ทีมชาติไทย U23 พ่ายจุดโทษ อินโดนีเซีย 6-7 หลังเสมอกัน 1-1 ทำให้ 'ช้างศึก' ร่วงรอบรองชนะเลิศอาเซียน คัพ 2025 เปิด 5 ประเด็นสำคัญหลังเกม ทั้งแท็กติก, ฟอร์มผู้เล่น, ปัญหาจบสกอร์ และภาพรวมอนาคตลูกหนังไทยในภูมิภาค
ในแง่แท็กติก ถือว่ามาถูกทาง - อินโดนีเซีย แม้จะครองบอลได้มากกว่า แต่ก็ไม่อาจเจาะแนวรับช้างศึกเข้าไปจบสกอร์เน้นๆ ได้มากนัก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นปัญหาคือการตอบสนองในจังหวะสวนกลับของผู้เล่นไทย ที่ยังช้า, ขาดความแม่นยำและไม่สอดประสานกันได้ดีนัก หลายจังหวะ เกมสวนกลับของทัพช้างศึกควรจะมีลุ้นจบสกอร์ แต่กลับถูกตัดตอนกลางคัน เนื่องจากการขาดการเติมเต็มของผู้เล่นริมเส้น หรือมิดฟิลด์ไม่มีการสอดขึ้นมารับบอลได้เร็วพอ ส่วนประตูที่ถูกตีเสมอ 1-1 ก็มาจากการเสียสมาธิ เพราะประกบ เยนส์ ราเว่น ไม่ดีพอ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าศูนย์หน้าเชื้อสายเนเธอร์แลนด์ส ผู้นี้คือตัวทีเด็ดของอินโดนีเซีย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้แท็กติกจะวางไว้ดี แต่การเคลื่อนที่และการประสานงานไม่ตอบสนอง ประสิทธิภาพของแผนที่วางไว้ย่อมไม่เกิดผล เสกสรรค์ ราตรี คือชื่อที่แฟนฟุตบอลหลายคนฝากความหวังไว้มากในชุดนี้ ไม่เพียงเพราะเขาเคยผ่านการติดทีมชาติชุดใหญ่มาแล้ว แต่ยังเพราะมีปลอกแขนกัปตันทีมสวมใส่อยู่บนแขน ด้วยพรสวรรค์ที่มี บวกดีกรีที่เหนือกว่าเพื่อนๆ ในชุดยู-23 มันบ่งชี้ว่าเด็กหนุ่มชาวราชบุรี ควรจะเป็น 'ความหวัง' ของทัพช้างศึก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสนามกลับไม่ใช่แบบนั้น โดยเฉพาะเกมกับอินโดนีเซีย - เสกสรรค์ มีช่วงเวลาที่ดูขาดความมั่นใจ หลายจังหวะพยายามเลี้ยงฝ่าดงแข้งเจ้าถิ่นแบบฝืนตัวเอง และมักจะเสียบอลในพื้นที่สำคัญ บางจังหวะก็เลือกช็อตที่ยากจนเกินไป โดยไม่มองหาตัวเลือกที่ดีกว่า แม้จะมี 1 แอสซิสต์ที่ถวายพานงามๆ ให้ ยศกรบูรพา แต่หากมองภาพรวม เขายังไม่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้เลย โดยเฉพาะในช่วงที่ไทย จำเป็นต้องเปลี่ยนจังหวะเกมเร็วเพื่อสวนกลับ ด้วยพรสวรรค์ บวกด้วยประสบการณ์ที่เพิ่มพูน หากว่า เสกสรรค์ ยังไม่สามารถก้าวข้าม คำว่า 'ดาวรุ่งตลอดกาล' ก็จะติดตัวเขาไปอีกยาวๆเกมกับอินโดนีเซีย ทัพช้างศึกมีโอกาสยิงถึง 14 หน โดยเป็นการซัดตรงกรอบ 5 ครั้ง และเปลี่ยนเป็น 1 ประตู ซึ่งในแง่ตัวเลขอาจไม่ได้เลวร้าย แต่เมื่อเทียบกับโอกาสที่ได้มา รวมถึงลักษณะของเกมที่เล่นกับคู่แข่งระดับเดียวกัน มันยังถือว่าไม่ดีพอ ยศกร บูรพา ในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า