สงครามการค้า สหรัฐ vs จีน : หนังเรื่องนี้จะจบอย่างไร?

United States News News

สงครามการค้า สหรัฐ vs จีน : หนังเรื่องนี้จะจบอย่างไร?
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 siamrath_online
  • ⏱ Reading Time:
  • 196 sec. here
  • 5 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 82%
  • Publisher: 63%

ร้อยเอก ดร.

สัปดาห์ที่ผ่านมาเรื่องที่ร้อนไปทั้งโลกเห็นจะไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการขึ้นเพดานภาษีนำเข้าของสหรัฐต่อหลายประเทศทั่วโลก เรียกได้ว่า ทำเอาทุกประเทศปั่นป่วนไปตามๆกัน หลายประเทศพยายามที่จะยื่นข้อเสนอให้แก่สหรัฐ และหลายประเทศก็โดนปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย ตัวอย่างเช่น เวียดนาม เพื่อนบ้านของเรา ในสัปดาห์ที่แล้วผู้เขียนได้วิเคราะห์ถึงสาเหตุที่สหรัฐทำเช่นนี้ และยุทธศาสตร์ที่ควรรีบทำ สรุปได้ว่า เรื่องนี้ต้อง “ใจเย็นๆ แต่ต้องไม่ช้า” เพราะยังไม่ถึงขั้นโลกแตก แต่ก็ต้องไม่ช้าที่จะเจรจาเพื่อหาดีลที่ดีกว่าซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “มังกร” อย่าง “จีน” ที่ตอบโต้สหรัฐด้วยมาตรการภาษีโดนทันที ทำให้สหรัฐตอบโต้กลับอีกหนึ่งครั้งอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วัน จนขณะที่ผู้เขียนเขียนบทความนี้ ทรัมป์ได้ประกาศไปเรียบร้อยแล้วว่า จะขึ้นเพดานภาษีจีน เป็น 125% โดยมีผลทันที เรียกได้ว่า ณ วินาทีนี้ ไม่ต้องวิเคราะห์กันให้เมื่อยรอยหยักในสมอง “สงครามการค้า” ระหว่างจีนและสหรัฐ ได้อุบัติขึ้นแล้วสำหรับคำถามนี้ ผู้เขียนมองว่า น่าจะเป็นการยากที่สหรัฐจะเอาชนะจีนได้เบ็ดเสร็จในสงครามการค้า สาเหตุประการแรก ต้องอย่าลืมว่า ระบบเศรษฐกิจและการค้าของโลกในปัจจุบันนั้นเป็นระบบที่สหรัฐเป็นผู้กำหนดขึ้นด้วยอิทธิพลทางการเมืองภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา จีนไม่ได้เป็นผู้กำหนดกติกาเหล่านี้ แต่เป็นผู้ที่ปรับตัวจนสามารถสร้างประโยชน์ให้กับตนเองได้ และเติบโตจนมาถึงปัจจุบัน โดยพัฒนาตัวเองจนเกิดความได้เปรียบในระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของต้นทุนการผลิต เรื่องความเชี่ยวชาญของแรงงาน เป็นต้น จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สินค้าจำนวนมากของโลก รวมถึงสินค้าของสหรัฐ “จำเป็น” ที่จะต้องได้รับการผลิตที่จีน โดยเฉพาะสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องอาศัยแรงงานมีฝีมือ เหมือนที่สื่อต่างๆกำลังพูดคุยกันอยู่ในปัจจุบันอย่าง iPhone เป็นต้น ไอโฟน เป็นหนึ่งในตัวอย่างชั้นดีของข้อได้เปรียบของจีนในสงครามการค้าครั้งนี้ อย่าลืมว่าไอโฟนเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่ถูกพูดถึง