สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น หลังมีข่าวลือว่าสหรัฐฯ เตรียมบุกยึดเกาะคาร์กของอิหร่าน แต่จุดสำคัญอยู่ที่ 7 เกาะยุทธศาสตร์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็น 'เรือบรรทุกเครื่องบินที่ไม่มีวันจม' และอาจเป็นฝันร้ายของสหรัฐฯ หากประเมินสถานการณ์ผิดพลาด
ความตึงเครียดใน ตะวันออกกลาง พุ่งทะลุจุดเดือด ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูว่า สหรัฐอเมริกา เตรียมส่งกองกำลังภาคพื้นดินนับพันนายบุกยึด "เกาะคาร์ก" ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการส่งออกน้ำมันถึง 90% ของ อิหร่าน ทว่าในสมรภูมิอ่าวเปอร์เซีย เกาะคาร์กเป็นเพียงเป้าหมายปลายทาง เพราะด่านหินที่แท้จริงคือ " 7 เกาะยุทธศาสตร์ " ที่ทำหน้าที่เป็นปราการเหล็กควบคุมความมั่นคงบริเวณ ช่องแคบฮอร์มุซ Nation STORY พาไปเจาะลึกแนวป้องกันที่ อิหร่าน ขนานนามว่าเป็น "เรือบรรทุกเครื่องบินที่ไม่มีวันจม" ซึ่งอาจกลายเป็นฝันร้ายของกองทัพสหรัฐฯ หากประเมินสถานการณ์ผิดพลาด ช่องแคบฮอร์มุซ ไม่ใช่เพียงผืนน้ำโล่งกว้าง แต่ถูกควบคุมด้วยเครือข่ายเกาะ 7 แห่ง ได้แก่ อบู มูซา , เกรตเตอร์ ทูนบ์ , เลสเซอร์ ทูนบ์ , เฮงกัม , เกชม , ลารัก และฮอร์มุซ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซุนยัตเซนของจีน และผู้เชี่ยวชาญจากแคนาดา นิยามกลุ่มเกาะเหล่านี้ว่าเป็น "แนวป้องกันหลัก" ของ อิหร่าน หากลากเส้นเชื่อมต่อเกาะทั้ง 7 จะเห็นถึงความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเกาะขนาดเล็ก 3 แห่งทางฝั่งตะวันตกสุด ที่บีบให้เรือรบและเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ต้องแล่นผ่านในระยะประชิด เนื่องจากข้อจำกัดด้านความลึกของน้ำ ความแคบและตื้นเขินนี้ทำให้เรือของศัตรูตกเป็นเป้าหมายนิ่ง สำหรับเรือโจมตีเร็ว เรือวางทุ่นระเบิด และฝูงโดรนของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ที่ซุ่มซ่อนอยู่บนเกาะคาร์ล ชูสเตอร์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ข่าวกรองร่วมของกองบัญชาการแปซิฟิก ชี้ว่า หากสหรัฐฯ ต้องการส่งหน่วยนาวิกโยธินสะเทินน้ำสะเทินบก ทะลวงเข้าไปยึดเกาะคาร์ก กองทัพเรือสหรัฐฯ จำเป็นต้อง "ทำลาย" ฐานทัพ อิหร่าน บนเกาะยุทธศาสตร์เหล่านี้ให้สิ้นซากเสียก่อน ปัจจุบัน สหรัฐฯ กำลังระดมกำลังพลจากหน่วย MEU สองหน่วย และกองพลทหารราบที่ 82 มุ่งหน้าสู่ ตะวันออกกลาง การบุกยึดสามารถทำได้ 2 ทางคือ ทางทะเล: ใช้เรือยกพลขึ้นบกเบาะอากาศ แต่ต้องเสี่ยงฝ่าดงจรวดจากเกาะลารัคและเฮงกัม ซึ่งเซดริก ไลตัน นักวิเคราะห์การทหารเตือนว่า ขีปนาวุธจากลารัคเพียงจุดเดียวก็สามารถปิดตายทางเข้าอ่าวเปอร์เซียได้ทั้งหมด ทางอากาศ: ใช้เครื่องบิน CV-22 Osprey หรือการกระโดดร่มจากที่สูง ซึ่งแม้จะหลีกเลี่ยงแนวป้องกันทางทะเลได้ แต่ก็มีความเสี่ยงสูงจากระบบป้องกันภัยทางอากาศของ อิหร่าน และมีข้อจำกัดเรื่องการขนส่งอาวุธยุทโธปกรณ์หนักการโจมตีกวาดล้างเกาะเหล่านี้อาจใช้เวลาตั้งแต่ 2 วันถึง 2 สัปดาห์ สถาบันเพื่อการศึกษาเรื่องสงคราม รายงานว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศนำร่องทำลายโรงเก็บเครื่องบินและท่าเรือบนเกาะอบู มูซา และเกาะทูนบ์ไปบ้างแล้ว แต่ความท้าทายที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้น "หลังจากการยึดครอง" ศูนย์ซูฟาน ประเมินว่า สหรัฐฯ ต้องใช้กำลังพลไม่ต่ำกว่า 1,800-2,000 นาย เพื่อประจำการบนเกาะ ทหารเหล่านี้จะกลายเป็นเป้าล่อเป้าชั้นดีสำหรับฝูงโดรน ขีปนาวุธ และปืนใหญ่ที่ยิงมาจากแผ่นดินใหญ่ อิหร่าน ซึ่งอาจดึงสหรัฐฯ เข้าสู่วังวนสงครามยืดเยื้อและสูญเสียกำลังพลจำนวนมหาศาลท่ามกลางการเตรียมพร้อมทางทหาร สัญญาณทางการเมืองก็ตึงเครียดไม่แพ้กัน โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขยายเส้นตายการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของ อิหร่าน ออกไปเป็นวันที่ 6 เมษายน 2026 เพื่อเปิดทางให้การเจรจา แม้รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ จะระบุว่ามีความคืบหน้า แต่ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม กลับยืนกรานท่าทีแข็งกร้าวว่า สหรัฐฯ พร้อมที่จะ "เจรจาด้วยระเบิด" ช่องแคบฮอร์มุซ ในวันนี้จึงเปรียบเสมือนถังดินปืนที่รอเพียงประกายไฟ การตัดสินใจบุกยึดเกาะของสหรัฐฯ ไม่ใช่แค่การตัดท่อน้ำเลี้ยง อิหร่าน แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามเต็มรูปแบบที่จะสั่นคลอนระเบียบโลกและตลาดพลังงานไปอีกนาน.
ความตึงเครียดในตะวันออกกลางพุ่งทะลุจุดเดือด ท่ามกลางกระแสข่าวลือหนาหูว่า สหรัฐอเมริกาเตรียมส่งกองกำลังภาคพื้นดินนับพันนายบุกยึด "เกาะคาร์ก" ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการส่งออกน้ำมันถึง 90% ของอิหร่าน ทว่าในสมรภูมิอ่าวเปอร์เซีย เกาะคาร์กเป็นเพียงเป้าหมายปลายทาง เพราะด่านหินที่แท้จริงคือ "7 เกาะยุทธศาสตร์" ที่ทำหน้าที่เป็นปราการเหล็กควบคุมความมั่นคงบริเวณช่องแคบฮอร์มุซNation STORY พาไปเจาะลึกแนวป้องกันที่อิหร่านขนานนามว่าเป็น "เรือบรรทุกเครื่องบินที่ไม่มีวันจม" ซึ่งอาจกลายเป็นฝันร้ายของกองทัพสหรัฐฯ หากประเมินสถานการณ์ผิดพลาดช่องแคบฮอร์มุซไม่ใช่เพียงผืนน้ำโล่งกว้าง แต่ถูกควบคุมด้วยเครือข่ายเกาะ 7 แห่ง ได้แก่ อบู มูซา , เกรตเตอร์ ทูนบ์ , เลสเซอร์ ทูนบ์ , เฮงกัม , เกชม , ลารัก และฮอร์มุซ นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยซุนยัตเซนของจีน และผู้เชี่ยวชาญจากแคนาดา นิยามกลุ่มเกาะเหล่านี้ว่าเป็น "แนวป้องกันหลัก" ของอิหร่าน หากลากเส้นเชื่อมต่อเกาะทั้ง 7 จะเห็นถึงความได้เปรียบเชิงยุทธศาสตร์อย่างชัดเจน โดยเฉพาะเกาะขนาดเล็ก 3 