วัดไร่ขิงปี 67 รายได้สูง 176 ล้าน สาวคนสนิททิดแย้มหมุนเวียนสองพันล้าน

ทิดแย้ม News

วัดไร่ขิงปี 67 รายได้สูง 176 ล้าน สาวคนสนิททิดแย้มหมุนเวียนสองพันล้าน
วัดไร่ขิง
  • 📰 amarintvhd
  • ⏱ Reading Time:
  • 507 sec. here
  • 11 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 209%
  • Publisher: 53%

กางบัญชีวัดไร่ขิง ปี 67 พบรายได้สูงถึง 176 ล้านบาท บัญชีสาวคนสนิททิดแย้ม มีเงินหมุนเวียนกว่า 2,000 ล้านบาท เตรียมเรียกสอบผู้ชาย 5 คนที่เกี่ยวข้อง

ความคืบหน้าคดี “ ทิดแย้ม ” ล่าสุดเจ้าหน้าที่ยืนยันการตรวจสอบ วัดไร่ขิง 7 วัน พบความผิดปกติทุกยอดรายได้ของวัดไรขิง พบนางสาวอรัญญาวรรณ มีเงินหมุนเวียนเฉพาะรายได้ 1 บัญชี กว่า 2 พันล้านบาท และยังพบ ทิดแย้ม ยืมเงินจาก 2 มูลนิธิวัดเกือบ 40 ล้านบาท สืบลึกพบ “หมอเตย” เป็นหมอดูร่างทรง มีอิทธิพลกับวัด เตรียมเรียกสอบผู้ชาย 5 คนที่เกี่ยวข้อง พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมแถลงความคืบหน้ากรณี “ ทิดแย้ม ” อดีตเจ้าอาวาส วัดไร่ขิง โดยพลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ระบุว่า 7 วันที่ผ่านมาสำหรับคดีนี้ ทางเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยได้ลงพื้นที่ และเก็บข้อมูลรายละเอียดมาได้เพิ่มเติม โดยทางเจ้าหน้าที่มีการมุ่งเน้นไปที่การหยุดยั้งการกระทำความผิดและความเสียหายที่เกิดขึ้นกับวัด โดยจะต้องแยกว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องบุคคล ไม่ใช่ส่วนรวม ซึ่งการสืบสวนมีทั้งการส่งคนไปสอดแนมเก็บข้อมูลรวบรวมหลักฐาน และการสืบสวนทางเทคโนโลยี จนสามารถได้ข้อมูลมา พันตำรวจเอกภัทราวุธ อ่อนช่วย ผู้กำกับการกองกำกับการ 5 กองบังคับการปราบปราม เปิดเผยว่า ภายหลังมีผู้ร้องเรียนถึงเรื่องดังกล่าว ผู้บัญชาการได้มีคำสั่งส่งเรื่องมายังกองกำกับการ 5 เพื่อทำการตรวจสอบโดยมีคำสั่งให้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา หากพบว่ามีความผิดก็ให้ดำเนินการตามกฎหมาย แต่หากไม่มีมูลก็ต้องชี้แจงให้เกิดความเป็นธรรม โดยไม่มีการกลั่นแกล้ง หรือใส่ร้ายใคร จากนั้นได้มีการจัดตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่งในเบื้องต้น มีเจ้าหน้าที่รวม 6 นาย แบ่งการทำงานออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่ 1.

