เปิดผลวิจัยฉบับพิเศษประจำปี 2568 จากสถาบันวิจัยความเป็นอยู่ ฮาคูโฮโด อาเซียน (ประเทศไทย) ที่เจาะลึกพฤติกรรมการบริโภคคอนเทนต์ของคนไทยในทุกช่วงวัย...
เปิดผลวิจัยฉบับพิเศษประจำปี 2568 จากสถาบันวิจัยความเป็นอยู่ ฮาคูโฮโด อาเซียน ที่เจาะลึกพฤติกรรมการบริโภคคอนเทนต์ของคนไทยในทุกช่วงวัย หลังพบว่าปี 2567 เป็นปีที่กระแสแฟนด้อมครองเมือง ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสังคมและเศรษฐกิจไทย จากปรากฏการณ์ไวรัลอย่าง ‘หมูเด้ง’ ไปจนถึงกระแสซีรีส์จีนและวายที่เป็นที่นิยมอย่างล้นหลามผลการศึกษาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา จากกลุ่มตัวอย่างทั้งชายและหญิงกว่า 1,200 คน อายุระหว่าง 20-59 ปี จาก 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ ชี้ชัดว่าคนไทยแต่ละช่วงวัยมีแรงจูงใจและพฤติกรรมการบริโภคความบันเทิงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นำมาสู่หัวข้อวิจัยพิเศษประจำปี 2568 ‘ Content ต่างใจ เพราะวัยต่างกัน’ผลการวิจัยเผยให้เห็นความแตกต่างชัดเจนว่า ในช่วงวัย 20 ให้ความสำคัญกับการเยียวยาความเศร้า หาความรู้สึกสร้างแรงบันดาลใจ และเติมพลังให้กับตัวเอง ขณะที่ช่วงวัย 30 ใช้เนื้อหาเพื่อรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นกระแสในโลกปัจจุบันและเติมเต็มอารมณ์ไปพร้อมกัน ส่วนช่วงวัย 40 หันมาเสพเนื้อหาเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากชีวิตที่วุ่นวาย และที่น่าสนใจที่สุดคือ ช่วงวัย 50 มองว่าเนื้อหาเป็นช่องทางในการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวและค้นหาความหมายของชีวิตเมื่อลงลึกวิเคราะห์พฤติกรรมแบบเจาะจงกลุ่ม การศึกษาครั้งนี้ได้แบ่งผู้บริโภคออกเป็น 4 ช่วงวัย ซึ่งแต่ละช่วงอายุมีวิธีการเสพคอนเทนต์ที่แตกต่างกันอย่างน่าทึ่ง ราวกับพวกเขากำลังใช้ชีวิตอยู่ในโลกคู่ขนานกันกลุ่มวัย 20+ หรือช่วงอายุ 20-29 ปี คือกลุ่มที่มอง ‘คอนเทนต์คือยาใจ’ พวกเขาเสพคอนเทนต์เพื่อ ‘เยียวยาความเศร้า’ สูงถึง 35% และ ‘หาแรงบันดาลใจและความตื่นเต้น’ 33% บ่งบอกถึงห้วงอารมณ์สับสนและความเหงาในห้วงการเปลี่ยนผ่านสู่โลกของผู้ใหญ่ กลุ่มนี้นิยมเนื้อหาโรแมนติก และมีความสนใจในศิลปะ วัฒนธรรม และนวัตกรรม เป็นวัยแห่งการสำรวจ ทดลอง และฝันให้ไกลกลุ่มวัย 30+ หรือช่วงอายุ 30-39 ปี คือกลุ่มที่เสพคอนเทนต์แบบ ‘ไม่พลาดทุกเทรนด์’ เป็นช่วงวัยที่มีการบริโภคความบันเทิงที่หลากหลายและรอบด้านมากที่สุด โดยเหตุผลหลักคือเพื่อ ‘อัปเดตเทรนด์’ สูงถึง 32% และ ‘เยียวยาความเศร้า’ 27% พวกเขาต้องรับผิดชอบทั้งเรื่องงาน ครอบครัว และชีวิตส่วนตัว จึงชื่นชอบคอนเทนต์เสียดสีชีวิตประจำวันแบบสะใจ ทั้งปัญหาในออฟฟิศแสนปวดหัว การเลี้ยงลูกจอมซน และเรื่องราวสมรภูมิรบในที่ทำงานที่ชวนหัวร้อนกลุ่มวัย 40+ หรือช่วงอายุ 40-49 ปี คือกลุ่มที่ต้องการ ‘ฮีลใจ คลายกังวล’ มองคอนเทนต์เป็นทางออกของความเครียด ใช้เนื้อหาเพื่อ ‘ผ่อนคลายความเครียดและความกังวล’ 27% และ ‘เพื่อสนับสนุนคนที่ชอบหรือสิ่งที่ชอบ’ 26% หันมาสนใจเรื่องอาหารและการทำอาหาร แต่ความสนใจในเนื้อหาโรแมนติกดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย พวกเขาหิวกระหายคอนเทนต์ที่สนุก ไม่ต้องใช้สมองมาก และสร้างแรงบันดาลใจแบบผ่อนคลายกลุ่มวัย 50+ หรือช่วงอายุ 50-59 ปี คือกลุ่มที่เสพคอนเทนต์เพื่อ ‘เชื่อมใจครอบครัว’ ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสังคมและขนบธรรมเนียม เช่น เสียดสีสังคม การเมือง และศาสนา โดยเหตุผลหลักคือ ‘เชื่อมโยงกับชุมชน’ สูงถึง 32% และ ‘เพื่อสนับสนุนคนที่ชอบหรือสิ่งที่ชอบ’ 30% พวกเขากำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่ ทั้งลูกเติบโตบินออกจากรัง หรือการเกษียณอายุที่ทำให้ชีวิตพลิกโฉม ทำให้พวกเขาแสวงหาคอนเทนต์ที่มอบความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบใหญ่จากอินไซด์เหล่านี้ การศึกษายังได้เสนอแนวทางการสร้างแคมเปญที่จะตรึงใจแต่ละช่วงวัย อาทิ Create-able Entertainment ที่เปิดพื้นที่ให้กลุ่มวัย 20+ ได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์และทดลองสิ่งแปลกใหม่, Realivant Entertainment ที่เป็นสะพานเชื่อมต่อชีวิตอันแสนวุ่นวายของกลุ่มวัย 30+, Comfort-Vibe Entertainment ที่พาวัย 40+ ดำดิ่งสู่ห้วงความทรงจำอันอบอุ่นโรแมนติก และ Joy Join Entertainment ที่จุดประกายความสุขและแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับวัย 50+ ที่กำลังค้นหาเข็มทิศชีวิตครั้งใหม่ผลสำรวจครั้งนี้ ยังมีนัยสำคัญต่อแบรนด์และนักการตลาด โดยแนะนำตัวอย่างแคมเปญที่น่าสนใจสำหรับแต่ละช่วงวัย เช่น Magic Hour ที่เปิดโอกาสให้วัย 20+ ได้ร่วมคิดไอเดียใหม่ๆ, Real or Reel ที่ชวนวัย 30+ แชร์โมเมนต์ Unfiltered ของชีวิต, Throwback Watch Party ที่พาวัย 40+ ย้อนกลับไปในยุค 80s และ 90s, From Our Time to Yours ที่ให้วัย 50+ ถ่ายทอดภูมิปัญญาในรูปแบบร่วมสมัยในยุคที่คอนเทนต์กลายเป็นอาวุธลับของนักการตลาดและเป็นเข็มทิศกำหนดทิศทางสังคม การเจาะลึกจิตวิทยาการบริโภคสื่อของแต่ละช่วงวัยจึงไม่ใช่แค่กลยุทธ์ทางการตลาด แต่เป็นกุญแจไขประตูสู่หัวใจผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่ได้แค่ ‘ดู’ แต่กระหายที่จะ ‘รู้สึก’ อย่างลึกซึ้ง.
