยู่ใกล้ชิดกับผู้อื่นในระยะไม่เกิน 2 เมตร การพบปะกันให้สวมหน้ากากตลอดเวลา 9. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่สุก สะอาด และมีประโยชน์ตามหลักโภชนการ 10.หากมีอาการป่วยเกิดขึ้นใหม่หรืออาการเดิมมากขึ้น เช่น ไข้สูง ไอมาก เหนื่อย แน่นหน้าอก หอบ หายใจไม่สะดวก เบื่ออาหาร ให้ติดต่อสถานพยาบาล หากต้องเดินทางให้สวมหน้ากากระหว่างเดินทางตลอดเวลา และ 11.หลังจากครบกำหนดกักตัวสามารถประกอบกิจกรรมทางสังคม และทำงานได้ตามปกติ โดยยังคงมาตรการป้องกันตนเอง.

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

thaipost /  🏆 62. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

สธ. แนะ ช่วงหยุดยาวนี้ อย่าลืมป้องกัน อุบัติเหตุ-โควิด 19สธ. แนะ ช่วงหยุดยาวนี้ อย่าลืมป้องกัน อุบัติเหตุ-โควิด 19ติดตามข่าวอีจัน ข่าวเกาะติดกระแส ข่าวล่าสุด คลิปข่าวล่าสุด ข่าวร้อนล่าสุด อีจันบันเทิง อาชญกรรม คดีดัง สืบสวนสอบสวน ข่าววันนี้ ทันทุกเหตุการณ์ ทุกเรื่องเด่น ทุกประเด็นร้อน อัพเดทข่าวสด รู้ข่าวสารก่อนใคร ไม่พลาดทุกเรื่องราวที่
Read more »

สธ.สั่งฟันรพ.เอกชนฝ่าฝืนกม.สถานพยาบาล โฆษณายาในแพ็คเกจรักษาโควิด : อินโฟเควสท์สธ.สั่งฟันรพ.เอกชนฝ่าฝืนกม.สถานพยาบาล โฆษณายาในแพ็คเกจรักษาโควิด : อินโฟเควสท์นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข เปิดเผยว่า ตามที่กรม สบส.ได้รับมอบหมายให้ตรวจสอบการจัดแพ็คเกจรักษาโรคโควิด-19 ของสถานพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งซึ่งปรากฏ ในสื่อโซเชียล ว่าเป็นไปอย่างถูกต้องหรือไม่นั้น ในวันนี้ได้นำคณะลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ณ โรงพยาบาลเอกชนดังกล่าว ซึ่งตั้งอยู่ในย่านคลองหลวง จากการตรวจสอบพบว่าโรงพยาบาลมีการโฆษณาแพ็คเกจรักษาโรคโควิด-19 แบบให้ผู้ป่วยกักตัวที่บ้าน (Home Isolation) ซึ่งมีแพ็คเกจหลายรูปแบบให้ผู้ป่วยเลือกรับบริการ โดยในบางแพ็คเกจมีการโฆษณาด้วยข้อความว่าจะมีการจ่ายยาฟาวิพิราเวียร์ (Favipiravir) หรือยาโมลนูพิราเวียร์ (Molnupiravir) ให้ผู้ป่วยนำไปรับประทานระหว่างกักตัวตามอาการ แต่ยาฟาวิพิราเวียร์ หรือยาโมลนูพิราเวียร์ เป็นยาควบคุมพิเศษ ซึ่งต้องสั่งจ่ายและต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ ดังนั้น กฎหมายจึงกำหนดให้สถานพยาบาลห้ามทำการโฆษณายา นอกจากได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเสียก่อน จึงจะมาขออนุมัติโฆษณาจากกรม สบส.แต่โรงพยาบาลเอกชนดังกล่าวไม่ได้มีการยื่นเรื่องขออนุมัติ และไม่ได้รับอนุมัติให้โฆษณาแต่อย่างใด พนักงานเจ้าหน้าที่ฯ จึงแจ้งข้อหาการกระทำผิดกับผู้เกี่ยวข้อง ตามมาตรา 38 วรรคหนึ่ง แห่งพ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งต้องระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และให้ปรับอีกวันละไม่เกิน 10,000 บาท จนกว่าจะระงับการโฆษณาหรือประกาศดังกล่าว รวมทั้ง การโฆษณาแพ็คเกจการรักษาด้วยยาฟาวิพิราเวียร์ หรือยาโมลนูพิราเวียร์ ก็เป็นการจ่ายยาตามอาการโดยไม่ได้จ่ายยาให้กับผู้ป่วยในทุกราย ทำให้ผู้รับบริการเกิดความเข้าใจผิดในสาระสำคัญเกี่ยวกับการประกอบกิจการสถานพยาบาล ว่าเมื่อเข้ารับบริการแล้วจะได้รับยาฟาวิพิราเวียร์ …
Read more »

