สทนช. ย้ำดำเนินภารกิจภายใต้ พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ 2561 ยืนยันไม่ได้รวบอำนาจ แต่บูรณาการหน่วยงานด้านน้ำให้มีเอกภาพเป็นหนึ่งเดียว ลดความซ้ำซ้อน สร้างความมั่นคงด้านน้ำ พร้อมแจงระบบ Thai Water Plan (TWP) ช่วยขับเคลื่อนภารกิจการแก้ไขปัญหาด้านน้ำของประเทศในมิติต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและเกิดความยั่งยืน
8 ต.ค. 2566 – นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ เปิดเผยถึงกรณีที่มีผู้โพสต์เฟซบุ๊กหัวข้อ “บทบาท สทนช. ไม่ปรับเปลี่ยน 117 ล้านไร่ แล้งเหมือนเดิม” โดยระบุว่า ยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำฯ ผิดพลาด พื้นที่เกษตรถูกจำกัด บทบาท สทนช.
เป็นเพียงสำนักงานเลขานุการของคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ นั้น เป็นการทำให้ประชาชนเกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อนได้ โดยความจริงแล้วภารกิจหลักของ สทนช. ในการทำหน้าที่เป็นสำนักงานเลขานุการ ของ กนช. เป็นหนึ่งในอีกหลายภารกิจของ สทนช. ตามพระราชบัญญัติทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 โดย สทนช. ได้บูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการยกร่างแผนแม่บทการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ 20 ปี เสนอ กนช. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ และคณะรัฐมนตรี เพื่อให้ความเห็นก่อนประกาศในราชกิจจานุเบกษา และทำหน้าที่กลั่นกรองความเหมาะสมของแผนงานโครงการด้านน้ำจากทุกหน่วยงาน รวมถึงภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนภารกิจการแก้ไขปัญหาด้านน้ำของประเทศในมิติต่าง ๆ ให้เกิดความยั่งยืน ตามแผนแม่บทฯน้ำ 20 ปี และแผนยุทธศาสตร์ชาติ นอกจากการเป็นสำนักงานเลขานุการ ของ กนช. แล้วนั้น สทนช. ยังมีบทบาทและภารกิจในการบูรณาการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในอีกหลากหลายด้าน เช่น การวิเคราะห์ ประมวลผล และคาดการณ์สถานการณ์น้ำทั้งในภาวะปกติและภาวะวิกฤติ เพื่อแจ้งเตือนให้ประชาชนรับมือหากเกิดภัยพิบัติด้านน้ำ ตลอดจนการขับเคลื่อนการบังคับใช้กฎหมายลำดับรอง ตาม พ.ร.บ.ทรัพยากรน้ำ พ.ศ. 2561 เพื่อให้การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในระดับท้องถิ่นและพื้นที่ลุ่มน้ำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนกระบวนการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างแท้จริง รวมทั้งยังมีบทบาทในการประสานความร่วมมือกับประเทศในภูมิภาค เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลการบริหารจัดการน้ำและการใช้น้ำจากแม่น้ำระหว่างประเทศร่วมกัน พร้อมพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและเสริมความมั่นคงด้านน้ำให้กับประเทศอีกด้วย สำหรับประเด็นที่มีข้อสังเกตถึงการนำระบบ Thai Water Plan มาใช้ นั้น ไม่ใช่รวบอำนาจการตัดสินใจตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด แต่เป็นการให้หน่วยงานด้านน้ำทุกหน่วย ทั้งส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค ตลอดจนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สามารถเสนอแผนปฏิบัติการด้านน้ำของตัวเองเข้ามาได้ ด้วยระบบที่สะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น โดยเริ่มใช้งานในปีงบประมาณ 2566 ที่ผ่านมา ซึ่งระบบนี้จะทำให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในด้านน้ำสามารถเข้าถึงได้ โดยมีกระบวนการพิจารณาจากคณะกรรมการในพื้นที่ ได้แก่ คณะอนุกรรมการทรัพยากรน้ำจังหวัดและคณะกรรมการลุ่มน้ำ ก่อนจะส่งต่อให้ สทนช. ในฐานะผู้พิจารณาในภาพรวมทั้งประเทศ สามารถตรวจสอบได้ว่า แผนงานโครงการที่เสนอมาสอดคล้องกับแผนแม่ฯบทน้ำ 20 ปีหรือไม่ ซ้ำซ้อน ทับซ้อน หรือเชื่อมโยงกันหรือไม่ มีความคืบหน้าอย่างไร ทำให้สามารถจัดทำแผนงานโครงการได้อย่างเป็นระบบ ซึ่งประชาชนทั่วไปสามารถติดตามตรวจสอบหน่วยงานผู้รับผิดชอบและความคืบหน้าของโครงการด้านทรัพยากรน้ำในแต่ละพื้นที่ได้อีกด้วย ซึ่ง สทนช. ได้มีการชี้แจงและสร้างความเข้าใจในการเสนอแผนงานให้กับหน่วยงานด้านน้ำและ อปท. มาอย่างต่อเนื่อง “ระบบ TWP ไม่ได้เป็นอุปสรรคขัดขวางแผนงานด้านน้ำของ อปท. ในทางตรงข้าม กลับช่วยให้ อปท. ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศกว่า 7,850 แห่ง รวมถึงหน่วยงานด้านน้ำ สามารถเสนอแผนงานโครงการแก้ปัญหาด้านน้ำที่ตอบสนองความต้องการประชาชนในพื้นที่ และสร้างความมั่นคงด้านน้ำให้กับพื้นที่นั้น ๆ ได้อย่างแท้จริง เช่นเดียวกับฝายแกนดินซีเมนต์ ซึ่ง อปท. หลายแห่งต้องการดำเนินการ หากสามารถสร้างประโยชน์และแก้ปัญหาด้านน้ำให้กับพื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีความสอดคล้องกับแผนเม่บทฯน้ำ 20 ปี เป็นไปตามภารกิจถ่ายโอนฯ และไม่ซ้ำซ้อนกับการดำเนินงานของหน่วยงานอื่น ๆ สทนช. จะพิจารณาเสนอของบประมาณ เพื่อให้ดำเนินการได้ทันที แต่หากไม่ทันในปีงบประมาณปัจจุบัน จะมีการเสนอในปีงบประมาณถัดไป หากหน่วยงานยังยืนยันที่จะดำเนินงานตามแผนงานที่เสนอมา” เลขาธิการ สทนช. กล่าว อย่างไรก็ตาม สทนช.ยังได้มีการดำเนินการเกี่ยวกับฝายแกนดินซีเมนต์ จากการประชุมคณะกรรมาธิการการแก้ปัญหาความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ วุฒิสภา สทนช. จึงได้แต่งตั้งคณะทำงานดำเนินการจัดทำหลักเกณฑ์และแนวทางการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำโดยใช้ฝายแกนดินซีเมนต์ ภายใต้อนุกรรมการที่ กนช. แต่งตั้ง ได้แก่ คณะอนุกรรมการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและผังน้ำ เพื่อพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์และแนวทางการบริหารทรัพยากรน้ำโดยใช้ฝายแกนดินซีเมนต์ ให้สอดคล้องกับหลักวิศวกรรม เศรษฐศาสตร์ และสิ่งแวดล้อม โดยอยู่ระหว่างจัดทำคู่มือฝายแกนดินซีเมนต์ มีกำหนดเสนอให้คณะอนุกรรมการพัฒนาเทคโนโลยี นวัตกรรมการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและผังน้ำ พิจารณาในเดือน พ.ย. 66 และเสนอให้ กนช. พิจารณาตามลำดับต่อไป “สทนช.