ศูนย์จัดแสดงสินค้าเกษตรสมัยใหม่หูเป่ย ... สร้างสรรค์ ล้ำสมัย (จบ) โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน
นอกจากธัญพืชและผักแล้ว ศูนย์ฯ ยังเสนอผลไม้หลากชนิด อาทิ ผลไม้รสเปรี้ยวเปรี้ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งส้ม ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงของภูมิภาคแถบนี้ เช่นเดียวกับการเป็นแหล่งปลูกเห็ดตามธรรมชาติที่ถือเป็นสินค้าเด่นของหูเป่ย ก็มีจัดแสดงภายในศูนย์ฯ อย่างหลากหลาย สำหรับผู้ที่ชอบ “ซดน้ำ” อย่างผมก็อดไม่ได้ที่จะแวะดูซุปหลากชนิด รสชาติ และรูปลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งซุปรากบัวที่หูเป่ยเป็นแหล่งเพาะปลูกใหญ่ของจีน ขณะเดียวกัน ศูนย์ฯ ก็มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์เนื้อหลากชนิด จากข้อมูลของศูนย์ฯ ระบุว่า เฉพาะกิจการในนครอู่ฮั่นเชือดหมูถึงราว 40 ล้านตัวต่อปี จึงนับว่าเป็นแหล่งเลี้ยงหมูที่สำคัญของจีนในย่านนี้ ผมเดินวนเวียนมาถึงจุดนี้ พนักงานก็พาผมเดินต่อไปในถึงมุม “รักษาแพทย์แผนจีน” ที่มีเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่น่าสนใจมากมาย และชวนให้ผมและคณะทดลองตรวจวัดค่าสุขภาพ นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังจัดแสดงและทําหน้าที่เป็นตลาดค้าส่งสินค้าประมงสดและแปรรูป มณฑลหูเป่ยมีสายน้ำและทะเลสาบมากมาย ทำให้มณฑลแห่งนี้นับเป็นแหล่งผลิตปลาน้ำจืดและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำอื่นที่มีชื่อเสียง แม้กระทั่งปลาไหลและเสี่ยวหลงเซีย ที่คนจีนนิยมบริโภคเป็นกับแกล้มกับเหล้าและเบียร์ ก่อนเดินออกจากพื้นที่ส่วนนี้ ผมก็เหลือบไปเห็นไข่ปลาคาเวียร์ ทีแรกเลย ผมค่อนข้างประหลาดใจเพราะไม่เคยทราบมาก่อนว่าหูเป่ยเป็นแหล่งเลี้ยงปลาคาเวียร์มาก่อน และแปลกใจมากขึ้นเมื่อทราบว่า สนนราคาในตอนนั้นอยู่ที่เพียง 16 หยวนต่อกรัม ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับราคาในตลาดโลกที่อยู่ระหว่างกรัมละ 200-2,000 หยวนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิ ชนิดของปลา คุณภาพ และแหล่งที่มา ภายในศูนย์ฯ ยังมีพื้นที่สาธิตการทำอาหาร และห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ที่รับรองคณะราว 30 คนได้อย่างสบาย ห้องจัดเลี้ยงนี้ถูกออกแบบเป็นสัดส่วนและมีลูกค้ามาใช้บริการอยู่อย่างสม่ำเสมอ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมีสินค้าประมงสดและอื่นๆ อย่างพร้อมสรรพ หลังจากที่เดินเยี่ยมชมศูนย์ฯ อยู่กว่าชั่วโมงและพบเห็นสินค้าเกษตรมากมายหลายชนิด จำแนกตามบริษัท ตราสินค้า และประเภทสินค้า ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ศูนย์ฯ รวมรวมสินค้าไว้มากเพียงใด ซึ่งได้รับคำตอบว่า เมื่อปี 2024 ศูนย์ฯ มีเครือข่ายสินค้าเกษตรกว่า 3,000 ชนิดจากกว่า 680 บริษัทศูนย์จัดแสดงสินค้าเกษตรสมัยใหม่ในหูเป่ยนำเสนอสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่ธัญพืช ผลไม้ เนื้อสัตว์ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ประมง พร้อมใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยขยายตลาด สินค้าที่จะเข้ามาจัดแสดงต้องเป็นสินค้าเกษตรที่เพาะปลูกและแปรรูปในมณฑลหูเป่ยที่ผ่านการพัฒนาและคัดเลือกของหน่วยงานท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ นั่นหมายความว่า หูเป่ยมีโครงการบ่มเพาะและพัฒนาสินค้าเกษตรในระยะยาว โดยศูนย์ฯ แห่งนี้ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศของการพัฒนาสินค้าเกษตรสมัยใหม่ในด้านช่องทางจัดจำหน่ายและประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง สินค้าที่นำเสนอและจำหน่ายในศูนย์ฯ นี้ไม่ต้องเสียค่าเช่า โดยคิดค่าการตลาด 20% ของยอดขาย บวกค่าใช้จ่ายที่ใช้คำว่า “ค่าบริการ” ซึ่งรวมค่าน้ำ/ค่าพลังงานตามขนาดพื้นที่และฤดูกาลเฉลี่ยราว 300 หยวนต่อตารางเมตรต่อเดือน นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังมีบริการค้าออนไลน์และอินเตอร์เน็ตพลัส เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้าเกษตรที่เกี่ยวข้อง กล่าวคือ ศูนย์ฯ พยายามใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มดิจิตัลเพื่อเชื่อมต่อผู้ซื้อ-ผู้ขาย-เกษตรกร เปิดใช้งานการทําธุรกรรมออนไลน์ แม้กระทั่งการจัดไลฟ์สตรีมมิ่งอย่างต่อเนื่องที่ผมเกริ่นไปเมื่อคราวก่อน และขยายการเข้าถึงตลาดและเข้าใจความต้องการของตลาดในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยวิธีการเหล่านี้ช่วยให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการทำตลาด การสร้างแบรนด์ และโลจิสติกส์สินค้าเกษตรสมัยใหม่ของศูนย์ฯ แห่งนี้ลดลง และสนับสนุนการดำเนินนโยบายอื่นของภาครัฐ อาทิ การสร้างความกระชุ่มกระชวยให้กับพื้นที่ชนบท ความมั่นคงด้านอาหาร และการส่งออกอย่างยั่งยืนอีกด้วย“Hubei Agricultural Expo” ที่จัดขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี งานนี้นำเสนอเครือข่ายอุตสาหกรรมการเกษตรที่สำคัญอย่างหลากหลาย อาทิ ข้าว เห็ด กุ้ง หมู ไข่ และผลไม้รสเปรี้ยว หรืองานแสดงสินค้าอื่นที่เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น อาทิ “Jingchu Good Grain and Oil Fair” หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า “China International High-end Health Grain and Oil Exhibition” ที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนา “ห่วงโซ่อุตสาหกรรมข้าวคุณภาพสูง” และ “ห่วงโซ่อุตสาหกรรมน้ำมันเรพซีด” ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษโดยเชิญผู้เชี่ยวชาญในวงการที่มีบทบาทในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการส่งเสริมการพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมการเกษตรที่มีคุณภาพสูงมาเป็นวิทยากร งานนี้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงปลายเดือนเมษายนที่มีสภาพอากาศที่เย็นสบาย และอีกงานหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ Suizhou International Mushroom Expo ซึ่งเป็นเวทีงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมเห็ดที่จัดขึ้นในช่วงปลายปี สำหรับคนที่ทำธุรกิจเห็ดก็ไม่ควรพลาดงานนี้ครับ ประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ เห็นอุตสาหกรรมการเกษตรของมณฑลหูเป่ยพัฒนาไปเช่นนี้แล้ว ไทยได้เดินหน้าด้านความร่วมมืออะไรไปบ้าง ผมขอเรียนว่า ในช่วงที่ผ่านมา ไทยและจีนก็มีความพยายามในการพัฒนาความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างกันในหลายส่วน โดยในกรณีนี้มีการจัดตั้ง “ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีหูเป่ย-ไทย” ตามข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่รัฐบาลมณฑลหูเป่ยและไทยลงนามไว้เมื่อต้นปี 2015 ตามข้อตกลงดังกล่าว หูเป่ยจะให้บริการด้านเทคนิคแก่ไทยในด้านการนำทางด้วยดาวเทียมเป๋ยโต่ว อุตสาหกรรมสารสนเทศเชิงพื้นที่ การสื่อสารด้วยแสง เทคโนโลยีชีวภาพ และการผลิตอุปกรณ์ล้ำสมัย ขณะที่ไทยจะสนับสนุนหูเป่ยด้วยเทคโนโ,ยีขั้นสูงด้านการเกษตร การท่องเที่ยว การแพทย์ และอื่นๆ จากการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในวงการได้รับแจ้งว่า จนถึงปัจจุบัน สถานีฐานดาวเทียมเป๋ยโต่วของจีนถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างหลากหลายในวงกว้าง ทั้งในด้านการคาดการณ์ภัยพิบัติในไทย ซึ่งนับเป็นโครงการแรกของดาวเทียมเป๋ยโต่วในต่างประเทศ ด้านสภาพอากาศ การเกษตร การจัดการลุ่มน้ำ การจัดการเมือง การจราจร พลังงาน และเหมือง นี่ถือเป็นพื้นฐานที่ดีของการพัฒนาความร่วมมือในการพัฒนาด้านการเกษตรระหว่างกันในระยะยาว แม้ว่าศูนย์จัดแสดงสินค้าเกษตรสมัยใหม่นี้จัดอยู่ในระดับมณฑลเท่านั้น แต่ก็มีโมเดลธุรกิจที่ล้ำสมัยและสร้างสรรค์อย่างน่าสนใจ และช่วยให้สินค้าเกษตรและแปรรูปในห่วงโซ่อุปทานของมณฑลหูเป่ยได้รับการพัฒนาสู่คุณภาพสูงและมีช่องทางจัดจำหน่ายที่เข้าถึงตลาดภายในและต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม.
