เจาะลึกผลงานของนักเตะจากบุนเดสลีกาที่ย้ายมาร่วมทีมในพรีเมียร์ลีกช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ทั้ง อัดลี่, ซิมอนส์, กิตเท่นส์, และลิเวอร์พูล มาดูกันว่าใครทำผลงานได้ตามเป้าหมาย และใครยังต้องปรับตัวอีกมาก
แน่นอนว่าตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์ล่าสุด สโมสรในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ใช้เงินจำนวนมากในการดึง 10 นักเตะจาก บุนเดสลีกา มาร่วมทัพ แต่ผลงานของพวกเขาเป็นยังไง ลองไปพิจารณากันได้เลย อัดลี่ ซัดไปสองประตูจากการเล่น 20 เกมให้ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ บอร์นมัธ ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ แต่นักเตะแทบไม่ได้รับโอกาสลงเล่นกับทัพ"เดอะ เชอร์รี่ส์" โดยได้ลงเล่นตัวจริงแค่เกมเดียวใน พรีเมียร์ลีก จากทั้งหมด 9 เกมที่ได้ลงสนาม อย่างไรก็ตามด้วยสไตล์การเล่นซึ่งสามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง นั่นทำให้เขาเหมาะกับระบบของ บอร์นมัธ ในยุคกุนซืออันโดนี่ อิราโอล่า แม้เวลานี้ฟอร์มอาจไม่โดดเด่น แต่ในอนาคตมีโอกาสพัฒนาขึ้น ปีกชาวดัตช์ ต้องพบกับความยากลำบากในการสร้างผลงานชั้นยอดให้กับ สเปอร์ส หลังจากลงเล่นให้ต้นสังกัดไปแล้ว 14 เกมในทุกรายการ โดยเขาเพิ่งมีส่วนกับประตูแค่ครั้งเดียวนั่นก็คือจังหวะแอสซิสต์ให้ทีมในเกมถล่ม โคเปนเฮเก้น 4-0 ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แถมในเกมแพ้ เชลซี 0-1 นักเตะฟอร์มย่ำแย่จนโดนเปลี่ยนตัวออก ที่สำคัญ ซิมอนส์ ยังโดนกูรูลูกหนังบางคนตราหน้าว่าเป็น"อันโตนี่แห่งสเปอร์ส" แต่กระนั้นหากเขามีเวลาในการปรับตัวมากขึ้นก็อาจจะได้เห็นศักยภาพชั้นยอดในเร็วๆ นี้ กิตเท่นส์ ย้ายมาด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์ เพื่อแทนที่ โนนี่ มาดูเอเก้ ซึ่งโดนขายไปให้กับ อาร์เซน่อล แต่ ดาวเตะวัย 21 ปี ต้องเจอกับการแข่งขันที่สูงมากเมื่อ เชลซี ซื้อ อเลฮานโดร การ์นาโช่ มาร่วมทัพ ปีกชาวอังกฤษ วัย 21 ปี ได้ลงเล่นตัวจริงแค่ 2 เกมจากการลงสนาม 9 แมตช์ใน พรีเมียร์ลีก เขายิงได้ 1 ประตูในเกมชนะ วูล์ฟส์ 4-3 ศึกคาราบาว คัพ และ 1 แอสซิสต์ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก แม้นักเตะจะมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม แต่ยังไม่สามารถแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่ ลิเวอร์พูล ทุ่นเงินเป็นสถิติสโมสรจำนวน 116 ล้านปอนด์ ดึงตัวมาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น แต่ยังยิงประตูและแอสซิสต์ไม่ได้เลยในเกม พรีเมียร์ลีก และยังต้องปรับตัวกับระบบการเล่นที่แตกต่างจากสมัยอยู่ทัพ"ห้างขายยา" นักเตะคาดหวังจะเป็นนักเตะคีย์แมนของทีม แต่ฟอร์มโดยรวมยังไม่สามารถพึ่งพาได้ อย่างไรก็ตามด้วยศักยภาพและพรสวรรค์ เชื่อว่า จอมทัพชาวเยอรมัน จะสามารถกลับมาสร้างผลงานได้เหมือนสมัยอยู่กับ เลเวอร์คูเซ่น ได้แน่นอน ฟริมปง ย้ายมาร่วมทีมในฐานะตัวแทนของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แต่นักเตะดันดวงแตกโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานทำให้ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนัก อย่างไรก็ตามหาก สตาร์ชาวดัตช์ กลับมาฟิตสมบูรณ์ มีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวหลักของทีม และความว่าฟอร์มจะโดดเด่นมากยิ่งขึ้นในอนาคต กองกลางชาวเยอรมันกำลังสร้างชื่อให้กับตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม แม้เพิ่งลงเล่นใน พรีเมียร์ลีก ไปเพียง 10 นัดเท่านั้น แถมยังเล่นทั้งที่ซี่โครงหักอีกด้วย! เจ้าตัวซัดฟรีคิกสุดงามในเกมที่ชนะ วูล์ฟส์ 3-1 จุดเด่นของนักเตะก็คือความทุ่มเท, ร่างกายแข็งแกร่ง และทำงานหนัก แม้จะเคยมีปัญหาอาการบาดเจ็บมาก่อนและเคยเสียตำแหน่งตัวจริงไปช่วงหนึ่ง แต่ตอนนี้เขากลับมายึดตำแหน่งคืนอีกครั้ง และเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของทีม หัวหอกชาวสโลวีเนีย ย้ายมาด้วยค่าตัวรวม 74 ล้านปอนด์ โดยผลงานในช่วงแรกๆ ไม่ค่อยดีนักแต่ก็ยกระดับฟอร์มการเล่นจนกลายเป็นตัวหลักของทีม พร้อมซัดไป 2 ประตูจาก 12 เกมในลีก อย่างไรก็ตามมีหลายคนมองว่านักเตะยังเล่นไม่เข้ากับ มาเตอุส คุนญ่า และ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ แถมฟอร์มการเล่นก็ไม่ค่อยคงเส้นคงวา และล่าสุดก็มีปัญหาบาดเจ็บ แต่หากมองภาพรวมแล้ว เชชโก้ มีส่วนช่วยให้เกมรุกของ"ผีแดง" ดีขึ้น และถ้าหากฟิตสมบูรณ์และปรับตัวกับระบบของ รูเบน อโมริม ได้ดีขึ้น เขาจะอันตรายยิ่งกว่านี้ เอกิติเก้ สร้างผลกระทบในการเล่น ลิเวอร์พูล ได้ทันที โดยเขาตะบันไปแล้ว 6 ประตูจากทุกรายการในฤดูกาลนี้ สตาร์ดาวโรจน์ชาวฝรั่งเศส มีส่วนสำคัญในเกมรุกของ"หงส์แดง" โดยเขาเต็มไปด้วยความเร็ว, ทักษะโดดเด่น และมีความเฉียบคมในการจบสกอร์ ต้องยอมรับว่านักเตะปรับตัวกับลีกใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และมีอิทธิพลกับทีมในทุกแมตช์ที่ลงสนาม แม้ช่วงหลังผลงานอาจสะดุดไปบ้างเนื่องจากฟอร์มของ ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยโดดเด่น แต่เขายังมีอนาคตสดใสรออยู่ โวลเทอมาเดอ ย้ายมาในฐานะตัวตายตัวแทนของ อเล็กซานเดอร์ อีซัค ที่อำลา นิวคาสเซิ่ล ไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล โดยนักเตะสามารถสร้างผลกระทบในเกมรุกให้กับทัพ"สาลิกาดง" ได้ทันที โดยตอนนี้ซัดไปแล้ว 6 ประตูในทุกรายการ และฟอร์มก็พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ต้องเล่นภายใต้แรงกดดันก็ตาม จุดเด่นของ ดาวยิงทีมชาติเยอรมนี ก็คือการเล่นลูกโด่ง และการครองบอล ที่สำคัญด้วยวัยเพียง 23 ปีนักเตะยังมีทีเด็ดแสดงออกมาให้เห็นอีกเยอะ กัปตันทีมซันเดอร์แลนด์ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งในรายชื่อการย้ายจาก บุนเดสลีกา มาเล่นใน พรีเมียร์ลีก ซัมเมอร์นี้ โดยเขาถูกยกย่องว่าเป็นการเซ็นสัญญาที่ดีเยี่ยมของลีกเมืองผู้ดี โดย ดาวเตะชาวสวิส ลงเล่นครบทุกนาทีให้ทัพ"แมวดำ" ซีซั่นนี้ หลังหวนกลับมาสู่ พรีเมียร์ลีก อีกครั้ง โดย ชาคา ย้ายมาจาก เลเวอร์คูเซ่น ด้วยค่าตัวเพียง 13 ล้านปอนด์ มาสู่ ซันเดอร์แลนด์ ซึ่งเพียงแค่ 2 ปีหลังอำลา อาร์เซน่อล เมื่อปี 2023 ที่สำคัญในวัย 33 ปีนักเตะเต็มไปด้วยความสามารถและประสบการณ์ แถมผ่านการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาแล้ว 2 สมัย และแชมป์ บุนเดสลีกา กับ เดเอฟเบ โพคาล แบบไร้พ่ายด้วย.
