ลุ้นประกาศลดราคาน้ำมันวันนี้! หลังเบนซินตลาดสิงคโปร์ร่วงกว่า 2 เหรียญฯ via MatichonOnline ราคาน้ำมันวันนี้
ผู้สื่อรายงานว่า สถานการณ์ราคาน้ำมันดิบวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2566 ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังอุปสงค์น้ำมันในสหรัฐฯ ปรับเพิ่ม ท่ามกลางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่อ่อนค่าลง Advertisment ปัจจัยที่มีผลต่อราคา ดังนี้ ราคาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง หลังสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐฯ เผยอุปสงค์ในสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 178,000 บาร์เรลต่อวัน แตะระดับ 20.
59 ล้านบาร์เรลต่อวัน สูงสุดนับตั้งแต่เดือน ส.ค. 65 ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับตัวอ่อนค่าลงต่อเนื่อง ส่งผลให้สัญญาน้ำมันดิบที่ซื้อขายกันในเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐฯ มีราคาถูกลง และน่าสนใจมากขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่น อย่างไรก็ตามตลาดกำลังจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังตลาดปิด สถาบันปิโตรเลียมสหรัฐฯ รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐฯ สำหรับสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 27 ม.ค. 66 ปรับเพิ่มขึ้น 6.3 ล้านบาร์เรล ซึ่งมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ว่าจะปรับเพิ่มขึ้นเพียง 0.4 ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตามแม้น้ำมันดิบจะเพิ่มขึ้น แต่พบว่าตลาดสิงคโปร์ลดลง โดยเฉพาะน้ำมันเบนซินลดลงถึง 2.24 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล โดยราคาน้ำมันเบนซินปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังการส่งออกน้ำมันเบนซินของเกาหลีใต้มีแนวโน้มปรับสูงขึ้น เนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นส่งผลให้อุปสงค์ในประเทศปรับตัวลดลง Advertisement ขณะที่ดีเซลลดเช่นกัน โดยราคาน้ำมันดีเซลปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังปริมาณการนำเข้าน้ำมันดีเซลของอินโดนีเซียลดลง ประกอบกับอุปทานในอินเดียที่ปรับตัวสูงขึ้นหลังโรงกลั่นเสร็จสิ้นการปิดซ่อมบำรุง
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
'ปตท.'คาดราคาน้ำมันปีหน้า เคลื่อนไหว 85-90 เหรียญฯ ลดลงจากเดิมคาดอยู่ที่ 90-100 เหรียญฯ'ปตท.'คาดราคาน้ำมันปีหน้า เคลื่อนไหว 85-90 เหรียญฯ ลดลงจากเดิมคาดอยู่ที่ 90-100 เหรียญฯ สยามรัฐ siamrathonline สยามรัฐออนไลน์ ข่าววันนี้ ปตท ราคาน้ำมัน
Read more »
PTTEP คาดปี 65 ปริมาณขายเฉลี่ย 4.68 ล้านบาร์เรล/วัน ราคาก๊าซ 6.3 เหรียญฯ/ล้าน BTU : อินโฟเควสท์บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม (PTTEP) เปิดเผยแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 65 ผลการดำเนินงานของบริษัทขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ปริมาณการขาย ราคาขายและต้นทุน โดยบริษัทได้ติดตามและปรับเปลี่ยนแนวโน้มผลการดำเนินงานสำหรับปี 65 ให้สอดคล้องกับแผนการดำเนินงานและสภาวะอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ บริษัทคาดการณ์ปริมาณการขายเฉลี่ยสำหรับปี 65 ที่ประมาณ 468,000 บาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน เติบโตจากปี 64 จากการเข้าเป็นผู้ดำเนินการและการเริ่มผลิตปิโตรเลียมของโครงการจี 1/61 (เอราวัณ) และการเริ่มผลิตน้ำมันของโครงการ แอลจีเรีย ฮาสสิ เบอร์ราเคซ นอกจากนั้น ยังมีการรับรู้ยอดขายเต็มปีเป็นปีแรกของโครงการมาเลเซีย แปลงเอช และโครงการโอมาน แปลง 61 อีกด้วย ในด้านราคาขาย ราคาน้ำมันดิบของบริษัทจะผันแปรตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ขณะที่ราคาก๊าซธรรมชาติซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์หลักของบริษัทนั้นมีโครงสร้างราคาส่วนหนึ่งผูกกับราคาน้ำมันย้อนหลังประมาณ 6-24 เดือน โดยบริษัทคาดว่าราคาขายก๊าซธรรมชาติเฉลี่ยสำหรับปี 65 จะอยู่ที่ประมาณ 6.3 ดอลลาร์ สรอ. ต่อล้านบีทียูเพิ่มขึ้นจากปีก่อนหน้า เป็นผลจากการปรับราคาย้อนหลังของราคาก๊าซธรรมชาติซึ่งได้สะท้อนช่วงที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ณ สิ้นไตรมาส 3/65 มีปริมาณน้ำมันในส่วนที่บริษัทได้เข้าทำสัญญาประกันความเสี่ยงไว้สำหรับไตรมาส 4/65 และปี 66 …