เปิดผลวิจัยฉบับพิเศษประจำปี 2568 จากสถาบันวิจัยความเป็นอยู่ ฮาคูโฮโด อาเซียน ที่เจาะลึกพฤติกรรมการบริโภคคอนเทนต์ของคนไทยในทุกช่วงวัย หลังพบว่าปี 2567 เป็นปีที่กระแสแฟนด้อมครองเมือง ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อสังคมและเศรษฐกิจไทย จากปรากฏการณ์ไวรัลอย่าง ‘หมูเด้ง’ ไปจนถึงกระแสซีรีส์จีนและวายที่เป็นที่นิยมอย่างล้นหลามผลการศึกษาตลอด 4 ปีที่ผ่านมา จากกลุ่มตัวอย่างทั้งชายและหญิงกว่า 1,200 คน อายุระหว่าง 20-59 ปี จาก 6 ภูมิภาคทั่วประเทศ ชี้ชัดว่าคนไทยแต่ละช่วงวัยมีแรงจูงใจและพฤติกรรมการบริโภคความบันเทิงที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง นำมาสู่หัวข้อวิจัยพิเศษประจำปี 2568 ‘Content ต่างใจ เพราะวัยต่างกัน’ผลการวิจัยเผยให้เห็นความแตกต่างชัดเจนว่า ในช่วงวัย 20 ให้ความสำคัญกับการเยียวยาความเศร้า หาความรู้สึกสร้างแรงบันดาลใจ และเติมพลังให้กับตัวเอง ขณะที่ช่วงวัย 30 ใช้เนื้อหาเพื่อรับข้อมูลข่าวสารที่เป็นกระแสในโลกปัจจุบันและเติมเต็มอารมณ์ไปพร้อมกัน ส่วนช่วงวัย 40 หันมาเสพเนื้อหาเพื่อผ่อนคลายความเครียดจากชีวิตที่วุ่นวาย และที่น่าสนใจที่สุดคือ ช่วงวัย 50 มองว่าเนื้อหาเป็นช่องทางในการสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวและค้นหาความหมายของชีวิตเมื่อลงลึกวิเคราะห์พฤติกรรมแบบเจาะจงกลุ่ม การศึกษาครั้งนี้ได้แบ่งผู้บริโภคออกเป็น 4 ช่วงวัย ซึ่งแต่ละช่วงอายุมีวิธีการเสพคอนเทนต์ที่แตกต่างกันอย่างน่าทึ่ง ราวกับพวกเขากำลังใช้ชีวิตอยู่ในโลกคู่ขนานกันกลุ่มวัย 20+ หรือช่วงอายุ 20-29 ปี คือกลุ่มที่มอง ‘คอนเทนต์คือยาใจ’ พวกเขาเสพคอนเทนต์เพื่อ ‘เยียวยาความเศร้า’ สูงถึง 35% และ ‘หาแรงบันดาลใจและความตื่นเต้น’ 33% บ่งบอกถึงห้วงอารมณ์สับสนและความเหงาในห้วงการเปลี่ยนผ่านสู่โลกของผู้ใหญ่ กลุ่มนี้นิยมเนื้อหาโรแมนติก และมีความสนใจในศิลปะ วัฒนธรรม และนวัตกรรม เป็นวัยแห่งการสำรวจ ทดลอง และฝันให้ไกลกลุ่มวัย 30+ หรือช่วงอายุ 30-39 ปี คือกลุ่มที่เสพคอนเทนต์แบบ ‘ไม่พลาดทุกเทรนด์’ เป็นช่วงวัยที่มีการบริโภคความบันเทิงที่หลากหลายและรอบด้านมากที่สุด โดยเหตุผลหลักคือเพื่อ ‘อัปเดตเทรนด์’ สูงถึง 32% และ ‘เยียวยาความเศร้า’ 27% พวกเขาต้องรับผิดชอบทั้งเรื่องงาน ครอบครัว และชีวิตส่วนตัว จึงชื่นชอบคอนเทนต์เสียดสีชีวิตประจำวันแบบสะใจ ทั้งปัญหาในออฟฟิศแสนปวดหัว การเลี้ยงลูกจอมซน และเรื่องราวสมรภูมิรบในที่ทำงานที่ชวนหัวร้อนกลุ่มวัย 40+ หรือช่วงอายุ 40-49 ปี คือกลุ่มที่ต้องการ ‘ฮีลใจ คลายกังวล’ มองคอนเทนต์เป็นทางออกของความเครียด ใช้เนื้อหาเพื่อ ‘ผ่อนคลายความเครียดและความกังวล’ 27% และ ‘เพื่อสนับสนุนคนที่ชอบหรือสิ่งที่ชอบ’ 26% หันมาสนใจเรื่องอาหารและการทำอาหาร