ศาลปกครองสั่งปรับสำนักงาน ป.ป.ช และคณะกรรมการ ป.ป.ช.รายละ 5,000 บาท ฐานไม่ยอมเปิดสำนวนสอบคดีนาฬิกา บิ๊กป้อม ตามคำร้องของ วีระ สมความคิด ให้ครบถ้วน ระบุหากยื้อมีสิทธิ์เจอยึดทรัพย์สิน ด้าน วีระ ชี้วันที่รอคอยมาถึง เตรียมฟ้องศา
ศาลปกครอง สั่งปรับสำนักงาน ป.ป.ช. และคณะกรรมการ ป.ป.ช. รายละ 5,000 บาท ฐานไม่ยอมเปิดสำนวนสอบสวนคดีนาฬิกา" บิ๊กป้อม " ตามคำร้องของ" วีระ สมความคิด " ให้ครบถ้วน ระบุหากยื้อมีสิทธิ์เจอยึดทรัพย์สิน ด้าน"วีระ" ชี้วันที่รอคอยมาถึง เตรียมฟ้องศาลอาญาทุจริตเอา ป.
ป.ช.เข้าคุก วันนี้ผู้สื่อข่าวรายงานนายวีระ สมความคิด ประธานเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชั่นได้โพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กส่วนตัวพร้อมคำสั่งศาลปกครองกลางฉบับลงวันที่ 2 พ.ค.67 ที่มีคำสั่งปรับเงินสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ และ คณะกรรมการ ป.ป.ช. รายละ 5,000 บาท โดยให้ชำระค่าปรับต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคำสั่งศาล และระบุด้วยว่าหากไม่ชำระค่าภายในกำหนด ศาลอาจมีคำสั่งให้มีการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของทั้งสองซึ่งเป็นเจ้าหน้าของรัฐต่อไป และให้ทั้งสองปฏิบัติตามคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ. 224/2566 ที่ให้เปิดเผยรายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลัก ฐานเอกสารทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับการไต่สวนคดี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรทราบจากการไม่แสดง ว่ามีนาฬิกาข้อมือและแหวนประดับหลายรายการ ต่อ ป.ป.ช. รวมถึงเปิดเผยความคิดเห็นของพนักงาน เจ้าหน้าที่ ป.ป.ช.ทุกคนที่รับผิดชอบในการ ไต่สวนดังกล่าว และรายงานการประชุมคณะ กรรมการ ป.ป.ช.ที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิด เผยข้อมูลข่าวสารสาขาสังคม การบริหาร ราชการแผ่นดินและการบังคับใช้กฎหมาย ให้ถูกต้องครบถ้วนแก่นายวีระ สมความคิด ภายใน 15วัน นับแต่วันที่ทราบคำสั่งนี้ โดยศาลระบุเหตุผลถึงการมีคำสั่งดังกล่าวว่าผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง ไม่ได้ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครองให้ถูกต้องครบถ้วนและล่าช้าเกินสมควร โดยไม่มีเหตุอันสมควรศาลปกครองจึงมีอำนาจออกคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองชำระค่าปรับต่อศาล ตามมาตรา 75/4พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง 2542 ประกอบข้อ 4 วรรคหนึ่ง แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการปรับหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่มิได้ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครองให้ถูกต้องครบถ้วนหรือปฏิบัติล่าช้าเกินสมควร 2560 นายวีระ ระบุข้อความว่า คำสั่งดังกล่าวส่งมาถึงในช่วงเย็นวันพุธที่ 8 พ.ค.67 วันที่รอคอยมาถึงแล้ว และ หลังจากนี้ จะทำการยื่นฟ้องคดีต่อศาลอาญาคดีทุจริต เพื่อนำผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองไปรับโทษในคุก เพราะคำสั่งศาลปกครองกลางดังกล่าวคือหลักฐานที่ยืนยันว่า ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองได้กระทำความผิดจริง ตามที่ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลปกครองรีบบังคับคดีกับผู้ถูกฟ้องทั้งสอง กรณีผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองมีเจตนาท้าทายอำนาจศาลปกครอง ไม่ปฏิบัติตามคำพิพากษาของศาลปกครองสูงสุด ทั้งๆที่คดีถึงที่สุดแล้ว ไม่ยอมให้เอกสารที่เกี่ยวกับการตรวจสอบกรณีนาฬิกา 22 เรือน ของพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ ทั้ง 3 รายการแก่ตน ต่อมาศาลปกครองกลางต้องเรียกคู่ความทั้งสองมาทำการไต่สวนอีกครั้งในวันที่ 16 ก.พ.67 ในที่สุดศาลปกครองกลางก็มีคำสั่งลงวันที่ 2 พ.