ลุยจัดงบแจกเงินดิจิทัล กู้แบงก์รัฐ 2 แสนล้าน

United States News News

ลุยจัดงบแจกเงินดิจิทัล กู้แบงก์รัฐ 2 แสนล้าน
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 Thansettakij
  • ⏱ Reading Time:
  • 296 sec. here
  • 6 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 122%
  • Publisher: 63%

รัฐบาล “เศรษฐา” ลุยแจกเงินดิจิทัล 10,000 บาท เพิ่มงบปี 67 กว่า 1 แสนล้านบาท ตั้งเป้ากู้เงินชดเชยขาดดุล 7 แสนล้าน พร้อมขยายเพดานก่อหนี้ เปิดช่องกู้แบงก์รัฐเพิ่มอีก 2 แสนล้าน คาดดันจีดีพี ปีหน้าทะลุ 19 ล้านล้าน

รัฐบาลนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินหน้าประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งหาข้อสรุปการหาเงินมาใช้นโยบายเติมให้กับประชาชนที่มีอายุ 16 ปีขึ้นไป ผ่าน Digital Wallet วงเงินประมาณ 5.

6 แสนล้านบาท โดยมีเงื่อนไขต้องใช้ให้หมดภายใน 6 เดือน เพื่อกระตุกเศรษฐกิจไทย และก่อให้เกิดเงินหมุนเวียนในระบบ แหล่งข่าวจากคณะทำงานด้านเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทย เปิดเผยกับ ฐานเศรษฐกิจ ว่า ทีมเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยได้นำกรอบงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ที่รัฐบาลพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งไว้จำนวน 3,350,000 ล้านบาท และแหล่งเงินจากที่ต่างๆมาหารือร่วมกับกระทรวงการคลัง สำนักงบประมาณ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แล้วเห็นว่าไม่เพียงพอสำหรับการดำเนินนโยบายเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท ที่คาดว่าจะใช้เงินสูงถึง 5.6 แสนล้านบาท รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเพิ่มวงเงินงบประมาณรายจ่ายปี 2567 ด้วยการเพิ่มกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ควบคู่กับการปรับลดงบประมาณรายจ่ายที่ไม่สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล และการใช้นโยบายกึ่งการคลัง ด้วยการขยายกรอบเพดานการใช้จ่ายตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่ให้หน่วยงานของรัฐออกค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการไปก่อนแล้วรัฐบาลจะทยอยตั้งงบประมาณชดเชยให้ภายหลัง สำหรับการปรับกรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ตามพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. 2548ฯ กำหนดให้รัฐบาลกู้ยืมเงินเพื่อชดเชยการขาดดุลได้ไม่เกิน 20% ของวงเงินงบประมาณรายจ่ายในแต่ละปี บวกอีก 80% ของงบฯ ชำระคืนต้นเงินกู้ เมื่อพิจารณากรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 ที่รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ตั้งไว้ 3.35 ล้านล้านบาท กำหนดวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณไว้ที่ 593,000 ล้านบาท และรายจ่ายชำระคืนเงินต้น 117,250 ล้านบาท