สงครามการเงิน : อีกมิติของการสู้รบ

United States News News

สงครามการเงิน : อีกมิติของการสู้รบ
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 siamrath_online
  • ⏱ Reading Time:
  • 247 sec. here
  • 6 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 102%
  • Publisher: 63%

ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ / ทหารประชาธิปไตย เมื่อสหรัฐฯ ใช้กลไกทางการเงินเป็นเครื่องมือในการบีบบังคับประเทศที่ไม่ยอมรับอำนาจหนึ่งเดียวของสหรัฐฯ หลายประเทศจึงต้องรวมตัวเพื่อปกป้องตนเอง และตอบโต้ จนทำให้สหรัฐฯต้องถอยร่น เพราะอาวุธสำคัญที่สหรัฐฯใช้เริ่มเสื่อมมนต์ขลัง นั่นคือ ดอลลาร์ และระบบควบคุมการโอนเงินระหว่าง (SWIFT) BRICS...

เมื่อสหรัฐฯ ใช้กลไกทางการเงินเป็นเครื่องมือในการบีบบังคับประเทศที่ไม่ยอมรับอำนาจหนึ่งเดียวของสหรัฐฯ หลายประเทศจึงต้องรวมตัวเพื่อปกป้องตนเอง และตอบโต้ จนทำให้สหรัฐฯต้องถอยร่น เพราะอาวุธสำคัญที่สหรัฐฯใช้เริ่มเสื่อมมนต์ขลัง นั่นคือ ดอลลาร์ และระบบควบคุมการโอนเงินระหว่าง BRICS คือกลุ่มประเทศที่เป็นแกนหลักในการจัดสร้างระบบการเงินที่จะไม่ต้องพึ่งพาดอลลาร์ และระบบ SWIFT นั่นคือการสร้างระบบ BRICS PAY ที่ใช้โปรแกรม BLOCK CHAIN ในการแลกเปลี่ยนเงินสกุลท้องถิ่นของสมาชิก ในการค้าขาย ผลทำให้ดอลลาร์เริ่มเสื่อมค่าและถูกลดบทบาทในฐานะเงินสกุลหลักของโลกที่ใช้ในการค้าขาย การลงทุน และนั่นทำให้อาวุธทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯที่ใช้ในการควบคุมเศรษฐกิจโลก New World Order ลดอานุภาพจนอาจถึงขั้นเป็นอันตรายต่อตนเอง เพราะระบบเดิมที่สหรัฐฯใช้อยู่ในการพิมพ์ดอลลาร์เพิ่ม คือการออกพันธบัตรมาค้ำประกันเริ่มติดขัด ราคาพันธบัตรที่มีอยู่ตกต่ำ และที่เตรียมจะออกใหม่ก็มีทีท่าว่าจะขายออกยาก ความน่าเชื่อถือของดอลลาร์ลดลง ด้วยสถานการณ์ Dedollarization ทั้งนี้สหรัฐฯใช้ทองคำสำรองประมาณ 8,133 ตัน ซึ่งบันทึกไว้ในบัญชีมูลค่า $42.

