ศึกชิงประธาน กกต. กลายเป็นรอยแยกใหญ่กลางองค์กรอิสระ เมื่อ “สองณรงค์” จากสองสายอำนาจปะทะกัน ท่ามกลางเงาวุฒิสภา–คดีฮั้ว ที่เขย่าความน่าเชื่อถือ
กกต. กำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์องค์กร หลังประธาน กกต. นายอิทธิพร บุญประคอง และกรรมการนายสันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ ครบวาระ ทำให้เกิดช่องว่างเชิงอำนาจในช่วงที่ประเทศกำลังเข้าสู่ฤดูกาล เลือกตั้ง ท้องถิ่น และอาจรวมถึงการ เลือกตั้ง ใหญ่ในอนาคตอันใกล้ การคัดเลือกประธาน กกต.
จึงไม่ใช่เรื่องภายในองค์กรเท่านั้น แต่เป็น **เดิมพันเชิงโครงสร้างของประชาธิปไตยไทย** ว่ากลไกกลางด้านการเลือกตั้งจะยืนหยัดได้มั่นคงเพียงใดในห้วงวิกฤตศรัทธาต่อองค์กรอิสระการเผชิญหน้าครั้งนี้มีผู้ท้าชิงชื่อ “ณรงค์” เหมือนกันสองคน แต่เดินมาจากเส้นทางต่างกันราวสองโลกณรงค์ กลั่นวารินทร์ – สายตุลาการ ความแตกต่างเชิงวัฒนธรรมนี้ ทำให้การเลือกประธาน กกต. กลายเป็นการต่อสู้เชิงแนวคิด—ระหว่าง "สายบริหารที่รู้จักกลไกรัฐ"กับ"สายกฎหมายที่ยึดกระบวนการตีความเคร่งครัด" สถานการณ์ยิ่งทวีความเข้มเมื่อกรรมการเดิมอีกสองคน "สิทธิโชติ อินทรวิเศษ"และ"ชาย นครชัย" ลงสนามชิงตำแหน่งด้วย ทำให้รอบแรกออกผลเป็น "4 ต่อ 3 ไม่ให้ผ่าน"ส่งแรงสะเทือนชัดถึงความแตกแยกภายในองค์กรความขัดแย้งภายในยังโยงไปถึงแรงกดดันจากภายนอก เมื่อ "วุฒิสภา"ซึ่งเป็นผู้แต่งตั้งกรรมการ กกต. ทั้งหมดกำลังจะเลือกเพิ่มจนครบ 7 คนในปีนี้ และ"สว. ชุดเดียวกันนี้กำลังถูกกล่าวหาในคดี “ฮั้วเลือกกันเอง”
ประธานกกต. องค์กรอิสระ คดีฮั้วสว. เลือกตั้ง Posttoday