ชุดวิเคราะห์ข้อมูลการเงิน เนื่องจากลักษณะคดีเกี่ยวข้องกับการเงิน จึงจำเป็นต้องตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด ทั้งบัญชีวัด การใช้จ่าย และการโยกย้ายเงินต่าง ๆ เพื่อหาข้อพิรุธ 2.ชุดลงพื้นที่สืบสวนภาคสนามโดยมีการส่งเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ภายในวัด เพื่อรวบรวมข้อมูล สืบหาผู้เกี่ยวข้อง และตรวจสอบพฤติกรรม ตลอดจนความเชื่อมโยงของบุคคลต่าง ๆ ที่อาจเกี่ยวข้องกับการใช้เงินวัดในลักษณะที่ไม่เหมาะสม โดยหลังจากการรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด พบว่ามีความน่าเชื่อถือว่า อดีตเจ้าอาวาสมีการยักยอกเงินของวัดไปใช้ในทางส่วนตัว โดยมีทั้งการนำเงินไปให้บุคคลอื่นในวัดใช้ และนำไปใช้ในกิจกรรมที่ไม่เหมาะสม เช่น การเล่นการพนัน ด้านพันตำรวจเอกจำนาญ จันทร์เทศ ผู้กำกับการ5 กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ ระบุว่า หลังจากที่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วพบการตรวจสอบบัญชีย้อนหลังตั้งแต่ ปี 64 มีเงินหมุนเวียนกว่า 300 ล้านบาท ล่าสุดมีการขยายผลตรวจบัญชีธนาคารที่เกี่ยวข้องทั้งของวัดและมูลนิธิจำนวน 51 บัญชี บัญชีส่วนตัวของทิดแย้มอีก 21 บัญชี และนางสาวอรัญญาวรรณอีก 12 บัญชี โดยมุ่งเน้นไปที่เงินหมุนเวียนของนางสาวอรัญญาวรรณ ที่เป็นผู้รับผลประโยชน์ โดยพบว่าตั้งแต่ปี 59 ตรวจเจอบัญชีมีเงินหมุนเวียนทั้งหมดกว่า 2,000 ล้านบาท โดยพบว่ามีช่องทางการรับเงิน 4 ช่องทาง ประกอบด้วย 1.เป็นการฝากเงินสดเข้าบัญชี 2.รับโอนเงินจากอดีตเจ้าอาวาสโดยตรง 3.โอนเงินจากพระเอกพจน์ คนสนิทของ อดีตเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง และ4.รับโอนเงินจากนายชัชชัย พันตำรวจโทสิริพงษ์ ศรีตุลา ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. กล่าวว่า บัญชีวัดพบความผิดปกติหลายรายการ น่าจะเป็นการทำบัญชีไม่โปร่งใสยกตัวอย่างเช่น การเปิดเช่าร้านค้างานประจำปี ซึ่งหนึ่งปีจะมีรายได้ประมาณ 30 ล้านบาท โดยเดิมทีมีการโอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร แต่ปี 63 เป็นต้นมา มีการนำเงินสดทั้งหมดไปมอบให้กับเจ้าอาวาส โดยรวมประมาณ 200 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบเงินจากกฐินเข้าบัญชีเจ้าอาวาสอีก 20 ล้านบาท และยังมีเงินจากวัตถุมงคล ซึ่งยังไม่ระบุจำนวนแน่ชัด จากการตรวจสอบพบผู้เกี่ยวข้อง 2 คน ซึ่งเป็นสามีภรรยากัน โดยที่มาที่ไปในการเปิดร้านค้าสวัสดิการ เป็นที่น่าสงสัย ซึ่ง ป.ป.