นอกจากธัญพืชและผักแล้ว ศูนย์ฯ ยังเสนอผลไม้หลากชนิด อาทิ ผลไม้รสเปรี้ยวเปรี้ยว โดยเฉพาะอย่างยิ่งส้ม ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีชื่อเสียงของภูมิภาคแถบนี้ เช่นเดียวกับการเป็นแหล่งปลูกเห็ดตามธรรมชาติที่ถือเป็นสินค้าเด่นของหูเป่ย ก็มีจัดแสดงภายในศูนย์ฯ อย่างหลากหลาย สำหรับผู้ที่ชอบ “ซดน้ำ” อย่างผมก็อดไม่ได้ที่จะแวะดูซุปหลากชนิด รสชาติ และรูปลักษณ์ของบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งซุปรากบัวที่หูเป่ยเป็นแหล่งเพาะปลูกใหญ่ของจีน ขณะเดียวกัน ศูนย์ฯ ก็มีการจัดแสดงผลิตภัณฑ์เนื้อหลากชนิด จากข้อมูลของศูนย์ฯ ระบุว่า เฉพาะกิจการในนครอู่ฮั่นเชือดหมูถึงราว 40 ล้านตัวต่อปี จึงนับว่าเป็นแหล่งเลี้ยงหมูที่สำคัญของจีนในย่านนี้ ผมเดินวนเวียนมาถึงจุดนี้ พนักงานก็พาผมเดินต่อไปในถึงมุม “รักษาแพทย์แผนจีน” ที่มีเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ที่น่าสนใจมากมาย และชวนให้ผมและคณะทดลองตรวจวัดค่าสุขภาพ นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังจัดแสดงและทําหน้าที่เป็นตลาดค้าส่งสินค้าประมงสดและแปรรูป มณฑลหูเป่ยมีสายน้ำและทะเลสาบมากมาย ทำให้มณฑลแห่งนี้นับเป็นแหล่งผลิตปลาน้ำจืดและผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำอื่นที่มีชื่อเสียง แม้กระทั่งปลาไหลและเสี่ยวหลงเซีย ที่คนจีนนิยมบริโภคเป็นกับแกล้มกับเหล้าและเบียร์ ก่อนเดินออกจากพื้นที่ส่วนนี้ ผมก็เหลือบไปเห็นไข่ปลาคาเวียร์ ทีแรกเลย ผมค่อนข้างประหลาดใจเพราะไม่เคยทราบมาก่อนว่าหูเป่ยเป็นแหล่งเลี้ยงปลาคาเวียร์มาก่อน และแปลกใจมากขึ้นเมื่อทราบว่า สนนราคาในตอนนั้นอยู่ที่เพียง 16 หยวนต่อกรัม ซึ่งต่ำมากเมื่อเทียบกับราคาในตลาดโลกที่อยู่ระหว่างกรัมละ 200-2,000 หยวนขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย อาทิ ชนิดของปลา คุณภาพ และแหล่งที่มา ภายในศูนย์ฯ ยังมีพื้นที่สาธิตการทำอาหาร และห้องจัดเลี้ยงขนาดใหญ่ที่รับรองคณะราว 30 คนได้อย่างสบาย ห้องจัดเลี้ยงนี้ถูกออกแบบเป็นสัดส่วนและมีลูกค้ามาใช้บริการอยู่อย่างสม่ำเสมอ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะมีสินค้าประมงสดและอื่นๆ อย่างพร้อมสรรพ หลังจากที่เดินเยี่ยมชมศูนย์ฯ อยู่กว่าชั่วโมงและพบเห็นสินค้าเกษตรมากมายหลายชนิด จำแนกตามบริษัท ตราสินค้า และประเภทสินค้า ผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่า ศูนย์ฯ รวมรวมสินค้าไว้มากเพียงใด ซึ่งได้รับคำตอบว่า เมื่อปี 2024 ศูนย์ฯ มีเครือข่ายสินค้าเกษตรกว่า 3,000 ชนิดจากกว่า 680 บริษัทศูนย์จัดแสดงสินค้าเกษตรสมัยใหม่ในหูเป่ยนำเสนอสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่ธัญพืช ผลไม้ เนื้อสัตว์ ไปจนถึงผลิตภัณฑ์ประมง พร้อมใช้เทคโนโลยีดิจิทัลช่วยขยายตลาด สินค้าที่จะเข้ามาจัดแสดงต้องเป็นสินค้าเกษตรที่เพาะปลูกและแปรรูปในมณฑลหูเป่ยที่ผ่านการพัฒนาและคัดเลือกของหน่วยงานท้องถิ่นอย่างเป็นระบบ นั่นหมายความว่า หูเป่ยมีโครงการบ่มเพาะและพัฒนาสินค้าเกษตรในระยะยาว โดยศูนย์ฯ แห่งนี้ทำหน้าที่เป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศของการพัฒนาสินค้าเกษตรสมัยใหม่ในด้านช่องทางจัดจำหน่ายและประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง สินค้าที่นำเสนอและจำหน่ายในศูนย์ฯ นี้ไม่ต้องเสียค่าเช่า โดยคิดค่าการตลาด 20% ของยอดขาย บวกค่าใช้จ่ายที่ใช้คำว่า “ค่าบริการ” ซึ่งรวมค่าน้ำ/ค่าพลังงานตามขนาดพื้นที่และฤดูกาลเฉลี่ยราว 300 หยวนต่อตารางเมตรต่อเดือน นอกจากนี้ ศูนย์ฯ ยังมีบริการค้าออนไลน์และอินเตอร์เน็ตพลัส เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับสินค้าเกษตรที่เกี่ยวข้อง กล่าวคือ ศูนย์ฯ พยายามใช้ประโยชน์จากแพลตฟอร์มดิจิตัลเพื่อเชื่อมต่อผู้ซื้อ-ผู้ขาย-เกษตรกร เปิดใช้งานการทําธุรกรรมออนไลน์ แม้กระทั่งการจัดไลฟ์สตรีมมิ่งอย่างต่อเนื่องที่ผมเกริ่นไปเมื่อคราวก่อน และขยายการเข้าถึงตลาดและเข้าใจความต้องการของตลาดในวงกว้างได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยวิธีการเหล่านี้ช่วยให้ต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการทำตลาด การสร้างแบรนด์ และโลจิสติกส์สินค้าเกษตรสมัยใหม่ของศูนย์ฯ แห่งนี้ลดลง และสนับสนุนการดำเนินนโยบายอื่นของภาครัฐ อาทิ การสร้างความกระชุ่มกระชวยให้กับพื้นที่ชนบท ความมั่นคงด้านอาหาร และการส่งออกอย่างยั่งยืนอีกด้วย“Hubei Agricultural Expo” ที่จัดขึ้นในช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนของทุกปี งานนี้นำเสนอเครือข่ายอุตสาหกรรมการเกษตรที่สำคัญอย่างหลากหลาย อาทิ ข้าว เห็ด กุ้ง หมู ไข่ และผลไม้รสเปรี้ยว หรืองานแสดงสินค้าอื่นที่เฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น อาทิ “Jingchu Good Grain and Oil Fair” หรือที่รู้จักกันในอีกชื่อหนึ่งว่า “China International High-end Health Grain and Oil Exhibition” ที่มีเป้าหมายเพื่อส่งเสริมการพัฒนา “ห่วงโซ่อุตสาหกรรมข้าวคุณภาพสูง” และ “ห่วงโซ่อุตสาหกรรมน้ำมันเรพซีด” ภายในงานยังมีการบรรยายพิเศษโดยเชิญผู้เชี่ยวชาญในวงการที่มีบทบาทในการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อการส่งเสริมการพัฒนาห่วงโซ่อุตสาหกรรมการเกษตรที่มีคุณภาพสูงมาเป็นวิทยากร งานนี้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงปลายเดือนเมษายนที่มีสภาพอากาศที่เย็นสบาย และอีกงานหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ Suizhou International Mushroom Expo ซึ่งเป็นเวทีงานแสดงสินค้าอุตสาหกรรมเห็ดที่จัดขึ้นในช่วงปลายปี สำหรับคนที่ทำธุรกิจเห็ดก็ไม่ควรพลาดงานนี้ครับ ประการหนึ่งที่สำคัญก็คือ เห็นอุตสาหกรรมการเกษตรของมณฑลหูเป่ยพัฒนาไปเช่นนี้แล้ว ไทยได้เดินหน้าด้านความร่วมมืออะไรไปบ้าง ผมขอเรียนว่า ในช่วงที่ผ่านมา ไทยและจีนก็มีความพยายามในการพัฒนาความร่วมมือในการถ่ายทอดเทคโนโลยีระหว่างกันในหลายส่วน