ยังมินับถึงสินค้านับร้อยนับพันของชาวอเมริกันที่ผลิตอยู่ที่จีนในปัจจุบัน การขึ้นเพดานภาษีต่อประเทศทั่วโลกนั้น นอกจาก hidden agenda ทางการเมืองระหว่างประเทศดังที่บอกไปแล้วในสัปดาห์ที่แล้ว การเอาใจ supporter ชาวอเมริิกันของทรัมป์ก็เป็นอีกหัวใจสำคัญ ดังนั้น การพยายามจะบีบให้ผู้ผลิตต่างๆย้ายฐานการผลิตกลับมาที่อเมริกาก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทรัมป์หมายมั่นปั้นมือ เพื่อเอาใจเหล่าแรงงานที่เป็นฐานเสียง ภายใต้แคมเปญ “เพิ่มงาน” ให้คนอเมริกัน อย่างไรก็ดี การย้ายฐานการผลิตไม่ใช่เรื่องง่ายชนิดที่คิดปุ๊บทำได้ปั๊บ แต่ม่ีขั้นตอนอะไรอีกมากมาย รวมไปจนถึงการคิดแล้วคิดอีกว่า แรงงานในสหรัฐจะทำได้ไหม ค่าแรงในสหรัฐจะไหวไหม ซึ่งจะนำไปสู่คำถามว่า แล้วสินค้าจะราคาเท่าไร จะขายได้ไหม ยิ่งถ้าคิดว่าจะส่งออก จะออกไปสู้สินค้าจีนที่มีอยู่ล้นโลกได้หรือไม่? ดังนั้น อันดับแรกที่จะเกิดขึ้นในระหว่างที่ยังไม่สามารถย้ายฐานการผลิตได้ หรือการย้ายไม่เกิดขึ้นจริง ภาษี 125% ของสหรัฐอาจจะส่งผลให้สินค้าของอเมริกันเอง ที่ผลิตอยู่ในจีน ราคาสูงขึ้น คนอเมริกันจะต้องแบกภาระนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งแน่นอนว่า ผลลัพธ์จะเป็นการกดดันต่อตัวรัฐบาลสหรัฐเองอย่างหนัก ซึ่งถ้าอ่านเกมแบบนี้ ก็ต้องบอกว่า จีนอาจจะรู้อยู่เช่นกัน ว่าทรัมป์ขึ้นเพดานภาษีเพื่อต้องการการเจรจาต่อรอง เพื่อผลระโยชน์อย่างอื่น ซึ่งจีนก็อาจมองว่า ตนนั้นได้เปรียบจึงไม่กลัวที่จะสู้โดยการขึ้นเพดานภาษีใส่กัน เพราะรู้ว่าอย่างไรเสียสินค้าของอเมริกาก็ผลิตอยู่ในแผ่นดินของตนมหาศาล และสหรัฐไม่มีทางเปลี่ยนแปลงความจริงนี้ได้ในช่วงข้ามคืน แต่ก็ต้องบอกว่า หนังเรื่องนี้ เป็นซีรีย์เรื่องยาวครับ ต้องดูกันยาวๆ และอะไรก็เกิดขึ้นได้ บนการเมืองระหว่างประเทศ ในฐานะพลเมืองโลก เราก็ต้องหวังกันต่อไปว่า เรื่องนี้จะจบลงด้วยการเป็นแค่สงครามการค้า เพราะในความจริงแล้วโอกาสที่เรื่องนี้จะเลยเถิดกลายเป็นสงครามทางทหารก็มีอยู่เช่นกัน โดยเฉพาะหากทรัมป์ไปเจอกับทางตันในสงครามการค้า การใช้กำลังทางทหารต่อประเด็นใดประเด็นหนึ่งเช่น ไต้หวัน ก็อาจกลายเป็นสิ่งที่จะรักษาผลประโยชน์ของสหรัฐไว้ได้ เมื่อนั้น โลกคงร้อนระอุมากกว่านี้อีกหลายเท่าตัว ท่ามกลางความร้อนระอุของการเมืองโลกในวันนี้ ผู้เขียนก็ขอให้สงกรานต์ปีนี้ทำให้คนไทยเราเย็นสบายลง ถือว่าชดเชยกับความร้อนของอุณหภูมิการเมืองนะครับ ในโอกาสปีใหม่ไทย 2568 นี้ ผู้เขียนก็ขออวยพรให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน ประสบแต่ความสุขกายสบายใจ เย็นจิตเย็นใจ คิดสิ่งใดก็สมหวัง มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง พร้อมต่อสู้ไปด้วยกันในปีนี้นะครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆครับ.

