วิกฤตกำปั้นไทย: ห่างเหรียญทองโอลิมปิกและเอเชียนเกมส์นานนับทศวรรษ

กีฬา News

วิกฤตกำปั้นไทย: ห่างเหรียญทองโอลิมปิกและเอเชียนเกมส์นานนับทศวรรษ
มวยสากลโอลิมปิกเอเชียนเกมส์
  • 📰 siamsport_news
  • ⏱ Reading Time:
  • 115 sec. here
  • 8 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 66%
  • Publisher: 63%

วงการมวยสากลไทยเผชิญวิกฤต ผลงานตกต่ำต่อเนื่อง ทั้งในโอลิมปิกและเอเชียนเกมส์ รวมถึงเอเชียนยูธเกมส์ล่าสุดที่นักชกไทยพลาดเหรียญรางวัล ทำให้ฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกต้องออกมาวิพากษ์วิจารณ์ พร้อมกับการเข้ามาของ สมรักษ์ คำสิงห์ ในฐานะที่ปรึกษาเพื่อแก้ไขสถานการณ์

ตัดภาพกลับมาในปัจจุบัน ไม่น่าเชื่อว่าทัพกำปั้นจากแดนสยาม ห่างหายจากเหรียญทอง โอลิมปิก ไปนานเกือบ 20 ปีเข้าให้แล้ว นับตั้งแต่ความสำเร็จของ สมจิตร จงจอหอ ใน โอลิมปิก 2008 ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน มิหนำซ้ำ ในมหกรรม กีฬา แห่งชาวเอเชียอย่าง เอเชียนเกมส์ เราก็ไม่ได้เหรียญทองมานานถึง 11 ปีแล้วเช่นกัน นับตั้งแต่ เอเชียนเกมส์ 2014 ณ เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ จากผลงานของ วุฒิชัย มาสุข หลายคนอาจมองว่า ด้วยกติกาการให้คะแนนที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่ให้คะแนนตามจำนวนหมัดที่เข้าเป้า เปลี่ยนมาเป็นการให้คะแนนระบบ 10 แต้มต่อยก เหมือน มวยสากล อาชีพ มีผลให้นักชกไทยไม่ถนัดกับการให้คะแนนแบบนี้ จนประสบความสำเร็จน้อยลง แต่เหตุไฉนทัพกำปั้นจากชาติอื่นถึงสามารถปรับตัวเข้ากับการให้คะแนนในระบบ 10 แต้มได้ แล้วทีมหมัดไทยทำไมถึงทำไม่ได้ เท่านั้นยังไม่พอ ในการแข่งขัน มวยสากล สมัครเล่นในมหกรรม กีฬา เอเชียนยูธเกมส์ ครั้งที่ 3 ที่เพิ่งปิดฉากไปหมาดๆ ณ ประเทศบาห์เรน ปรากฏว่าทัพกำปั้นไทยสายเลือดใหม่ มิอาจคว้าเหรียญรางวัลมาครองได้เลยแม้แต่เหรียญเดียว เดินทางไปร่วมทำศึก 7 คนแต่กลับบ้านมือเปล่าครบทั้ง 7 คน ทั้งๆที่ก่อนไปแข่งขันได้ตั้งเป้าที่จะคว้าเหรียญทองมาฝากแฟน กีฬา ชาวไทยด้วย จากความผิดหวังดังกล่าว ทำให้สองฮีโร่เหรียญทอง โอลิมปิก อย่าง สมรักษ์ คำสิงห์ กับ มนัส บุญจำนงค์ ทนไม่ไหว ได้ออกมาวิพากย์วิจารณ์สมาคม กีฬา มวยสากล แห่งประเทศไทยอย่างหนัก ที่ทำผลงานได้ล้มเหลวจาก เอเชียนยูธเกมส์ 2025 และถ้าขืนปล่อยไปแบบนี้ ทัพกำปั้นไทยจะมีแต่ถอยหลังลงคลอง คงไม่มีโอกาสได้เห็นทีมหมัดไทยกลับมาคว้าเหรียญทอง โอลิมปิก หรือ เอเชียนเกมส์ อีกเป็นแน่แท้ผู้ซึ่งคว้าเหรียญทองแรกในประวัติศาสตร์ให้กับทัพนัก กีฬา ไทยใน โอลิมปิก เกมส์ เมื่อปี 1996 ที่แอตแลนตา ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาฝ่ายพัฒนาเทคนิคของสมาคมฯ โดยมีภารกิจหลักก็คือ เฟ้นหานักมวยฝีมือดีทั่วประเทศเสริมแคมป์ทีมชาติไทย และยังจะเข้ามาช่วยดูนักชกภายในแคมป์ด้วย พร้อมถ่ายทอดวิทยายุทธความสำเร็จบนสังเวียนให้กับนักชกรุ่นหลัง ทั้งนี้ บรรดาแฟนมวยจำนวนไม่น้อย ต่างให้ความเห็นว่า สมรักษ์ ที่ประสบความสำเร็จกับกติกาเดิมเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ซึ่งให้คะแนนตามจำนวนหมัดที่เข้าเป้า จะถ่ายทอดเทคนิคให้กับนักชกทีมชาติชุดปัจจุบันได้ดีเพียงใด เพราะได้เปลี่ยนมาใช้กติกาให้คะแนนในระบบ 10 แต้มเหมือนมวยอาชีพมานานราวๆ 10 ปีแล้ว นี่จึงเป็นภารกิจอันท้าทายครั้งใหม่ของวีระบุรุษเหรียญทอง โอลิมปิก 1996 ว่าจะช่วยกู้ศรัทธาให้กับทีมกำปั้นไทยได้ขนาดไหน โดยมีเป้าหมายหลักก็คือการแข่งขัน กีฬา ซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในเดือนหน้า และ กีฬา เอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20 ณ ไอจิ-นาโกยา ประเทศญี่ปุ่นในปีถัดไป.