Read more »
ตะวันตกกำหนดเพดานราคา น้ำมันรัสเซีย : กระทบใครกันแน่?เมื่อโลกตะวันตกประกาศกำหนดเพดานราคาน้ำมันดิบของรัสเซียที่บาร์เรลละไม่เกิน 60 เหรียญฯ ตลาดน้ำมันโลกก็เข้าสู่ภาวะวุ่นวาย
Read more »
เมื่อตะวันตกกดดันรัสเซีย น้ำมันดิบก็ไหลมาเอเชียแต่...พอประเทศกลุ่ม G7 กับ EU รวมหัวกันกำหนดราคาน้ำมันดิบรัสเซียไว้ที่ 60 เหรียญฯ ต่อบาร์เรล เริ่มตั้งแต่วันจันทร์ที่ผ่านมา, ทุกสายตาก็มองมาที่ตลาดเอเชีย
Read more »
ทองคำพลิกเป็นขาขึ้นทะลุ 1,800 เหรียญฯ YLG เตือนระวังพักตัว-แนะทำกำไรช่วงสั้น : อินโฟเควสท์นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดล่วงหน้า (TFEX) เปิดเผยว่า ราคาทองคำในตลาดโลกเริ่มกลับมาเป็นทิศทางขาขึ้น หลังจากเคลื่อนไหวแกว่งตัวลงในช่วงก่อนหน้า โดยในเดือน ธ.ค.นี้ ได้มีการพลิกเทรนด์มาสู่สัญญาณขาขึ้น ราคาทองคำได้ขึ้นไปทะลุ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ก่อนจะปรับตัวลดลงมาเล็กน้อยจากแรงขายทำกำไร อย่างไรก็ดี การปรับตัวขึ้นมาของทองคำในครั้งนี้ถือว่าน่าจับตาเพราะเมื่อช่วงต้นเดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ราคาทองคำเคลื่อนไหวอยู่แถวๆ 1,600 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แต่ภายในระยะเวลาประมาณหนึ่งเดือนราคาทองคำได้ปรับขึ้นมาค่อนข้างมาก ซึ่งการปรับขึ้นของทองคำในรอบนี้นักวิเคราะห์ต่างประเทศได้คาดการณ์ว่าจะเป็นการปรับขึ้นในระยะยาว หลังทะลุผ่านเส้นแนวโน้มขาลงในระยะกลาง ทำ Triple Bottom บริเวณ 1,616-1,614 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ซึ่งเป็นสัญญาณการกลับตัวของราคา พร้อมเคลื่อนไหวเหนือเส้นค่าเฉลี่ยเกือบทุกระยะ อย่างไรก็ดี การปรับขึ้นของทองคำในรอบนี้ มาจาก 2 ปัจจัยบวกสำคัญ ประกอบด้วย 1. การประกาศสัญญาณการขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่ลดลงของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่าในการประชุมช่วงกลางเดือน ธ.ค.นี้เฟดอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% ลดลงจากครั้งก่อนที่ปรับขึ้น 0.75% นอกจากนี้ยังมีบางส่วนที่คาดการณ์ว่าในอนาคตอันใกล้อาจจะได้เห็นเฟดปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อลดภาระการจ่ายดอกเบี้ยพันธบัตรที่แบกรับมากขึ้น สำหรับปัจจัยที่ …
Read more »
จีนเปิดประเทศหนุนทองคำสดใส YLG ส่องโอกาสลุ้นชนเป้า 2,000 เหรียญฯ : อินโฟเควสท์นางสาวฐิภา นววัฒนทรัพย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท วายแอลจี บูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส จำกัด (YLG) ตัวแทนซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าในตลาดล่วงหน้า (TFEX) เปิดเผยว่า ตั้งต้นปีราคาทองคำปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้วประมาณ 6% จากที่เปิดมาราว 1,823 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ ปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากแรงซื้อของจีนฟื้นรับการเปิดประเทศหนุนเงินหยวนแข็งค่ากดดันดอลลาร์ บวกกับการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะชะลอขึ้นดอกเบี้ย YLG จึงมองว่าทิศทางการเคลื่อนไหวของทองคำในช่วงต้นปีจะยังคงเป็นขาขึ้นเกือบตลอดทั้งไตรมาส 1 นอกจากนี้เทศกาลตรุษจีนในช่วงที่ผ่านก็ส่งผลให้ตลาดทองคำคึกคักเช่นกัน ดังนั้น ระยะสั้นจึงมองเป้าหมายราคาทองคำมีโอกาสขึ้นไปที่ 1,960 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ หรือ ประมาณ 30,500 บาท/บาททองคำ นักลงทุนที่ต้องการลงทุนทองคำในช่วงนี้หากต้องการเข้าซื้อสามารถทำได้แบบเก็งกำไรระยะสั้น แถวๆ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ เพราะมีโอกาสที่ราคาจะขยับขึ้นตามเป้าที่มองไว้ 2,000 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ แต่ถ้าต้องการ “ซื้อสะสม” แนะนำให้รอราคาปรับตัวลง แถวๆ 1,650-1,700 ดอลลาร์สหรัฐ/ออนซ์ คิดเป็นเงินไทยกรอบแนวรับ 25,500-26,400 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งเป็นกรอบของทั้งปี เพราะมองว่าไตรมาสแรกทองคำจะทะยานขึ้นไป แต่หลังจากนั้นมีโอกาสเกิดแรงขายทำกำไร รวมถึงครึ่งปีแรกแม้เฟดส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายน้อยลง แต่ก็อาจจะสร้างแรงกดดันเป็นระยะๆ ราคาทองคำจึงมีโอกาสปรับฐานได้ […]
Read more »
