ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองร่าง พ.ร.บ.ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน จุดเริ่มต้นดันไทยเทียบเวทีโลก

หุ้น News

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองร่าง พ.ร.บ.ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน จุดเริ่มต้นดันไทยเทียบเวทีโลก
หุ้นไทยหุ้นวันนี้ตลาดหุ้น
  • 📰 eFinanceThai
  • ⏱ Reading Time:
  • 379 sec. here
  • 16 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 183%
  • Publisher: 63%

สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -13 ก.พ. 68 17:48 น. • เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบหลักการของร่างพระราชบัญญัติศูนย์กลางการประกอบธุรกิจ...

• เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบหลักการของร่างพระราชบัญญัติศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน พ.ศ. . หรือร่าง พ.ร.บ.Financial Hub นอกจากนี้ ครม.ยังรับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลาและกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติศูนย์กลางการประกอบ ธุรกิจทางการเงิน พ.

• เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2568 คณะรัฐมนตรี มีมติเห็นชอบหลักการของร่างพระราชบัญญัติศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน พ.ศ. .... หรือร่าง พ.ร.บ.Financial Hub นอกจากนี้ ครม.ยังรับทราบแผนในการจัดทำกฎหมายลำดับรอง กรอบระยะเวลาและกรอบสาระสำคัญของกฎหมายลำดับรองที่ออกตามร่างพระราชบัญญัติศูนย์กลางการประกอบ ธุรกิจทางการเงิน พ.ศ. .... ตามที่กระทรวงการคลัง เสนอ ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของ ครม.ที่มุ่งหวังให้ประเทศไทยเป็นหนึ่งในศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน เพื่อช่วยดึงดูดผู้ประกอบธุรกิจทางการเงินต่างประเทศให้เข้ามาลงทุนในประเทศมากขึ้น• วัตถุประสงค์: ดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ เพิ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจ จัดเก็บรายได้ได้เพิ่มขึ้น ผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตอย่างเต็มประสิทธิภาพ มีการถ่ายทอดทักษะทางการเงินมากขึ้น และพัฒนาระบบนิเวศของอุตสาหกรรมการเงิน ของประเทศ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนบทบาทให้ไทยเป็นผู้เล่นสำคัญทางเศรษฐกิจในเวทีโลก และ • ลูกค้าเป้าหมาย: ผู้มีถิ่นที่อยู่นอกประเทศ เว้นแต่กิจกรรมการมีส่วนร่วมในตลาด • ธุรกิจเป้าหมาย: ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธุรกิจบริการชำระเงิน ธุรกิจหลักทรัพย์ ธุรกิจสัญญาซื้อขายล่วงหน้า ธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ธุรกิจประกันภัย ธุรกิจนายหน้าประกันภัยต่อ และธุรกิจทางการเงินหรือธุรกิจอื่นที่เกี่ยวเนื่องหรือสนับสนุนธุรกิจทางการเงิน ตามที่คณะกรรมการฯ กำหนด • โครงสร้างการดูแล: มีคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมศูนย์กลางการประกอบธุรกิจการเงิน โดยมี รมว.คลังเป็นประธาน, มีสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน ซึ่งมีสถานะเป็นหน่วยงานรัฐที่เป็นนิติบุคคลแต่ไม่เป็นส่วนราชการ ทำหน้าที่กำกับดูแลการประกอบธุรกิจเป้าหมาย และปฏิบัติงานด้านต่างๆ ในลักษณะเบ็ดเสร็จครบวงจร ขณะที่ ทุนจัดตั้งจะมาจากทุนของรัฐบาล ค่าธรรมเนียม และดอกผลที่เกิดจากการบริหารทรัพย์สินของสำนักงาน เป็นต้น • กรณีที่มีปัญหากระทบเสถียรภาพระบบเศรษฐกิจและระบบการเงิน: ให้คณะกรรมการฯ กำหนดหลักเกณฑ์ตามข้อเสนอของธปท. ก.ล.ต. และ คปภ.