สัปดาห์ที่ผ่านมาเรื่องที่ร้อนไปทั้งโลกเห็นจะไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าการขึ้นเพดานภาษีนำเข้าของสหรัฐต่อหลายประเทศทั่วโลก เรียกได้ว่า ทำเอาทุกประเทศปั่นป่วนไปตามๆกัน หลายประเทศพยายามที่จะยื่นข้อเสนอให้แก่สหรัฐ และหลายประเทศก็โดนปฏิเสธอย่างไม่มีเยื่อใย ตัวอย่างเช่น เวียดนาม เพื่อนบ้านของเรา ในสัปดาห์ที่แล้วผู้เขียนได้วิเคราะห์ถึงสาเหตุที่สหรัฐทำเช่นนี้ และยุทธศาสตร์ที่ควรรีบทำ สรุปได้ว่า เรื่องนี้ต้อง “ใจเย็นๆ แต่ต้องไม่ช้า” เพราะยังไม่ถึงขั้นโลกแตก แต่ก็ต้องไม่ช้าที่จะเจรจาเพื่อหาดีลที่ดีกว่าซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ “มังกร” อย่าง “จีน” ที่ตอบโต้สหรัฐด้วยมาตรการภาษีโดนทันที ทำให้สหรัฐตอบโต้กลับอีกหนึ่งครั้งอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่กี่วัน จนขณะที่ผู้เขียนเขียนบทความนี้ ทรัมป์ได้ประกาศไปเรียบร้อยแล้วว่า จะขึ้นเพดานภาษีจีน เป็น 125% โดยมีผลทันที เรียกได้ว่า ณ วินาทีนี้ ไม่ต้องวิเคราะห์กันให้เมื่อยรอยหยักในสมอง “สงครามการค้า” ระหว่างจีนและสหรัฐ ได้อุบัติขึ้นแล้วสำหรับคำถามนี้ ผู้เขียนมองว่า น่าจะเป็นการยากที่สหรัฐจะเอาชนะจีนได้เบ็ดเสร็จในสงครามการค้า สาเหตุประการแรก ต้องอย่าลืมว่า ระบบเศรษฐกิจและการค้าของโลกในปัจจุบันนั้นเป็นระบบที่สหรัฐเป็นผู้กำหนดขึ้นด้วยอิทธิพลทางการเมืองภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมา จีนไม่ได้เป็นผู้กำหนดกติกาเหล่านี้ แต่เป็นผู้ที่ปรับตัวจนสามารถสร้างประโยชน์ให้กับตนเองได้ และเติบโตจนมาถึงปัจจุบัน โดยพัฒนาตัวเองจนเกิดความได้เปรียบในระบบ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของต้นทุนการผลิต เรื่องความเชี่ยวชาญของแรงงาน เป็นต้น จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้สินค้าจำนวนมากของโลก รวมถึงสินค้าของสหรัฐ “จำเป็น” ที่จะต้องได้รับการผลิตที่จีน โดยเฉพาะสินค้าประเภทอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องอาศัยแรงงานมีฝีมือ เหมือนที่สื่อต่างๆกำลังพูดคุยกันอยู่ในปัจจุบันอย่าง iPhone เป็นต้น ไอโฟน เป็นหนึ่งในตัวอย่างชั้นดีของข้อได้เปรียบของจีนในสงครามการค้าครั้งนี้ อย่าลืมว่าไอโฟนเป็นเพียงหนึ่งเดียวที่ถูกพูดถึง ยังมินับถึงสินค้านับร้อยนับพันของชาวอเมริกันที่ผลิตอยู่ที่จีนในปัจจุบัน การขึ้นเพดานภาษีต่อประเทศทั่วโลกนั้น นอกจาก hidden agenda ทางการเมืองระหว่างประเทศดังที่บอกไปแล้วในสัปดาห์ที่แล้ว