22 ต่อทองคำ 1 ออนซ์ ไว้ในปี 1973 และยังไม่มีการปรับมูลค่า โดยในความเป็นจริงราคาทองคำในปี 1973 ในท้องตลาดมีมูลค่ากว่า $100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ในขณะที่ราคาตลาดปัจจุบันมีมูลค่ากว่า $3,300 ต่อออนซ์ สหรัฐฯจึงเตรียมการปรับมูลค่าทองคำสำรองของตนตามราคาตลาด ซึ่งจะทำให้มีมูลค่าประมาณกว่า $ 800,000 ล้าน โดยจะใช้ทองคำสำรองนี้เป็นหลักประกันมูลค่าดอลลาร์ แต่มิได้เปิดให้ใช้ดอลลาร์แลกทองคำเหมือนระบบเดิม ดังนั้นเมื่อธนาคารกลาง ของสหรัฐฯ ต้องการพิมพ์เงินเพิ่มโดยกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ ก็สามารถเพิ่มได้โดยมิต้องออกพันธบัตรมาค้ำประกัน แต่สหรัฐฯมิได้ทำแค่นั้น ประธานาธิบดีทรัมป์ยังออกมาตรการอีก 2 ประการ เพื่อมาหนุนความเชื่อมั่นในเงินดอลลาร์คือ 1.Stretegic Bitcoin Reserve นั่นคือการนำเอา Bitcoin และเงินคริปโตอีก 4 สกุล มาเป็นสำรองเงินหนุนค่าดอลลาร์ โดยตั้งเป้าให้มี Bitcoin เป็น 5 % ของปริมาณ Bitcoin ทั้งโลก ซึ่งปัจจุบันสหรัฐฯมีอยู่ $21 พันล้าน ต้องเพิ่มอีก $88 พันล้าน รวมกับเงินอีก 4 สกุล คือ XRP, ETH, SOL, ADA ซึ่งในปัจจุบันเป็นเงินที่ยึดมาจากเอกชนที่ทำผิดกฎหมายมาก่อนหน้านี้ ทั้งนี้โดยทรัมป์ได้ออกคำสั่งประธานาธิบดีเพื่อเป็นกฎหมายรองรับ 2.รัฐสภาออกกฎหมายรับรอง Private Stable โดยให้มีการจดทะเบียนยอมรับเอกชนที่จะมาเป็นผู้ออก Stablecoin ซึ่งมีเงื่อนไขว่า เงินเหล่านั้นจะต้องมีดอลลาร์หรือพันธบัตรหนุนหลัง 100 % นั่นคือการสร้างดีมานด์ให้เงินดอลลาร์ และพันธบัตรรัฐบาลที่กำลังมีราคาตกต่ำลง อย่างไรก็ตามการหนุนหลังค่าเงินดอลลาร์ในระบบใหม่นี้เป็นเพียงการสร้างความน่าเชื่อถือในลักษณะจิตวิทยา เพราะมิได้อนุญาตให้มีการนำดอลลาร์มาแลกกับทองคำ หรือคริปโตที่รัฐบาลมีสำรองอยู่ แต่ก็มีลักษณะคล้ายกับเงินกองทุนสำรองเงินตราระหว่างประเทศที่ทำกันอยู่ทั่วไป ข้อดีของระบบนี้สำหรับรัฐบาล คือไม่ต้องผูกมัดให้แลกทองคำจริง และเมื่อทองคำมีราคาตลาดสูงขึ้น ทุนสำรองนี้ก็เพิ่มขึ้นทำให้พิมพ์ธนบัตรเพิ่มขึ้นได้ถ้าต้องการ ทำให้สามารถรักษาอำนาจการควบคุมนโยบายการเงิน และสร้างความเชื่อมั่นโดยไม่จำกัดความยึดหยุ่น เช่น กรณีที่ FED กำลังจะประกาศลดอัตราดอกเบี้ย ก็ไม่ต้องห่วงที่จะมาปกป้องค่าดออลาร์ สำหรับตลาดมาตรการนี้ช่วยให้ตลาดมีความมั่นใจมากขึ้นว่ามีอะไรหนุนหลังดอลลาร์ที่ถืออยู่ ลดความกังวลเรื่องการพิมพ์ธนบัตรที่ไม่จำกัดอย่าง QE สำหรับเศรษฐกิจโลกทำให้เงินดอลลาร์ยังคงเป็นเงินสกุลสำรองหลักในการค้าขายโลก สนับสนุนระบบการเงินดิจิทัลให้มีการพัฒนาต่อไปได้ในอนาคต ทั้งนี้รัฐสภาได้ออกกฎหมายที่เรียกว่า Genius Act ออกมาเพื่อจัดระบบ Stablecoin ประกอบกับ Stretegic Bitcoin Reserve ที่ทรัมป์ออกคำสั่งบริหารมารองรับ ดังนั้นหากสหรัฐฯจะสร้างหนี้เพิ่มขึ้นจากงบประมาณขาดดุลก็สามารถพิมพ์ธนบัตรเพิ่มขึ้นได้ แต่ก็จะต้องมีการปรับมูลค่าทองคำสำรองให้สอดรับหรืออาจต้องเพิ่มเงินดิจิทัล 5 ชนิดดังกล่าวโดยอาจแก้ไขคำสั่งประธานาธิบดี หรือหากตลาด Stablecoin