สรุป 5 ประเด็นสำคัญหลังลิเวอร์พูลเปิดแอนฟิลด์ไล่ถล่มสเปอร์ส 5-1 ผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2024/25 อย่างยิ่งใหญ่ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ ฟอร์มเด่น, โม ซาลาห์ สร้างสถิติใหม่ และอาร์เน่อ สล็อต...
เกมนี้แฟนบอลหงส์แดงคงเห็นได้ชัดว่าลูกทีมของกุนซืออาร์เน่อ สล็อต เล่นค่อนข้างเนือยๆ ในช่วงต้นเกม จังหวะการขึ้นเกมรุกขาดๆ เกินๆ ขณะที่เกมรับมีบางครั้งที่เล่นเสียจังหวะซึ่งอาจเป็นไปได้นว่านักเตะมัวแต่ใจลอยเรื่องการคว้าแชมป์ จังหวะที่เสียประตูเป็นการยืนตำแหน่งที่แย่มากๆ ทั้ง หลุยส์ ดิอาซ และ ไรอัน กราเฟ่นแบร์ก ปล่อยให้ โดมินิค โซลันกี้ ได้วิ่งขึ้นไปโหม่งแบบสบายๆ ขณะที่ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ก็ดันกะจังหวะบอลพลาดทำให้โหม่งไม่โดนด้วย อย่างไรก็ตาม การโดนนำไปก่อนส่งผลให้ขุนพล"เดอะ เร้ดส์" ตาสว่าง และกลับมาเล่นอย่างมีสมาธิ โดยทุกคนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ไม่เสียบอลง่ายๆ และเข้าบอลเร็วทุกจังหวะจนทำให้นักเตะสเปอร์สไม่สามารถตั้งเกมสู้ได้เลย การประสานงานตั้งแต่แดนหลังไปจนถึงแนวรุกทำได้อย่างยอดเยี่ยม ผู้เล่นทุกคนพยายามวิ่งหาพื้นที่ว่างเพื่อที่จะสร้างโอกาสในการทำประตู และผลงานดังกล่าวนำไปสู่การผลิดอกออกผลถึง 5 ลูก อย่างไรก็ตาม หากมองลึกลงไป เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะนักเตะทุกคนควรโฟกัสไปที่เกมไม่ใช่เรื่องอื่น สำหรับกรณีนี้ โค้ชอาร์เน่อ คงต้องเน้นย้ำลูกทีมให้มากยิ่งขึ้น ดีที่ว่าแมตช์นี้ ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยกดดัน ไม่อย่างนั้นสกอร์อาจไม่เป็นแบบนี้ก็ได้ สำหรับนักเตะที่ต้องบอกว่าเล่นได้โดดเด่นที่สุดในแมตช์นี้ แน่นอนว่าสาวก"เดอะ ค็อป" ต้องยกให้ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ เพราะทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากๆ ทั้งการเล่นเกมรุก และรับ ที่สำคัญยังเป็นคนที่เชื่อมเกมได้ดีมากๆ "แม็คก้า" สวมบทบาทจอมทัพคอยทำหน้าที่ทั้งปั้นเกม และคุมจังหวะการเล่น นอกจากนี้ยังรับหน้าที่เตะมุม ซึ่งการเปิดบอลของเขามีส่วนทำให้ โกดี้ คักโป ได้ยิงประตู 3-1 ในช่วงท้ายครึ่งแรกด้วย ต้องยอมรับว่า แม็ค อัลลิสเตอร์ ทำผลงานได้ดีมากๆ ในการเล่นลูกตั้งเตะ นอกจากนี้เขายังขยันลงมาช่วยเกมรับ และตัดบอลจากคู่แข่งได้หลายครั้งหลายหน อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ เท่านั้นที่เล่นได้ดี เพราะในแผนมิดฟิลด์ได้แก่ กราเฟ่นแบร์ก กับ โดมินิค โซโบซไล ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเช่นกัน จังหวะที่ แม็ค อัลลิสเตอร์ ยิงประตูราวกับจรวด ต้องยกเครดิตให้กับ กราเฟ่นแบร์ก ที่เข้าไปแย่งบอลจนนำไปสู่ประตูนำ 2-1 ขณะที่"โซโบ" ฟอร์มเจ๋งมากๆ ทั้งการประสานงานกับ โม ซาลาห์ จนนำไปสู่การแอสซิสต์ให้ หลุยส์ ดิอาซ นอกจากนี้ กัปตันทีมชาติฮังการี ยังแอสซิสต์ให้"บังโม" ด้วย แมตช์นี้ต้องยอมรับว่าเจ้าตัวเล่นด้วยความมุ่งมั่น และใส่พลังเต็มสูบจริงๆ ตอนนี้ แม็ค อัลลิสเตอร์, กราเฟ่นแบร์ก และ โซโบซไล คือสามกุญแจสำคัญในแดนกลางที่ โค้ชอาร์เน่อ จะใช้เป็นแกนหลักสำหรับป้องกันแชมป์ในฤดูกาลหน้า ส่วน ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ กับ เคอร์ติส โจนส์ คอยทำหน้าที่เป็นกองหนุน หลังจากที่ไร้ประตู 5 เกมแต่ตอนนี้ โม ซาลาห์ กลับคืนสู่ฟอร์มโหดอีกครั้ง และไม่ใช่แค่ยิงประตูเท่านั้น แต่ผลงานโดยรวมในเกมถล่มยับไม่นับญาติ สเปอร์ส ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ และเป็นสิ่งที่สาวก"เดอะ ค็อป" อยากเห็นมาตลอดในช่วงที่ผ่านมา จังหวะเช็กบิลได้หนึ่งเม็ดพาทีมนำห่าง 4-1 ของ"บังโม" ทำให้ตอนนี้เขาตะบันไปแล้ว 185 ลูกในเกมพรีเมียร์ลีก ซึ่งทำให้ ซาลาห์ สร้างชื่อเป็นพ่อค้าแข้งต่างแดนที่กระทุ้งประตูในรายการดังกล่าวได้มากที่สุด ก่อนหน้านี้สตาร์ต่างแดนที่ซัดประตูมากที่สุดในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็คือ เซร์คิโอ อเกวโร่ อดีตกองหน้า"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยการตะบันไป 184 ประตู ขณะที่อีกคนก็คือ เธียร์รี่ อองรี ตำนานอาร์เซน่อล ซึ่งสอยไป 175 ลูก ปัจจุบัน"คิงโม" รั้งอันดับดาวซัลโวสูงสุดด้วยการซัดไป 28 ประตู กับ 18 แอสซิสต์ โดยตอนนี้เหลือโปรแกรมลงสนามอีก 4 เกม ถ้า โค้ชอาร์เน่อ ไม่ดร็อปนักเตะ เชื่อว่าเจ้าตัวน่าจะมีโอกาสได้สร้างสถิติอีกมากมายแน่นอน สำหรับตอนนี้ ซาลาห์ มีส่วนกับการทำประตูของ ลิเวอร์พูล รวม 46 ลูก ในฤดูกาลนี้ โดยตามหลัง อลัน เชียเรอร์ แค่ลูกเดียวซึ่ง"ฮอตชอต" ทำสถิติ 47 ประตู ต่อ 1 ซีซั่นสมัยเล่นให้ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส และการที่เหลือเกมลีกอีก 4 แมตช์ มีโอกาสที่"บังโม" ลุ้นทาบสถิติหรือแซงหน้าก็ได้ ย้อนกลับไปฤดูกาล 2019/2020 เจอร์เก้น คล็อปป์ นำ ลิเวอร์พูล ยุติ 3 ทศวรรษแห่งการรอคอยด้วยการผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างยิ่งใหญ่ แต่น่าเสียดายที่มันไม่สุด เพราะช่วงเวลาดังกล่าวมีมาตรการป้องกัน โควิด 19 ตอนนั้นบรรดาสาวก"เดอะ ค็อป" มีความสุขมากๆ เพราะพวกเขารอคอยสิ่งนี้มาอย่างยาวนาน บางคนพ่อแม่ หรือเพื่อนสนิทต้องจากไปก่อนจะได้เห็นความสำเร็จนี้ แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่มีโอกาสได้เฉลิมฉลองแชมป์ที่เฝ้ารอถึง 30 ปี และไม่มีการแห่โทรฟี่แชมป์รอบเมืองลิเวอร์พูลด้วย