สกอร์ 0-0 สร้างความรู้สึกได้แตกต่างอย่างมากมายระหว่างแฟนบอลสองทีม
เท่านี้เอง.แบบกำปั้นทุบดิน ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆไม่น่าสนใจมากเท่ากับ การโจมตีของหงส์แดง ที่"โน แพลน" และ การตั้งรับของปีศาจแดงอย่าง"มี แพลน"จากภาพที่ออกมาคือการรับในแดนทั้ง 11 คน คุมพื้นที่ทั้งหมด แบ๊กโฟร์ ที่มี ราฟาแอล วาราน กับ จอนนี่ อีแวนส์ ช่วยคุมและประสานเกมรับทั้งแผง บวกกับมิดฟิลด์ 5 คน ที่ลงมายืนเป็นหน้าไลน์เกมรับ โดยมี ฮอยลุนด์ ดร็อปลงมา รับแบบคุมโซน คือคุมพื้นที่ นักเตะหงส์ฝ่าเข้ามาพื้นที่ใครต่างก็รับผิดชอบขยับเข้าหา รุมแย่ง 2-1 หรือ 3-1 ถ้าเกิดพยายามเลี้ยงเข้ามาโจมตีโซน หรือบางจังหวะ หาก โกนาเต้ และ ฟานไดจ์ กำลังบิลด์อัพ ข้างหน้าจะขยับเข้าหา ไม่จี้ ไม่เพรสถึงตัว แต่ใช้การขยับกินพื้นที่เพื่อบีบให้ ฟานไดจ์ และ โกนาเต้ ออกบอลเข้ากลางไม่ถนัด ทำได้คือไปด้านข้าง พอบอลออกข้าง ทั้งฝั่ง ซิมิกาส หรือ เทรนต์ ที่ครึ่งแรกอยู่แบ๊กมากกว่าเข้าไปข้างใน ดิอาส กับ ซาลาห์ โดนแบ๊กตามประกบ ให้คืนหลัง หรือไม่ก็เกาะอยู่ไม่ให้ พอได้บอลบีบเข้าชิดเพื่อชิงจังหวะตัดบอลหรือให้คืนหลังไป ส่วนดาร์วิน อยู่ในอ้อมกอดของ วาราน และ อีแวนส์ กว่าเด็กหงส์จะเข้าแดนสามก็เป็นไปอย่างอึดอัดและทำไม่ง่าย อีกทั้งการบิลด์ อัพ ไม่กล้าทะลุไลน์แดนกลางมาก เพราะกลัวเสียบอล ตรงนี้ มิดฟิลด์ แมนยู เตรียมเข้าถึงตัว ถ้าบอลผ่านเข้ามาเพื่อป้องกันการเข้าถึงเขตโทษง่ายๆ ถ้าบอลหงส์แดงไปด้านข้างและถึงริมเขตโทษ ทุกคนลองมาตั้งรับ ยืนเรียงหน้ากระดาน หน้าที่คือบีบให้ นักเตะลิเวอร์พูลเปิดเข้ามาไม่ได้ เปิดเข้ามาก็ติดบลอค บีบให้พาบอลหนีไปริมเส้นหรือไม่ก็คืนหลัง พืนที่ half space เป็นของแมนฯยูฯ สองฝั่งเลย นั่นจึงไม่เห็น ดิอาส และ ซิมิกาส เติมด้านข้างมากนัก เต็มที่ก็บีบให้ early cross ซึ่ง มีคู่เซนเตอร์ที่เล่นบอลกลางอากาศดี ไม่กลัวบอลแบบนี้ เกมแพลนเพื่อไม่ให้หงส์เข้ามาโอเพน เพลย์ ง่ายๆ เกิดผล ส่วนพวกเขาจะตัดบอลได้แล้วสวนกลับได้มั้ย ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ในครึ่งแรก เพียงแต่งานหลักคือ"ป้องกัน" ก่อน"โจมตี" เมื่อป้องกันได้ ทำให้เด็กหงส์และแฟนหงส์ในสนามเครียด ที่เจาะไม่เข้า ความมั่นใจจึงเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป จนครึ่งเราได้เห็นการสวนกลับที่อันตรายของแมนฯยูฯ ถึงขั้นเกือบได้ประตูชนะ จากจังหวะชิ่ง1-2 ของ แมกโทมิเนย์ กับ ฮอยลุนด์ แต่อย่างว่า.