ขยายตัวมีทุนหนุนหลังเป็นดอลลาร์ หรือพันธบัตรเพิ่มขึ้น รัฐบาลก็มีทางระบายพันธบัตรที่ออกเพิ่มในอัตราดอกเบี้ยที่ถูกกว่าเดิม เพราะการมี Stablecoin รองรับจากภาคเอกชน ดังนั้นภาระหนี้สาธารณะของสหรัฐฯ ก็จะได้รับการผ่อนคลายลง นอกจากนี้ยังได้รายได้เพิ่มจากที่มีการขึ้นภาษีศุลกากรอีกประมาณ 200,000 ล้านต่อปีก็อาจมาช่วยจุนเจือภาระหนี้ได้บ้าง นอกเหนือจากการปล่อยให้เงินเฟ้อฆ่าหนี้ ฉะนั้นจึงยังไม่อาจสรุปได้ว่า ดอลลาร์จะตายสนิท และเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะพังพินาศในทางตรงข้ามการปรับกลไกการเงินในครั้งนี้ ทำให้เกิดเม็ดเงินเพิ่มขึ้นในแวดวงธุรกิจสหรัฐฯ และทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯบูมในปีนี้ แต่เป็นอุตสาหกรรมใหม่ๆ เช่น กลุ่มธุรกิจคอมพิวเตอร์ควอนตัม หรือแบบบริษัท Palantir ซึ่งเป็นบริษัทประมวลข้อมูลและนำเสนอเป็นแพ็กเกจผ่านเครือข่ายที่ประสานกันเป็น Network เพื่อสนับสนุนการทำสงคราม เป็นต้น ในขณะที่ด้านกลุ่ม BRICS หลังจากเกิดความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯกับอินเดีย โดยสหรัฐฯเพิ่มอัตราภาษีศุลกากรอินเดียเป็น 50 % โทษฐานอวดดีไม่ยอมทำตามสหรัฐฯที่ให้เลิกซื้อน้ำมันรัสเซีย ซึ่งอินเดียเป็นลูกค้ารายใหญ่มากกว่าจีน ทำให้บรรยากาศใน BRICS คึกคักขึ้น อย่างไรก็ตามหากการเจรจาระหว่างปูตินกับทรัมป์ที่อะแลสกาเป็นไปด้วยดี การแซงก์ชันผู้ซื้อน้ำมันรัสเซียแบบ Secondary ก็อาจยกเลิกไปได้ แต่สภาพการผันผวนทางการเงิน ทำให้ทั่วโลกไม่เฉพาะ BRICS ได้ทุ่มเทความสนใจไปที่การซื้อทองคำเข้ามาเป็นทุนสำรองมากขึ้น ทั้งนี้ปริมาณทองคำสำรองรวมในธนาคารกลางทั่วโลกเพิ่มขึ้น 19 %ในช่วง 20 ปีที่ผ่านมา และมีมูลค่าเพิ่มขึ้น7 เท่า เป็น 2.5 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีรัสเซีย จีน อินเดีย ตุรเคีย และอุซเบกิสถาน เป็นผู้นำในการเพิ่มทองคำสำรอง แต่สหรัฐฯมีทองคำสำรองมากที่สุด ส่วนสัดส่วนของทองคำสำรองอันดับสูงสุด คือ เวเนซุเอลา 82.4 % โปรตุเกส 80.1% สหรัฐฯ 79% เยอรมนี 70 % อิตาลี 65% ฝรั่งเศส 65 % รัสเซีย 34 % ส่วนจีนนั้นมีเพียง 7% แต่มีแผนเพิ่มสำรองอีกอย่างต่อเนื่อง ส่วนไทย 5% สูงสุดในอาเซียน ทั้งนี้แสดงให้เห็นถึงกลยุทธ์การลดความเสี่ยงและรักษาเสถียรภาพทางการเงิน โดยเฉพาะในยามที่เกิดความผันผวนทางเศรษฐกิจ อนึ่งในขณะนี้รัสเซียเป็นผู้ที่มีการเคลื่อนไหวที่แข็งขันที่สุดในการใช้โลหะเป็นทุนสำรอง เช่น แร่เงิน ทองคำขาว และรัสเซียยังเปิดตลาดการขายโลหะทองคำที่เซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ซึ่งต่างจากตลาดโลหะในลอนดอน หรือโคเมคในนิวยอร์กที่ขายกระดาษ รวมทั้งการซื้อขายล่วงหน้าอันเป็นการเก็งกำไร และสร้างความผันผวนในตลาด โดยมูลค่าทองกระดาษเหล่านี้มีหลายสิบเท่าของมูลค่าทองแท่งจริงๆ ที่มีอยู่ในตลาด สรุปผลของสงครามการเงินดอลลาร์คงไม่สูญพันธุ์แต่จะมีตลาดทางเลือก คือ BRICS ซึ่งคงยังไม่ออกเงินสกุล BRICS แต่จะใช้ระบบBRICS PAYเพื่อหลีกเลี่ยงการใช้ดอลลาร์ในการแลกเปลี่ยน และสหรัฐฯก็คงจะไม่ใช่ผู้นำเดี่ยวอีกต่อไป