แต่ความสนใจในเนื้อหาโรแมนติกดิ่งลงเหวอย่างน่าใจหาย พวกเขาหิวกระหายคอนเทนต์ที่สนุก ไม่ต้องใช้สมองมาก และสร้างแรงบันดาลใจแบบผ่อนคลายกลุ่มวัย 50+ หรือช่วงอายุ 50-59 ปี คือกลุ่มที่เสพคอนเทนต์เพื่อ ‘เชื่อมใจครอบครัว’ ให้ความสำคัญกับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับสังคมและขนบธรรมเนียม เช่น เสียดสีสังคม การเมือง และศาสนา โดยเหตุผลหลักคือ ‘เชื่อมโยงกับชุมชน’ สูงถึง 32% และ ‘เพื่อสนับสนุนคนที่ชอบหรือสิ่งที่ชอบ’ 30% พวกเขากำลังเผชิญกับจุดเปลี่ยนชีวิตครั้งใหญ่ ทั้งลูกเติบโตบินออกจากรัง หรือการเกษียณอายุที่ทำให้ชีวิตพลิกโฉม ทำให้พวกเขาแสวงหาคอนเทนต์ที่มอบความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของโลกใบใหญ่จากอินไซด์เหล่านี้ การศึกษายังได้เสนอแนวทางการสร้างแคมเปญที่จะตรึงใจแต่ละช่วงวัย อาทิ Create-able Entertainment ที่เปิดพื้นที่ให้กลุ่มวัย 20+ ได้ปลดปล่อยความคิดสร้างสรรค์และทดลองสิ่งแปลกใหม่, Realivant Entertainment ที่เป็นสะพานเชื่อมต่อชีวิตอันแสนวุ่นวายของกลุ่มวัย 30+, Comfort-Vibe Entertainment ที่พาวัย 40+ ดำดิ่งสู่ห้วงความทรงจำอันอบอุ่นโรแมนติก และ Joy Join Entertainment ที่จุดประกายความสุขและแรงบันดาลใจใหม่ๆ ให้กับวัย 50+ ที่กำลังค้นหาเข็มทิศชีวิตครั้งใหม่ผลสำรวจครั้งนี้ ยังมีนัยสำคัญต่อแบรนด์และนักการตลาด โดยแนะนำตัวอย่างแคมเปญที่น่าสนใจสำหรับแต่ละช่วงวัย เช่น Magic Hour ที่เปิดโอกาสให้วัย 20+ ได้ร่วมคิดไอเดียใหม่ๆ, Real or Reel ที่ชวนวัย 30+ แชร์โมเมนต์ Unfiltered ของชีวิต, Throwback Watch Party ที่พาวัย 40+ ย้อนกลับไปในยุค 80s และ 90s, From Our Time to Yours ที่ให้วัย 50+ ถ่ายทอดภูมิปัญญาในรูปแบบร่วมสมัยในยุคที่คอนเทนต์กลายเป็นอาวุธลับของนักการตลาดและเป็นเข็มทิศกำหนดทิศทางสังคม การเจาะลึกจิตวิทยาการบริโภคสื่อของแต่ละช่วงวัยจึงไม่ใช่แค่กลยุทธ์ทางการตลาด แต่เป็นกุญแจไขประตูสู่หัวใจผู้บริโภคยุคใหม่ที่ไม่ได้แค่ ‘ดู’ แต่กระหายที่จะ ‘รู้สึก’ อย่างลึกซึ้ง
\U0e01\U0e32\U0e23\U0e2a\U0e23\U0e49\U0e32\U0e07\U \U0e1e\U0e24\U0e15\U0e34\U0e01\U0e23\U0e23\U0e21\U \U0e2a\U0e16\U0e32\U0e1a\U0e31\U0e19\U0e27\U0e34\U
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
มูลนิธิกองทุนพัฒนากีฬา จับมือ บ.เอกนิติอินเตอร์ฯ-โอเคดี192 ส่งเสริมด้านกีฬา และกฎหมายวันนี้ ( 22 ก.พ.68 ) รร.ทาวน์ อิน ทาวน์ มีการลงนาม MOU บันทึกข้อตกลงสำคัญ 2 ฉบับ โดยฉบับแรกเป็นบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางด้านกฏหมายระหว่าง คุณพูนโชค ช่วงฉ่ำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงิน คุณพูนชัย ช่วงฉ่ำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการและกลยุทธ์, รศ.ดร.