โดยในกรณีนี้มีการจัดตั้ง “ศูนย์ถ่ายทอดเทคโนโลยีหูเป่ย-ไทย” ตามข้อตกลงความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ที่รัฐบาลมณฑลหูเป่ยและไทยลงนามไว้เมื่อต้นปี 2015 ตามข้อตกลงดังกล่าว หูเป่ยจะให้บริการด้านเทคนิคแก่ไทยในด้านการนำทางด้วยดาวเทียมเป๋ยโต่ว อุตสาหกรรมสารสนเทศเชิงพื้นที่ การสื่อสารด้วยแสง เทคโนโลยีชีวภาพ และการผลิตอุปกรณ์ล้ำสมัย ขณะที่ไทยจะสนับสนุนหูเป่ยด้วยเทคโนโ,ยีขั้นสูงด้านการเกษตร การท่องเที่ยว การแพทย์ และอื่นๆ จากการพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญในวงการได้รับแจ้งว่า จนถึงปัจจุบัน สถานีฐานดาวเทียมเป๋ยโต่วของจีนถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างหลากหลายในวงกว้าง ทั้งในด้านการคาดการณ์ภัยพิบัติในไทย ซึ่งนับเป็นโครงการแรกของดาวเทียมเป๋ยโต่วในต่างประเทศ ด้านสภาพอากาศ การเกษตร การจัดการลุ่มน้ำ การจัดการเมือง การจราจร พลังงาน และเหมือง นี่ถือเป็นพื้นฐานที่ดีของการพัฒนาความร่วมมือในการพัฒนาด้านการเกษตรระหว่างกันในระยะยาว แม้ว่าศูนย์จัดแสดงสินค้าเกษตรสมัยใหม่นี้จัดอยู่ในระดับมณฑลเท่านั้น แต่ก็มีโมเดลธุรกิจที่ล้ำสมัยและสร้างสรรค์อย่างน่าสนใจ และช่วยให้สินค้าเกษตรและแปรรูปในห่วงโซ่อุปทานของมณฑลหูเป่ยได้รับการพัฒนาสู่คุณภาพสูงและมีช่องทางจัดจำหน่ายที่เข้าถึงตลาดภายในและต่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ศูนย์จัดแสดงสินค้าเกษตรสมัยใหม่หูเป่ย ... สร้างสรรค์ ล้ำสมัย (1) โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสารศูนย์จัดแสดงสินค้าเกษตรสมัยใหม่หูเป่ย ... สร้างสรรค์ ล้ำสมัย (1) โดย ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน
Read more »
รู้จัก “จิ่งเต๋อเจิ้น” เมืองหลวงแห่งเซรามิก (6)รู้จัก “จิ่งเต๋อเจิ้น” เมืองหลวงแห่งเซรามิก (6) : คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4072
Read more »
รู้จัก “จิ่งเต๋อเจิ้น” เมืองหลวงแห่งเซรามิก (7)รู้จัก “จิ่งเต๋อเจิ้น” เมืองหลวงแห่งเซรามิก (7) : คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิย ฉบับ 4073
Read more »
การส่งออกที่ดีวันนี้จะเป็นลมหายใจเฮือกสุดท้ายหรือไม่การส่งออกที่ดีวันนี้ จะเป็นลมหายใจเฮือกสุดท้ายหรือไม่ : คอลัมน์เศรษฐเสวนา จุฬาฯทัศนะ โดย...รศ.ดร.ชโยดม สรรพศรี คณะเศรษฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4076
Read more »
EGCO Group ร่วมพิธีเปิด Yunlin หนึ่งในโรงไฟฟ้าพลังงานลมนอกชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดของไต้หวันอย่างเป็นทางการบริษัท ผลิตไฟฟ้า จำกัด (มหาชน) หรือ EGCO Group โดย ดร.
Read more »
รู้จัก “จิ่งเต๋อเจิ้น”เมืองหลวงแห่งเซรามิก (8)รู้จัก “จิ่งเต๋อเจิ้น”เมืองหลวงแห่งเซรามิก (8) : คอลัมน์มังกรกระฟือปีก โดย...ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4076
Read more »