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

siamrath_online /  🏆 15. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

โครงการโดมทอง (Golden Dome) ของทรัมป์โครงการโดมทอง (Golden Dome) ของทรัมป์ช่วยกันคิด ช่วยกันทำ/ทหารประชาธิปไตย เมื่อทรัมป์ประกาศโครงการโดมทองที่จะปกป้องสหรัฐฯ ทั้งประเทศ และอาจรวมแคนาดา (อ้างว่าเขาร้องขอ) โดยโครงการนี้เป็นโครงการที่จะใช้ระบบขีปนาวุธและเครือข่ายต่างๆของระบบป้องกันและระบบตรวจสอบสื่อสารอย่างเรดาห์ หรือดาวเทียม ซึ่งจะเป็นการปกป้องหลายชั้นที่เชื่อถือได้ งานนี้บริษัท Lockheed Martin...
Read more »

มุมมองทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อปัญหานิวเคลียร์ ระหว่างอิหร่านและเกาหลีเหนือมุมมองทางภูมิรัฐศาสตร์ต่อปัญหานิวเคลียร์ ระหว่างอิหร่านและเกาหลีเหนือช่วยกันคิด ช่วยกันทำ / ทหารประชาธิปไตย บนพื้นหลังความขัดแย้งทั้งอิหร่าน และเกาหลีเหนือ ต่างมีความตึงเครียดทางการเมืองกับสหรัฐอเมริกา และประเทศตะวันตกมายาวนาน โดยอิหร่านถูกคว่ำบาตรหลังการปฏิวัติอิสลามในปีค.ศ.
Read more »

อาเซอร์ไบจานตัวเล่นใหม่แห่งความขัดแย้งในภูมิภาคอาเซอร์ไบจานตัวเล่นใหม่แห่งความขัดแย้งในภูมิภาคช่วยกันคิด ช่วยกันทำ / ทหารประชาธิปไตย ทฤษฎีทางภูมิรัฐศาสตร์ของแมคคินเดอร์ (1904) ที่เน้นพื้นที่ Heartland กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้งจากปัญหาความขัดแย้งและสงครามระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล เพราะมันไม่ใช่เพียงความขัดแย้งในตะวันออกกลางเท่านั้น แม้อิหร่าน ถูกถือว่าเป็นผู้เล่นสำคัญตัวหนึ่งในตะวันออกกลาง ทว่าอิหร่านยังเป็นประตูสำคัญที่จะนำไปสู่พื้นที่...
Read more »

เกมส์หมากล้อมในตะวันออกกลางเกมส์หมากล้อมในตะวันออกกลางช่วยกันคิด ช่วยกันทำ / ทหารประชาธิปไตย ภายหลังสงคราม 12 วัน ระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล ต่างฝ่ายก็เร่งฟื้นฟูบูรณะความเสียหายที่ได้รับจากการทำสงครามกัน นอกจากนี้ก็ได้มีการปรับปรุงและเสริมสมรรถนะในการป้องกันตนเองไม่ว่าจะเป็นระบบป้องกันภัยทางอากาศ การป้องกันการก่อการร้าย การปรับปรุงงานด้านการข่าว และระบบตรวจสอบต่างๆ...
Read more »

สงครามเศรษฐกิจการเงิน อาจนำไปสู่สงครามโลกสงครามเศรษฐกิจการเงิน อาจนำไปสู่สงครามโลกช่วยกันคิด ช่วยกันทำ / ทหารประชาธิปไตย การแบ่งขั้วแบ่งข้างกำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้นในโลกปัจจุบัน ขณะที่ผู้นำเดี่ยวอย่างสหรัฐฯ ก็พยายามฉุดรั้งเพื่อให้ตนยังคงสถานะเป็นผู้นำอยู่ต่อไป ด้านเศรษฐกิจการเงิน สหรัฐฯกำลังวางแผนให้เฟดลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.50% ในปี 2025 และในปีถัดไป และจะมีผลทำให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง 10.
Read more »

ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา กับความสับสน ของวงการวิเคราะห์ข่าวความขัดแย้งไทย-กัมพูชา กับความสับสน ของวงการวิเคราะห์ข่าวช่วยกันคิด ช่วยกันทำ / ทหารประชาธิปไตย ประเด็นที่น่าจะนำมาพิจารณาในอันดับต้นๆ ก็คือ การที่คณะนายทหารกัมพูชา นำโดยนายพลซวน สมนัง เดินทางไปเยือนศูนย์บัญชาการอินโดแปซิฟิกของสหรัฐฯ ที่ฮาวาย ก็มีการตีความว่าได้มีการลงนามข้อตกลงเพื่อเข้าร่วมในยุทธศาสตร์อินโดแปซิฟิก ที่มุ่งปิดล้อมจีนทางทหาร ก็เลยมองต่อว่าสหรัฐฯมีแผนจะตั้งฐานทัพในกัมพูชา...
Read more »



Render Time: 2026-04-02 13:08:27