ก่อนแมตช์นี้จะเปิดฉากแฟนหงส์แดงทั่วโลกคงได้เห็นบรรดากองเชียร์สวมเสื้อสีแดงพร้อมกับมายืนต้อนรับนักเตะกันอย่างเนืองแน่น รวมทั้งยังร้องเพลงและส่งเสียงเชียร์ดังสนั่น เพราะรู้ว่าอีกไม่กี่อึดใจพวกเขาจะได้ปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นมานานจากเมื่อ 5 ปีที่แล้วซะที หลังจากสิ้นเสียงนกหวีดพร้อมกับชัยชนะอย่างถล่มทลายในเกมรับมือ สเปอร์ส นั่นทำให้เหล่าสาวก"เดอะ ค็อป" ที่อยู่ในสนามและบริเวณรอบๆ แอนฟิลด์ ต่างร้องรำทำเพลงอย่างเต็มที่ ขณะที่แฟนบอลลิเวอร์พูลทั่วโลกก็ฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยง ที่สำคัญนี่คือการคว้าแชมป์ต่อหน้าแฟนบอลตัวเองในแอนฟิลด์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่คว่ำ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส 2-1 คว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 18 ประจำซีซั่น 1989/1990 แถมยังเป็นการคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 20ตอนที่ อาร์เน่อ เข้ารับตำแหน่งแทน เจอร์เก้น คล็อปป์ ช่วงซัมเมอร์ บรรดากูรูลูกหนังหรือแฟนบอลบางทีมแสดงออกอย่างชัดเจนว่า ลิเวอร์พูล คงเข้าสู่ยุคตั้งไข่ และผลงานไม่น่าจะโดดเด่น แถมมีสิทธิ์หลุดท็อปโฟร์ด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม กุนซือชาวดัตช์ แสดงให้เห็นแล้วคนเหล่านั้นคิดผิด และสามารถนำ"เดอะ เร้ดส์" รักษามาตรฐานการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเขานำทีมรั้งตำแหน่งจ่าฝูงลีกจนกระทั่งคว้าแชมป์ได้นานถึง 206 วันในฤดูกาลนี้ มากกว่า แมนซิตี้ ที่ทำได้ 165 วัน นั่นเป็นการแสดงให้เห็นว่าทีมของเขามีความคงเส้นคงวาอย่างมาก สำหรับความสำเร็จของ อาร์เน่อ ทำให้เขากลายเป็นนายใหญ่ชาวดัตช์คนแรกที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ขณะเดียวกัน เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ยังเป็นกัปตันทีมชาวดัตช์คนแรกที่ได้ชูโทรฟี่แชมป์ลีกด้วย ซึ่งถือเป็นความยิ่งใหญ่ของประเทศเนเธอร์แลนด์อย่างแท้จริง นอกจากนี้ อาร์เน่อ ยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นกุนซือคนที่ 5 ที่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ทันทีในฤดูกาลแรกที่เข้ามากุมบังเหียน โดยก่อนหน้านี้ได้แก่ โชเซ่ มูรินโญ่ , คาร์โล อันเชลอตติ , มานูเอล เปเยกรีนี่ และ อันโตนิโอ คอนเต้ ขณะเดียวกัน โค้ชอาร์เน่อ ในวัย 46 ปี ถือเป็นผู้จัดการทีมอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับสามที่ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก รองจาก โชเซ่ มูรินโญ่ และ เคนนี่ ดัลกลิช นี่คือซีซั่นแห่งประวัติศาสตร์สำหรับชาวดัตช์จริงๆ.