ทำให้รัฐบาลสามารถกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณได้สูงสุดถึง 763,800 ล้านบาท จึงยังมีช่องที่รัฐบาลเพิ่มวงเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลได้อีก 170,800 ล้านบาท รัฐบาลประเมินว่าเพื่อให้มีงบประมาณเพียงพอสำหรับการดำเนินนโยบายรัฐบาลจะต้องกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ 2557 ประมาณ 7-7.4 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นจากกรอบเดิม 1-1.5 แสนล้านบาท เพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายตามนโยบายเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท การปรับเพิ่มกรอบวงเงินงบประมาณครั้งนี้จะมีการปรับประมาณการรายได้เพิ่มเติมจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่รัฐบาลจะได้รับจากนโยบายแจกเงินดิจิทัลในปีงบประมาณ 2567 ที่คาดว่าจะอยู่ที่ 2.5 – 3 หมื่นล้านบาทควบคู่ไปด้วย ทำให้ประมาณการรายได้เพิ่มจาก 2.757 ล้านล้านบาท เป็น 3-3.1 ล้านล้านบาท ส่งผลให้กรอบวงเงินงบประมาณปี 2567 เพิ่มจาก 3.35 ล้านล้านบาท เป็น 3.475-3.525 ล้านล้านบาท ส่วนวงเงินสุดท้ายจะมีจำนวนเท่าใดจะต้องรอให้นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเคาะอีกครั้ง โดยคาดว่าจะอยู่ในช่วง 3.45-3.5 ล้านล้านบาท ส่วนการใช้นโยบายกึ่งการคลัง จะดำเนินการด้วยการขยายกรอบเพดานการใช้จ่ายตามมาตรา 28 แห่งพระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ. 2561 ที่เปิดช่องให้รัฐบาลสามารถมอบหมายให้หน่วยงานของรัฐดําเนินกิจกรรม มาตรการ หรือโครงการโดยรัฐบาลรับภาระจะชดเชยค่าใช้จ่ายหรือการสูญเสียรายได้ในการ ดําเนินการไปก่อนได้ ใน 3 กรณีคือ 1.เพื่อฟื้นฟูหรือกระตุ้นเศรษฐกิจ 2. เพิ่มขีดความสามารถในการประกอบอาชีพหรือยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน 3. เพื่อช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัยหรือการก่อวินาศกรรม ซึ่งการนโยบายเติมเงินดิจิทัลเข้าข่ายการดำเนินการตามข้อ 1 และข้อ 2 กระทรวงการคลังกำลังพิจารณาว่าควรขยายกรอบเพดานการก่อหนี้ที่ระดับเท่าใด เพราะปัจจุบันกรอบวงเงินที่สามารถนำมาดำเนินโครงการตามมาตรา 28 เหลือประมาณ 18,000 ล้านบาท จะเต็มกรอบเพดานการใช้จ่ายที่กำหนดให้ก่อหนี้สูงสุดไม่ 32% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2566 วงเงิน 3.18 ล้านล้านบาท ขณะที่งบประมาณ 2567 ที่กำหนดวงเงินเบื้องต้นไว้ที่ 3.475-3.525 ล้านล้านบาท หากกำหนดกรอบเพดานการก่อหนี้สูงสุดไม่ 32% ก็จะทำให้รัฐบาลมีพื้นที่การดำเนินนโยบายกึ่งการคลัง ตามมาตรา 28 ได้ประมาณ 1.11-1.23 ล้านล้านบาท เมื่อหักกับภาระผูกพันที่มีอยู่ 1,039,920 ล้านบาท ก็จะมีเงินเหลือ เพียง 1 แสนกว่าล้านบาทเท่านั้น ไม่เพียงพอกับการนำมาใช้ในการดำเนินนโยบายเติมเงินดิจิทัล 10,000 บาท เบื้องต้นกระทรวงการคลังเห็นว่าควรมีการขยายเพดานการก่อหนี้ตามมาตรา 28 เพิ่มขึ้นจาก 32% เป็น 35% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2567 ไปก่อน เพื่อให้มีวงเงินสำรองมารองรับนโยบายเพิ่มเติมอีกประมาณ 2 แสนล้านบาท เมื่อรวมกับงบประมาณที่จะปรับกรอบวงเงินเพิ่มขึ้นอีก 1 แสนกว่าล้านบาท ก็จะมีวงเงินสูงถึง 3 แสนกว่าล้านบาท น่าจะเพียงพอที่จะนำมาเป็นเงินสำรองเพื่อรองรับการเบิกถอนสำหรับการดำเนินนโยบาย หากไม่พอก็สามารถขยายกรอบวงเงินเพิ่มเติมได้ ส่วนเงินที่จะนำมาใช้นั้นเบื้องต้นรัฐบาลได้หารือกับธนาคารกรุงไทยและธนาคารออมสินแล้ว ทั้ง 2 ธนาคารยินดีที่จะสนับสนุนนโยบายนี้ด้วยการไปจัดหาวงเงินมาให้รัฐบาลนำมาใช้ดำเนินโครงการไปก่อนแล้วรัฐบาลจะตั้งงบประมาณชำระหนี้ให้ภายใน 3 ปี กระทรวงการคลังมองว่านโยบายเงินดิจิทัลของรัฐบาล ไม่จำเป็นต้องตั้งวงเงินเพื่อนำมาใช้ในการดำเนินโครงการครั้งเดียว 5.6 แสนล้านบาท เพราะวงเงินดิจิทัล 10,000 บาทนั้น ไม่สามารถแลกเป็นเงินสดออกมาใช้จ่ายได้ยกเว้นกรณีร้านค้าที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ที่รับชำระเงินดังกล่าวสามารถถอนเงินสดออกมาได้ผ่านกลไกธนาคารรัฐ ส่วนกรณีร้านค้าที่ไม่ได้อยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่มสามารถเข้าร่วมโครงการรับชำระเงินได้แต่จะต้องนำวงเงินดังกล่าวไปใช้ซื้อสินค้าจากร้านค้าที่จด Vat ต่อไม่สามารถแลกเป็นเงินสดออกมาได้ จากเงื่อนไขดังกล่าวจะเห็นได้ว่าเงินดิจิทัล 10,000 บาทที่รัฐบาลเติมให้กับประชาชนนั้น จะไม่ได้ถูกเบิกเป็นเงินสดในครั้งเดียว แต่ยังคงหมุนเวียนอยู่ในระบบ รัฐบาลจึงได้กำหนดเงื่อนไขเพิ่มเติมสำหรับผู้ที่ได้รับเงินดิจิทัลมือที่ 2 เป็นต้นไป สามารถนำไปใช้จ่ายต่อ หรือเบิกเป็นเงินสดเมื่อใดก็ได้ จะไม่มีการจำกัดเวลาการใช้ว่าจะต้องใช้ให้หมดภายใน 6 เดือนกับประชาชนที่ได้รับในมือแรก ซึ่งเชื่อว่าจะก่อให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย เกิดการหมุนเวียนของกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลายรอบตามมา นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการ ธนาคาร ออมสินเปิดเผยว่า ขณะนี้ธนาคารมีวงเงินที่รอการชำระคืนจากรัฐบาลตามมาตรา 28 น้อยมาก เนื่องการส่วนใหญ่จะเป็นการชดเชยส่วนต่างดอกเบี้ยหรือหนี้เสีย ส่วนการจะให้ธนาคารออมสินดำเนินการจัดหาแหล่งเงิน เพื่อนำมาใช้กับโครงการต่างๆของรัฐบาลเงินดิจิทัล 10,000 บาท ก็พร้อมที่จะดำเนินการ เพราะธนาคารมีความพร้อมและถือเป็นแหล่งทุนให้กับรัฐบาลอยู่แล้ว เพียงแต่ให้มีมติคณะรัฐมนตรี รองรับเท่านั้น ขณะที่สถาบันวิจัยนโยบายเศรษฐกิจการคลัง ประเมินว่าการดำเนินนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล จะทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2567 ทั้งปีขยายตัว 3.9% มูลค่าจีดีพีเพิ่มจาก 18.18 ล้านล้านบาทในปี 2566 เป็น 19.25 ล้านล้านบาทในปี 2567 ขณะที่หนี้สาธารณะเพิ่มจาก 10.97 ล้านล้านบาทในเดือนกรกฎาคม 2566 หรือ 61.69% ของจีดีพี เป็น 12.23 ล้านล้านบาท หรือ 63.5% ของจีดีพี ณ สิ้นปี 2567

