ศึกชิงตลาด “ทุเรียน” (ไทย) เสี่ยงสูงถูก 'เวียดนาม' ล้มแชมป์

ทุเรียนไทย News

ศึกชิงตลาด “ทุเรียน” (ไทย) เสี่ยงสูงถูก 'เวียดนาม' ล้มแชมป์
ทุเรียนเวียดนามทุเรียนหมอนทองทุเรียนจันทบุรี
  • 📰 ThaiPBSNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 416 sec. here
  • 24 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 226%
  • Publisher: 59%

ศึกชิงความเป็นหนึ่งในตลาดทุเรียน กำลังต่อสู้กันอย่างเข้มข้น ในทุกปีตั้งแต่ช่วงเดือนมี.ค. – ต.ค. ยิ่งเฉพาะฤดูกาลที่ความต้องการในตลาดผู้บริโภคสูงและเกษตรกรต้องเร่งส่งผลผลิตส่งออกไปยังตลาดจีนจำนวนมาก ในเดือนพ.ค.-มิ.ย.

ศึกชิงความเป็นหนึ่งใน ตลาดทุเรียน กำลังต่อสู้กันอย่างเข้มข้น ในทุกปีตั้งแต่ช่วงเดือนมี.ค. – ต.ค. ยิ่งเฉพาะฤดูกาลที่ความต้องการในตลาดผู้บริโภคสูงและเกษตรกรต้องเร่งส่งผลผลิตส่งออกไปยัง ตลาดจีน จำนวนมาก ในเดือนพ.