มีการผลักดันให้ภาคประชาชนและท้องถิ่นเข้ามามีบทบาทในการบริหารจัดการน้ำอย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายให้การพัฒนาทรัพยากรน้ำเกิดความครอบคลุมรอบด้าน รองรับการเปลี่ยนแปลงหรือความท้าทายใหม่ๆ ที่เกิดขึ้น เกิดประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง ที่สอดคล้องกับการปรับปรุงทบทวนแผนแม่บทฯน้ำ 20 ปี โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรน้ำฝนที่อยู่นอกเขตชลประทาน มีการพัฒนาแหล่งน้ำและระบบกระจายน้ำเพื่อตอบสนองความต้องการใช้น้ำในพื้นที่เกษตรน้ำฝน โดยเป็นโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กประเภทต่าง ๆ ที่มีหน่วยงานหลักในการดำเนินการ คือ อปท. มีหน่วยงานสนับสนุน อาทิ กรมทรัพยากรน้ำ กรมพัฒนาที่ดิน กรมชลประทาน มูลนิธิปิดทองหลังพระ กองทัพบก เป็นต้น ซึ่งเป้าหมายปี 66-80 ในการเพิ่มแหล่งเก็บกักน้ำฤดูแล้ง 1,050 ล้านลูกบาศก์เมตร พื้นที่รับประโยชน์ 1.5 ล้านไร่ ซึ่งฝายแกนดินซีเมนต์เป็นลักษณะโครงการประเภทหนึ่ง ในการขับเคลื่อนตามแผนแม่บทฯน้ำ 20 ปี ดังนั้น หาก อปท. ต่าง ๆ มีความพร้อมในการขอใช้พื้นที่ การมีส่วนร่วมและความพร้อมของแบบก่อสร้าง สามารถเสนอโครงการผ่านระบบ TWP เพื่อขอรับการจัดสรรงบประมาณได้ อย่างไรก็ตาม งบประมาณในการดำเนินการก่อสร้างฝายแกนดินซีเมนต์ หรือโครงการพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็กประเภทอื่น ๆ ตาม พ.ร.บ.กระจายอำนาจ เป็นงบประมาณเชิงพื้นที่ ที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะเป็นผู้พิจารณาจัดสรรให้แต่ละท้องถิ่นต่อไป.
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
กอนช.เตือนเหนือ-กลางยังมีฝนตกหนักถึง 8 ต.ค.นี้ พื้นที่เสี่ยงระวังน้ำท่วมฉับพลันนายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ในฐานะรองผู้อำนวยกองอำนวยการน้ำแห่งชาติ (กอนช.) ระบุว่า ประเทศไทย ยังคงมีฝนตกหนักมากในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลาง จากอิทธิพลของร่องมรสุม ถึงวันที่ 8 ตุลาคมนี้ จะมีฝนเ
Read more »
'เศรษฐา' ลุยน้ำท่วมอีสาน 6-7 ต.ค.นี้ เร่งเคลียร์รับฝนระลอกใหม่'เศรษฐา' ลุยน้ำท่วมอีสาน 3 จังหวัด นำร่องอุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด วันที่ 6-7 ต.ค.นี้ หลังพบผลกระทบวงกว้างในพื้นที่ลุ่มน้ำชี-มูล ชาวบ้านต้องเร่งเกี่ยวข้าวหนีน้ำสูง 1 เมตร สนทช.เร่งบริหารน้ำคาดเจอฝนระลอกใหม่ วันนี้ (6 ต.ค.2566) นายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรมว.คลัง ลงพื้นที่ จ.อุบลราชธานี ยโสธร และร้อยเอ็ด ในช่วงวันที่ 6-7 ต.ค.นี้ เพื่อติดตามสถานการณ์อุทกภัย บริเวณเชิงสะพานเสรีประชาธิปไตย ต.ในเมือง อ.เมืองอุบลราชธานี จากนั้น นายกรัฐมนตรี เดินทางไปสถานีตรวจวัดระดับน้ำ (M7) พบปะประชาชน และมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ก่อนจะไปติดตามสถานการณ์อุทกภัยและพบปะประชาชน อ.พิบูลมังสาหาร ณ แก่งสะพือ ต.พิบูล อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานีโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า จากนั้นวันที่ 7 ต.ค.นี้ นายกรัฐมนตรี มีกำหนดการพบปะประชาชน และมอบสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย ณ บ้านทรายงาม ต.กุดกุง อ.คำเขื่อนแก้ว จ.ยโสธร จากนั้นในช่วงบ่าย เวลาประมาณ 14.00 น. นายกรัฐมนตรีจะตรวจเยี่ยมโครงการบำบัดผู้ติดยาเสพติด ณ สถานีตำรวจภูธรหัวโทน อ.