แน่นอนว่าตลาดพ่อค้าแข้งซัมเมอร์ล่าสุด สโมสรในลีกสูงสุดเมืองผู้ดี ใช้เงินจำนวนมากในการดึง 10 นักเตะจากบุนเดสลีกามาร่วมทัพ แต่ผลงานของพวกเขาเป็นยังไง ลองไปพิจารณากันได้เลย อัดลี่ ซัดไปสองประตูจากการเล่น 20 เกมให้ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ก่อนจะย้ายมาอยู่กับ บอร์นมัธ ด้วยค่าตัว 25 ล้านปอนด์ แต่นักเตะแทบไม่ได้รับโอกาสลงเล่นกับทัพ"เดอะ เชอร์รี่ส์" โดยได้ลงเล่นตัวจริงแค่เกมเดียวในพรีเมียร์ลีกจากทั้งหมด 9 เกมที่ได้ลงสนาม อย่างไรก็ตามด้วยสไตล์การเล่นซึ่งสามารถเล่นได้หลายตำแหน่ง นั่นทำให้เขาเหมาะกับระบบของ บอร์นมัธ ในยุคกุนซืออันโดนี่ อิราโอล่า แม้เวลานี้ฟอร์มอาจไม่โดดเด่น แต่ในอนาคตมีโอกาสพัฒนาขึ้น ปีกชาวดัตช์ ต้องพบกับความยากลำบากในการสร้างผลงานชั้นยอดให้กับ สเปอร์ส หลังจากลงเล่นให้ต้นสังกัดไปแล้ว 14 เกมในทุกรายการ โดยเขาเพิ่งมีส่วนกับประตูแค่ครั้งเดียวนั่นก็คือจังหวะแอสซิสต์ให้ทีมในเกมถล่ม โคเปนเฮเก้น 4-0 ศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก แถมในเกมแพ้ เชลซี 0-1 นักเตะฟอร์มย่ำแย่จนโดนเปลี่ยนตัวออก ที่สำคัญ ซิมอนส์ ยังโดนกูรูลูกหนังบางคนตราหน้าว่าเป็น"อันโตนี่แห่งสเปอร์ส" แต่กระนั้นหากเขามีเวลาในการปรับตัวมากขึ้นก็อาจจะได้เห็นศักยภาพชั้นยอดในเร็วๆ นี้ กิตเท่นส์ ย้ายมาด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์ เพื่อแทนที่ โนนี่ มาดูเอเก้ ซึ่งโดนขายไปให้กับ อาร์เซน่อล แต่ ดาวเตะวัย 21 ปี ต้องเจอกับการแข่งขันที่สูงมากเมื่อ เชลซี ซื้อ อเลฮานโดร การ์นาโช่ มาร่วมทัพ ปีกชาวอังกฤษ วัย 21 ปี ได้ลงเล่นตัวจริงแค่ 2 เกมจากการลงสนาม 9 แมตช์ในพรีเมียร์ลีก เขายิงได้ 1 ประตูในเกมชนะ วูล์ฟส์ 4-3 ศึกคาราบาว คัพ และ 1 แอสซิสต์ในเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก แม้นักเตะจะมีพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยม แต่ยังไม่สามารถแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่ ลิเวอร์พูล ทุ่นเงินเป็นสถิติสโมสรจำนวน 116 ล้านปอนด์ ดึงตัวมาจาก ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น แต่ยังยิงประตูและแอสซิสต์ไม่ได้เลยในเกมพรีเมียร์ลีก และยังต้องปรับตัวกับระบบการเล่นที่แตกต่างจากสมัยอยู่ทัพ"ห้างขายยา" นักเตะคาดหวังจะเป็นนักเตะคีย์แมนของทีม แต่ฟอร์มโดยรวมยังไม่สามารถพึ่งพาได้ อย่างไรก็ตามด้วยศักยภาพและพรสวรรค์ เชื่อว่า จอมทัพชาวเยอรมัน จะสามารถกลับมาสร้างผลงานได้เหมือนสมัยอยู่กับ เลเวอร์คูเซ่น ได้แน่นอน ฟริมปง ย้ายมาร่วมทีมในฐานะตัวแทนของ เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แต่นักเตะดันดวงแตกโดนอาการบาดเจ็บเล่นงานทำให้ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนามมากนัก อย่างไรก็ตามหาก สตาร์ชาวดัตช์ กลับมาฟิตสมบูรณ์ มีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวหลักของทีม และความว่าฟอร์มจะโดดเด่นมากยิ่งขึ้นในอนาคต