วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทย: ระยะเวลาทำงานของรัฐบาลและบทบาทของฝ่ายค้าน

การเมือง News

วิเคราะห์สถานการณ์การเมืองไทย: ระยะเวลาทำงานของรัฐบาลและบทบาทของฝ่ายค้าน
การเมืองไทยรัฐบาลฝ่ายค้าน
  • 📰 thaipost
  • ⏱ Reading Time:
  • 117 sec. here
  • 8 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 67%
  • Publisher: 51%

บทวิเคราะห์เกี่ยวกับระยะเวลาการทำงานของรัฐบาลชุดปัจจุบัน ภายใต้ข้อตกลง MOA และพฤติกรรมของฝ่ายค้านที่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของรัฐบาล รวมถึงการวิพากษ์วิจารณ์และการด้อยค่าผลงานของรัฐบาล

หากพิจารณาตาม MOA ระหว่างพรรค ภูมิใจไทย ที่เป็นแกนนำจัดตั้ง รัฐบาล และพรรคประชาชนที่ยอมยกมือให้หัวหน้าพรรค ภูมิใจไทย ได้เป็น รัฐบาล โดยไม่เข้าร่วมเป็น รัฐบาล ไม่รับตำแหน่งรัฐมนตรีใดๆ รัฐบาล นี้มีเวลาทำงาน 4 เดือน บวกกับเวลาก่อนเลือกตั้งอีก 2 เดือน และบวกกับเวลาก่อนที่จะมี รัฐบาล ใหม่เข้ามาทำงานอีกประมาณ 2 เดือน เวลาทำงานจริงๆ น่าจะประมาณ 8 เดือน ดังนั้น ถ้าหากนัก การเมือง ทั้งฝ่าย รัฐบาล และ ฝ่ายค้าน เข้ามาทำงาน การเมือง เพื่อประเทศชาติและประชาชน ก็น่าจะต้องช่วยกันให้เกิดโครงการ เพื่อการพัฒนาประเทศ และแก้ปัญหาต่างๆ ของประเทศที่จะสร้างความสุขให้ประชาชน แต่ในช่วงเวลาที่ผ่านมา หลังจากมีการจัดตั้ง รัฐบาล จนคณะรัฐมนตรีเข้าเฝ้าถวายสัตย์และ รัฐบาล มีการแถลงนโยบายแล้ว เรายังไม่ได้เห็นการเร่งรัดการทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนของนัก การเมือง แม้ว่า รัฐบาล จะมีความพยายามอยู่บ้าง แต่ก็ไม่สามารถเดินหน้าได้อย่างแคล่วคล่องให้เกิดผลงาน เพราะพรรค ฝ่ายค้าน พรรคหนึ่งก็มีพฤติกรรมเป็นฝ่ายแค้นด้วยความริษยาที่ตัวเองไม่ได้เป็น รัฐบาล ก็จะตั้งหน้าตั้งตาแซะ แขวะการทำงานของ รัฐบาล ไม่ว่า รัฐบาล จะคิดอ่านทำอะไรก็จะถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่าไม่ดี มีทั้งแกนนำพรรค และบรรดา Influencer ที่เป็นนายแบกนางแบกของพรรคนี้ ต่างก็พากันกระหน่ำด้อยค่าการทำงานของ รัฐบาล เพราะกลัวว่า รัฐบาล จะมีผลงาน จนทำให้พรรค ภูมิใจไทย ชนะ การเลือกตั้ง ที่จะเกิดขึ้นในเวลาสั้นๆ นี้ ทั้งๆ ที่หลายอย่างที่พูดออกมานั้นเป็นเรื่องของการขว้างงูไม่พ้นคอ หลายคนที่ได้ยินได้ฟังก็พากันตั้งคำถามว่า แล้วในช่วงเวลาที่พรรคของตนเป็น รัฐบาล นั้น ทำไมไม่ทำสิ่งที่ตัวเองเรียกร้องให้ รัฐบาล นี้ทำเล่า และหลายอย่างที่พูดแซะมานั้น ไม่ได้เป็นการเรียกร้องให้พรรค รัฐบาล ทำงานเพื่อประชาชน แต่เป็นการพูดในลักษณะที่ชี้ว่าพรรค ภูมิใจไทย ไม่เหมาะที่จะเป็น รัฐบาล พรรคของตนเองต่างหากที่มีความเหมาะสมมากกว่า อีกพรรคหนึ่งที่อุตส่าห์ช่วยยกมือให้หัวหน้าพรรค ภูมิใจไทย ได้เป็น รัฐบาล ก็ไม่ต้องการให้ รัฐบาล มีผลงานเช่นกัน ถึงขนาดที่มีแกนนำคนหนึ่งพูดว่ายกมือให้มาเป็น รัฐบาล เพื่อให้ยุบสภาให้มี การเลือกตั้ง ใหม่ ไม่ได้ให้มาแจกเงิน หมายถึงไม่พอใจที่ รัฐบาล มีโครงการ “คนละครึ่ง Plus” ที่ถูกใจประชาชน เป็นโครงการที่น่าจะกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นผลงานของ รัฐบาล ได้ พรรคนี้เขาหวังเป็นอย่างยิ่งว่าพรรคของเขาจะชนะ การเลือกตั้ง แบบ Landslide และได้เป็นพรรคที่สามารถจัดตั้ง รัฐบาล ได้เพียงพรรคเดียว เขามองว่าพรรคเพื่อไทยที่เป็นคู่แข่งที่สูสีกับเขานั้น ตอนนี้กระแสตกแล้ว เพราะการเป็น รัฐบาล 2 ปี ไม่มีผลงาน สิ่งที่แผดเสียงตะโกนหาเสียงไว้นั้น ไม่สามารถทำได้แม้แต่เรื่องเดียว เป็นการทำงานไม่ตรงปก มิหนำซ้ำ คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีก็ไร้ความรู้ ไร้ความสามารถ ไร้ประสบการณ์ ไร้วุฒิภาวะ ทำงานไม่เป็น และมีบุคลิกที่ไร้เสน่ห์ ทำลายมนตร์เสน่ห์ของพรรคแบบชนิดไม่อาจจะกอบกู้ได้ ส่วนพรรคอนุรักษ์นั้น ยังไงก็คงไม่มีทางได้ สส.