◦ ประเด็นการกำกับดูแลการประกอบธุรกิจ โดยแม้ร่างกฎหมายจะระบุชัดเจนให้ผู้ประกอบธุรกิจใน Financial Hub สามารถชักชวน ขายสินค้า โฆษณา หรือให้บริการแก่ NRs เท่านั้น แต่ก็ยังเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าว สามารถให้บริการตัวแทน นายหน้า ค้า จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ สัญญาซื้อขายล่วงหน้า หรือสินทรัพย์ดิจิทัลในต่างประเทศได้ในลักษณะ Business to Business ซึ่งสะท้อนการเปิดโอกาสให้มีการแข่งขันด้านธุรกิจ Wealth Management ที่ขยายขอบเขตไปถึงสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งสามารถนำผลิตภัณฑ์ทางการเงินมาขายลูกค้าที่มีถิ่นฐานอยู่ในไทยและนำไปลงทุนในต่างประเทศในลักษณะ Co-Service ซึ่งย่อมจะทำให้การแข่งขันในธุรกิจนี้กับสถาบันการเงินไทยมีความเข้มข้นมากขึ้น จากในปัจจุบันที่ลูกค้าไทยสามารถลงทุนในผลิตภัณฑ์ตลาดทุนจากต่างประเทศได้อยู่แล้วก็ตาม นอกจากนี้ ด้วยเจตนาของร่างกฎหมายมองว่า การทำธุรกรรมในลักษณะ Out-Out ดังกล่าว อาจไม่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับภาคการเงินของประเทศมากนัก ดังนั้น จึงได้อนุญาตให้มีการทำกิจกรรมที่ “มีส่วนร่วมหรือสนับสนุนตลาดในประเทศ” หรือ Market Participant อื่นๆ ด้วย เพื่อสนับสนุนโอกาสการทำธุรกิจสำหรับผู้ประกอบการด้านการเงินในประเทศ อาทิ การกู้ยืมในลักษณะ Interbank กับสถาบันการเงินไทย รวมถึงสามารถทำประกันภัยต่อกับบริษัทประกันภัยในประเทศไทยเพื่อโอนความเสี่ยงได้ ◦ สิทธิประโยชน์เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ต่างชาติเข้ามาไทย มีหลายด้าน โดยให้สิทธิในการเป็นเจ้าของอาคารชุด การนำคนต่างด้าวเข้ามาอยู่ในไทยได้ตามจำนวนและระยะเวลาที่สำนักงานฯ อนุญาติ สิทธิในการมีสถานะเป็น NRs ที่ประกอบธุรกิจทางการเงินภายใต้กฎหมายควบคุมแลกเปลี่ยนเงินและมาตรการป้องปรามการเก็งกำไรค่าเงินบาท และการประกอบอาชีพที่เคยจำกัดให้เฉพาะคนไทย หรืออาชีพที่แต่เดิมต้องได้รับใบอนุญาตหรือใบรับรองก่อน ◦ สถานที่ประกอบธุรกิจ ให้ตั้งอยู่ในพื้นที่กำหนด ซึ่งคาดว่าจะเป็นกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพราะมีความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐานทางการเงิน และการใช้ชีวิต เพื่อสนับสนุนการตั้งธุรกิจการเงินของของต่างชาติ◦ ร่างกฎหมายไม่ได้ปิดกั้นการทำธุรกิจกับผู้มีถิ่นฐานในไทยทั้งหมด โดยใน ม.53 ร่างกฎหมายเปิดโอกาสให้คณะกรรมการฯ กำหนดเพิ่มเติมได้ ภายใต้ข้อเสนอแนะของสำนักงานฯ และหน่วยงานกำกับที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ ธปท. ก.ล.ต. และคปภ. ซึ่งหมายความว่า คงต้องติดตามกฎหมาย/ประกาศลำดับรองในอนาคต ◦ คณะกรรมการฯ มีอำนาจตามกฎหมายค่อนข้างมาก ดังจะสังเกตได้จากการปิดมาตราสำคัญๆ ด้วยข้อความให้คณะกรรมการฯ สามารถประกาศกำหนดรายละเอียดเพิ่มเติม ซึ่งแม้ว่าจะสะท้อนเจตนาของการออกแบบกฎหมายให้มีความยืดหยุ่นตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป ดังเช่นกฎหมายอื่นๆ แต่การที่ไม่ได้ตีกรอบอำนาจที่ชัดเจน ก็ทำให้เกิดประเด็นปลายเปิดที่อาจมีผลต่อ Stakeholders ในประเทศมากขึ้นในอนาคต เช่น ในบริบทของการกำหนดประเภทและขอบเขตของธุรกิจเป้าหมาย การกำกับดูแลการประกอบธุรกิจภายใต้การส่งเสริม หรือขอบเขตอำนาจของคณะกรรมการฯ ในการให้สิทธิประโยชน์ต่างๆ เป็นต้น ◦ ประเด็นความยุติธรรมในการแข่งขันกับสถาบันการเงินหรือผู้เล่นในไทย อาทิ ในมิติของความเข้มข้นของการกำกับดูแลด้านเงินกองทุน การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านต่างๆ รวมถึง Market Conduct ซึ่งเป็นบทบาทของคณะกรรมการฯ1 และในหลักการ คณะกรรมการฯ ควรกำหนดให้สอดคล้องกับแนวทางที่ผู้กำกับดูแลการเงินในประเทศ ดำเนินการอยู่ในปัจจุบันอันจะกลายเป็นประเด็นติดตามกฎหมายลูก/ประกาศต่างๆ ที่จะตามมา ◦ ปัญหาการทับซ้อนของการกำกับดูแล เนื่องจากขอบเขตการทำธุรกรรมทางการเงินที่อยู่ภายใต้อำนาจของคณะกรรมการฯ และสำนักงานฯ มีความทับซ้อนกับบริการทางการเงินเกือบทุกด้าน เพียงแต่ในระยะแรก จะเน้นให้บริการกับ NRs เป็นหลัก ขอบเขตการกำกับดูแลของสำนักงานฯ จึงเน้นควบคุมกิจการการเงินที่ให้บริการกับ NRs โดยดูแลตลอดกระบวนการ ตั้งแต่จดทะเบียนจัดตั้งไปจนถึงการเพิกถอนกิจการ ซึ่งต่างจากหน่วยงานกำกับดูแลปัจจุบัน ทั้ง ธปท. ก.