เกมนี้แฟนบอลหงส์แดงคงเห็นได้ชัดว่าลูกทีมของกุนซืออาร์เน่อ สล็อต เล่นค่อนข้างเนือยๆ ในช่วงต้นเกม จังหวะการขึ้นเกมรุกขาดๆ เกินๆ ขณะที่เกมรับมีบางครั้งที่เล่นเสียจังหวะซึ่งอาจเป็นไปได้นว่านักเตะมัวแต่ใจลอยเรื่องการคว้าแชมป์ จังหวะที่เสียประตูเป็นการยืนตำแหน่งที่แย่มากๆ ทั้ง หลุยส์ ดิอาซ และ ไรอัน กราเฟ่นแบร์ก ปล่อยให้ โดมินิค โซลันกี้ ได้วิ่งขึ้นไปโหม่งแบบสบายๆ ขณะที่ อิบราฮิม่า โกนาเต้ ก็ดันกะจังหวะบอลพลาดทำให้โหม่งไม่โดนด้วย อย่างไรก็ตาม การโดนนำไปก่อนส่งผลให้ขุนพล"เดอะ เร้ดส์" ตาสว่าง และกลับมาเล่นอย่างมีสมาธิ โดยทุกคนเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น ไม่เสียบอลง่ายๆ และเข้าบอลเร็วทุกจังหวะจนทำให้นักเตะสเปอร์สไม่สามารถตั้งเกมสู้ได้เลย การประสานงานตั้งแต่แดนหลังไปจนถึงแนวรุกทำได้อย่างยอดเยี่ยม ผู้เล่นทุกคนพยายามวิ่งหาพื้นที่ว่างเพื่อที่จะสร้างโอกาสในการทำประตู และผลงานดังกล่าวนำไปสู่การผลิดอกออกผลถึง 5 ลูก อย่างไรก็ตาม หากมองลึกลงไป เรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้น เพราะนักเตะทุกคนควรโฟกัสไปที่เกมไม่ใช่เรื่องอื่น สำหรับกรณีนี้ โค้ชอาร์เน่อ คงต้องเน้นย้ำลูกทีมให้มากยิ่งขึ้น ดีที่ว่าแมตช์นี้ ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยกดดัน ไม่อย่างนั้นสกอร์อาจไม่เป็นแบบนี้ก็ได้ สำหรับนักเตะที่ต้องบอกว่าเล่นได้โดดเด่นที่สุดในแมตช์นี้ แน่นอนว่าสาวก"เดอะ ค็อป" ต้องยกให้ อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ เพราะทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากๆ ทั้งการเล่นเกมรุก และรับ ที่สำคัญยังเป็นคนที่เชื่อมเกมได้ดีมากๆ "แม็คก้า" สวมบทบาทจอมทัพคอยทำหน้าที่ทั้งปั้นเกม และคุมจังหวะการเล่น นอกจากนี้ยังรับหน้าที่เตะมุม ซึ่งการเปิดบอลของเขามีส่วนทำให้ โกดี้ คักโป ได้ยิงประตู 3-1 ในช่วงท้ายครึ่งแรกด้วย ต้องยอมรับว่า แม็ค อัลลิสเตอร์ ทำผลงานได้ดีมากๆ ในการเล่นลูกตั้งเตะ นอกจากนี้เขายังขยันลงมาช่วยเกมรับ และตัดบอลจากคู่แข่งได้หลายครั้งหลายหน อย่างไรก็ตาม ไม่ใช่แค่ สตาร์ชาวอาร์เจนไตน์ เท่านั้นที่เล่นได้ดี เพราะในแผนมิดฟิลด์ได้แก่ กราเฟ่นแบร์ก กับ โดมินิค โซโบซไล ทำผลงานได้ยอดเยี่ยมเช่นกัน จังหวะที่ แม็ค อัลลิสเตอร์ ยิงประตูราวกับจรวด ต้องยกเครดิตให้กับ กราเฟ่นแบร์ก ที่เข้าไปแย่งบอลจนนำไปสู่ประตูนำ 2-1 ขณะที่"โซโบ" ฟอร์มเจ๋งมากๆ ทั้งการประสานงานกับ โม ซาลาห์ จนนำไปสู่การแอสซิสต์ให้ หลุยส์ ดิอาซ นอกจากนี้ กัปตันทีมชาติฮังการี ยังแอสซิสต์ให้"บังโม" ด้วย แมตช์นี้ต้องยอมรับว่าเจ้าตัวเล่นด้วยความมุ่งมั่น และใส่พลังเต็มสูบจริงๆ ตอนนี้ แม็ค อัลลิสเตอร์, กราเฟ่นแบร์ก และ โซโบซไล คือสามกุญแจสำคัญในแดนกลางที่ โค้ชอาร์เน่อ จะใช้เป็นแกนหลักสำหรับป้องกันแชมป์ในฤดูกาลหน้า ส่วน ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ กับ เคอร์ติส โจนส์ คอยทำหน้าที่เป็นกองหนุน หลังจากที่ไร้ประตู 5 เกมแต่ตอนนี้ โม ซาลาห์ กลับคืนสู่ฟอร์มโหดอีกครั้ง และไม่ใช่แค่ยิงประตูเท่านั้น แต่ผลงานโดยรวมในเกมถล่มยับไม่นับญาติ สเปอร์ส ถือว่ายอดเยี่ยมมากๆ และเป็นสิ่งที่สาวก"เดอะ ค็อป" อยากเห็นมาตลอดในช่วงที่ผ่านมา จังหวะเช็กบิลได้หนึ่งเม็ดพาทีมนำห่าง 4-1 ของ"บังโม" ทำให้ตอนนี้เขาตะบันไปแล้ว 185 ลูกในเกมพรีเมียร์ลีก ซึ่งทำให้ ซาลาห์ สร้างชื่อเป็นพ่อค้าแข้งต่างแดนที่กระทุ้งประตูในรายการดังกล่าวได้มากที่สุด ก่อนหน้านี้สตาร์ต่างแดนที่ซัดประตูมากที่สุดในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ก็คือ เซร์คิโอ อเกวโร่ อดีตกองหน้า"เรือใบสีฟ้า" แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยการตะบันไป 184 ประตู ขณะที่อีกคนก็คือ เธียร์รี่ อองรี ตำนานอาร์เซน่อล ซึ่งสอยไป 175 ลูก ปัจจุบัน"คิงโม" รั้งอันดับดาวซัลโวสูงสุดด้วยการซัดไป 28 ประตู กับ 18 แอสซิสต์ โดยตอนนี้เหลือโปรแกรมลงสนามอีก 4 เกม ถ้า โค้ชอาร์เน่อ ไม่ดร็อปนักเตะ เชื่อว่าเจ้าตัวน่าจะมีโอกาสได้สร้างสถิติอีกมากมายแน่นอน สำหรับตอนนี้ ซาลาห์ มีส่วนกับการทำประตูของ ลิเวอร์พูล รวม 46 ลูก ในฤดูกาลนี้ โดยตามหลัง อลัน เชียเรอร์ แค่ลูกเดียวซึ่ง"ฮอตชอต" ทำสถิติ 47 ประตู ต่อ 1 ซีซั่นสมัยเล่นให้ แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส และการที่เหลือเกมลีกอีก 4 แมตช์ มีโอกาสที่"บังโม" ลุ้นทาบสถิติหรือแซงหน้าก็ได้ ย้อนกลับไปฤดูกาล 2019/2020 เจอร์เก้น คล็อปป์ นำ ลิเวอร์พูล ยุติ 3 ทศวรรษแห่งการรอคอยด้วยการผงาดคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อย่างยิ่งใหญ่ แต่น่าเสียดายที่มันไม่สุด เพราะช่วงเวลาดังกล่าวมีมาตรการป้องกัน โควิด 19 ตอนนั้นบรรดาสาวก"เดอะ ค็อป" มีความสุขมากๆ เพราะพวกเขารอคอยสิ่งนี้มาอย่างยาวนาน บางคนพ่อแม่ หรือเพื่อนสนิทต้องจากไปก่อนจะได้เห็นความสำเร็จนี้ แต่น่าเสียดายที่พวกเขาไม่มีโอกาสได้เฉลิมฉลองแชมป์ที่เฝ้ารอถึง 30 ปี และไม่มีการแห่โทรฟี่แชมป์รอบเมืองลิเวอร์พูลด้วย