ค.67 โดยสรุปว่า ที่ผ่านมาผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองไม่ได้ปฏิบัติตามคำบังคับของศาลปกครองให้ถูกต้องครบถ้วน และล่าช้าเกินสมควร โดยไม่มีเหตุอันสมควร ศาลปกครองกลางจึงมีคำสั่งลงโทษให้ปรับผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง และบังคับให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองต้องปฏิบัติตามคำพิพากษา ภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับทราบคำสั่งนี้ #ใกล้คุกเข้าไปทุกทีแล้วนะ สำหรับคำสั่งศาลปกครอง ลงวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 เป็นคําสั่งเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคําบังคับของศาลปกครองคดีหมายเลขดําที่ 2605/2562 คดีหมายเลขแดงที่ 1326/2564 ระหว่าง นายวีระ สมความคิด ผู้ฟ้องคดี และ สํานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐละเลยต่อหน้าที่ ตามที่กฎหมายกําหนดให้ต้องปฏิบัติหรือปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวล่าช้าเกินสมควร เนื้อหาของคำสั่งระบุว่า คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้ฟ้องคดีได้มีหนังสือลงวันที่ 26 ธันวาคม 2560 ถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ขอให้ไต่สวนกรณีพลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จงใจยื่นบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อเท็จจริงที่ควรแจ้งให้ทราบ ต่อมา ผู้ฟ้องคดีได้ทราบข่าวทางสื่อมวลชนว่า ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีมติ ไม่รับเรื่องดังกล่าวไว้ทําการไต่สวน จึงได้มีหนังสือลงวันที่ 18 มกราคม 2562 ถึงผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ขอข้อมูลข่าวสารของราชการที่เกี่ยวกับกรณีกล่าวหาข้างต้นจํานวน 3 รายการ คือ 1. รายงานการแสวงหาข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเอกสารทั้งหมด 2. ความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ทุกคน ที่รับผิดชอบในเรื่องกล่าวหา และ 3.รายงานการประชุม ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่เกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 มีมติไม่ให้เปิดเผยข้อมูลตามที่ผู้ฟ้องคดีร้องขอ ผู้ฟ้องคดีจึงมีหนังสือ ลงวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 อุทธรณ์ คําสั่งไม่ให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าว ซึ่งคณะกรรมการวินิจฉัยการเปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ในคําพิพากษาศาลปกครองสูงสุดคดีหมายเลขแดงที่ อ. 224/2566 จึงเห็นว่า ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสอง มิได้ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลปกครองให้ถูกต้องครบถ้วนและล่าช้าเกินสมควร ศาลปกครองจึงมีอํานาจออกคําสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองชําระค่าปรับต่อศาลตามมาตรา 75/4 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. 2542 ประกอบข้อ 4 วรรคหนึ่ง แห่งระเบียบของที่ประชุมใหญ่ตุลาการในศาลปกครองสูงสุด ว่าด้วยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการปรับหน่วยงานทางปกครองหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มิได้ปฏิบัติตามคําบังคับของศาลปกครองให้ถูกต้องครบถ้วนหรือปฏิบัติล่าช้าเกินสมควรพ.ศ. 2560 จึงมีคําสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 1 ชําระค่าปรับเป็นเงินจํานวนห้าพันบาท และให้ ผู้ถูกฟ้องคดีที่ 2 ชําระค่าปรับเป็นเงินจํานวนห้าพันบาท โดยให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองชําระค่าปรับ ภายในสามสิบวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งคําสั่งศาล หากผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองไม่ชําระค่าปรับต่อศาล ภายในกําหนด ศาลอาจมีคําสั่งให้มีการบังคับคดีแก่ทรัพย์สินของผู้ถูกฟ้องคดีซึ่งเป็นเจ้าหน้าของรัฐ ต่อไป และให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้งสองปฏิบัติตามคําพิพากษาศาลปกครองสูงสุด คดีหมายเลขแดงที่ อ. 224/2566 ให้ถูกต้องครบถ้วนภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบคําสั่งนี้
ป.ป.ช. กรรมการป.ป.ช. สำนักงานกรรมการป.ป.ช. นาฬิกาบิ๊กป้อม คดีนาฬิกาหรู ประวิตร วงษ์สุวรรณ บิ๊กป้อม วีระ สมความคิด
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
เลือดเข้าตา “บิ๊กโจ๊ก” สาวไส้ คน(วงใน)องค์กรขบวนการยุติธรรมเลือดเข้าตา หรือไม่ ไม่ต้องถาม ก็มีคำตอบ หลังจากเมื่อวันที่ 21 เม.ย.ที่ผ่านมา มีมือมืดปล่อยเอกสารที่ลงวันที่ 17 เม.ย.67 ของ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ยื่นต่อคณะกรรมการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอคัดค้านการปฏิบัติหน้าที่ของนายสุชาติ ตระกูลเกษมสุข กรรมการ ป.ป.