ล.ต.และคปภ.ที่เน้นการกำกับดูแลสถาบันการเงินที่ให้บริการกับผู้มีถิ่นฐานในประเทศ อย่างไรก็ตาม หากในอนาคต มีการขยายขอบเขตมาให้บริการลูกค้าผู้มีถิ่นฐานในประเทศมากขึ้น คงจะหลีกเลี่ยงการทับซ้อนของการกำกับดูแลได้ยาก อันเป็นประเด็นที่ต้องจัดการต่อไป ◦ การดูแลประเด็นการฟอกเงินและการทำธุรกรรมทางการเงินที่ผิดกฎหมาย ซึ่งจะมีความซับซ้อนขึ้น ตามปริมาณและมูลค่าธุรกรรมการเงินที่เพิ่มขึ้น ซึ่งในส่วนนี้จะต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ที่ปัจจุบันกำหนดให้ต้องรายงานรายละเอียดของธุรกรรมเงินโอนของลูกค้าที่มีมูลค่าตั้งแต่ 7 แสนบาทขึ้นไป หรือตรวจสอบธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย อันจะเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบธุรกิจ ตาม พ.ร.บ. Financial Hub รวมถึงหน้าที่ของสถาบันการเงินในประเทศที่เป็นคู่ธุรกรรมกับผู้ประกอบธุรกิจดังกล่าวที่จะเพิ่มขึ้นในอนาคต ◦ ร่างกฎหมาย ไม่ได้ครอบคลุมถึงแรงจูงใจที่สำคัญในการดึงดูด NRs ให้เข้ามาตั้ง Office ในไทย อาทิ การลดภาษี ซึ่งเป็นหนึ่งในอุปสรรคหลักของไทยเมื่อเทียบกับศูนย์กลางทางการเงินอื่นๆ และจะกระทบต่อประสิทธิผลของการตั้ง FinHub ในการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการลดภาษีต้องอาศัยอำนาจตามกฎหมายของกรมสรรพากร ซึ่งการดำเนินการในทางปฏิบัติ อาจต้องประเมินถึงการออกแบบโครงสร้างภาษีที่เหมาะสมทั้งระบบ เพื่อหาจุดสมดุลระหว่าง 1) อัตราภาษีที่แข่งขันได้กับ Financial Hub อื่นๆ กับ 2) ผลกระทบต่อรายได้ภาษีของประเทศ และ 3) ความเท่าเทียมกันระหว่าง NRs และกิจการ/ผู้มีถิ่นฐานในประเทศที่ยังต้องเสียภาษีอัตราเดิม อย่างไรก็ตาม ข้อสังเกตต่างๆ ข้างต้น เป็นการพิจารณาจากร่าง พ.ร.บ.ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน พ.ศ. .... ในระยะก่อนขั้นตอนการพิจารณาของคณะกรรมการกฤษฎีกา ซึ่งหมายความว่า รายละเอียดต่างๆ ของร่างกฎหมายสามารถเปลี่ยนแปลงได้อีก ทั้งนี้ หากกฎหมายสามารถผ่านกระบวนการทางกฎหมายต่างๆ ได้จริง โดยสาระสำคัญยังคงอยู่ ก็จะกลายเป็นโจทย์ยากของคณะกรรมการฯ ที่จะกำหนดรายละเอียดของกฎหมายและประกาศย่อยต่างๆ ภายใน 360 วันหลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้ ซึ่งจะต้องชั่งน้ำหนักระหว่างเป้าหมายในการเปิดโอกาสให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนในธุรกิจการเงิน กับเป้าหมายของการดูแลด้านเสถียรภาพของระบบการเงิน รวมถึงผลดี-ผลกระทบอื่นๆ อย่างรอบด้าน เพื่อให้แนวปฏิบัติในแต่ละระยะของการบังคับใช้กฎหมาย สามารถพาประเทศสู่ระดับศูนย์กลางทางการเงินที่เติบโตขึ้น โดยที่ยังสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านของสถาบันการเงิน ตลาดทุน และผู้บริโภคในประเทศได้อย่างราบรื่น นอกจากนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ไทยยังจำเป็นต้องพัฒนาจุดเด่นทางเศรษฐกิจอื่นๆ ร่วมด้วย ควบคู่กับการสร้าง Talent ด้านการเงินที่เพียงพอ เร่งเพิ่มทักษะทางการเงินของประชากรไทย และความพร้อมของระบบชำระเงินและ IT ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเพื่อรองรับธุรกรรมมูลค่าสูง อันจะทำให้ไทยได้ประโยชน์จากการเริ่มต้นบทบาทใหม่ในครั้งนี้อย่างเต็มที่และยั่งยืน

