โบรกส่องกำไรสุทธิ TU แตะ 1.2-1.4 พันล้าน นำโดยธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลแปรรูปกระป๋อง เข้ามาหนุนต่อยอดขายและมาร์จิ้น แนวโน้มกำไรจะเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 3/67 และทำนิวไฮในไตรมาส 4/67 ตามปัจจัยฤดูกาล พร้อมคาดกำไรปกติปี 67 มาอยู่ที่ 5.8-5.9 พันล้าน
โบรกส่อง กำไร สุทธิ TU แตะ 1.2-1.4 พันล้าน นำโดยธุรกิจ อาหารสัตว์เลี้ยง และอาหารทะเลแปรรูปกระป๋อง เข้ามาหนุนต่อยอดขายและมาร์จิ้น แนวโน้ม กำไร จะเร่งตัวขึ้นในไตรมาส 3/67 และทำนิวไฮในไตรมาส 4/67 ตามปัจจัยฤดูกาล พร้อมคาด กำไร ปกติปี 67 มาอยู่ที่ 5.
8-5.9 พันล้าน บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด ระบุว่า ทางฝ่ายคาดผลประกอบการในไตรมาส 2/67 จะมีกำไรสุทธิ 1,189 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และเติบโต 3% จากไตรมาสก่อน ในไตรมาสนี้คาดบันทึกขาดทุนจากการป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน 150 ล้านบาท หากไม่รวมรายการดังกล่าวคาดกำไรหลักจะ -2% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 41% จากไตรมาสก่อน จากรายได้รวมเพิ่มขึ้น 3% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และ 5% จากไตรมาสก่อน จากธุรกิจเกือบทุกกลุ่มที่เพิ่มขึ้น ยกเว้นธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป คาดรายได้เพิ่มขึ้นจากปริมาณการขายที่เพิ่ม โดยเฉพาะลูกค้ากลุ่ม OEM ที่มีออเดอร์สินค้าเพิ่มตามราคาปลาทูน่าที่ปรับลดลงในไตรมาส 2/67 เฉลี่ย 1,478 ดอลลาร์/ตัน ลดลง -26% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 11% จากไตรมาสก่อน ธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง ลดลงจากการปรับลดขนาดธุรกิจ Trading ที่อเมริกาที่มีผลขาดทุน รวมถึงภาพรวมเศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลให้ธุรกิจ Forzen รายได้ลดลง ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง คาดรายได้เพิ่มขึ้น 33% เทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และ 7% จากไตรมาสก่อน จากกลุ่มลูกค้าสหรัฐฯและยุโรปที่เพิ่ม จากปัญหาการระบายสต็อกสินค้าเก่าเริ่มหมดลง การสั่งสินค้าพรีเมี่ยมของลูกค้ารายใหญ่กลับมามากขึ้น ธุรกิจผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า คาดเพิ่มขึ้นจากราคาขายที่ดีขึ้น และโรงงานใหม่ Culinary Business และ Ingredients Business เริ่มดำเนินงานตั้งแต่ไตรมาส 3/66 ที่ผ่านมา รับรู้ส่วนแบ่งกำไร จากบริษัทร่วมทุน 160 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ทรงตัวจากไตรมาสก่อน จากธุรกิจ Avanti อัตรามาร์จิ้น เพิ่มขึ้นเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อนและจากไตรมาสก่อน ตามธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยง และธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป ที่เป็นธุรกิจหลักที่มีสัดส่วนรายได้มากสุด ด้วยราคาปลาทูน่าที่ลดลง คาดค่าใช้จ่ายในการขายบริหารต่อยอดขายเพิ่มเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน จากการทำการตลาดเพื่อเพิ่มยอดขาย คาดผลประกอบการไตรมาส 3/67 ดีขึ้นทั้งเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และ จากไตรมาสก่อน ต่อเนื่องจากดีมาน์ธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก ทางฝ่ายยังคงประมาณการเดิมคาดกำไรปกติปี 67 มาอยู่ที่ 5,810 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน จากการไม่ต้องรับรู้ขาดทุนจาก Red Lobster แล้ว และคาดกำไรสุทธิปี 68 อยู่ที่ 6,545 ล้านบาท เติบโต 13% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ตามลำดับ แนวโน้มราคาปลาทูน่าที่ลดลงส่งผลต่ออัตรามาร์จิ้นธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่เพิ่มขึ้น และส่งผลธุรกิจอาหารทะเลแปรรูป มีปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ ทางฝ่ายคาดว่าส่วนของธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งยังลดลงจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว และการปรับลดขนาดธุรกิจในสหรัฐฯ โดยทางฝ่ายคาดอัตราทำกำไรจะค่อยๆ ดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปี 67 จากธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงที่คาดจะกลับมาเติบโตมีอัตรามาร์จิ้นที่เพิ่มขึ้น สำหรับค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารคาดใกล้เคียงเดิม และบริษัทจะเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลจะเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ปีละ 7% จากการได้สิทธิประโยชน์ทางภาษี BOI และไม่มีเครดิตภาษีเงินได้จากธุรกิจในต่างประเทศแล้ว จากคาดผลประกอบการเริ่มกลับมาปกติและการไม่ต้องรับรู้ขาดทุนจากธุรกิจ Red Lobster แล้ว รวมถึงสถานการณ์ปัจจัยลบต่างๆ เริ่มคลี่คลาย มูลค่าที่เหมาะสมที่ 17.5 บาท อ้างอิง historical PE forward ย้อนหลัง 7 ปี ที่ 14 เท่า โดยราคาหุ้นปัจจุบันมี PER24F ที่ 11.8 เท่า และคาด Dividend Yield ปี 67 ที่ 4.8% สถานะการเงินแข็งแกร่งคาด Net Debt/Equity ปี 67 อยู่ที่ 0.6 เท่า อย่างไรก็ดี ต้องจับตาความเสี่ยง อาทิ ภาพรวมเศรษฐกิจทั่วโลกที่ชะลอตัว, ความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ, การขาดแคลนเรือนขนส่งบริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด เผยในบทวิเคราะห์ TU ว่า ในไตรมาส 2/67 คาดกำไรปกติ 1.4 พันล้านบาท เพิ่ม 2.5% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และเด่น 50% จากฐานต่ำในไตรมาส 1/67 มาจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น และมีรายได้ในไตรมาส 2/67 อยู่ที่ 3.57 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.9% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน และ 7.6% จากไตรมาสก่อน นำโดยธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงและอาหารทะเลแปรรูปกระป๋อง เข้ามาหนุนต่อยอดขายและมาร์จิ้น รวมถึงการดำเนินดีขึ้นของ AVANTI และการไม่มีกิจการ RED LOBSTER ส่งผลบวกต่อส่วนแบ่งกำไรบริษัทร่วม ชดเชยกับค่าใช้จ่ายขายบริหารและภาษีเพิ่มขึ้น แนะนำ OUTPERFORM FV 19.00 บาท จากทิศทางกำไรที่ยังเป็นขาขึ้นในช่วงไตรมาส 3/67 ซึ่งเป็นช่วงฤดูกาล รวมถึงคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ผลประกอบการครึ่งหลังปี 67 จะดีกว่าครึ่งปีแรก ด้านราคาหุ้นมี PER ซื้อขาย 12 เท่า และคาด DIV YIELD เฉลี่ย 4.7% ต่อปี สำหรับกรณีที่บริษัทเตรียมจำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนสำหรับโครงการซื้อหุ้นคืนเมื่อปี 66 จำนวน 200 ล้านหุ้น คิดเป็นต้นทุนเฉลี่ย 14.88 บาท/หุ้น โดยกำหนดระยะเวลาจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 8 ก.ค. ถึง 12 ก.