แห่งทางฝั่งตะวันตกสุด ที่บีบให้เรือรบและเรือบรรทุกน้ำมันขนาดใหญ่ต้องแล่นผ่านในระยะประชิด เนื่องจากข้อจำกัดด้านความลึกของน้ำ ความแคบและตื้นเขินนี้ทำให้เรือของศัตรูตกเป็นเป้าหมายนิ่ง สำหรับเรือโจมตีเร็ว เรือวางทุ่นระเบิด และฝูงโดรนของกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม ที่ซุ่มซ่อนอยู่บนเกาะคาร์ล ชูสเตอร์ อดีตผู้อำนวยการศูนย์ข่าวกรองร่วมของกองบัญชาการแปซิฟิก ชี้ว่า หากสหรัฐฯ ต้องการส่งหน่วยนาวิกโยธินสะเทินน้ำสะเทินบก ทะลวงเข้าไปยึดเกาะคาร์ก กองทัพเรือสหรัฐฯ จำเป็นต้อง "ทำลาย" ฐานทัพอิหร่านบนเกาะยุทธศาสตร์เหล่านี้ให้สิ้นซากเสียก่อน ปัจจุบัน สหรัฐฯ กำลังระดมกำลังพลจากหน่วย MEU สองหน่วย และกองพลทหารราบที่ 82 มุ่งหน้าสู่ตะวันออกกลาง การบุกยึดสามารถทำได้ 2 ทางคือ ทางทะเล: ใช้เรือยกพลขึ้นบกเบาะอากาศ แต่ต้องเสี่ยงฝ่าดงจรวดจากเกาะลารัคและเฮงกัม ซึ่งเซดริก ไลตัน นักวิเคราะห์การทหารเตือนว่า ขีปนาวุธจากลารัคเพียงจุดเดียวก็สามารถปิดตายทางเข้าอ่าวเปอร์เซียได้ทั้งหมด ทางอากาศ: ใช้เครื่องบิน CV-22 Osprey หรือการกระโดดร่มจากที่สูง ซึ่งแม้จะหลีกเลี่ยงแนวป้องกันทางทะเลได้ แต่ก็มีความเสี่ยงสูงจากระบบป้องกันภัยทางอากาศของอิหร่าน และมีข้อจำกัดเรื่องการขนส่งอาวุธยุทโธปกรณ์หนักการโจมตีกวาดล้างเกาะเหล่านี้อาจใช้เวลาตั้งแต่ 2 วันถึง 2 สัปดาห์ สถาบันเพื่อการศึกษาเรื่องสงคราม รายงานว่า สหรัฐฯ และอิสราเอลได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศนำร่องทำลายโรงเก็บเครื่องบินและท่าเรือบนเกาะอบู มูซา และเกาะทูนบ์ไปบ้างแล้ว แต่ความท้าทายที่แท้จริงเริ่มต้นขึ้น "หลังจากการยึดครอง" ศูนย์ซูฟาน ประเมินว่า สหรัฐฯ ต้องใช้กำลังพลไม่ต่ำกว่า 1,800-2,000 นาย เพื่อประจำการบนเกาะ ทหารเหล่านี้จะกลายเป็นเป้าล่อเป้าชั้นดีสำหรับฝูงโดรน ขีปนาวุธ และปืนใหญ่ที่ยิงมาจากแผ่นดินใหญ่อิหร่าน ซึ่งอาจดึงสหรัฐฯ เข้าสู่วังวนสงครามยืดเยื้อและสูญเสียกำลังพลจำนวนมหาศาลท่ามกลางการเตรียมพร้อมทางทหาร สัญญาณทางการเมืองก็ตึงเครียดไม่แพ้กัน โดนัลด์ ทรัมป์ ได้ขยายเส้นตายการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของอิหร่านออกไปเป็นวันที่ 6 เมษายน 2026 เพื่อเปิดทางให้การเจรจา แม้รัฐมนตรีต่างประเทศ มาร์โก รูบิโอ จะระบุว่ามีความคืบหน้า แต่ พีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม กลับยืนกรานท่าทีแข็งกร้าวว่า สหรัฐฯ พร้อมที่จะ "เจรจาด้วยระเบิด" ช่องแคบฮอร์มุซในวันนี้จึงเปรียบเสมือนถังดินปืนที่รอเพียงประกายไฟ การตัดสินใจบุกยึดเกาะของสหรัฐฯ ไม่ใช่แค่การตัดท่อน้ำเลี้ยงอิหร่าน แต่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามเต็มรูปแบบที่จะสั่นคลอนระเบียบโลกและตลาดพลังงานไปอีกนาน
ตะวันออกกลาง อิหร่าน สหรัฐอเมริกา ช่องแคบฮอร์มุซ 7 เกาะยุทธศาสตร์