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

eFinanceThai /  🏆 17. in TH

หุ้นไทย หุ้นวันนี้ ตลาดหุ้น ข่าวหุ้น การลงทุน SET Stock Investment

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ก.พ.ร. ปรับปรุง พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน ผ่อนเกณฑ์ตั้ง-ยุบ กระทรวง-กรมก.พ.ร. ปรับปรุง พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน ผ่อนเกณฑ์ตั้ง-ยุบ กระทรวง-กรมก.พ.ร.ปรับปรุงร่าง พ.ร.บ.บริหารราชการแผ่นดิน ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันโดยเฉพาะการปรับปรุงการจัดตั้ง หรือยุบเลิก กระทรวงและกรมต่าง ๆ ให้เกิดความยืดหยุ่นมากขึ้น พร้อมดันบทบาทภาครัฐให้ทำแซนด์บ็อกซ์ในบางเรื่องสอดคล้องหลักการรัฐบาลทันสมัย
Read more »

รื้อฟื้นคดีแตงโม ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหารื้อฟื้นคดีแตงโม ไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาเนื้อหาข่าววิเคราะห์การรื้อฟื้นคดีแตงโม โดยอธิบายถึง พ.ร.บ.การรื้อฟื้นคดีอาญาขึ้นพิจารณาใหม่ พ.ศ. 2526 ซึ่งเป็นมาตรการเยียวยาความผิดพลาดในกระบวนการยุติธรรม และเน้นย้ำว่า การรื้อฟื้นคดีแตงโมไม่สามารถใช้ พ.ร.บ.ดังกล่าวได้ เพราะไม่สอดคล้องกับเงื่อนไขการใช้ และอธิบายถึงข้อห้ามตามกฎหมายทั่วไปที่บุคคลไม่อาจถูกลงโทษหลายครั้งสำหรับการกระทำความผิดครั้งเดียว
Read more »

ไทยสู่ศูนย์กลางการเงิน (Fin Hub) คม. ไฟเขียว พ.ร.บ. ดันไทยสู่ผู้นำการเงินไทยสู่ศูนย์กลางการเงิน (Fin Hub) คม. ไฟเขียว พ.ร.บ. ดันไทยสู่ผู้นำการเงินคณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน เพื่อผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางการเงินระดับโลก
Read more »

ครม.อนุมัติร่าง พ.ร.บ. ศูนย์กลางธุรกิจทางการเงิน ดันไทยฮับการเงินโลกครม.อนุมัติร่าง พ.ร.บ. ศูนย์กลางธุรกิจทางการเงิน ดันไทยฮับการเงินโลกคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่าง พ.ร.บ.ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน เพื่อผลักดันไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงินโลก (Financial Hub) ส่งให้กฤษฎีกาพิจารณาเร่งด่วน (Fast Track) ภายใน 50 วัน ก่อนเสนอสภา
Read more »

ครม.ไฟเขียว พ.ร.บ.Fin Hub ดันไทยศูนย์กลางการเงินครม.ไฟเขียว พ.ร.บ.Fin Hub ดันไทยศูนย์กลางการเงินครม. ไฟเขียวร่าง พ.ร.บ.ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน “นายกฯ” หวังดึงดูดผู้ประกอบธุรกิจการเงินเข้ามาในไทย เตรียมส่งร่างฯ ให้กฤษฎีการดูถ้อยคำต่อไป ด้าน “เผ่าภูมิ” ชี้เป็นก้าวสำคัญดันไทยสู่ผู้นำการเงิน เมื่อเวลา 12.00 น.
Read more »

ครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงินครม. เห็นชอบร่าง พ.ร.บ. ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงินที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ศูนย์กลางการประกอบธุรกิจทางการเงิน เพื่อผลักดันให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงินของโลก (Financial Hub) กฎหมายนี้จะทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางทางการเงินโลกได้ เพราะมีความพร้อม มีโลเคชั่นที่ดี มีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี
Read more »



Render Time: 2026-04-02 08:10:54