ค.-มิ.ย. อย่างไรก็ตาม ปฎิเสธไม่ได้ว่าปี 2566 ไทยมีมูลค่าส่งออกทุเรียน 1.4 แสนล้านบาท ในตลาดจีนทุเรียนถือเป็นผลไม้ที่มีราคาสูงและได้รับความนิยมจากกลุ่มผู้บริโภคซึ่งมีกำลังซื้อสูง ในปีนี้หลายประเทศต้องเผชิญกับสภาวะอากาศแห้งแล้ง รวมทั้งประเทศไทย จึงทำให้ปริมาณการผลิตลดลงสวนทางกับความต้องการตลาดผู้บริโภค จึงทำให้เกิดปัญหาการลักลอบนำเข้าทุเรียนเพื่อสวมสิทธิและสอดใส้เป็นทุเรียนไทยเพื่อส่งออกไปจำหน่ายยังตลาดจีน อย่างไรก็ตาม ต้องยอมรับว่า ปัญหาของทุเรียนไทยเกิดขึ้นมานานและหน่วยงานโดยเฉพาะด่านชายแดนที่ยังไม่เข้มงวดในการตรวจสอบเพื่อป้องกันปัญหาการลักลอบนำทุเรียนเพื่อนบ้านเข้ามา และเปิดช่องทางให้ผู้ประกอบการบางรายหัวใสใช้วิธีการขอใบรับรองแหล่งผลิต GAP พืช ทั้งเพื่อการส่งออกและขายในประเทศนายอัทธ์ พิศาลวานิช นักวิชาการอิสระและผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศ กล่าวกับ “ไทยพีบีเอสออนไลน์”ว่า ตั้งแต่ปี 2554-2566 หรือในช่วง 12 ปี ที่ผ่านมา ไทยมีพื้นที่ปลูกทุเรียนเพิ่มขึ้น ทำให้ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นด้วยเช่นกัน เกษตรกรสามารถผลิตทุเรียนเพิ่มจาก 5 แสนตัน เป็น 1.4 ล้านตัน หรือได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น 180% โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีการขยายผลผลิตเพิ่มขึ้นมากที่สุดถึง 1,500 % ขณะที่พื้นที่ปลูกทั้งประเทศเพิ่มขึ้น 80% การสวมสิทธิทุเรียนจากเพื่อนบ้านเกิดขึ้นจริง แต่ตัวเลขยังไม่ชัดเจน สาเหตุจาก 2 ปัจจัย คือ นำเข้ามาเพื่อขายให้คนไทย คาดว่า สัดส่วนจะอยู่ที่ 70% และส่งออก 30% ส่วนหนึ่งเพราะราคาทุเรียนไทยแพง การนำทุเรียนเข้ามาขายในประเทศ จะได้ราคาดี ขณะที่ผู้บริโภคก็แยกแยะไม่ได้ว่า ทุเรียนลูกซื้อไปกิน ลูกไหน คือ ทุเรียนหมอนทองไทย ลูกไหน คือ ทุเรียนเพื่อนบ้านผู้เชี่ยวชาญเศรษฐกิจระหว่างประเทศ วิเคราะห์ว่า ปัจจุบันการนำทุเรียนจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามา เพื่อส่งออกไปจำหน่ายในตลาดต่างประเทศยังมีปริมาณที่น้อย แต่อนาคตมีความเป็นไปได้สูง หากไทยผลิตทุเรียนได้น้อยลง โดยปีนี้ทุเรียนไทยมีผลผลิตหายไปถึง 40% และหากปี 2568 ประเทศไทยยังไม่สามารถบริหารจัดการปัญหาดังกล่าวได้ ทุเรียนไทยอาจจะหายไปจากตลาดถึง 50% และเป็นไปได้สูงที่จะมีการนำเข้าทุเรียนเวียดนามเพื่อส่งออกและบริโภคในประเทศมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในปี 2567 ยังไม่มีตัวเลขชัดเจนจากไทยว่า มีการนำเข้าทุเรียนมาปริมาณเท่าใด แต่กระทรวงเกษตรและการพัฒนาชนบทเวียดนามระบุว่า เวียดนามส่งออกทุเรียนมาไทยช่วงเดือนม.ค.-เม.ย.มูลค่า 800 ล้านบาท โดยทุเรียนเวียดนาม เรียกว่า RI6 ซึ่งเป็นทุเรียนพันธุ์ หมอนทอง ปลูกมากในภาคใต้ของเวียดนาม ส่วนทุเรียนของกัมพูชา ยังไม่มีทะลักเข้ามาไทยเพราะยังมีปริมาณที่น้อยน่าจะขายภายในประเทศเท่านั้น แต่ที่น่ากังวล คือ ทุเรียนจากเวียดนามที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นทุกปี เพราะมีระบบน้ำที่ดีซึ่งในอนาคตโอกาสที่ทุเรียนเวียดนามจะนำเข้ามาเพิ่มขึ้นมีสูง ทุเรียนเวียดนามมีราคาถูกกว่าไทยมาก โดยทุเรียนเวียดนามราคาขายปลีกกิโลกรัมละ 100-110 บาท ส่วนทุเรียนไทยขายราคากิโลกรัมละ 250 บาท จึงดึงดูดให้ผู้ประกอบการสั่งนำเข้ามาจำนวนมาก นายอัทธ์ กล่าวว่า ปัญหาการลักลอบนำเข้าทุเรียน หน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะด่านชายแดนต่างๆต้องเข้มงวดและดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อป้องกันการลักลอบ เพราะหากหลุดจากด่านชายแดนเข้ามา ก็จะส่งผลกระทบต่อทุเรียนภาคตะวันออกทันที