เปิดประเด็นวิเคราะห์เจาะลึกการจัดตั้งคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ภายใต้รัฐบาลอนุทิน 2 ตั้งแต่การจัดสรรโควตา, องค์ประกอบของคณะรัฐมนตรี, บุคคลที่น่าจับตามอง, และความท้าทายที่รออยู่
เมื่อพิจารณาอย่างละเอียดถี่ถ้วนเกี่ยวกับรายชื่อคณะ รัฐมนตรี ( ครม. ) รัฐบาล อนุทิน 2 พบว่าไม่ถึงกับน่าเกลียดน่าชังเกินไปนัก ถือว่าพอรับได้ในสถานการณ์ทาง การเมือง ปัจจุบัน โฉมหน้า ครม. ชุดใหม่มีจำนวน 35 คน ประกอบด้วย รัฐมนตรี โควตาจากพรรคภูมิใจไทย 27 คน และโควตาจากพรรคเพื่อไทย 8 คน แบ่งเป็น รัฐมนตรี ชาย 29 คน และ รัฐมนตรี หญิง 6 คน คิดเป็นสัดส่วนผู้ชาย 83% และผู้หญิงเพียง 17% “แม่ลูกจันทร์” ชี้ให้เห็นว่าข้อสังเกตประการหนึ่งคือ การจัดตั้ง ครม.
ชุดนี้ยังไม่สมดุลเท่าที่ควร การแบ่งสรรปันส่วนโควตารัฐมนตรีไม่สอดคล้องกับภาระหน้าที่ ตัวอย่างเช่น มีรองนายกรัฐมนตรีถึง 7 คน และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีถึง 4 คน ในขณะที่กระทรวงสำคัญอย่างกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง และกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งสมควรมีรัฐมนตรีช่วยว่าการเพื่อแบ่งเบาภาระงาน กลับมีเพียงรัฐมนตรีว่าการนั่งเก้าอี้เพียงคนเดียว “แม่ลูกจันทร์” สรุปว่า มีรัฐมนตรีจากชุดก่อน 13 คนที่ยังคงดำรงตำแหน่งเดิม มีรัฐมนตรี 8 คนที่โยกย้ายตำแหน่ง และมีรัฐมนตรีใหม่ป้ายแดง 14 คนที่เพิ่งเข้ารับตำแหน่ง ข้อสังเกตที่สำคัญคือ มีรัฐมนตรีจาก “กลุ่มลูกบังเกิดเกล้า” ซึ่งเป็นตัวแทนจากบ้านใหญ่ 10 คน ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีเพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่วงศ์ตระกูล หากพูดตามความเป็นจริง กลุ่มรัฐมนตรีลูกบังเกิดเกล้าไม่ได้น่ากลัวเท่าพ่อบังเกิดเกล้าที่อยู่เบื้องหลังการเมือง เพราะพ่อบังเกิดเกล้าแต่ละคนล้วนมีความเจนจัดในเรื่องการเมืองจนต้องผลักดันลูกหลานให้ขึ้นดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีแทนตนเอง “แม่ลูกจันทร์” ยังกล่าวถึงบุคคล 2 ท่านที่เคยมีชื่อเป็นว่าที่รัฐมนตรีชุดใหม่ แต่สุดท้ายไม่ผ่านการคัดเลือก 1. นางสาวตรีนุช เทียนทอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ซึ่งเกิดปัญหาเรื่องโควตา และ 2. นางสาวสุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ซึ่งถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) แจ้งข้อหาบุกรุกพื้นที่หาดสวนยา จังหวัดอุบลราชธานี ทำให้ต้องมีการเปลี่ยนแปลงให้ นายกร โสมกลาง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) จังหวัดนครราชสีมา พรรคเพื่อไทย ซึ่งเป็นบุคคลใกล้ชิด เข้าดำรงตำแหน่งแทน “แม่ลูกจันทร์” ได้เลือกสรรรัฐมนตรีที่มีคุณสมบัติเหมาะสมที่สุด 2 ท่าน จากรายชื่อ ครม. 35 คน ได้แก่ 1. นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และ 2. นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นอกจากนี้ ยังมีรัฐมนตรี 2 ท่านที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด ได้แก่ 1. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ผู้ต้องรับผิดชอบคดีที่ดินเขากระโดง และ 2. พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ผู้ต้องรับผิดชอบคดีทุจริตฮั้วเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เนื่องจากมีรัฐมนตรี 12 คนที่ถูกคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แจ้งข้อหาเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือกตั้ง สว. คงไม่ต้องเอ่ยชื่อให้เป็นที่ระคายเคือง “แม่ลูกจันทร์” เน้นย้ำว่า ในบรรดา ครม. ชุดใหม่ 35 คน มี 2 ท่านที่ต้องเผชิญกับภาระงานที่หนักหนาสาหัสยิ่งกว่าใคร 1. นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี ควบรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ผู้ต้องรับผิดชอบวิกฤติค่าครองชีพแพงทั่วแผ่นดิน และ 2. นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ผู้ต้องรับมือกับวิกฤติน้ำมันแพง จะสามารถแก้ไขปัญหาได้หรือไม่ คงต้องติดตามกันต่อไ
ครม. อนุทิน รัฐมนตรี การเมือง การบริหารประเทศ เศรษฐกิจ สังคม