สธ.ห่วงผู้ติดเชื้อโควิดสูงขึ้น เตือนสวมหน้ากากตลอดเวลาหากอยู่ร่วมบุคคลอื่น : อินโฟเควสท์สธ.ห่วงผู้ติดเชื้อโควิดสูงขึ้น เตือนสวมหน้ากากตลอดเวลาหากอยู่ร่วมบุคคลอื่น : อินโฟเควสท์นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด 19 (ศบค.) และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า หลังการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ พบว่าการติดเชื้อโควิด-19 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดท่องเที่ยว ซึ่งช่วงวันหยุดยาวที่ประชาชนมีการเดินทางกลับภูมิลำเนา ท่องเที่ยว หรือรวมกลุ่มทำกิจกรรมต่างๆ ทำให้เพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อและมีโอกาสแพร่กระจายเชื้อไปสู่จังหวัดอื่นๆ มากขึ้น แม้ที่ผ่านมา จะมีประกาศให้สามารถเลือกไม่สวมหน้ากากอนามัยได้ในพื้นที่เปิดโล่ง แต่หน้ากากอนามัยยังคงเป็นอุปกรณ์ที่มีประสิทธิภาพในการป้องกันการแพร่เชื้อและการรับเชื้อโรคโควิด-19 รวมถึงโรคติดเชื้อทางเดินหายใจอื่นๆ ได้ ดังนั้นแม้จะเป็นการร่วมกิจกรรมในพื้นที่เปิดโล่ง เช่น ดูดนตรีสด ดูหนังกลางแปลง เชียร์กีฬา แต่หากเป็นการอยู่ร่วมกันจำนวนมาก การเว้นระยะห่างทำได้ยาก ก็ขอให้สวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลา เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยง นอกจากนี้ ขอให้สวมหน้ากากอนามัยเมื่ออยู่ในสถานที่ปิด การระบายอากาศไม่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นกลุ่มเสี่ยง 608 คือ ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง หญิงตั้งครรภ์ รวมถึงผู้ที่ได้รับวัคซีนยังไม่ครบตามเกณฑ์ 3 เข็ม ผู้ติดเชื้อ และผู้สัมผัสเสี่ยงสูง ต้องสวมหน้ากากอนามัยตลอดเวลาเมื่ออยู่ร่วมกับบุคคลอื่น โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (14 ก.ค. 65) FacebookTwitterLine
Read more »

สธ. เตือน ต้องสวมหน้ากากอนามัย หลังยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสธ. เตือน ต้องสวมหน้ากากอนามัย หลังยอดผู้ติดเชื้อพุ่งสาธารณสุข ย้ำ การเข้าร่วมกิจกรรมที่มีคนจำนวนมาก เช่น ดูหนัง ฟังดนตรี เชียร์กีฬา แม้อยู่ในพื้นที่โล่งแจ้ง ยังต้องสวมหน้ากากอนามัย เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อและรับเชื้อโควิด 19 หลังหลายจังหวัดมีรายงานการติดเชื้อสูงขึ้น
Read more »

​สธ.เตือน ผู้ติดเชื้อโควิดร่วมรับผิดชอบสังคม แยกกักตัวอย่างน้อย 10 วัน​สธ.เตือน ผู้ติดเชื้อโควิดร่วมรับผิดชอบสังคม แยกกักตัวอย่างน้อย 10 วัน
Read more »

สธ.เตือนผู้ติดเชื้อโควิดร่วมรับผิดชอบสังคม แยกกักตัวอย่างน้อย 10 วัน : อินโฟเควสท์สธ.เตือนผู้ติดเชื้อโควิดร่วมรับผิดชอบสังคม แยกกักตัวอย่างน้อย 10 วัน : อินโฟเควสท์นพ.รุ่งเรือง กิจผาติ หัวหน้าที่ปรึกษาระดับกระทรวง (นพ.ทรงคุณวุฒิ 11) และโฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ขณะนี้แนวโน้มสถานการณ์โรคโควิด-19 กำลังเพิ่มขึ้น สิ่งสำคัญคือทุกคนต้องช่วยกันเข้มมาตรการป้องกันโรค เพื่อลดความเสี่ยงการแพร่เชื้อและรับเชื้อ จะช่วยให้การติดเชื้อลดลง และไม่เกิดเป็นระลอกใหญ่ขึ้นมาอีก โดยเฉพาะขอความร่วมมือผู้ที่ติดเชื้อโควิดแล้ว ทั้งที่เข้ารับการรักษาแบบผู้ป่วยนอก และแยกกักตนเองที่บ้าน หรือ เจอ แจก จบ ซึ่งจะได้รับยากลับมารับประทานที่บ้าน หรือโทรศัพท์เข้าระบบเพื่อให้จัดส่งยามาที่บ้าน หรือผู้ที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลแล้วให้กลับมาบ้านก่อนครบ 10 วัน “ขอย้ำว่า ให้กักตัวเองอย่างน้อย 10 วัน หากมีความจำเป็นจริงๆ ต้องออกจากบ้าน เช่น การเดินทางไปโรงพยาบาลให้สวมหน้ากากอนามัยอย่างเคร่งครัดจนครบ 10 วันนับจากวันที่เริ่มมีอาการ เนื่องจากขณะนี้พบว่า ผู้ติดเชื้อจำนวนหนึ่งไม่ได้กักตัวจนครบตามกำหนด แต่ออกไปใช้ชีวิตนอกบ้านตามปกติ ทำให้เกิดความเสี่ยงในการแพร่เชื้อต่อได้ ส่งผลให้เกิดการระบาดโควิด-19 อย่างต่อเนื่องเป็นวงกว้าง และแพร่เชื้อไปยังกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุอายุ ผู้มีโรคประจำตัว” นพ.รุ่งเรืองกล่าว สำหรับคำแนะนำในการปฏิบัติตนสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ที่แพทย์พิจารณาให้กลับไปกักตัวที่บ้าน คือ 1.งดออกจากบ้านไปยังชุมชนทุกกรณี ยกเว้นการเดินทางไปโรงพยาบาลโดยการนัดหมายและการจัดการโดยโรงพยาบาล 2.ให้แยกห้องนอนจากผู้อื่น ถ้าไม่มีห้องนอนแยก ให้นอนห่างจากผู้อื่นอย่างน้อย 2-3 …
Read more »



Render Time: 2026-04-02 15:50:43