ก่อนแมตช์นี้จะเปิดฉากแฟนหงส์แดงทั่วโลกคงได้เห็นบรรดากองเชียร์สวมเสื้อสีแดงพร้อมกับมายืนต้อนรับนักเตะกันอย่างเนืองแน่น รวมทั้งยังร้องเพลงและส่งเสียงเชียร์ดังสนั่น เพราะรู้ว่าอีกไม่กี่อึดใจพวกเขาจะได้ปลดปล่อยสิ่งที่อัดอั้นมานานจากเมื่อ 5 ปีที่แล้วซะที หลังจากสิ้นเสียงนกหวีดพร้อมกับชัยชนะอย่างถล่มทลายในเกมรับมือ สเปอร์ส นั่นทำให้เหล่าสาวก"เดอะ ค็อป" ที่อยู่ในสนามและบริเวณรอบๆ แอนฟิลด์ ต่างร้องรำทำเพลงอย่างเต็มที่ ขณะที่แฟนบอลลิเวอร์พูลทั่วโลกก็ฉลองกันอย่างสุดเหวี่ยง ที่สำคัญนี่คือการคว้าแชมป์ต่อหน้าแฟนบอลตัวเองในแอนฟิลด์เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่คว่ำ ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส 2-1 คว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 18 ประจำซีซั่น 1989/1990 แถมยังเป็นการคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 20ตอนที่ อาร์เน่อ เข้ารับตำแหน่งแทน เจอร์เก้น คล็อปป์ ช่วงซัมเมอร์ บรรดากูรูลูกหนังหรือแฟนบอลบางทีมแสดงออกอย่างชัดเจนว่า ลิเวอร์พูล คงเข้าสู่ยุคตั้งไข่ และผลงานไม่น่าจะโดดเด่น แถมมีสิทธิ์หลุดท็อปโฟร์ด้วยซ้ำ อย่างไรก็ตาม กุนซือชาวดัตช์ แสดงให้เห็นแล้วคนเหล่านั้นคิดผิด และสามารถนำ"เดอะ เร้ดส์" รักษามาตรฐานการเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเขานำทีมรั้งตำแหน่งจ่าฝูงลีกจนกระทั่งคว้าแชมป์ได้นานถึง 206 วันในฤดูกาลนี้ มากกว่า แมนซิตี้ ที่ทำได้ 165 วัน นั่นเป็นการแสดงให้เห็นว่าทีมของเขามีความคงเส้นคงวาอย่างมาก สำหรับความสำเร็จของ อาร์เน่อ ทำให้เขากลายเป็นนายใหญ่ชาวดัตช์คนแรกที่คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ขณะเดียวกัน เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ยังเป็นกัปตันทีมชาวดัตช์คนแรกที่ได้ชูโทรฟี่แชมป์ลีกด้วย ซึ่งถือเป็นความยิ่งใหญ่ของประเทศเนเธอร์แลนด์อย่างแท้จริง นอกจากนี้ อาร์เน่อ ยังสร้างประวัติศาสตร์ด้วยการเป็นกุนซือคนที่ 5 ที่สามารถคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกได้ทันทีในฤดูกาลแรกที่เข้ามากุมบังเหียน โดยก่อนหน้านี้ได้แก่ โชเซ่ มูรินโญ่ , คาร์โล อันเชลอตติ , มานูเอล เปเยกรีนี่ และ อันโตนิโอ คอนเต้ ขณะเดียวกัน โค้ชอาร์เน่อ ในวัย 46 ปี ถือเป็นผู้จัดการทีมอายุน้อยที่สุดเป็นอันดับสามที่ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก รองจาก โชเซ่ มูรินโญ่ และ เคนนี่ ดัลกลิช นี่คือซีซั่นแห่งประวัติศาสตร์สำหรับชาวดัตช์จริงๆ