เท่านี้เอง....แบบกำปั้นทุบดิน ส่วนรายละเอียดปลีกย่อยอื่นๆไม่น่าสนใจมากเท่ากับ การโจมตีของหงส์แดง ที่"โน แพลน" และ การตั้งรับของปีศาจแดงอย่าง"มี แพลน"จากภาพที่ออกมาคือการรับในแดนทั้ง 11 คน คุมพื้นที่ทั้งหมด แบ๊กโฟร์ ที่มี ราฟาแอล วาราน กับ จอนนี่ อีแวนส์ ช่วยคุมและประสานเกมรับทั้งแผง บวกกับมิดฟิลด์ 5 คน ที่ลงมายืนเป็นหน้าไลน์เกมรับ โดยมี ฮอยลุนด์ ดร็อปลงมา รับแบบคุมโซน คือคุมพื้นที่ นักเตะหงส์ฝ่าเข้ามาพื้นที่ใครต่างก็รับผิดชอบขยับเข้าหา รุมแย่ง 2-1 หรือ 3-1 ถ้าเกิดพยายามเลี้ยงเข้ามาโจมตีโซน หรือบางจังหวะ หาก โกนาเต้ และ ฟานไดจ์ กำลังบิลด์อัพ ข้างหน้าจะขยับเข้าหา ไม่จี้ ไม่เพรสถึงตัว แต่ใช้การขยับกินพื้นที่เพื่อบีบให้ ฟานไดจ์ และ โกนาเต้ ออกบอลเข้ากลางไม่ถนัด ทำได้คือไปด้านข้าง พอบอลออกข้าง ทั้งฝั่ง ซิมิกาส หรือ เทรนต์ ที่ครึ่งแรกอยู่แบ๊กมากกว่าเข้าไปข้างใน ดิอาส กับ ซาลาห์ โดนแบ๊กตามประกบ ให้คืนหลัง หรือไม่ก็เกาะอยู่ไม่ให้ พอได้บอลบีบเข้าชิดเพื่อชิงจังหวะตัดบอลหรือให้คืนหลังไป ส่วนดาร์วิน อยู่ในอ้อมกอดของ วาราน และ อีแวนส์ กว่าเด็กหงส์จะเข้าแดนสามก็เป็นไปอย่างอึดอัดและทำไม่ง่าย อีกทั้งการบิลด์ อัพ ไม่กล้าทะลุไลน์แดนกลางมาก เพราะกลัวเสียบอล ตรงนี้ มิดฟิลด์ แมนยู เตรียมเข้าถึงตัว ถ้าบอลผ่านเข้ามาเพื่อป้องกันการเข้าถึงเขตโทษง่ายๆ ถ้าบอลหงส์แดงไปด้านข้างและถึงริมเขตโทษ ทุกคนลองมาตั้งรับ ยืนเรียงหน้ากระดาน หน้าที่คือบีบให้ นักเตะลิเวอร์พูลเปิดเข้ามาไม่ได้ เปิดเข้ามาก็ติดบลอค บีบให้พาบอลหนีไปริมเส้นหรือไม่ก็คืนหลัง พืนที่ half space เป็นของแมนฯยูฯ สองฝั่งเลย นั่นจึงไม่เห็น ดิอาส และ ซิมิกาส เติมด้านข้างมากนัก เต็มที่ก็บีบให้ early cross ซึ่ง มีคู่เซนเตอร์ที่เล่นบอลกลางอากาศดี ไม่กลัวบอลแบบนี้ เกมแพลนเพื่อไม่ให้หงส์เข้ามาโอเพน เพลย์ ง่ายๆ เกิดผล ส่วนพวกเขาจะตัดบอลได้แล้วสวนกลับได้มั้ย ซึ่งส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้ในครึ่งแรก เพียงแต่งานหลักคือ"ป้องกัน" ก่อน"โจมตี" เมื่อป้องกันได้ ทำให้เด็กหงส์และแฟนหงส์ในสนามเครียด ที่เจาะไม่เข้า ความมั่นใจจึงเกิดขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป จนครึ่งเราได้เห็นการสวนกลับที่อันตรายของแมนฯยูฯ ถึงขั้นเกือบได้ประตูชนะ จากจังหวะชิ่ง1-2 ของ แมกโทมิเนย์ กับ ฮอยลุนด์ แต่อย่างว่า...