สุวรรณภูมิ จ.ร้อยเอ็ด แล้วเดินทางกลับกรุงเทพมหานคร ทั้งนี้ กำหนดการอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามความเหมาะสม การลงพื้นที่ของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ นายกฯ จะไปติดตามสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำลุ่มน้ำชี-มูล รวมทั้งติดตามสถานการณ์อุทกภัยและการช่วยเหลือประชาชน ซึ่งพื้นที่ลุ่มน้ำชี-มูล ยังคงมีพื้นที่ได้รับผลกระทบสำหรับสถานการณ์น้ำของ จ.อุบลราชธานี ยโสธร ร้อยเอ็ด ขณะนี้ความจุแหล่งน้ำรวมของจังหวัด (ข้อมูล สทนช.3 ต.ค.) จ.อุบลราชธานี ความจุ 2,225 ล้าน ลบ.ม.ปริมาณน้ำปัจจุบัน 1,971 ล้านลบ.ม.คิดเป็น 89%จ.ยโสธร ความจุ 119 ล้าน ลบ.ม.ปริมาณน้ำปัจจุบัน 77 ลบ.ม. คิดเป็น 65%และจ.ร้อยเอ็ด ความจุ 231 ล้าน ลบ.ม.ปริมาณน้ำปัจจุบัน 85 ลบ.ม. คิดเป็น 37%อ่านข่าว จิสด้า เปิดภาพ 'น้ำท่วมสุโขทัย' 131,000 ไร่เตรียมรับฝนระลอกใหม่ลุ่มน้ำชี-มูล นายสุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า กล่าวว่า ภาพรวมปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำทั้งประเทศ 55,306 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 67% ปริมาณน้ำใช้การ 31,158 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 54%ส่วนพื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม รวม 17 จังหวัด 397,497 ไร่ จ.ลำปาง สุโขทัย ตาก ชัยภู
Read more »
กรมชลฯ ขานรับ สทนช. รุกแผนรับมือสถานการณ์น้ำหลากจากกรณีที่สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ประกาศเฝ้าระวังน้ำหลากดินถล่ม และน้ำล้นตลิ่ง เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมา ร่องมรสุมทำให้เกิดฝนตกหนักสะสมทั้งประเทศไทย ทำให้มีปริมาณน้ำในลำน้ำเพิ่มมากขึ้น อีกท
Read more »
'สทนช.' ติดตามสถานการณ์น้ำ 'เขื่อนลำปาว' เร่งลดผลกระทบ 'น้ำท่วม''เลขาธิการสทนช.' ลงพื้นที่ 'เขื่อนลำปาว' พบปริมาณน้ำจุเกิน 25 ล้าน ลบ.ม. สั่งปรับแผนบริหารจัดน้ำ เร่งระบายน้ำท่วมออกจากพื้นที่ ลดผลกระทบประชาชน
Read more »
รบ.เตือนประชาชนริมแม่น้ำเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่ง ย้ำเกาะติดสถานการณ์น้ำ 8-15 ต.ค.นี้รัฐบาลเตือนประชาชนเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ และขอให้ติดตามการแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด ช่วง 8-15 ตุลาคม นี้ วันที่ 8 ต.ค.66 นายคารม พลพรกลาง รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เตือนประชาชนเฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งบริเวณพื้นที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ และขอให้ติดตามการแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำ จากส่วนราชการอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมขนของขึ้นสู่บริเวณที่สูงหรืออพยพทันที หากได้รับการแจ้งเตือน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน นายคารม กล่าวว่า จากรายงานของ สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช
Read more »