ถึง 100 คน เว้นเสียแต่ว่าในการเป็นรัฐบาลครั้งนี้มีผลงานเข้าตาประชาชน ดังนั้น พวกเขายอมไม่ได้ที่จะให้พรรคที่เป็นรัฐบาลอยู่ตอนนี้มีผลงานเข้าตาประชาชน ทำให้รัฐบาลนี้ตกอยู่ในสภาพไม่ได้ทำสิ่งที่ควรทำ แต่กลับเร่งรัดทำสิ่งที่ไม่ใช่เรื่องจำเป็นเร่งด่วน และไม่ใช่เรื่องที่เป็นประโยชน์กับประชาชน แต่เป็นประโยชน์กับนักการเมืองมากกว่า สิ่งที่ประชาชนอยากเห็นก็คือ 1) การจัดการเรื่องกรณีพิพาทไทย-กัมพูชาที่หนักแน่น เด็ดขาด 2) การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ แต่เรากลับไม่ได้เห็นนักการเมืองเคลื่อนไหวกระตุ้นรัฐบาลใน 2 เรื่องนี้ แต่กลับไปเร่งรัดเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นำเอามาเป็นวาระในการประชุมสภา เหมือนประหนึ่งเป็นเรื่องเร่งรัดที่มีความสำคัญเสียเหลือเกิน ทั้งๆ ที่เราไม่เคยได้ยินว่าประชาชนรู้สึกเดือดร้อนอะไรกับรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 มีแต่พวกนักการเมืองเท่านั้นที่รู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ที่เรียกขานกันว่าเป็น “รัฐธรรมนูญฉบับปราบโกง” การที่พวกเขารังเกียจรัฐธรรมนูญฉบับปราบโกงกันรุนแรงขนาดนี้ เป็นเพราะว่าพวกเขาตั้งใจจะโกง และรู้สึกว่ารัฐธรรมนูญฉบับนี้ทำให้โกงยาก แต่ละเรื่องที่พวกเขาวิพากษ์วิจารณ์รัฐธรรมนูญฉบับนี้ ไม่เห็นมีประเด็นใดที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชน การที่เขาเอาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นมาทำก่อนที่จะคุยกันเรื่องการแก้ไขปัญหาข้อพิพาทไทย-กัมพูชา และเรื่องการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชน มันเป็นเพราะเขาอับปัญญา ไม่สามารถที่จะเรียงลำดับความสำคัญได้อย่างถูกต้อง หรือว่าพวกเขาเห็นแก่ตัว ต้องการทำสิ่งที่เป็นประโยชน์กับนักการเมืองก่อนที่จะทำสิ่งที่จะเป็นประโยชน์กับประชาชน พวกเขาต้องการให้ตัดเรื่องการดำรงตำแหน่งทางการเมืองที่จะต้องมีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นเชิงประจักษ์ แสดงว่าพวกเขาไม่มีความซื่อสัตย์หรือไร พวกเขาต้องการลดทอนอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญ ด้วยการกล่าวหาว่าศาลรัฐธรรมนูญเป็นเครื่องมือของนิติสงครามที่ผู้มีอำนาจใช้ในการกำจัดฝ่ายตรงกันข้าม จริงๆ แล้ว ถ้าหากคนเราเข้าใจรัฐธรรมนูญและปฏิบัติตามบทบัญญัติในรัฐธรรมนูญ ไม่เห็นต้องกลัวอำนาจของศาลรัฐธรรมนูญเลย ถ้าหากไม่ได้ทำผิดอะไร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ไม่อาจจะทำอะไรเขาได้ มีบางพรรคต้องการให้มีการร่างรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับโดยผู้ร่างมาจากการเลือกของประชาชน ไม่ใช่มาจากการแต่งตั้งของใครบางคน ที่อาจจะทำให้ไม่ยึดโยงกับประชาชน เป็นการพูดที่ดูถูกผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความรู้ มีความเชี่ยวชาญ มีประสบการณ์ และเป็นผู้ที่มีผลงานที่เป็นประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชนมาเป็นเวลาหลายสิบปี ถ้าหากใช้ปัญญาให้มาก เห็นแก่ตัวให้น้อยลง ก็น่าจะเรียงลำดับว่าควรทำอะไรก่อนหลังเพื่อประเทศชาติและประชาชน แต่ถ้าหากเห็นแก่ตัว ก็จะเรียงลำดับความสำคัญผิดอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้นั่นแหละ.