อาจจะได้รับคำชื่นชมในเรื่องความทุ่มเทและพละกำลังความแข็งแกร่ง แถมยังยิงได้หนึ่งประตู แต่ถ้ามองในแง่ประสิทธิภาพของคำว่า 'ศูนย์หน้า' ต้องบอกว่าเขายังห่างไกลจากการเป็นความหวังของทีมชาติไทย ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ของวงการลูกหนังสยามประเทศ เพราะตั้งแต่ชุดเล็ก ไปจนถึงชุดใหญ่ ความสามารถในการสร้างโอกาสอาจจะดีขึ้น แต่ความคมในการจบสกอร์ยังเป็นจุดอ่อนเสมอ นี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะถ้าหมดยุค ธีรศิลป์ แดงดา ต่อด้วย ปรเมศย์ อาจวิไล ณ ปัจจุบัน ก็ยังมองหาความหวังคนใหม่ไม่เจอเลยสักทีแม้ผลงานโดยรวมของทีมจะน่าผิดหวัง แต่ยังมี 3 นักเตะที่เปล่งประกายออกมาในเกมนี้ และควรได้รับคำชื่นชมในฐานะอนาคตของฟุตบอลไทย ศรวัสย์ โพธิ์สมัน จอมหนึบจาก สงขลา เอฟซี แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจ, ความเยือกเย็นและการยืนตำแหน่งที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในการป้องกันจุดโทษช่วงยิงตัดสิน ทำให้เห็นว่าตำแหน่งผู้รักษาประตูมีอนาคตแน่นอน พิชิตชัย เศียรกระโทก เซนเตอร์ฮาล์ฟจอมโหดที่โชว์พลังดุดัน, อ่านเกมเฉียบและกล้าเข้าสกัดแบบไม่กลัวเจ็บ แม้จะยังต้องขัดเกลาประสบการณ์ แต่หากได้รับการปั้นแต่งอย่างถูกวิธี เขาคือหนึ่งในกองหลังของทัพช้างศึก ชวัลวิทย์ แซ่เล้า ดาวรุ่งเนื้อหอมจาก บางกอก เอฟซี โดดเด่นเรื่องเทคนิค, กล้าเล่น-กล้าลุยและเพิ่มมิติเกมรุกได้หลากหลาย หากเพิ่มความเด็ดขาดในการจบสกอร์ เขาน่าจะเก่งกาจกว่านี้อีกหลายเท่าตัว.
ในแง่แท็กติก ถือว่ามาถูกทาง - อินโดนีเซีย แม้จะครองบอลได้มากกว่า แต่ก็ไม่อาจเจาะแนวรับช้างศึกเข้าไปจบสกอร์เน้นๆ ได้มากนัก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่เป็นปัญหาคือการตอบสนองในจังหวะสวนกลับของผู้เล่นไทย ที่ยังช้า, ขาดความแม่นยำและไม่สอดประสานกันได้ดีนัก หลายจังหวะ เกมสวนกลับของทัพช้างศึกควรจะมีลุ้นจบสกอร์ แต่กลับถูกตัดตอนกลางคัน เนื่องจากการขาดการเติมเต็มของผู้เล่นริมเส้น หรือมิดฟิลด์ไม่มีการสอดขึ้นมารับบอลได้เร็วพอ ส่วนประตูที่ถูกตีเสมอ 1-1 ก็มาจากการเสียสมาธิ เพราะประกบ เยนส์ ราเว่น ไม่ดีพอ ทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าศูนย์หน้าเชื้อสายเนเธอร์แลนด์ส ผู้นี้คือตัวทีเด็ดของอินโดนีเซีย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่า แม้แท็กติกจะวางไว้ดี แต่การเคลื่อนที่และการประสานงานไม่ตอบสนอง ประสิทธิภาพของแผนที่วางไว้ย่อมไม่เกิดผล เสกสรรค์ ราตรี คือชื่อที่แฟนฟุตบอลหลายคนฝากความหวังไว้มากในชุดนี้ ไม่เพียงเพราะเขาเคยผ่านการติดทีมชาติชุดใหญ่มาแล้ว แต่ยังเพราะมีปลอกแขนกัปตันทีมสวมใส่อยู่บนแขน ด้วยพรสวรรค์ที่มี บวกดีกรีที่เหนือกว่าเพื่อนๆ ในชุดยู-23 มันบ่งชี้ว่าเด็กหนุ่มชาวราชบุรี ควรจะเป็น 'ความหวัง' ของทัพช้างศึก แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในสนามกลับไม่ใช่แบบนั้น โดยเฉพาะเกมกับอินโดนีเซีย - เสกสรรค์ มีช่วงเวลาที่ดูขาดความมั่นใจ หลายจังหวะพยายามเลี้ยงฝ่าดงแข้งเจ้าถิ่นแบบฝืนตัวเอง และมักจะเสียบอลในพื้นที่สำคัญ บางจังหวะก็เลือกช็อตที่ยากจนเกินไป โดยไม่มองหาตัวเลือกที่ดีกว่า แม้จะมี 1 แอสซิสต์ที่ถวายพานงามๆ ให้ ยศกรบูรพา แต่หากมองภาพรวม เขายังไม่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้เลย โดยเฉพาะในช่วงที่ไทย จำเป็นต้องเปลี่ยนจังหวะเกมเร็วเพื่อสวนกลับ ด้วยพรสวรรค์ บวกด้วยประสบการณ์ที่เพิ่มพูน หากว่า เสกสรรค์ ยังไม่สามารถก้าวข้าม คำว่า 'ดาวรุ่งตลอดกาล' ก็จะติดตัวเขาไปอีกยาวๆเกมกับอินโดนีเซีย ทัพช้างศึกมีโอกาสยิงถึง 14 หน โดยเป็นการซัดตรงกรอบ 5 ครั้ง และเปลี่ยนเป็น 1 ประตู ซึ่งในแง่ตัวเลขอาจไม่ได้เลวร้าย แต่เมื่อเทียบกับโอกาสที่ได้มา รวมถึงลักษณะของเกมที่เล่นกับคู่แข่งระดับเดียวกัน มันยังถือว่าไม่ดีพอ ยศกร บูรพา ในตำแหน่งศูนย์หน้าตัวเป้า อาจจะได้รับคำชื่นชมในเรื่องความทุ่มเทและพละกำลังความแข็งแกร่ง แถมยังยิงได้หนึ่งประตู แต่ถ้ามองในแง่ประสิทธิภาพของคำว่า 'ศูนย์หน้า' ต้องบอกว่าเขายังห่างไกลจากการเป็นความหวังของทีมชาติไทย ปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ของวงการลูกหนังสยามประเทศ เพราะตั้งแต่ชุดเล็ก ไปจนถึงชุดใหญ่ ความสามารถในการสร้างโอกาสอาจจะดีขึ้น แต่ความคมในการจบสกอร์ยังเป็นจุดอ่อนเสมอ นี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะถ้าหมดยุค ธีรศิลป์ แดงดา ต่อด้วย ปรเมศย์ อาจวิไล ณ ปัจจุบัน ก็ยังมองหาความหวังคนใหม่ไม่เจอเลยสักทีแม้ผลงานโดยรวมของทีมจะน่าผิดหวัง แต่ยังมี 3 นักเตะที่เปล่งประกายออกมาในเกมนี้ และควรได้รับคำชื่นชมในฐานะอนาคตของฟุตบอลไทย ศรวัสย์ โพธิ์สมัน จอมหนึบจาก สงขลา เอฟซี แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจ, ความเยือกเย็นและการยืนตำแหน่งที่ยอดเยี่ยม โดยเฉพาะในการป้องกันจุดโทษช่วงยิงตัดสิน ทำให้เห็นว่าตำแหน่งผู้รักษาประตูมีอนาคตแน่นอน พิชิตชัย เศียรกระโทก เซนเตอร์ฮาล์ฟจอมโหดที่โชว์พลังดุดัน, อ่านเกมเฉียบและกล้าเข้าสกัดแบบไม่กลัวเจ็บ แม้จะยังต้องขัดเกลาประสบการณ์ แต่หากได้รับการปั้นแต่งอย่างถูกวิธี เขาคือหนึ่งในกองหลังของทัพช้างศึก ชวัลวิทย์ แซ่เล้า ดาวรุ่งเนื้อหอมจาก บางกอก เอฟซี โดดเด่นเรื่องเทคนิค, กล้าเล่น-กล้าลุยและเพิ่มมิติเกมรุกได้หลากหลาย หากเพิ่มความเด็ดขาดในการจบสกอร์ เขาน่าจะเก่งกาจกว่านี้อีกหลายเท่าตัว