บอลมันติดเท้าขวาไปหน่อย พอยิงเลยไม่มีน้ำหนักแถม เบ็คเกอร์ ออกมาใกล้ถึงตัวแล้วจังหวะบิลด์ อัพ ขุดหลุมพรางของ แมนฯยูฯ ที่ใช้ โอนานา เป็นตัวเปิดเกมนั้น แม้เตะทิ้งขว้าง แต่นั่นคือไม่เสียบอล ไม่โดนลิเวอร์พูลที่เพรสเข้ามา แย่งบอลไปได้ แล้วเปลี่ยนทรานสิชั่นไปยิง การวิ่งเพรส ไม่พร้อมเพรียงกันเท่าไหร่ เหมือนต่างคนต่างวิ่ง ครึ่งหลังมีจังหวะเพรสไม่จน เด็กผีแกะออกมา เป็น เมนู ที่จ่ายทะลุช่อง เทรนต์ แต่จังหวะสุดท้าย การ์นาโช ไม่ได้ยิง เพราะ เทรนต์ จิ้มถึงบอลก่อน มีเพียง โม ซาลาห์ คนเดียวที่แทบไม่เสียบอล และสามารถครองบอลเล่นเกมได้ดี แต่การร่วมเล่นกับ ดาร์วิน ที่แทบไม่มีประโยชน์ ไม่กดดันหรือทำให้ คู่เซนเตอร์ อย่าง เอแวนส์ และ วารานเหนื่อยหรือกดดัน การเคลื่อนที่มีครั้งสองครั้งที่เป็นประโยชน์ จังหวะ ซาลาห์ ไหลเข้าเขตโทษ แต่ความล่กของเขา พาบอลอย่างเร่งรีบบอลโดนหน้าแข้ง สุดท้ายกองหลังก็มาสกัดได้เฉียดฉิว การร่วมเล่นของ ลุยส์ ดิอาส, ดาร์วิน และมิดฟิลด์ ทำได้ยาก ยิ่ง ดิอาส นั้น จะเลี้ยงตัดในก็เข้าทาง พวกอัมราบัต, เมนู ที่รอซ้อนหน้าไลน์ โอกาสยิงไม่มี4-5 เกมหลังได้มิดฟิลด์และกองหลังช่วยกันยิงประตู ข้างหน้ามี ซาลาห์ เท่านั้นที่"คลาส" ช่วยทีมได้ แต่การร่วมเล่นกับตัวรุกเฉพาะเกมนี้ มีโอกาสไม่มากการปรับ เทรนต์ มาเล่นมิดฟิลด์ และส่ง โจ โกเมส เล่นแบ๊กขวา ดูมีมิติที่ดีขึ้น แต่ก็โจมตีด้านข้างไม่ได้มาก ที่สำคัญ ลิเวอร์พูลไม่สามารถใช้ประโยชน์จากลูกเตะมุม 13 ครั้งได้เลย มีแค่ ฟานไดจ์ โหม่งตรงตัว โอนานา เท่านั้น ได้เตะมุม 12-13 ครั้งแล้วไม่กดดันมากมายนัก กลายเป็นเสียของ เท่ากับโอกาสลุ้นประตูในจังหวะเหล่านี้หลุดลอยไป แม้หลังเกมJK บอกว่าปีก่อนชนะ 7-0 แต่เล่นเกมไม่ดีเท่า 0-0 ปีนี้ มันก็ถูก เพราะลิเวอร์พูลครองบอลฝั่งเดียว แต่การครองบอลแล้วไม่ได้ end product จบด้วยการเข้าไปยิงแบบชัดๆ ก็ไม่มีประโยชน์อะไร ปีที่แล้วได้ประตูเพราะ แมนฯยูฯ เสียบอลระหว่างทางถึงสามลูก ก่อนถอดใจในครึ่งหลัง แต่ปีนี้ นักเตะผีเน้นเกมรับมีวินัย ลดประสิทธิภาพเกมรุกหงส์แดงลง และไม่ถอดใจ ทุกคนช่วยกันเล่น ทำให้การครองบอลของหงส์แดงทั้งเกมจบด้วย 0-0 ดังนั้น....ตามที่มีกระแสปั่นว่าหงส์แดงมีคุณสมบัติ"แชมป์" จากการแพ้ยาก และยิงประตูตัดสินชัยชนะหลายๆเกมล่าสุด ใน 15-16 นัดแรก มันเป็นเพียงภาพลวงตาจากวิธีการเล่นที่ยังไม่เนี้ยบและเหนือกว่าคู่แข่งมากพอ เพียงแต่ได้ผลแข่งจากสถานการณ์ที่เป็นรองในเกมให้พลิกกลับมาชนะจากการโดนนำก่อนคิดง่ายๆ เอริก เทน ฮาก วางเกมแพลนตั้งรับเชิญชวนให้บุกเข้ามา แต่กลับไม่มีปัญญายิงประตูปีศาจแดงได้ ยังขอยืนยันเหมือนเดิมว่าทีม JK2.0 กำลังพัฒนา หาใช้ทีมที่พัฒนาแล้วจนมีคุณสมบัติที่ถูกอวยกันว่าเป็นแชมป์ได้ ส่วน"ปีศาจแดง" เฉพาะเกมนี้ วางเกมแพลน มาแล้วใช้ได้ผลจนทำให้ความรู้สึกของพลพรรครักปีศาจที่ถอดใจก่อนแข่งหายไป กลายเป็นฟุตบอลที่มาเล่นแล้วได้ผลเสมอ แต่ในความรู้สึกมันคือชัยชนะของพวกเขาเพราะเข้ามาเก็บ2 แต้มได้ถึงแอนฟิลด์