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

thaipost /  🏆 62. in TH

การเมืองไทย รัฐบาล ฝ่ายค้าน ภูมิใจไทย การเลือกตั้ง

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

สุทิน ชี้ รัฐบาลเจอข้อจำกัดเยอะ เปรียบเป็น 'เป็ดง่อย' ชี้ 4 เดือน อาจไม่พอแก้ปัญหาสุทิน ชี้ รัฐบาลเจอข้อจำกัดเยอะ เปรียบเป็น 'เป็ดง่อย' ชี้ 4 เดือน อาจไม่พอแก้ปัญหานายสุทิน คลังแสง สส. พรรคเพื่อไทย อภิปรายถึงนโยบายรัฐบาล ชี้ข้อจำกัดหลายประการ ทั้ง MOA, รัฐบาลเสียงข้างน้อย, งบประมาณ, ความเชื่อมั่น และระยะเวลา 4 เดือน วิจารณ์เป็น 'เป็ดง่อย' หวั่นแก้ปัญหาไม่ทัน
Read more »

อนุทินกับการบ้านกองโต: จากนโยบายสู่ปฏิบัติการแก้ 4 ภัย พร้อมโจทย์ร้อนความมั่นคง-MOAอนุทินกับการบ้านกองโต: จากนโยบายสู่ปฏิบัติการแก้ 4 ภัย พร้อมโจทย์ร้อนความมั่นคง-MOAเจาะลึกภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาลเฉพาะกิจภายใต้การนำของนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กับภารกิจแก้ 4 ภัยใน 4 เดือน พร้อมวิเคราะห์ประเด็นร้อนแรงด้านความมั่นคงและเงื่อนไข MOA ที่อาจส่งผลกระทบต่ออนาคตทางการเมือง
Read more »

บิ๊กเอกชน จี้รัฐเร่งแก้ 'บาทแข็ง' หวั่นกระทบเศรษฐกิจปีหน้าบิ๊กเอกชน จี้รัฐเร่งแก้ 'บาทแข็ง' หวั่นกระทบเศรษฐกิจปีหน้าบิ๊กเอกชน วอนรัฐเร่งแก้ บาทแข็ง กระทบการค้า-ท่องเที่ยว หวั่นเศรษฐกิจไทย5ปีข้างหน้าโตต่ำกว่าอาเซียน ชี้ส่งออกปี69 แนวโน้มสดใส หากบรรลุข้อตกลง MOA กับสหรัฐฯและเจรจาFTAกับยุโรป พร้อมปรับตัวสอดคล้องกับกติกาโลกใหม่ วันนี้ ( 8 ต.ค.2568) นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.
Read more »

นายกฯ ตอบชัด เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ตามกรอบ MOA | 13 ต.ค. 68นายกฯ ตอบชัด เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ตามกรอบ MOA | 13 ต.ค. 68พบกับประเด็น...นายกฯ ตอบชัด เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ตามกรอบ MOA...“ร.อ.ธรรมนัส” ปัดแทรกแซงผู้ว่าฯ เชียงราย
Read more »

สว.สำรองยื่นศาล รธน. วินิจฉัย MOA ภูมิใจไทย-ประชาชน ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมจ่อฟ้องคดีฮั้ว สว.สว.สำรองยื่นศาล รธน. วินิจฉัย MOA ภูมิใจไทย-ประชาชน ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมจ่อฟ้องคดีฮั้ว สว.กลุ่ม สว.สำรอง นำโดยนายอัครวัฒน์ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย MOA ระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชน โดยอ้างว่าอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ และเตรียมยื่นฟ้องคดีฮั้ว สว. เพิ่มเติม
Read more »

สว.สำรองยื่นศาล รธน. สอบ MOA 'ณัฐพงษ์-อนุทิน' ขัด รธน.หรือไม่ จี้รัฐบาลอย่าแทรกแซงคดีฮั้ว สว.สว.สำรองยื่นศาล รธน. สอบ MOA 'ณัฐพงษ์-อนุทิน' ขัด รธน.หรือไม่ จี้รัฐบาลอย่าแทรกแซงคดีฮั้ว สว.นายอัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล สว.สำรอง พร้อมคณะ ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยข้อตกลง (MOA) ระหว่าง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ และ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญหรือไม่ พร้อมเตือนรัฐบาลอย่าแทรกแซงคดีฮั้ว สว.
Read more »



Render Time: 2026-04-01 23:25:11