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
วิเคราะห์บอล สหรัฐอเมริกา พบ กัวเตมาลา (3 ก.ค. 68) : ตั๋วชิงโกลด์ คัพ อยู่แค่เอื้อมเจ้าภาพ ทีมชาติสหรัฐอเมริกา หวังเข้าชิงโกลด์ คัพ 2025 โดยมีคิวเจอ กัวเตมาลา ที่เพิ่งล้ม แคนาดา จากการดวลจุดโทษ รอบรองชนะเลิศฟาดแข้งเช้าวันพฤหัสบดีที่ 3 กรกฎาคม นี้
Read more »
ชูเอา เปโดร เหมาสองพา 'สิงห์บลูส์' ทะลุชิง ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพผลบอล ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2025 วันอังคารที่ 8 กรกฎาคม 2568 : 'ชูเอา เปโดร' ออกสตาร์ทตัวจริงให้ต้นสังกัดใหม่ด้วยฟอร์มสุดโหด หลังตะบันคนเดียวสองเม็ดพา เชลซี ไล่อัด ฟลูมิเนนเซ่ ยอดทีมจากบราซิล 2-0 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศ ฟีฟ่า คลับ เวิลด์ คัพ 2025 ได้เป็นทีมแรก โดยรอพบผู้ชนะระหว่าง เปแอสเช หรือเรอัล มาดริด...
Read more »
'โค้ชวัง' นำทัพทีมชาติไทย U23 ประเดิมซ้อมมื้อแรกเตรียมลุยศึกอาเซียน 2025ทีมชาติไทย U23 เริ่มฝึกซ้อมครั้งแรกที่ ยามาโอกะ ฮานาซากะ อคาเดมี ภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล พร้อมเตรียมอุ่นเครื่องก่อนลุยศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน 2025 ที่อินโดนีเซีย
Read more »
“โค้ชวัง” ตั้งเป้านำช้างศึก U23 คว้าแชมป์อาเซียน ก่อนลุยชิงแชมป์เอเชียธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล กุนซือทีมชาติไทย U23 เผยเป้าหมายชัดเจนต้องการพาทีมคว้าแชมป์ AFF U23 Championship 2025 ชี้การเก็บตัวและอุ่นเครื่องช่วยยกระดับทีม พร้อมเดินหน้าสู่เป้าหมายใหญ่ในเอเชีย
Read more »
ช้างศึก U23 ซ้อมเข้มที่อินโดฯ -‘กิตติพัฒน์’ ลั่นเป้าหมายเดียวคือแชมป์อาเซียนทีมชาติไทย U23 ลงฝึกซ้อมต่อเนื่องที่อินโดนีเซีย ก่อนลุยศึกชิงแชมป์อาเซียน 2025 โดย 'กิตติพัฒน์ กุลภา' ยืนยันทุกคนมีเป้าหมายเดียวกันคือการคว้าแชมป์กลับบ้าน
Read more »
ธวัชชัย-เสกสรรค์ ร่วมแถลงก่อน ทีมชาติไทย U23 ดวล อินโดนีเซีย รอบรองฯ อาเซียนคัพโค้ชวัง ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล พร้อม เสกสรรค์ ราตรี กัปตันทีมชาติไทย U23 แถลงความพร้อมก่อนดวล อินโดนีเซีย U23 รอบรองฯ ศึก ASEAN U-23 Mandiri Cup 2025 ลั่นเป้าหมายคือแชมป์ พร้อมฝึกประสบการณ์ท่ามกลางแรงกดดัน
Read more »