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thansettakij /  🏆 23. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

“ภูเก็ต” เมืองท่องเที่ยว 4.4 แสนล้าน “นายกฯ เศรษฐา” เดิมพัน แผนบูสต์เศรษฐกิจยกแรก“ภูเก็ต” เมืองท่องเที่ยว 4.4 แสนล้าน “นายกฯ เศรษฐา” เดิมพัน แผนบูสต์เศรษฐกิจยกแรกเจาะลึก จับกระแส 'เศรษฐา ทวีสิน' นายกฯ คนใหม่ ลงพื้นที่จังหวัดภูเก็ต ผลักดันเป็น เมืองท่องเที่ยวระดับโลกเวอร์ชันสมบูรณ์ ปลุกรายได้ฟื้น 4.4 แสนล้าน แผนบูสต์เศรษฐกิจยกแรกของพรรคเพื่อไทย
Read more »

เร่ง “จีดีพี” ปีหน้าโต 5-7% หอการค้าไทยเชียร์แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นเร่ง “จีดีพี” ปีหน้าโต 5-7% หอการค้าไทยเชียร์แจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นหอการค้าชี้การเมืองเริ่มนิ่ง ส่งผลให้จีดีพีไทยฟื้นตัวตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปีนี้ ขณะที่นโยบายแจกเงินดิจิทัล 1 หมื่นบาทใช้งบ 5 แสนล้าน ช่วยให้เกิดการหมุนเงินในระบบสูงถึง 1.5 ล้านล้าน ช่วยดันเศรษฐกิจปี 67 จีดีพีโต 5-7%
Read more »

เจาะกลยุทธ์ ยัสปาล สร้างอาณาจักรแฟชั่นโตแกร่ง 70 ปี มุ่งเบอร์หนึ่งอาเซียนเจาะกลยุทธ์ ยัสปาล สร้างอาณาจักรแฟชั่นโตแกร่ง 70 ปี มุ่งเบอร์หนึ่งอาเซียนสำรวจอาณาจักรแฟชั่นกลุ่มเสื้อผ้าและรองเท้าไทยกว่า 3 แสนล้าน 'ยัสปาล' ครองเบอร์หนึ่ง เปิดแผนปี 2566 เร่งขยายสาขาใหม่ในไทย ต่างประเทศ ลุยเพิ่มแบรนด์ใหม่ ชี้ตลาดแฟชั่นและรองเท้ายังโต คาด 5 ปีมูลค่าทะลุ 4 แสนล้าน วางเป้าสู่ผู้นำผู้นำธุรกิจแฟชั่นไลฟ์สไตล์ในอาเซียน
Read more »

งานแรก 'เศรษฐา' รื้อค่าพลังงาน ลดทันที 'ดีเซล-ไฟฟ้า-ก๊าซหุงต้ม'งานแรก 'เศรษฐา' รื้อค่าพลังงาน ลดทันที 'ดีเซล-ไฟฟ้า-ก๊าซหุงต้ม'“เศรษฐา” ประกาศประชุม ครม.นัดแรกลดราคาพลังงานทันที หารือ 'สุพัฒนพงษ'’ ส่งต่อแนวทางดูแลราคาน้ำมัน “พลังงาน” เตรียมทางเลือกลดราคาดีเซล พร้อมเสนอแนวทางลดค่าเอฟที ยืดจ่ายหนี้ให้ กฟผ.แสนล้าน ด้าน กบน.ตรึงก๊าซหุงต้มถัง 15 กิโลกรัม 423 บาท รอทิศทางนโยบายรัฐบาลใหม่
Read more »

คลัง จ่อขยายเพดานหนี้ กู้แจกเงินดิจิทัลคลัง จ่อขยายเพดานหนี้ กู้แจกเงินดิจิทัล“เศรษฐา” เครื่องร้อนสั่งเตรียมพร้อมเร่งอัดฉีดนโยบายฟื้นฟูเศรษฐกิจ “คลัง” จ่อใช้มาตรการกึ่งการคลัง ขยายเพดานก่อหนี้ แจกเงินดิจิทัล 5.6 แสนล้าน แลกวินัยการเงินการคลัง
Read more »

ตลาดทุนห่วงงบประมาณ'เงินหมื่นดิจิทัล'ดึงจากไหน 5.6 แสนล้านตลาดทุนห่วงงบประมาณ'เงินหมื่นดิจิทัล'ดึงจากไหน 5.6 แสนล้านตลาดทุนห่วงงบประมาณ"เงินหมื่นดิจิทัล"แนะคุยกฎหมายโทเคนดิจิทัลกับแบงก์ชาติ
Read more »



Render Time: 2026-04-02 15:48:37