โดยที่ผู้บริโภคไม่สามารถแยกประเภททุเรียนออกได้ว่าเป็นของไทยหรือเพื่อนบ้าน สำหรับทุเรียนภาคตะวันออกปลูกมากใน 3 จังหวัด คือ จันทบุรี ระยอง ตราด จำนวน 54 % ของพื้นที่เพาะปลูกทั้งหมด รองลงมาเป็นทุเรียนในภาคใต้ 40% ภาคเหนือ 4 % และภาคอีสาน 2% โดยมูลค่าการส่งออกทุเรียนคิดเป็นสัดส่วน 25% ของมูลการค่าส่งออกรวมของพืชส่งออกหลัก 4 ชนิด อย่างไรก็ตาม ด้วยสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วจากปัญหาภัยแล้งที่รุนแรงเพิ่มขึ้น หากไม่มีการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม คาดว่าในอีก 5 ปีข้างหน้า ผลผลิตทุเรียนไทยจะลดลง 53% ทั้งจากสวนทุเรียนที่ให้ผลผลิตแล้วและผลผลิตใหม่มีการคาดการณ์ว่า หากในปี 2568 หากไทยต้องเผชิญปัญหาภัยแล้งอีกระลอกจะกระทบต่อผลผลิตของทุเรียนในตลาด ซึ่งจะหายไปจำนวน 6.4 แสนตัน หรือทำให้ผลผลิตทุเรียนลดลง 42% หรือจำนวน 540,000 ตัน ซึ่งปัญหาดังกล่าว ถือเป็นวาระแห่งชาติเร่งด่วนที่ประเทศไทยต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะการบริหารจัดการน้ำให้กับชาวสวนทุเรียนและพืชผลเกษตรอื่นๆ เพื่อให้มีน้ำพอใช้ ไม่เช่นนั้นผลกระทบใหญ่หลวงต่อการผลิต รายได้ของเกษตรกร และราคาสินค้าที่แพงขึ้น นายอัทธ์ บอกว่า ในอนาคตทุเรียนเวียดนามจะเป็นคู่แข่งสำคัญของไทย คาดว่าในอีก 3 ปีข้างหน้า ทุเรียนเวียดนามจะมีผลผลิตใกล้เคียงกับทุเรียนไทย ซึ่งชาวสวนทุเรียนต้องหันมาเน้นคุณภาพและมาตรฐานเข้าสู้ โดยช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ทุเรียนเวียดนามมีผลผลิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสภาพภูมิประเทศสามารถปลุกทุเรียนได้ทั้งปี และมีปริมาณน้ำเพียงพอ โดยในปี 2566 ทุเรียนเวียดนามเพิ่มขึ้น 200% และมีปริมาณการผลิตสูงถึง800,000 ตัน เพิ่มจาก 270,000 แสนตัน และในปี 2557 มีพื้นที่ปลูกเกือบ 7 แสนไร่ จาก 680,000 แสนไร่ พื้นที่ปลูกทุเรียนเวียดนาม 90 % ปลูกในจังหวัดสามเหลื่อมปากแม่น้ำโขง จังหวัดที่ปลูกมากที่สุดคือ ดั๊กลัก คิดเป็น 21% ของผลผลิตทั้งหมด ตามด้วยเตียนซาง และเลิมด่ง และปลูกได้ทั้งปี โดยพบว่าไตรมาส1ปีนี้ เวียดนามส่งออกทุเรียนไปจีนเพิ่มขึ้น 105 % หรือ 36,800 ตัน ส่วนไทยส่งออกในช่วงเวลาเดียวกันเพียง 17,900 ตัน และคาดว่าทั้งปี เวียดนามสามารถส่งออกทุเรียนไปจีนอยู่ที่ 800,000 ตัน ในขณะที่ไทยส่งออกอยู่ที่ 1,100,000-1,200,000ตัน ห่างกันกว่า 400,000 แสนตัน ต้นทุนการผลิตทุเรียนเวียดนามอยู่ที่ 15 บาท/กก เพิ่มขึ้นเป็น 19 บาท/กก.ในปี 2567 ในขณะที่ต้นทุนการผลิตทุเรียนไทยเพิ่มขึ้น 10 บาท/กก. ถือว่าต้นทุนการผลิตทุเรียนไทยสูงกว่าเวียดนาม 2 เท่า อย่างไรก็ตามยังไม่รวมทุเรียน มูซางคิง ทุเรียนพันธุ์มาเลเซีย ที่ได้รับรางวัลจากการผสมผสานรสชาติขมและหวานที่ไม่ธรรมดา และยังได้รับความนิยมมากที่สุดทั้งในมาเลเซียและสิงคโปร์ ซึ่งเป็นที่รู้จักในชื่อเหมาซานหวาง และมีราคาสูงกว่าพันธุ์อื่นๆ นอกจากนี้ยังได้รับความนิยมมากขึ้นในจีน ซึ่งถือว่าเป็นคู่แข่งของทุเรียนไทยอีกสายพันธุ์หนึ่งแม้ว่าจะยังไม่หลากหลายแต่หากอนาคตไทยยังไม่เร่งพัฒนาคุณภาพทุเรียนให้โดดเด่นกว่าคู่แข่งอาจจะถูกทุเรียนสายพันธุ์เพื่อนบ้านยแย่งตลาดจีนไปแน่นอน ยังไม่รวมถึงจีนที่เริ่มมีการปลูกทุเรียนและพัฒนาสายพันธุ์ให้ใกล้เคียงกับทุเรียนไทยอีกด้วยข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ระบุว่า ระหว่างปี 2565 – 2567 มีจำนวนล้งจีนเพิ่มขึ้น 665 ราย ในขณะที่ล้งไทยปิดตัวจาก 25 ราย เหลือ 10 ราย และในอนาคตคาดว่า ล้งไทยจะปิดตัวเพิ่มขึ้น เหลือไม่ เกิน 5 ราย ทีมข่าวไทยพีบีเอสออนไลน์ ลงพื้นที่จ.