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
5 สิ่งที่แฟนลิเวอร์พูลอยากเห็นในเกมพบสเปอร์ส : ลุ้นฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีก 2024/25ลิเวอร์พูล ต้องการเพียง 1 คะแนนจากเกมเปิดบ้านพบ สเปอร์ส เพื่อคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 2024/25 ต่อหน้าแฟนบอลที่แอนฟิลด์ มาดูกันว่า 5 สิ่งที่แฟน 'เดอะ ค็อป' เฝ้ารออยากเห็นในค่ำคืนประวัติศาสตร์นี้มีอะไรบ้าง
Read more »
ลิเวอร์พูล ฉลองแชมป์ ! เปิด 5 ปัจจัยพาหงส์แชมป์พรีเมียร์ลีกพรีเมียร์ลีก วันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2568 ที่ ลิเวอร์พูล พบ สเปอร์ส เป็นไฮไลท์สำคัญของฤดูกาล เพราะหากทีมเก็บเพิ่มอีก 1 คะแนน จะคว้าแชมป์ลีกสูงสุดสมัยที่ 20 ทันที !
Read more »
ผลบอล ลิเวอร์พูล 5-1 สเปอร์ส (27 เม.ย. 68) : หงส์แดงถล่มไก่ ฉลองแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 20 อย่างเป็นทางการผลบอล ลิเวอร์พูล ถล่ม ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 5-1 ศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ คืนวันอาทิตย์ที่ 27 เมษายน 2568 'หงส์แดง' คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกสมัยที่ 20 อย่างเป็นทางการ หลังทำแต้มทิ้งห่าง อาร์เซน่อล ขาดลอย เหลือ 4 นัดสุดท้าย
Read more »
'ลิเวอร์พูล' อัด สเปอร์ส การันตีซิวแชมป์พรีเมียร์ลีก 2024-25ลิเวอร์พูล โดนนำก่อน ไล่อัด สเปอร์ส การันตีซิวแชมป์พรีเมียร์ลีก 2024-25 แม้เหลืออีก 4 นัดสุดท้าย
Read more »
จบแล้ว 'ลิเวอร์พูล' ล่าสุดถล่มสเปอร์ส 5-1 เถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีกเปิดสถิติปีแรกของ “อาร์เน่อ สล็อต” กุนซือชาวดัตช์ ที่กำลังจะพาทีมหงส์แดง “ลิเวอร์พูล” 3 ปัจจัยสำคัญ เถลิงแชมป์พรีเมียร์ลีก 2024/25 หล้งล่าสุดถล่มสเปอร์ส 5-1 นับเป็นแชมป์ลีกสุดสุด สมัยที่ 20 เทียบเท่ากับแมนยู
Read more »
ผลบอล พรีเมียร์ลีก 2024/25: ลิเวอร์พูล เปิดบ้านถล่ม สเปอร์ส 5-1ผลการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีก 2024/25 สัปดาห์ที่ 34 หงส์แดง ลิเวอร์พูล เปิดบ้านถล่ม ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ไปด้วยสกอร์ 5-1 ส่งผลให้ ทัพหงส์แดง คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2024/25 ไปครองได้สำเร็จ โดยเหลือการแข่งขันอีก 4 นัด และเป็นแชมป์สมัยที่ 20...
Read more »