ตัดภาพกลับมาในปัจจุบัน ไม่น่าเชื่อว่าทัพกำปั้นจากแดนสยาม ห่างหายจากเหรียญทองโอลิมปิกไปนานเกือบ 20 ปีเข้าให้แล้ว นับตั้งแต่ความสำเร็จของ สมจิตร จงจอหอ ในโอลิมปิก 2008 ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน มิหนำซ้ำ ในมหกรรมกีฬาแห่งชาวเอเชียอย่างเอเชียนเกมส์ เราก็ไม่ได้เหรียญทองมานานถึง 11 ปีแล้วเช่นกัน นับตั้งแต่เอเชียนเกมส์ 2014 ณ เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ จากผลงานของ วุฒิชัย มาสุข หลายคนอาจมองว่า ด้วยกติกาการให้คะแนนที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่ให้คะแนนตามจำนวนหมัดที่เข้าเป้า เปลี่ยนมาเป็นการให้คะแนนระบบ 10 แต้มต่อยก เหมือนมวยสากลอาชีพ มีผลให้นักชกไทยไม่ถนัดกับการให้คะแนนแบบนี้ จนประสบความสำเร็จน้อยลง แต่เหตุไฉนทัพกำปั้นจากชาติอื่นถึงสามารถปรับตัวเข้ากับการให้คะแนนในระบบ 10 แต้มได้ แล้วทีมหมัดไทยทำไมถึงทำไม่ได้ เท่านั้นยังไม่พอ ในการแข่งขันมวยสากลสมัครเล่นในมหกรรมกีฬาเอเชียนยูธเกมส์ครั้งที่ 3 ที่เพิ่งปิดฉากไปหมาดๆ ณ ประเทศบาห์เรน ปรากฏว่าทัพกำปั้นไทยสายเลือดใหม่ มิอาจคว้าเหรียญรางวัลมาครองได้เลยแม้แต่เหรียญเดียว เดินทางไปร่วมทำศึก 7 คนแต่กลับบ้านมือเปล่าครบทั้ง 7 คน ทั้งๆที่ก่อนไปแข่งขันได้ตั้งเป้าที่จะคว้าเหรียญทองมาฝากแฟนกีฬาชาวไทยด้วย จากความผิดหวังดังกล่าว ทำให้สองฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิกอย่าง สมรักษ์ คำสิงห์ กับ มนัส บุญจำนงค์ ทนไม่ไหว ได้ออกมาวิพากย์วิจารณ์สมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทยอย่างหนัก ที่ทำผลงานได้ล้มเหลวจากเอเชียนยูธเกมส์ 2025 และถ้าขืนปล่อยไปแบบนี้ ทัพกำปั้นไทยจะมีแต่ถอยหลังลงคลอง คงไม่มีโอกาสได้เห็นทีมหมัดไทยกลับมาคว้าเหรียญทองโอลิมปิกหรือเอเชียนเกมส์อีกเป็นแน่แท้ผู้ซึ่งคว้าเหรียญทองแรกในประวัติศาสตร์ให้กับทัพนักกีฬาไทยในโอลิมปิกเกมส์ เมื่อปี 1996 ที่แอตแลนตา ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาฝ่ายพัฒนาเทคนิคของสมาคมฯ โดยมีภารกิจหลักก็คือ เฟ้นหานักมวยฝีมือดีทั่วประเทศเสริมแคมป์ทีมชาติไทย และยังจะเข้ามาช่วยดูนักชกภายในแคมป์ด้วย พร้อมถ่ายทอดวิทยายุทธความสำเร็จบนสังเวียนให้กับนักชกรุ่นหลัง ทั้งนี้ บรรดาแฟนมวยจำนวนไม่น้อย ต่างให้ความเห็นว่า สมรักษ์ ที่ประสบความสำเร็จกับกติกาเดิมเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ซึ่งให้คะแนนตามจำนวนหมัดที่เข้าเป้า จะถ่ายทอดเทคนิคให้กับนักชกทีมชาติชุดปัจจุบันได้ดีเพียงใด เพราะได้เปลี่ยนมาใช้กติกาให้คะแนนในระบบ 10 แต้มเหมือนมวยอาชีพมานานราวๆ 10 ปีแล้ว นี่จึงเป็นภารกิจอันท้าทายครั้งใหม่ของวีระบุรุษเหรียญทองโอลิมปิก 1996 ว่าจะช่วยกู้ศรัทธาให้กับทีมกำปั้นไทยได้ขนาดไหน โดยมีเป้าหมายหลักก็คือการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 33 ที่ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในเดือนหน้า และกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 20 ณ ไอจิ-นาโกยา ประเทศญี่ปุ่นในปีถัดไป

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

siamsport_news /  🏆 26. in TH

มวยสากล โอลิมปิก เอเชียนเกมส์ สมรักษ์ คำสิงห์ เอเชียนยูธเกมส์

 

United States Latest News, United States Headlines



Render Time: 2026-04-01 17:07:44