จันทบุรี พบว่า มีกลุ่มทุนจีนเข้ามาก่อสร้างอาคารเพื่อใช้สำหรับรับซื้อทุเรียนผุดขึ้นหลายแห่งในพื้นที่จันทบุรี จากการการตรวจสอบพบว่าล้ง ที่ผ่านมาตรฐาน GMP จำนวน 827 ล้ง โดยกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาตรการบริหารจัดการผลไม้ ปี 2567 ในการทำผลไม้คุณภาพและหาตลาดทั้งในและต่างประเทศ เพื่อระบายผลผลิตได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน จากการสอบถามเจ้าของสวนทุเรียนในพื้นที่ ให้ข้อมูลว่า ล้งที่เข้ามารับซื้อทุเรียนในพื้นที่ภาคตะวันออก 3 จังหวัด คือ ระยอง ตราด และ จันทบุรีมีประมาณ 1,200 ล้ง เพิ่มขึ้นจาก ปี 2566 ที่เดิมมีเพียง 700 ล้ง ส่วนล้งที่เหลือเป็นล้งไทยร้อยละ 100 มีเพียงร้อยละ 10 เท่านั้น ที่เหลือเป็นล้งร่วมทุน ระหว่าง คนไทยกับคนจีน สัดส่วน 51-49ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์ ระบุว่า ในช่วง 4 เดือนของปี 2567 ไทยส่งออกทุเรียนสดไปจีน มีปริมาณ 225,204 ตัน มีแนวโน้มว่าเดือน พ.ค. 2567 จะส่งออกได้เพิ่มมากขึ้น เพราะเป็นช่วงที่ผลผลิตทุเรียนของไทยออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก และมีผลผลิตส่งออกเพิ่มขึ้น เมื่อสิ้นสุดฤดูของทุเรียนภาคตะวันออก ก็จะเข้าสู่โหมดจึงทำให้ไทยมีผลผลิตส่งออกอย่างต่อเนื่อง และจะส่งผลให้ปีนี้ไทยยังคงครองแชมป์การส่งออกทุเรียนสดไปยังจีนได้เหมือนเดิม นายวิทยากร มณีเนตร โฆษกกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปีนี้ผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกของไทย ออกสู่ตลาดล่าช้ากว่าปีที่แล้ว ทำให้ผลผลิตมีน้อยกว่าความต้องการ แต่ราคาทุเรียนสดต่อหน่วยของไทยในปี 2567 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา พบว่าปรับตัวสูงขึ้น ราคาส่งออกเฉลี่ยกิโลกรัมละ 6 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 216 บาท/กก. เนื่องจากความต้องการบริโภคในตลาดจีนเพิ่มขึ้น ข้อมูลของ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ระบุว่า จากปัจจัยด้านราคาและผลตอบแทนที่จูงใจต่อการลงทุน รวมทั้งความต้องการของตลาดในและต่างประเทศที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และต้นทุเรียนที่ปลูกในระยะหลายปีที่ผ่านมา เริ่มให้ผลผลิตเป็นครั้งแรกในปี 2567 เพิ่มขึ้น จำนวน 38,849 ไร่ ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ 1,843 กิโลกรัม ลดลงจากปี 2566 ที่มีผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ 1,991 กิโลกรัม ลดลง 148 กิโลกรัม คิดเป็นร้อยละ 7.43 แต่เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวนจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ทำให้การออกดอกติดผลไม่เต็มต้น น้ำหนักเฉลี่ยต่อลูกลดลง ประกอบกับมีต้นทุเรียนที่เริ่มให้ผลผลิต ปี 2567 เมื่อคำนวณโดยค่าเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักจึงทำให้ผลผลิตเฉลี่ยต่อไร่ลดลง ผลผลิตรวม 782,874 ตัน เพิ่มขึ้นจากปี 2566 ที่มีจำนวน 776,914 ตัน เพิ่มขึ้น 5,960 ตัน คิดเป็นร้อยละ 0.77 สำหรับการกระจายตัวของผลผลิตทุเรียน เริ่มทยอยออกสู่ตลาดตั้งแต่ม.ค.ถึงก.ค.2567 โดยจะออกสู่ตลาดกระจุกตัวมากที่สุดในเดือนพ.ค. 2567 คิดเป็นร้อยละ 53.20 ของผลผลิตทั้งหมด โดยขณะนี้ทุเรียนภาคตะวันออกผลผลิตออกไปเกือบ 100% และในช่วงกลางเดือนมิ.ย.นี้ จะเป็นฤดูกาลแรกของทุเรียนภาคใต้ จะทำให้ตลาดทุเรียนไทยกลับคึกคักเหมือนเดิม แม้ทุเรียนไทยจะมีคู่แข่งรอบด้าน จากเวียดนาม -จีน แต่ด้วยรสชาติโดดเด่น หอมหวาน นุ่มนวลและอัดแน่นด้วยคุณภาพ เชื่อว่า ทุเรียนไทยยังคงยืนหนึ่งสู้ศึกรอบด้านได้ แม้จะต้องปรับตัวรับสภาพภูมิอากาศที่แปรปรวนไปอย่างรวดเร็ว