Read more »
กรุงศรี ออโต้ เจาะลึก 3 อินไซต์ผู้ใช้รถผ่านงานมหกรรมยานยนต์สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 ก.พ. 68 15:01 น. “กรุงศรี ออโต้” ผู้นำธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ครบวงจร เครือธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) เผย 3 อินไซต์เจาะลึกพฤติก...
Read more »
เจาะลึก แหล่งแร่ธาตุหายากยูเครน พื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญที่ ทรัมป์ ต้องการประเด็นข้อตกลงแร่หายากในยูเครน ที่สหรัฐฯ โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ให้ความสนใจ และต้องการลงนามเพื่อการเข้าถึงแร่เหล่านี้ แล้วแร่หายากที่ว่า คืออะไร สำคัญอย่างไร ไปเจาะลึกกัน
Read more »
ภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาฯ ร่วมมือ ฮาคูโฮโด ประเทศไทย สานต่อโครงการ HIT PROGRAM ปี 2 ตอกย้ำสร้างนักการตลาดตัวจริงภาควิชาการตลาด คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือกับบริษัท ฮาคูโฮโด อินเตอร์เนชั่นแนล (ไทยแลนด์) จำกัด สานต่อโครงการ “HIT PROGRAM ปี 2” สอนนิสิตชั้นปีที่ 4 ปีการศึกษา 2567 ภายใต้ธีม “HIT REAL CHALLENGE” ตั้งแต่วันที่ 10 มกราคม - 18 เมษายน...
Read more »
เอาแล้วไง!!! PRETZELLE ขอท้าคนร้าย มาเจอร้ายกว่า ใน ซิงเกิลใหม่ Red Flag (ลองดูมั้ย?)คิดว่าร้ายแล้วใช่ม่ะ เดี๋ยวเจอร้ายกว่า เมื่อ 3 สาว PRETZELLE อิ๊น , เกรซ และ อุ๋มอิ๋ม คัมแบคมาในโหมดแบดเกิร์ลพร้อมท้าชนทุกคนที่คิดว่าตัวเองแบดกับ ซิงเกิลใหม่ “Red Flag (ลองดูมั้ย?)” ที่หยิบเอาสัญลักษณ์ที่สื่อถึงความสัมพันธ์ที่เป็นพิษอย่าง Red Flag มาตีโจทย์ใหม่ ไม่ยอมเป็นเหยื่อแต่จะเป็นคนที่โบก Red Flag แทน มากับบีทเท่ห์ ๆ...
Read more »
ฮาคูโฮโด เผยอินไซต์ คอนเทนต์ต่างใจ 'วัย 40-50' ขุมทรัพย์ตลาดความเร็วและหลากหลายของคอนเทนต์ไม่สำคัญเท่าทำออกมาแล้วตรงใจกลุ่มเป้าหมาย วัย 40-50 ปี มี 'เงิน-เวลา' แต่ถูกลืม เพราะแบรนด์ไม่อยากดูแก่ แต่สนคนรุ่นใหม่มากกว่า
Read more »