ท. จะต้องไปตรวจสอบในเชิงลึกและติดตามทรัพย์สินต่อไป ขณะที่ นายสุทธิศักดิ์ สุมน ผู้อำนวยการกองกฎหมาย และรองโฆษกประจำสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน เปิดเผยว่า เบื้องต้น ปปง. ต้องพิจารณาว่าการกระทำของอดีตเจ้าอาวาสเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายในฐานใด โดยในกรณีนี้เจ้าอาวาสถือเป็น “เจ้าพนักงาน” ตามประมวลกฎหมายอาญา และหากพบว่ามีการกระทำผิดเกี่ยวกับการนำเงินวัดไปใช้ส่วนตัว ก็จะเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ซึ่งเป็นความผิดมูลฐาน นายสุทธิศักดิ์ กล่าวต่อว่า เมื่อเข้าเกณฑ์ความผิดมูลฐานแล้ว หน้าที่ของ ปปง. คือการตรวจสอบทรัพย์สินและดำเนินการอายัดหรือยึดทรัพย์ที่เกี่ยวข้อง โดย ปปง. ได้เข้าตรวจสอบข้อมูลจากฐานข้อมูลที่ บก.ปปป. และจากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า รายชื่อผู้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด ได้แก่ ทิดแย้มและผู้มีความเกี่ยวพันอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งนี้มีการตรวจพบธุรกรรมทางการเงินจำนวนมากซึ่งมีความผิดปกติ จึงนำหลักฐานดังกล่าวส่งต่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำการสืบสวนต่อ เพื่อหาว่าใครเกี่ยวข้องหรือมีส่วนร่วมในการกระทำความผิดนี้บ้าง ขณะนี้ ปปง. ได้เริ่มขยายผลการตรวจสอบเป็น 3 วงด้วยกัน ได้แก่ วงที่ 1 ผู้กระทำความผิดโดยตรง วงที่ 2 และ 3 ผู้ที่มีความเชื่อมโยงหรือเกี่ยวข้องสัมพันธ์ ซึ่งอาจครอบคลุมถึงบุคคลภายนอกหรือเครือข่ายที่รับผลประโยชน์ โดยหน้าที่ของ ปปง. จะเน้นในด้านการตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องสัมพันธ์ และการวิเคราะห์ข้อมูลจากสถาบันทางการเงิน ที่มีการรายงานธุรกรรมเข้ามา ด้านนายบุญเชิด กิตติรางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า วัดทั่วประเทศกว่า 40,000 แห่ง ในปัจจุบันมีการจัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายประจำปีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นบัญชีในรูปแบบพื้นฐานที่มีมาตรฐาน ตัวอย่างจากวัดนำร่อง 75 แห่ง ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้จัดทำไว้เป็นต้นแบบ อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์ที่ไม่พึงประสงค์ที่เกิดขึ้นล่าสุด ทำให้เกิดการทบทวนระบบการบริหารจัดการวัดอย่างจริงจัง โดยสมเด็จพระสังฆราชได้มีพระลิขิตมายังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เพื่อขอให้พิจารณาแนวทางในการนำเสนอข้อปฏิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว ซึ่งแสดงถึงความห่วงใยของพระองค์ท่านต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้น สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจึงได้นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การประชุมของมหาเถรสมาคม และมีมติเห็นชอบแนวทางการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างระบบบริหารจัดการวัดให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใสมากยิ่งขึ้น โดยเสนอเป็นแนวทางปฏิบัติ 4 ข้อหลัก ดังนี้ 1.แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพัฒนาระบบบริหารจัดการสาธารณสมบัติของวัด โดยมีประธานกรรมการฝ่ายสาธารณูปการของมหาเถรสมาคมเป็นประธานอนุกรรมการ ทำหน้าที่วางแนวทางและข้อเสนอเชิงนโยบาย 2.ประสานงานกับหน่วยงานภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการคลัง อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้ทรงคุณวุฒิ เพื่อร่วมกันกำหนดกฎเกณฑ์ และกระบวนการบริหารจัดการทรัพย์สินของวัด ก่อนเสนอต่อมหาเถรสมาคมเพื่อประกาศเป็นข้อบังคับใช้ทั่วประเทศ 3.จัดทำบัญชีวัดให้ได้มาตรฐานตามหลักกฎหมายและธรรมาภิบาล โดยกำหนดนโยบายให้การจัดทำบัญชีมีความโปร่งใส ตรวจสอบได้ และเป็นระบบที่ได้มาตรฐาน 4.ส่งเสริมการใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ในการรับบริจาคและทำบัญชีวัด เพื่อให้ข้อมูลด้านการเงินสามารถตรวจสอบได้สะดวก และสอดคล้องกับข้อกำหนดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมสรรพากร สำหรับประเด็นสุดท้าย ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของการปฏิรูปในครั้งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติจะจัดตั้งกองส่งเสริมการจัดการสาธารณสมบัติของวัด ควบคู่กับ กองกฎหมาย และ กองกิจการในตำรวจสังฆราช ซึ่งจะเริ่มมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการในวันที่ 1 มิถุนายน 2568 โดยทั้ง 3 กองนี้จะมีภารกิจตามกฎหมายอย่างชัดเจน และมีโครงสร้างรองรับในการแก้ไขปัญหาการจัดการทรัพย์สินวัดในเชิงลึก นายบุญเชิด ยังกล่าวย้ำว่า กรณีที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ภาพสะท้อนของคณะสงฆ์หรือวัดโดยรวม พร้อมยืนยันว่าวัดยังคงเป็นสมบัติของชุมชนและของแผ่นดิน เช่นกรณีวัดไร่ขิงก็ยังต้องเดินหน้าต่อในฐานะศูนย์กลางจิตใจของประชาชน พร้อมขอความร่วมมือทุกภาคส่วนช่วยกันดูแลรักษาวัดให้คงอยู่เป็นสมบัติของชาติต่อไป โดยขณะการแถลงข่าวนั้น ได้มีการเปิดไฟล์คลิปเสียงระหว่าง ทิดแย้ม กับนางสาวอรัญญาวรรณ พูดคุยกัน ซึ่งทางพลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ระบุว่า ในคลิปมีการพูดถึงเรื่องต้องโอนเงินเข้าระบบการเล่นการพนัน ที่ค้าง 4 งวด เป็นจำนวนเงิน 2 ล้านบาทโดยเข้าใจได้ว่าเป็นทางทิดแย้มโอนเงินให้ทางนางสาวอรัญญาวรรณไปเล่นการพนัน และจากข้อมูลโทรศัพท์ของทิดแย้ม ยังไม่พบความสัมพันธ์จากตัวทิดแย้มในการเล่นพนัน แต่ทิดแย้ม ทราบว่านางสาวอรัญญาวรรณเล่นการพนัน พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ บอกอีกว่า ตามข้อมูลนางสาวอรัญญาวรรณ เป็นเด็กข้างวัด เรียนอยู่ที่วัดไร่ขิง ตอนอยู่มัธยมต้นมาทำกิจกรรมจิตอาสาที่วัด หลังจากนั้นก็ออกไปทำงานปรากฏว่าค่าใช้จ่ายไม่เพียงพอ จึงไปขอร้องหยิบยืมทิดแย้ม เพราะทิดแย้มเคยพูดว่าเป็นเด็กวัดไร่ขิง มีแหวนวัดไร่ขิง ถ้ามีปัญหาอะไรให้มาพบได้ นางสาวอรัญญาวรรณจึงมายืมเงินทิดแย้ม 50,000 - 60,000 บาท ทางด้านทิดแย้มก็ช่วยเหลือไป หลังจากนั้นก็เริ่มติดต่อสัมพันธ์พูดคุยกันทุกวัน และมีการโอนเงินให้เล็กๆน้อยๆ จากนั้นก็เริ่มมีการแลกเปลี่ยนกัน แสดงถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งถึงขั้นมีการพูดคุยโชว์หน้ากัน หลังจากพูดคุยลงต่ำไปเรื่อยๆ ทำให้เงินของวัดเริ่มไหลออกจากบัญชีวัดเรื่อยๆเช่นกัน ทั้งนี้ในช่วงแรกยังยืนยันไม่ได้ว่าทิดแย้มกับนางสาวอรัญญาวรรณ มีความสัมพันธ์กันหรือไม่ แต่ตรวจสอบได้ว่าในช่วงที่เริ่มมีเงินไหลออกจากบัญชี มีการติดต่อสัมพันธ์พูดคุยกันในช่วงนั้น ซึ่งเป็นช่วงปี 63 - ปลายปี 67 และในคลิปเสียงคาดว่าน่าจะเป็นช่วงปลาย ปี 67 โดยโต้แย้งกันเรื่องของเงินที่จะไปเล่นการพนัน ซึ่งทิดแย้มหมดทางที่จะไปต่อ เงินวัดร่อยหรอ และไม่รู้จะไปยืมเงินใคร มิดแย้มจึงรู้ตัวว่าไม่ไหวแล้ว ต่อมาอีก 2 เดือน ประมาณเดือนธันวาคม 67 นางสาวอรัญญาวรรณและสามีก็ถูกตำรวจไซเบอร์จับกุม และได้ไปขอความช่วยเหลือจากทางทิดแย้มอีกครั้ง โดยได้พูดกับทิดแย้มว่าคลิปต่างๆที่มีอยู่รวมถึงคลิปเซ็กส์โฟน ก็ถูกเจ้าหน้าที่ของตำรวจไซเบอร์ยึดไป เพื่อแบล็กเมล์ทิดแย้มให้ช่วยเหลือ ส่วนจะเข้าข่ายการรีดทรัพย์ทิดแย้มหรือไม่ พลตำรวจตรีจรูญเกียรติ ตอบว่า เรื่องนี้มองเป็น 2 เรื่อง เรื่องแรกคือการทุจริต เรื่องที่สองคืออุบายการเเบล็กเมล์ อย่างไรก็ตามทิดแย้ม ได้กระทำผิดสำเร็จแล้ว จึงยืนยันว่าไม่ใช่ผู้บริสุทธิ์ จึงอยากเรียนให้ทราบเพื่อไม่เข้าใจว่าทิดแย้มเป็นผู้ถูกแบล็กเมล์ ทั้งนี้ ยังไม่ปรากฏแน่ชัดว่าทางทิดแย้มกับนางสาวอรัญญาวรรณมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวหรือไม่ ส่วนกรณีหมอเตย และสามีเป็นเรื่องที่ตรวจสอบรายละเอียดลึกลงไป พบว่าทั้งคู่ได้เข้ามารู้จักกับเจ้าอาวาสตั้งแต่ปี 51 โดยพบว่าหมอเตย เป็นหมอดูร่างทรงไม่ใช่หมอ และยังพบว่าเป็นผู้มีอิทธิพลกับทิดแย้มอย่างมากในการบริหารจัดการภายในวัด โดยสิ่งที่พบคือร้านค้าสวัสดิการในวัด มีคนมาร้องว่าไปซื้อกาแฟ แต่บัญชีในการสแกนไม่ใช่ชื่อของวัดแต่เป็นชื่อของบุคคล ซึ่งก็จะต้องสืบสวนดำเนินการต่อ โดยจากการสืบสวนเบื้องต้นข้อมูลที่ได้มาพบว่าหมอเตยเคยเขียนหนังสือความเชื่อมโยงการเกิด แก่เมื่อชาติปางก่อน ว่าทิดแย้มกับหมอเตยมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน ซึ่งข้อมูลนี้เป็นการสอบถามข้อมูลจากคนใกล้ชิด แต่ยังหาพยานหลักฐานไม่ได้ว่าทั้งสองคนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันหรือไม่ โดยยังพบว่าในช่วงแรกทางทิดแย้มมีการดุด่าว่ากล่าวหมอเตย แต่ช่วงหลังมีการเปลี่ยนไปไม่ฟังเสียงคนอื่น นอกจากนี้ยังพบอีกว่าตั้งแต่ปี 51 มีผู้ชาย 5 คนเข้ามาเกี่ยวข้องกับหมอเตยอีกเช่นกัน แต่ยังไม่ทราบตอนนี้ว่ามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งแค่ไหน ขณะนี้อยู่ระหว่างการเตรียมเรียกทะั้ง 5 คนมาให้ปากคำ เบื้องต้นยอมรับว่าหมอเตยและสามีได้หนีออกจากวัดไปแล้วและไม่มีใครสามารถติดต่อได้ พันตำรวจโทสิริพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า โดยจากการตรวจสอบพบวงแรก ตรวจเจอประมาณเกือบ 10 คนที่เกี่ยวข้องเป็นคนใกล้ชิดกับทิดแย้ม โดยรวมถึงนางสาวอรัญญาวรรณ และพระท่านอื่นๆด้วย อีกทั้งยังพบการฝากถอนเฉพาะบัญชีเดียว 20,000 รายการ และยังมีการนำเงินไปซื้อที่ดินอ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา อีกหลายแปลง โดยใช้ชื่อของนางสาวอรัญญาวรรณเป็นผู้ถือครอง ซึ่งหลังยากนี้ยังมีอีกวงหนึ่งที่ต้องตรวจสอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบ และสืบสวนต่อไปในทุกวง ทั้งนี้ยังพบความผิดปกติในการเบิกจ่ายค่าน้ำค่าไฟของวัด เป็นจำนวน 4 ล้านบาท เข้าบัญชีของทิดแย้ม และนางสาวอรัญญวรรณ และยังมีการเบิกข่ายเงินอีกหลายร้อยล้านที่ไม่ได้ทำบัญชีอย่างถูกต้อง ซึ่งตำรวจต้องติดตามหาเงินจำนวนดังกล่าว นอกจากนี้ยังพบว่าตู้บริจาคของวัดไร่ขิงจำนวน 185 ตู้ มีเงินบริจาคสูงสุดวันละ 1 ล้านบาท ต่ำสุดหลักแสน เฉลี่ยวัดไร่ขิงมีรายได้ต่อเดือนประมาณ 10 กว่าล้านบาท รายได้ต่อวันประมาณ 500,000 บาท ส่วนเรื่องของมูลนิธิเมตตาประชารักษ์ ที่ตั้งไว้เพื่อนำเงินไปให้โรงพยาบาล แต่ทางโรงพยาบาลได้ออกมาบอกว่าไม่ได้รับเงินดังกล่าวจากตู้บริจาคและการสนับสนุนจากวัด จนต้องไปตั้งตู้ของโรงพยาบาลเองที่วัด ทั้งนี้จากการตรวจสอบของ สตง. พบว่ามียอดเงินในบัญชีธนาคารของมูลนิธิเมตตาฯ 66 ล้านบาท แต่จากการตรวจสอบพบเงินเหลืออยู่ในบัญชีเพียงหลักล้าน ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างการจรวขสอบ ต้องไปตรวจสอบกับทั้งทางโรงพยาบาลและบัญชีมูลนิธิว่าเงินดังกล่าวหายไปได้อย่างไร รวมถึงการไม่สนับสนุนหรือไม่นำเงินจากตู้บริจาคไปให้โรงพยาบาลเกิดขึ้นจากอะไร นอกจากนี้ยังพบความผิดปกติในบัญชีมูลนิธิของวัด 2 มูลนิธิ ประกอบด้วย มูลนิธิวัดไร่ขิงที่มีเงินในบัญชีมากสุด 80 ล้านบาท โดยทิดแย้มยืมเงินไป 35 ล้านบาท คืนมาแล้ว 5 ล้านบาท และ มูลนิธิพระอุบาลีคุณูปมาจารย์ มีเงิน 99 ล้านบาท ทิดแย้มยืมไป 9 ล้านบาท คืนมาแล้ว 1.9 ล้านบาท