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
พบ 6 คนไทยจากเล่าก์ก่าย มีหมายจับ“วราวุธ” เผยความคืบหน้าการช่วยเหลือคนไทยเมืองเล่าก์ก่าย พบ 6 จาก 266 คน มีหมายจับ พร้อมประสานหลายฝ่ายดูแลเหยื่อค้ามนุษย์ตามกระบวนการ
Read more »
พบรอยร้าว'พระธาตุโนนตาล'ทั้งองค์หวั่นซ้ำรอย'พระธาตุพนมล้ม'กรมศิลป์รุดป้องกันเร่งบูรณะพบ'พระธาตุโนนตาล' อำเภอท่าอุเทน จังหวัดนครพนม มีรอยร้าวทั้งองค์ กรมศิลปากรหวั่นซ้ำรอย 'พระธาตุพนมล้ม' รุดป้องกันและเร่งบูรณะ อดีตผู้ใหญ่บ้านเผยเหตุปริแยกมีหลายปัจจัย
Read more »
“ปานปรีย์” พบ 17 ตัวประกันคนไทย ดีใจจนพูดไม่ออก'ปานปรีย์' พบ 17 ตัวประกันคนไทย พูดไม่ออก-ปล่อยโฮ บอกดีใจปลาบปลื้ม เพราะเป็นคนมีครอบครัวเหมือนกัน รับที่ผ่านมาเจรจายากลำบาก เชื่อออกมาได้ ไม่ใช่เพราะโชคช่วย แต่พระคุ้มครอง ขณะ 17 แรงงานยกมือไหว้ขอบคุณทุกภาคส่วน
Read more »
เปิดข้อมูล “ที่อยู่อาศัยผู้สูงวัย” รองรับได้ไม่ถึง 2 หมื่นคน ยิ่งหรูยิ่งเต็ม อีสานอัตราเข้าพักสูงสุดเปิดข้อมูลการสำรวจ “ที่อยู่อาศัยผู้สูงวัย” ทั่วประเทศมีรองรับได้ไม่ถึง 2 หมื่นคน ยิ่งหรูยิ่งเต็ม ภาคอีสานอัตราเข้าพักสูงสุด อ่านต่อ สังคมสูงวัย บ้านพักผู้สูงวัย ผู้สูงอายุ ประชาชาติธุรกิจ
Read more »
เสียหายหนักขนาดไหน? 7 สิ่งที่จะเกิดขึ้นหาก แมนยู ตกรอบถ้วย ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีกเอริค เทน ฮาก กุนซือทีม แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เครียดหนักที่สุดในชีวิตการคุมทีมลูกหนังอีกหนอย่างแน่นอนเมื่อเขามีภารกิจสำคัญต้องพาทีม ปีศาจแดง เปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ บาเยิร์น มิวนิค ในการโม่เกือกถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก รอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายวันอังคารนี้ (12 ธ.ค.
Read more »
บ๊วยติดคอผี! 5 ประเด็นหลังเกม แมนยู แพ้ บาเยิร์น ล่องจุ๊นถ้วยชปล.แมนฯ ยูไนเต็ด หนีไม่พ้นตกรอบแบ่งกลุ่มถ้วย แชมเปี้ยนส์ลีก ตามความคาดหมายเมื่อเปิดบ้านพ่ายต่อ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยสกอร์ 1-0 จากการลงบู๊เกมหูใหญ่รอบแบ่งกลุ่มนัดสุดท้ายของกลุ่มเอที่สนาม โอลด์ แทรฟฟอร์ด เมื่อวันอังคารที่ 12 ธ.ค.
Read more »