การเอาใจ supporter ชาวอเมริิกันของทรัมป์ก็เป็นอีกหัวใจสำคัญ ดังนั้น การพยายามจะบีบให้ผู้ผลิตต่างๆย้ายฐานการผลิตกลับมาที่อเมริกาก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ทรัมป์หมายมั่นปั้นมือ เพื่อเอาใจเหล่าแรงงานที่เป็นฐานเสียง ภายใต้แคมเปญ “เพิ่มงาน” ให้คนอเมริกัน อย่างไรก็ดี การย้ายฐานการผลิตไม่ใช่เรื่องง่ายชนิดที่คิดปุ๊บทำได้ปั๊บ แต่ม่ีขั้นตอนอะไรอีกมากมาย รวมไปจนถึงการคิดแล้วคิดอีกว่า แรงงานในสหรัฐจะทำได้ไหม ค่าแรงในสหรัฐจะไหวไหม ซึ่งจะนำไปสู่คำถามว่า แล้วสินค้าจะราคาเท่าไร จะขายได้ไหม ยิ่งถ้าคิดว่าจะส่งออก จะออกไปสู้สินค้าจีนที่มีอยู่ล้นโลกได้หรือไม่? ดังนั้น อันดับแรกที่จะเกิดขึ้นในระหว่างที่ยังไม่สามารถย้ายฐานการผลิตได้ หรือการย้ายไม่เกิดขึ้นจริง ภาษี 125% ของสหรัฐอาจจะส่งผลให้สินค้าของอเมริกันเอง ที่ผลิตอยู่ในจีน ราคาสูงขึ้น คนอเมริกันจะต้องแบกภาระนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งแน่นอนว่า ผลลัพธ์จะเป็นการกดดันต่อตัวรัฐบาลสหรัฐเองอย่างหนัก ซึ่งถ้าอ่านเกมแบบนี้ ก็ต้องบอกว่า จีนอาจจะรู้อยู่เช่นกัน ว่าทรัมป์ขึ้นเพดานภาษีเพื่อต้องการการเจรจาต่อรอง เพื่อผลระโยชน์อย่างอื่น ซึ่งจีนก็อาจมองว่า ตนนั้นได้เปรียบจึงไม่กลัวที่จะสู้โดยการขึ้นเพดานภาษีใส่กัน เพราะรู้ว่าอย่างไรเสียสินค้าของอเมริกาก็ผลิตอยู่ในแผ่นดินของตนมหาศาล และสหรัฐไม่มีทางเปลี่ยนแปลงความจริงนี้ได้ในช่วงข้ามคืน แต่ก็ต้องบอกว่า หนังเรื่องนี้ เป็นซีรีย์เรื่องยาวครับ ต้องดูกันยาวๆ และอะไรก็เกิดขึ้นได้ บนการเมืองระหว่างประเทศ ในฐานะพลเมืองโลก เราก็ต้องหวังกันต่อไปว่า เรื่องนี้จะจบลงด้วยการเป็นแค่สงครามการค้า เพราะในความจริงแล้วโอกาสที่เรื่องนี้จะเลยเถิดกลายเป็นสงครามทางทหารก็มีอยู่เช่นกัน โดยเฉพาะหากทรัมป์ไปเจอกับทางตันในสงครามการค้า การใช้กำลังทางทหารต่อประเด็นใดประเด็นหนึ่งเช่น ไต้หวัน ก็อาจกลายเป็นสิ่งที่จะรักษาผลประโยชน์ของสหรัฐไว้ได้ เมื่อนั้น โลกคงร้อนระอุมากกว่านี้อีกหลายเท่าตัว ท่ามกลางความร้อนระอุของการเมืองโลกในวันนี้ ผู้เขียนก็ขอให้สงกรานต์ปีนี้ทำให้คนไทยเราเย็นสบายลง ถือว่าชดเชยกับความร้อนของอุณหภูมิการเมืองนะครับ ในโอกาสปีใหม่ไทย 2568 นี้ ผู้เขียนก็ขออวยพรให้ท่านผู้อ่านทุกท่าน ประสบแต่ความสุขกายสบายใจ เย็นจิตเย็นใจ คิดสิ่งใดก็สมหวัง มีสุขภาพร่างกายและจิตใจที่แข็งแรง พร้อมต่อสู้ไปด้วยกันในปีนี้นะครับ ขอให้ทุกท่านมีความสุขมากๆครับ