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

amarintvhd /  🏆 40. in TH

วัดไร่ขิง

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ฉาวอีก 'ไอติม' เปิดโปง งบออกแบบที่จอดรถอาคารรัฐสภา 104.5 ล้านฉาวอีก 'ไอติม' เปิดโปง งบออกแบบที่จอดรถอาคารรัฐสภา 104.5 ล้าน'ไอติม' โพสต์แฉ งบออกแบบที่จอดรถอาคารรัฐสภา 104.5 ล้าน ทั้งที่ไม่เคยปรากฎในงบฯ ปี67-68 เผย หน่วยงานเตรียมของบปี 69 จำนวน 1,529 ล้าน
Read more »

6 ทายาทมหาเศรษฐีหมื่นล้าน ซิวเงินปันผลหุ้นปี 67 รวม 1,552 ล้าน6 ทายาทมหาเศรษฐีหมื่นล้าน ซิวเงินปันผลหุ้นปี 67 รวม 1,552 ล้าน6 ทายาทมหาเศรษฐีหมื่นล้าน ซิวเงินปันผลหุ้นปี 67 รวม 1,552 ล้าน แพทย์หญิงปรมาภรณ์ ปราสาททองโอสถ ถือหุ้นใหญ่ 2 หลักทรัพย์ รวมได้เงินปันผลมากสุด 868.41 ล้านบาท ขณะที่ พิธาน องค์โฆษิต ถือหุ้นใหญ่ 4 หลักทรัพย์ รับเงินปันผล 222 ล้านบาท
Read more »

TEGH โชว์รายได้ Q1/68 แตะ 5,667 ล้าน กำไร 176 ล้าน ธุรกิจยางธรรมชาติผลงานโตTEGH โชว์รายได้ Q1/68 แตะ 5,667 ล้าน กำไร 176 ล้าน ธุรกิจยางธรรมชาติผลงานโตบมจ.
Read more »

SPU สุดครีเอท เรียนโลจิสติกส์ผ่านบอร์ดเกมและ VR รายแรก เอาใจคนรุ่นใหม่เรียนไม่น่าเบื่อ มีงานรองรับ รายได้สูงSPU สุดครีเอท เรียนโลจิสติกส์ผ่านบอร์ดเกมและ VR รายแรก เอาใจคนรุ่นใหม่เรียนไม่น่าเบื่อ มีงานรองรับ รายได้สูงเปิดประสบการณ์ใหม่ วิทยาลัยโลจิสติกส์ ม.ศรีปทุม นำบอร์ดเกมและ VR ยกระดับการเรียนการสอน เสริมทักษะนักศึกษา ตอบโจทย์ตลาดแรงงานอนาคต อุตสาหกรรมโลจิสติกส์มูลค่ากว่า 3.1 ล้านล้านบาท โตต่อเนื่อง งานมั่นคง รายได้สูง พร้อมรองรับแรงงานกว่า 6.
Read more »

เปิดข้อมูลเด็ด 'สีกาเก็น' มีของดี 'ทิดแย้ม' แอบแซ่บตั้งแต่ปี 63เปิดข้อมูลเด็ด 'สีกาเก็น' มีของดี 'ทิดแย้ม' แอบแซ่บตั้งแต่ปี 63เปิดข้อมูลเด็ด 'ทิดแย้ม-สีกาเก็น' เริ่มแทะโลมแอบแซ่บตั้งแต่ปี 63 พบเส้นเงินมากกว่า 300 ล้าน เชื่อ 'สีกาเก็น' มีของดี สูบเดือนเดียว 80 ล้าน
Read more »

กางบัญชี สาวคนสนิท 'ทิดแย้ม' อึ้ง! เงินหมุนเวียน กว่า 2 พันล้านกางบัญชี สาวคนสนิท 'ทิดแย้ม' อึ้ง! เงินหมุนเวียน กว่า 2 พันล้านกางบัญชี สาวคนสนิท 'ทิดแย้ม' รับโอนจาก 4 ช่องทาง เงินหมุนเวียน กว่า 2 พันล้าน ขณะที่ปี 2567 วัดไร่ขิง มีรายได้ 176 ล้าน
Read more »



Render Time: 2026-04-02 13:03:06