ค. 2567 ฝ่ายวิจัยมองว่ามีความเป็นไปได้ที่บริษัทจะไม่จำหน่ายหุ้นที่ซื้อคืนข้างต้น และดำเนินการลดทุนในระยะต่อไป เนื่องจากหากย้อนไปดูโครงการจำหน่ายหุ้นซื้อคืนปี 66 จำนวน 116.68 ล้านหุ้น ก็ไม่ได้มีการจำหน่ายออกมา และสุดท้ายทำการลดทุนแทน ดังนั้นหากเป็นกรณีเดียวกัน โดยตัดหุ้นซื้อคืนทั้งจำนวน 200 ล้านหุ้น จะทำให้ทุนชำระแล้วลดลงไปราว 4.3% จากจำนวนหุ้นทั้งหมดที่ 4,655.13 ล้านหุ้น และส่งผลให้อัตราส่วนการเงินต่อหุ้น เช่น EPS ฯลฯ เพิ่มขึ้นในอัตราเดียวกัน ซึ่งประเด็นดังกล่าวย่อมส่งบวกต่อราคาหุ้น และยังไม่รวมผลกระทบดังกล่าวในประมาณการบริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า จำกัด ระบุว่า คาดกำไรปกติไตรมาส 2/67 ของ TU ไว้ที่ 1,222 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 40.5% จากไตรมาสก่อน แต่ลดลง 16.3% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน ชะลอลงเมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน แต่เห็นการฟื้นตัวเด่น จากไตรมาสก่อน จากธุรกิจ Ambient และ Pet Care ทั้งนี้ ทางฝ่ายประเมินแนวโน้มกำไรจะเร่งตัวขึ้นจากไตรมาสก่อน ในไตรมาส 3/67 และทำระดับสูงสุดของปีในไตรมาส 4/67 ตามปัจจัยฤดูกาล, ปริมาณความต้องการซื้อที่เติบโต และ GPM ที่ดีขึ้นจาก U-rate และการปรับราคากับลูกค้าขึ้น อย่างไรก็ตาม ทางฝ่ายามีมุมมองบวกต่อแนวโน้มผลประกอบการของ TU และประเมินว่าบริษัทมีโอกาสลดทุนจากหุ้นซื้อคืน ซึ่งมองจะเป็น Upside ต่อราคาเป้าหมายของทางฝ่ายที่ 0.70 บาท/หุ้น โดยยังคงประมาณการกำไรปกติปี 67 ที่ 5,965 ล้านบาท เติบโต 5.8% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันกับปีก่อน คงราคาเป้าหมายที่ 16.80 บาท และคงคำแนะนำ “ซื้อ” เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาว
หุ้น อาหารสด กำไร หุ้นไทย นักลงทุน การลงทุน กำไร บจ. ตลาดหลักทรัพย์ การส่งออก ราคาหุ้น กำไรสุทธิ อาหารแช่แข็ง อาหารสัตว์เลี้ยง TU EPS ปลาทูน่า บริษัทจดทะเบียน ส่งออกอาหาร
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
โบรกแนะ ANAN ขายสินทรัพย์เพิ่มสภาพคล่อง ใช้หนี้หุ้นกู้ชำแหละงบ ANAN ไตรมาส 1/67 หนี้สินรวม 2.05 หมื่นล้าน ขณะที่สินทรัพย์เงินสดและรายการที่เที่ยบเท่า มีเพียง 700 กว่าล้าน ไม่เพียงพอคืนหนี้หุ้นกู้ โบรกมองทางรอดเดียวเร่งระบายสินค้าคงคลังเพิ่มสภาพคล่อง
Read more »
บอส 'ณวัฒน์' ย้ำราคาหุ้น SABUY ร่วง ไม่กระทบงบไตรมาส 2 มั่นใจปี 67 โตเกิน 100%'ณวัฒน์ อิสรไกรศีล' มองราคาหุ้น SABUY ร่วง ไม่กระทบผลงาน MGI ไตรมาส 2/67 หลังลงบันทึกด้วยวิธีมูลค่ายุติธรรมผ่านกำไรขาดทุน มองเห็นศักยภาพ ดึงเอา E-Wallet มาต่อยอดธุรกิจ มั่นใจผลงานปี 67 โตเกิน 100%
Read more »
สมาคมคอนโดขอแบงก์ชาติแก้ LTV “กู้ซื้อบ้านหลังที่ 2 คือความจำเป็น ไม่มีเก็งกำไร”แตกตื่นกันไปทั้งวงการอสังหาริมทรัพย์ หลังจากตัวเลข “ยอดโอน-ยอดสินเชื่อปล่อยใหม่” ไตรมาส 1/67 ต่ำสุดในรอบ 25 ไตรมาสที่ผ่านมา
Read more »
เปิดมูลค่าการลงทุนกิจการปิดโรงงาน 3 อันดับแรกในไทยรวมกว่า 4 พันล้านเปิดมูลค่าการลงทุนกิจการปิดโรงงาน 3 อันดับแรกในไทยรวมกว่า 4 พันล้าน หลังผ่านพ้น 5 เดือนแรกของ ปี 67 เผยอันดับหนึ่งเป็นกลุ่มผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์ รองลงมาเป็นผลิตภัณฑ์โลหะ และพลาสติก
Read more »
ไตรมาส 1/67 บ้าน-คอนโด EEC ชลบุรีซัพพลายพุ่ง-ระยองลุยแนวราบ-แปดริ้วร่วงแรงไตรมาส 1/67 รายงานผลสำรวจโซน EEC ไม่มีอะไรเซอร์ไพร์ส กล่าวคือ สถานการณ์ตลาดบ้านและคอนโดมิเนียมใน 3 จังหวัด “ชลบุรี ระยอง ฉะเชิงเทรา” ออกมาในแนวทรงกับทรุด
Read more »
MGI จ่อแตกไลน์ธุรกิจ ลงสนาม “คลินิกความงาม-ชะลอวัย” ปลายปีนี้ ดันรายได้พุ่งMGI กางแผนครึ่งหลังปี 67 เล็งแตกไลน์ธุรกิจ “คลินิกความงาม และชะลอวัย” คาดเริ่มได้ปลายปี 67 หนุนสัดส่วนรายได้ขายสินค้าเกิน 50% ออกสินค้าใหม่ ซีรีส์ใหม่ คอนเสิร์ตใหญ่ ดันรายได้ปี 67 พุ่ง 100% แตะ 1,200-1,300 ล้านบาท ลั่นลงทุน SABUY ไม่กระทบงบกำไรขาดทุน...
Read more »