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

siamrath_online /  🏆 15. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ต่างชาติลงทุนไทย เพิ่มขึ้น 68% เปิด 5 ประเทศลงทุนเยอะสุดต่างชาติลงทุนไทย เพิ่มขึ้น 68% เปิด 5 ประเทศลงทุนเยอะสุดกรมพัฒนาธุรกิจฯ เผย 2 เดือนแรกปี 68 ต่างชาติ ลงทุนไทย 181 ราย เพิ่มขึ้น 68% โดยมีชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับ ญี่ปุ่น-จีน-สิงคโปร์-สหรัฐ-ฮ่องกง
Read more »

2 เดือนปี 2568 ต่างชาติลงทุนไทยเพิ่มร้อยละ 682 เดือนปี 2568 ต่างชาติลงทุนไทยเพิ่มร้อยละ 68กรมพัฒนาธุรกิจฯ เผย 2 เดือนแรกปี 68 ต่างชาติ ลงทุนไทย 181 ราย เพิ่มขึ้นร้อยละ 68 พร้มเปิดชาวต่างชาติที่เข้ามาลงทุนสูงสุด 5 อันดับ ญี่ปุ่น-จีน-สิงคโปร์-สหรัฐ-ฮ่องกง
Read more »

ศึก 2 ประเทศมหาอำนาจ 'จีน-สหรัฐ' ไร้การเจรจา นำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจโลกศึก 2 ประเทศมหาอำนาจ 'จีน-สหรัฐ' ไร้การเจรจา นำไปสู่วิกฤตเศรษฐกิจโลกหอการค้าไทยในจีน วิเคราะห์ศึก 2 ประเทศมหาอำนาจ เมื่อ “จีน-สหรัฐ” ไม่คุยกัน เป็นเรื่องน่ากลัว หากสหรัฐชนะเกมแรกแล้วไม่หยุด อาจเก็บภาษีอื่นเพิ่ม
Read more »

‘ภาษีคาร์บอนจากขนส่งทางเรือ’ นโยบายสิ่งแวดล้อมที่ ‘สหรัฐ-จีน’ ไม่เห็นด้วย‘ภาษีคาร์บอนจากขนส่งทางเรือ’ นโยบายสิ่งแวดล้อมที่ ‘สหรัฐ-จีน’ ไม่เห็นด้วยประเทศต่าง ๆ หาทางบรรลุข้อตกลงในการเรียกเก็บภาษีจากเรือพาณิชย์สำหรับการปล่อยมลพิษ ซึ่งถือเป็นภาษีคาร์บอนระดับโลกครั้งแรกของโลก
Read more »

'หุ้นจีน' อยู่ในความเสี่ยง เมื่อสหรัฐออกมาตรการคว่ำบาตร ซ้ำเติมภาษีทรัมป์'หุ้นจีน' อยู่ในความเสี่ยง เมื่อสหรัฐออกมาตรการคว่ำบาตร ซ้ำเติมภาษีทรัมป์'หุ้นจีน' อยู่ในความเสี่ยง เมื่อสหรัฐประกาศมาตรการ ‘คว่ำบาตร’ ยิ่งซ้ำเติมภาษีทรัมป์ จับตาจำกัดส่งออก ‘ชิป’ นักวิเคราะห์ชะลอลงทุนหุ้นจีน รอความชัดเจน ‘สงครามการค้า’
Read more »

เบื้องหลังจีนพลิกเกม เปลี่ยน 'สงครามการค้า' สู่ 'สงครามการเงิน' ทำสหรัฐฯ จุก!เบื้องหลังจีนพลิกเกม เปลี่ยน 'สงครามการค้า' สู่ 'สงครามการเงิน' ทำสหรัฐฯ จุก!ดร.วิศิษฐ์ ECO TNITY เปิดเบื้องหลัง 'สงครามการค้า' แปรเป็น 'สงครามการเงิน' จีน-ญี่ปุ่น แห่เทขายพันธบัตรสหรัฐฯ ดันบอนด์ยีลด์พุ่ง 4.
Read more »



Render Time: 2026-04-01 22:21:11