กองกลางชาวเยอรมันกำลังสร้างชื่อให้กับตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม แม้เพิ่งลงเล่นในพรีเมียร์ลีกไปเพียง 10 นัดเท่านั้น แถมยังเล่นทั้งที่ซี่โครงหักอีกด้วย! เจ้าตัวซัดฟรีคิกสุดงามในเกมที่ชนะ วูล์ฟส์ 3-1 จุดเด่นของนักเตะก็คือความทุ่มเท, ร่างกายแข็งแกร่ง และทำงานหนัก แม้จะเคยมีปัญหาอาการบาดเจ็บมาก่อนและเคยเสียตำแหน่งตัวจริงไปช่วงหนึ่ง แต่ตอนนี้เขากลับมายึดตำแหน่งคืนอีกครั้ง และเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญของทีม หัวหอกชาวสโลวีเนีย ย้ายมาด้วยค่าตัวรวม 74 ล้านปอนด์ โดยผลงานในช่วงแรกๆ ไม่ค่อยดีนักแต่ก็ยกระดับฟอร์มการเล่นจนกลายเป็นตัวหลักของทีม พร้อมซัดไป 2 ประตูจาก 12 เกมในลีก อย่างไรก็ตามมีหลายคนมองว่านักเตะยังเล่นไม่เข้ากับ มาเตอุส คุนญ่า และ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ แถมฟอร์มการเล่นก็ไม่ค่อยคงเส้นคงวา และล่าสุดก็มีปัญหาบาดเจ็บ แต่หากมองภาพรวมแล้ว เชชโก้ มีส่วนช่วยให้เกมรุกของ"ผีแดง" ดีขึ้น และถ้าหากฟิตสมบูรณ์และปรับตัวกับระบบของ รูเบน อโมริม ได้ดีขึ้น เขาจะอันตรายยิ่งกว่านี้ เอกิติเก้ สร้างผลกระทบในการเล่น ลิเวอร์พูล ได้ทันที โดยเขาตะบันไปแล้ว 6 ประตูจากทุกรายการในฤดูกาลนี้ สตาร์ดาวโรจน์ชาวฝรั่งเศส มีส่วนสำคัญในเกมรุกของ"หงส์แดง" โดยเขาเต็มไปด้วยความเร็ว, ทักษะโดดเด่น และมีความเฉียบคมในการจบสกอร์ ต้องยอมรับว่านักเตะปรับตัวกับลีกใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และมีอิทธิพลกับทีมในทุกแมตช์ที่ลงสนาม แม้ช่วงหลังผลงานอาจสะดุดไปบ้างเนื่องจากฟอร์มของ ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยโดดเด่น แต่เขายังมีอนาคตสดใสรออยู่ โวลเทอมาเดอ ย้ายมาในฐานะตัวตายตัวแทนของ อเล็กซานเดอร์ อีซัค ที่อำลา นิวคาสเซิ่ล ไปอยู่กับ ลิเวอร์พูล โดยนักเตะสามารถสร้างผลกระทบในเกมรุกให้กับทัพ"สาลิกาดง" ได้ทันที โดยตอนนี้ซัดไปแล้ว 6 ประตูในทุกรายการ และฟอร์มก็พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่องแม้ต้องเล่นภายใต้แรงกดดันก็ตาม จุดเด่นของ ดาวยิงทีมชาติเยอรมนี ก็คือการเล่นลูกโด่ง และการครองบอล ที่สำคัญด้วยวัยเพียง 23 ปีนักเตะยังมีทีเด็ดแสดงออกมาให้เห็นอีกเยอะ กัปตันทีมซันเดอร์แลนด์ขึ้นแท่นอันดับหนึ่งในรายชื่อการย้ายจาก บุนเดสลีกา มาเล่นในพรีเมียร์ลีก ซัมเมอร์นี้ โดยเขาถูกยกย่องว่าเป็นการเซ็นสัญญาที่ดีเยี่ยมของลีกเมืองผู้ดี โดย ดาวเตะชาวสวิส ลงเล่นครบทุกนาทีให้ทัพ"แมวดำ" ซีซั่นนี้ หลังหวนกลับมาสู่พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง โดย ชาคา ย้ายมาจาก เลเวอร์คูเซ่น ด้วยค่าตัวเพียง 13 ล้านปอนด์ มาสู่ ซันเดอร์แลนด์ ซึ่งเพียงแค่ 2 ปีหลังอำลา อาร์เซน่อล เมื่อปี 2023 ที่สำคัญในวัย 33 ปีนักเตะเต็มไปด้วยความสามารถและประสบการณ์ แถมผ่านการคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ มาแล้ว 2 สมัย และแชมป์บุนเดสลีกา กับ เดเอฟเบ โพคาล แบบไร้พ่ายด้วย
พรีเมียร์ลีก บุนเดสลีกา ตลาดซื้อขายนักเตะ ผลงานนักเตะ วิเคราะห์บอล