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ThaiPBSNews /  🏆 31. in TH

ทุเรียนเวียดนาม ทุเรียนหมอนทอง ทุเรียนจันทบุรี ตลาดทุเรียน ส่วนแบ่งการตลาดทุเรียนไทย ส่งออกตลาดจีน ตลาดจีน ตลาดทุเรียนจีน ล้งจีน ผลผลิตทุเรียน ภัยแล้ง 2567 ภัยแล้ง รายงานพิเศษ รายงานพิเศษวันนี้ ข่าววันนี้ล่าสุด ข่าวเศรษฐกิจวันนี้

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

“เวียดนาม” ยืน 1 ตลาดโลก ระทึกอีก 5 ปี ไทยเสียแชมป์ส่งออก “ทุเรียน”“เวียดนาม” ยืน 1 ตลาดโลก ระทึกอีก 5 ปี ไทยเสียแชมป์ส่งออก “ทุเรียน”นักวิชาการเผยอีก 5 ปี ไทยส่อตกชั้นแชมป์ส่งออกทุเรียน ทั้งในโลกและตลาดจีน ถ้ารัฐบาลยังไม่ปิดความเสี่ยงด้านภัยแล้ง ต้นทุนผลิตสูง พึ่งพาตลาดจีนเป็นหลัก แนะรัฐถ้ายังหวังเป็นแชมป์และสร้างรายได้กว่า 1 ล้านล้านบาท รัฐต้องแก้ปัญหาภัยแล้งเป็น “วาระแห่งชาติ”
Read more »