Read more »
กรรมการ ป.ป.ช.ที่ถูก “บิ๊กโจ๊ก” พาดพิง เคลื่อนไหวชี้แจงข้อกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. ที่ถูก “บิ๊กโจ๊ก” พาดพิง เคลื่อนไหวชี้แจงข้อกล่าวหา ยืนยันไม่มีมูลความจริง ยก “บิ๊กป้อม” ยังไม่เล่นด้วย แฉเบื้องหลังหวังสกัดร่วมลงมติคดี 'บีเอ็นเค มาสเตอร์' ให้ส่งสำนวนคืนตำรวจ
Read more »
กรรมการ ป.ป.ช.โดน 'บิ๊กโจ๊ก' พาดพิง แจงแล้ว ยันไม่มีมูล ขอสังคมมองแผนให้ออกกรรมการ ป.ป.ช.ที่ถูก 'บิ๊กโจ๊ก' พาดพิงเคลื่อนไหวแล้ว! ยันข้อร้องเรียนไม่มีมูล แต่ขอสังคมมอง 'แผนลับ' ให้ออก ชี้มีความพยายามกำจัดตัวเอง เพราะไม่อยากให้เข้าไปดูคดีที่โดนกล่าวหาใช่หรือไม่
Read more »
'พัชรวาท' ยังไม่ได้คุย 'บิ๊กป้อม' หลังมีเอกสารหลุด กรรมการ ป.ป.ช. อักษรย่อ ส. ยันพี่ชายไม่เกี่ยว เขาเป็นบอกใจดี'พัชรวาท' ยังไม่ได้คุย 'บิ๊กป้อม' หลังมีเอกสารหลุด กรรมการ ป.ป.ช. อักษรย่อ ส. ขอช่วยเรื่องตำแหน่ง ยันพี่ชายไม่เกี่ยว เขาเป็นบอกใจดี
Read more »
ปปช. มีมติชี้มูลความผิด “ สุชาติ ภิญโญ” สส.นครราชสีมา ครอบครองที่ดินในเขตป่าไม้ถาวรวังน้ำเขียววันที่ 25 เมษายน 2567 นายนิวัติไชย เกษมมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ( ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลงว่าคณะกรรมการ ป.ป.ช.
Read more »
“โจ๊ก” ดิ้นกล่าวหา ป.ป.ช.“สุชาติ” กลายเป็นแฉตัวเอง ดึง “บิ๊กป้อม” ซวยด้วย“โจ๊ก” ดิ้นครั้งสุดท้าย หลังถูกให้ออกจากราชการ ยื่นร้องสอบ “สุชาติ” กรรมการ ป.ป.ช. อ้างพฤติกรรมไม่เหมาะสม มีเรื่องขัดแย้งกับตน แต่เอาเข้าจริงเป็นคำร้องที่เต็มไปด้วยคำโกหก และเปิดโปงตัวเองอย่างล่อนจ้อน แถมยังดึงเอา “บิ๊กป้อม” ผู้มี
Read more »
