ศักดิ์สยาม แจง ระบบขนส่งสาธารณะ ล้วนได้รับพระราชทานชื่อ ซึ่งการเปลี่ยนชื่อสถานีกลางบางซื่อเป็นกรุงเทพอภิวัฒน์ จึงไม่ต่างจากการเปลี่ยนชื่อสนามบินหนองงูเห่าเป็นสุวรรณภูมิ เมื่อเห็นเสียงวิจารณ์ จึงได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้เกิดความโปร่งใส
ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ กรณีที่การรถไฟแห่งประเทศไทย เพิ่งจะแพ้คดีบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทผู้รับจ้างจิรัฏฐ์กล่าวว่า ประเด็นแรก ป้ายสถานีกลางบางซื่อปัจจุบันมีอายุ 3 ปี เดิมมีแค่ตัวอักษร แต่ในการปรับปรุงครั้งนี้จะเพิ่มโลโก้ รฟท.
เข้าไปด้วย ซึ่งไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเพิ่ม มีประโยชน์อย่างไร หาก รฟท. ต้องการประหยัดงบประมาณ สามารถเปลี่ยนแค่บางส่วนก็ได้ เช่น เก็บคำว่า ‘สถานีกลาง’ ไว้ แต่เปลี่ยนชื่อ หรือข้อเสนอของพรรคก้าวไกลคือให้ใช้ทั้ง 2 ชื่อคู่กัน เพราะไม่ว่าอย่างไรประชาชนก็จะเรียกว่าสถานีกลางบางซื่ออยู่ดี จึงขอถามว่าราคาค่าจ้างการเปลี่ยนป้ายมูลค่า 33 ล้านบาทนั้นเหมาะสมหรือไม่ แพงไปหรือไม่ศักดิ์สยามชี้แจงว่า ที่ผ่านมาระบบขนส่งสาธารณะของประเทศไทยที่ให้บริการประชาชนทุกโครงการล้วนได้รับพระราชทานชื่อที่เป็นมงคลนาม การเปลี่ยนชื่อสถานีกลางบางซื่อเป็นสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ ซึ่งมีความหมายว่า ‘ความรุ่งเรืองยิ่งแห่งกรุงเทพมหานคร’ จึงไม่ต่างจากการเปลี่ยนชื่อสนามบินหนองงูเห่าเป็นสนามบินสุวรรณภูมิ โดยได้ดำเนินการขอพระราชทานชื่อเมื่อเดือนพฤษภาคม 2564 ได้รับพระราชทานชื่อใหม่เมื่อเดือนกันยายน 2565 และเดือนตุลาคม 2565 กระทรวงคมนาคมสั่งการให้ รฟท. ติดตั้งป้ายชื่อพระราชทานให้แล้วเสร็จโดยเร็ว ซึ่ง รฟท. กำหนด TOR การดำเนินการต้องสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างและการบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. 2560 จึงจัดซื้อจัดจ้างโดยวิธีเฉพาะเจาะจง เพราะการปรับปรุงป้ายจะกระทบโครงการเดิมที่ดำเนินการเสร็จแล้วและอยู่ระยะค้ำประกันสัญญา หากไม่ใช้วิธีนี้จะมีปัญหา ต่อมาเมื่อเห็นเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของประชาชน จึงได้ลงนามแต่งตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงในวันนี้ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส มีรองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน จะทราบผลภายใน 15 วัน“เป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อม ที่ได้รับพระราชทานชื่ออันเป็นมิ่งมงคลต่อกิจการรถไฟ ซึ่งถือว่านามสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ จะสถิตสถาพรเป็นศรีสง่าต่อกิจการการรถไฟและกรุงเทพมหานคร และจะเป็นศูนย์กลางการคมนาคมทางรถไฟและจุดเชื่อมต่อการเดินทางของประชาชน ทั้งระบบรถไฟทางไกล ระบบรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนการโดยสารของประชาชนในเขตกรุงเทพมหานครกับขนส่งสาธารณะอื่นๆ นับจากนี้จนอนาคตตลอดไป” ศักดิ์สยามกล่าวจิรัฏฐ์กล่าวว่า คำถามของตนสั้นมาก ถามว่าราคา 33 ล้านบาทแพงเกินไปหรือไม่ ประชาชนคิดว่าแพง แต่รัฐมนตรีตอบไม่ตรงคำถาม อย่างไรก็ตาม ไม่อยากให้รัฐมนตรีพุ่งเป้าการตรวจสอบไปที่ รฟท. เพียงอย่างเดียว เพราะปีศาจมักซ่อนอยู่ในรายละเอียด หากย้อนไปเมื่อเดือนมกราคม 2563 ผู้รับเหมาคือบริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ซึ่งร่วมกับบริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด ติดตั้งป้ายสถานีกลางบางซื่อเสร็จสิ้น ต่อมาเมื่อได้รับพระราชทานชื่อใหม่ รัฐมนตรีก็เร่งรีบให้ รฟท. เปลี่ยนป้าย จึงใช้วิธีเฉพาะเจาะจงกำหนดราคากลางเสร็จเมื่อ 2 สัปดาห์ที่แล้ว เมื่อประชาชนเห็นราคาที่สูงก็ตั้งคำถาม รัฐมนตรีจึงตั้งคณะกรรมการขึ้นมา ถือเป็นสูตรสำเร็จในการเอาตัวรอด น่าสงสัยว่ารัฐมนตรีไม่รู้มาก่อนเลยหรือว่าอยากได้ชื่อสถานีใหม่ หรือไม่ว่าอย่างไรก็จะเปลี่ยนชื่อให้ได้โดยไม่สนว่าต้องใช้เงินภาษีประชาชนเท่าไร จึงขอตั้งคำถามที่สองต่อว่า ทำไมต้องเปลี่ยนชื่อสถานี“รัฐมนตรีทราบหรือไม่ว่ามีป้ายเล็กป้ายน้อยอีกเท่าไรที่ต้องเปลี่ยนชื่อตาม ทั้งหมดต้องใช้เงินเท่าไร พาลจะลำบากไปถึง กทม. ผมคิดว่ารัฐมนตรีใช้เงินมือเติบเกินไป วันนี้ถ้าเอาหน่วยงานราชการของประเทศไทยมาเรียงกัน การรถไฟฯ น่าจะยาจกที่สุด เพราะขาดทุนต่อเนื่องทุกปีเป็นแสนล้าน แต่กลับใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายแบบนี้” จิรัฏฐ์กล่าวจิรัฏฐ์กล่าวต่อว่า ที่รัฐมนตรีคมนาคมบอกว่า การเปลี่ยนชื่อเป็นประเพณีนั้น คือประเพณีอะไร และหากทราบว่าเป็นประเพณีทำไมจึงทำป้ายถาวรมาก่อน ถ้าหน่วยงานราชการอื่นเอาแบบอย่างจะต้องใช้เงินภาษีประชาชนอีกเท่าไรนอกจากนี้อีกเรื่องที่สำคัญคือเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2564 รฟท. เพิ่งจะแพ้คดีต่อกิจการร่วมค้า SU ระหว่างบริษัท ยูนิค กับ บริษัท ซิโน-ไทย ความเสียหายกว่า 7,500 ล้านบาท เหตุผลหลักที่แพ้คดีในครั้งนั้น ตามที่ปรากฏในสำนวนการฟ้อง คือ รฟท. เอาสถานีกลางบางซื่อที่ยังไม่ได้จ่ายค่าก่อสร้างครบถ้วนไปทำศูนย์ฉีดวัคซีนกลางบางซื่อ จนคนงงทั้งประเทศว่าทำไมต้องมาฉีดที่นี่ น่าตั้งคำถามว่าทำแบบนี้เพื่อให้แพ้คดีโดยง่ายหรือไม่ และน่าแปลกที่เกิดข้อพิพาทขนาดนั้นวันนี้ดอกเบี้ยก็ยังเดินอยู่ แต่ทำไมถึงยังจัดซื้อจัดจ้างบริษัท ยูนิค ความเสียหายที่เกิดขึ้นใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ รวมถึงงานก่อสร้างในอนาคตที่มีกิจการร่วมค้า SU จะมีกรณีเช่นนี้เกิดขึ้นอีกหรือไม่ เป็นประเด็นคำถามที่สามศักดิ์สยามกล่าวว่า ยืนยันว่ากระทรวงคมนาคมไม่มีอะไรต้องปกปิด ขอให้รอผลการตรวจสอบ เมื่อผลออกมาจะรายงานให้ประชาชนทราบแน่นอน การเปลี่ยนชื่อนั้นเป็นประเพณีปฏิบัติ ไม่ใช่ความต้องการของตน สถานที่สำคัญของราชการหลายแห่งก็ทำแบบนี้ เป็นเรื่องปกติส่วนประเด็นราคาถูกหรือราคาแพง ตนไม่ยืนยัน เพราะไม่ใช่คนกำหนดราคา และเรื่องคดีความที่ว่า จนถึงตอนนี้คดียังไม่ถึงที่สุด ยังมีการต่อสู้อยู่ ต้องมีการอุทธรณ์ต่อไป
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
“ศักดิ์สยาม” ตั้ง กก.สอบเปลี่ยนป้าย “สถานีกลางบางซื่อ”“ศักดิ์สยาม” ตั้ง กก.สอบเปลี่ยนป้าย “สถานีกลางบางซื่อ” ให้เสร็จใน 15 วัน มีรองปลัดฯ คมนาคม เป็นประธาน
Read more »
เปิดคำสั่ง ‘ศักดิ์สยาม’ เซ็นตั้ง 10 ชื่อเป็นกรรมการ สอบกรณีป้ายส.กลาง กทม.อภิวัฒน์เปิดคำสั่ง ‘ศักดิ์สยาม’ เซ็นตั้ง 10 ชื่อเป็นกรรมการ สอบกรณีป้ายส.กลาง กทม.อภิวัฒน์ isranews สำนักข่าวอิศรา สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์ สถานีกลางบางซื่อ
Read more »
'ก้าวไกล' ถล่ม รฟท.ผลาญงบฯ 33 ล้าน 'ศักดิ์สยาม' แจง เปลี่ยนชื่อตามประเพณีเพื่อความเป็นมหามงคล!!! 'ก้าวไกล' ถล่ม รฟท.ผลาญงบฯ 33 ล้าน 'ศักดิ์สยาม' แจง เปลี่ยนชื่อตามประเพณี สถานีกลางบางซื่อ สถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์
Read more »
'ศักดิ์สยาม' การันตีไม่มีอะไรปกปิด ปมเปลี่ยนป้ายสถานีกลางบางซื่อ 33 ล้าน'ศักดิ์สยาม' การันตีไม่มีอะไรปกปิด ปมเปลี่ยนป้ายสถานีกลางบางซื่อ 33 ล้าน ขอรอผลตรวจสอบ หากผลไม่ถูกต้องก็แก้ไข บอก คกก.เป็นผู้ทรงคุณวุฒิทั้งนั้น ลั่นถ้าไม่เชื่อชุดนี้ ก็หาไม่ได้แล้ว
Read more »