“พิพัฒน์” ส่งเสริมแรงงานข้ามชาติ เข้าถึงสิทธิประกันสังคมในกลุ่มประเทศกัมพูชา-ลาว-เมียนมา-ไทย-เวียดนามทำงาน ตปท.“พิพัฒน์” ส่งเสริมแรงงานข้ามชาติ เข้าถึงสิทธิประกันสังคมในกลุ่มประเทศกัมพูชา-ลาว-เมียนมา-ไทย-เวียดนามทำงาน ตปท.“พิพัฒน์” ส่งเสริมให้แรงงานข้ามชาติ เข้าถึงสิทธิประกันสังคม ในกลุ่มประเทศกัมพูชา ลาว เมียนมา ไทย และ เวียดนาม ให้ได้รับความคุ้มครองอย่างเท่าเทียม ในการทำงานต่างประเทศ วันที่ 23 พ.ค.
Read more »

อาเซียนจ่อรับอานิสงส์ทุนย้ายหนีจีน เลี่ยงสงครามการค้า Nomura มอง ‘ไทย-เวียดนาม’ โดดเด่นสุดอาเซียนจ่อรับอานิสงส์ทุนย้ายหนีจีน เลี่ยงสงครามการค้า Nomura มอง ‘ไทย-เวียดนาม’ โดดเด่นสุดบริษัทชั้นนำระดับโลกจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ กำลังย้ายฐานการผลิตและสถานที่ในการดำเนินธุรกิจ เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีศุลกากร และเพื่อรับมือกับอุปสรรคทางการค้าโลก
Read more »

“บางกอกคณิกา” รับจบทุกความปัง...ยืนหนึ่งเทรนด์โลก-ไทย-เวียดนาม“บางกอกคณิกา” รับจบทุกความปัง...ยืนหนึ่งเทรนด์โลก-ไทย-เวียดนาม“บางกอกคณิกา” รับจบทุกความปัง...ยืนหนึ่งเทรนด์โลก-ไทย-เวียดนาม ปิดซ่องอย่างเป็นทางการ...
Read more »

ทุเรียน ‘เวียดนาม’ ตีตลาดไทย ‘หมอนทอง’ ราคาถูก ขนส่งผ่านเส้นทางกัมพูชาทุเรียน ‘เวียดนาม’ ตีตลาดไทย ‘หมอนทอง’ ราคาถูก ขนส่งผ่านเส้นทางกัมพูชานักวิชาการอิสระ “อัทธ์ พิศาลวานิช “ชี้ ทุเรียนเวียดนามตีตลาดไทยเพราะราคาถูก กว่า ทุเรียนไทย 150-200 บาท หวั่นอีก 2 ปี กระทบตลาดทุเรียนไทยแน่แนะรัฐบาลเร่งจัดสรรน้ำให้เพียงพอปลูกทุเรียน
Read more »

ถูกใจสายเที่ยว 3 ประเทศเดินทางแค่ใกล้ๆ นั่งเรือไป ตราด - สีหนุวิลล์ถูกใจสายเที่ยว 3 ประเทศเดินทางแค่ใกล้ๆ นั่งเรือไป ตราด - สีหนุวิลล์เรียกว่าถูกใจสายเที่ยวกันเลยทีเดียว! กับการเดินทางที่ใช้เวลาไม่กี่ชั่วโมงแต่ได้เดินทางถึงสามประเทศ กับเส้นทางเดินเรือไป กัมพูชา - เวียดนาม -ไทย ที่เชื่อมชายฝั่งทะเล ตราด - สีหนุวิลล์ - ฟูก๊วก เที่ยวฟินๆชมวิวทะเลแบบใจฟู
Read more »



Render Time: 2026-04-02 21:35:04