รู้จัก เหลียง เหวินเฟิง เบื้องหลัง “DeepSeek” เขย่าวงการ AI โลก ผู้เห็นโอกาสจากความขาดแคลน

United States News News

รู้จัก เหลียง เหวินเฟิง เบื้องหลัง “DeepSeek” เขย่าวงการ AI โลก ผู้เห็นโอกาสจากความขาดแคลน
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 Thairath_News
  • ⏱ Reading Time:
  • 71 sec. here
  • 3 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 32%
  • Publisher: 63%

ทำความรู้จัก 'Liang Wenfeng' หรือ 'เหลียง เหวินเฟิง' ชายผู้ก่อตั้ง DeepSeek สตาร์ทอัพปัญญาประดิษฐ์จากประเทศจีน AI ที่เข้ามาเขย่าวงการเทคโนโลยีโลก และทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกต้องระส่ำระสายเพียงชั่วข้ามคืน เขาเป็นใคร? เติบโตมาจากไหน? แล้วเพราะอะไรถึงเข้ามาจับวงการ AI แถมยังใช้เวลาไม่นานก็สามารถสร้างโมเดลที่แข่งกับ ChatGPT...

ชายอายุ 40 ปี เป็นผู้ก่อตั้ง DeepSeek สตาร์ทอัพปัญญาประดิษฐ์จากประเทศจีน ที่ได้ทำการเปิดตัว DeepSeek-R1 โมเดลประมวลผลแบบ Open-Source และนับได้ว่าตอนนี้กลายเป็นคู่แข่งกับ ChatGPT ของ OpenAI แล้ว Liang Wenfeng เกิดในปี 1985 แม้จะยังไม่มีข้อมูลในวัยเด็กและวัยรุ่นเปิดเผยออกมา แต่เราพบว่า เขาสำเร็จการศึกษาปริญญาตรีด้านวิศวกรรมข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์ และปริญญาโทด้านวิศวกรรมข้อมูลและการสื่อสาร จากมหาวิทยาลัยเจ้อเจียง เส้นทางในสายอาชีพของเขาเริ่มต้นจากการเป็นนักลงทุนและนักพัฒนา โดยในปี 2016 เขาร่วมก่อตั้งกองทุนเฮดจ์ฟันด์ซึ่งได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วจากการใช้กลยุทธ์การซื้อขายที่ขับเคลื่อนด้วย AI โดยเขารับตำแหน่งเป็นผู้จัดการกองทุนฯ จนต่อมาในปี 2021 กองทุน High-Flyer ได้มีการใช้งาน AI ในการดำเนินงานอย่างสมบูรณ์ โดยใช้โมเดล Machine Learning ในการทำนายแนวโน้มตลาดและช่วยตัดสินใจลงทุนโดยอิงจากข้อมูล และจากความสำเร็จในการใช้งาน AI เพื่อช่วยจัดการการลงทุน ในเดือนพฤษภาคม ปี 2023 ก็ได้ก่อตั้ง DeepSeek โดยมุ่งเน้นไปที่การวิจัยด้านปัญญาประดิษฐ์ เพื่อพัฒนา Artificial General Intelligence หรือ AGILiang Wenfeng เคยให้สัมภาษณ์กับทาง 36Kr ไว้เมื่อช่วงเปิดตัวบริษัทว่า DeepSeek ถูกออกแบบให้เป็นแพลตฟอร์มสำหรับทำการวิจัยระยะยาว โดยให้ความสำคัญกับการสำรวจที่ขับเคลื่อนด้วยความอยากรู้อยากเห็นของคนรุ่นใหม่ เพื่อสร้างความก้าวหน้าในด้าน AI ซึ่งแตกต่างจากธุรกิจที่มุ่งแสวงหาผลกำไรแบบดั้งเดิมทั่วไป โดยเขาเน้นย้ำว่าการวิจัยพื้นฐานแม้จะให้ผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะสั้นต่ำ แต่ด้วยความหลงใหลของเขาในการสำรวจสาขาที่ซับซ้อนอย่างเรื่องการเงิน และปัญญาประดิษฐ์ทั่วไป ทำให้เขาลงมือออกแบบเครื่องมือนี้ขึ้นมา Liang Wenfeng มุ่งเน้นที่จะทำความเข้าใจแก่นแท้ของปัญญามนุษย์และกระบวนการพื้นฐานที่อยู่เบื้องหลัง ด้วยการพัฒนา AI ให้มีศักยภาพเทียบเท่ามนุษย์ โดยที่ไม่ได้มีความคิดที่จะสร้างเงินจากผลิตภัณฑ์ชิ้นนี้ อีกทั้งเขายังมุ่งเน้นการจ้างงานคนรุ่นใหม่มาร่วมงาน โดยเฉพาะคนที่มีศักยภาพ ชอบแข่งขัน และต้องการจะพิสูจน์ตัวเอง โดยเขาจะไม่เลือกคนจากประสบการณ์ แต่จะเลือกนักศึกษาปริญญาเอกที่ยังไม่เคยลงสนามทำงานจริง แต่จะดูจากงานวิจัยที่พวกเขาทำ เนื่องจากงานหลักจะมุ่งเน้นไปที่การทำวิจัย โดย DeepSeek จะยอมทุ่มจ่ายเงินจำนวนมากให้กับพนักงานของตัวเอง“เรามองว่า AI ของจีนไม่สามารถอยู่ในสถานะผู้ตามตลอดไปได้ เรามักพูดกันว่ามีช่องว่างระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ในเรื่องเทคโนโลยีประมาณ 1-2 ปี แต่ความจริงแล้ว ช่องว่างที่แท้จริงคือเรื่องของ ‘ความคิดริเริ่ม’ กับ ‘การเลียนแบบ’ หากสิ่งนี้ไม่เปลี่ยนแปลง จีนจะเป็นผู้ตามเสมอ นั่นคือเหตุผลที่การสำรวจบางอย่างเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้” แอปฯ ของ DeepSeek ยังได้ทะยานขึ้นเป็นอันดับหนึ่งในชาร์ตแอปฯ ฟรีของ iPhone ทั้งในจีนและสหรัฐฯ โดยแซงหน้า ChatGPT ที่เคยครองความนิยมมาก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ การเปิดตัวโมเดล R1 ของ DeepSeek จุดกระแสการถกเถียงอย่างร้อนแรงใน Silicon Valley เกี่ยวกับความสามารถของบริษัท AI ในสหรัฐฯ ที่มีทรัพยากรมากกว่า เช่น Meta และ OpenAI ว่าจะสามารถรักษาความได้เปรียบทางเทคโนโลยีไว้ได้หรือไม่ที่ผ่านมา ในประเทศจีนมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดในการเปิดตัวโมเดล AI ออกมาให้ผู้คนในประเทศได้ใช้กัน โดยโมเดลส่วนใหญ่จะมุ่งเน้นไปที่ราคาเข้าถึงได้ ซึ่งเจ้าใหญ่ ๆ อย่าง Alibaba Group, Tencent Holdings และ Baidu Inc.

ต่างสู้กันด้วยการลดราคาโมเดล LLMs ของตัวเองลง ด้วยเหตุผลที่ว่า “ต้องการจะช่วยขับเคลื่อนให้หน่วยงานต่าง ๆ ในประเทศได้นำเอาโมเดลไปพัฒนาต่อ และเพื่อให้ผู้คนได้เข้าถึงการใช้งาน AI มากขึ้น”โดยเรื่องนี้ในจีนถูกมองว่า ถ้าโมเดล LLMs มีมูลค่าที่ถูกลง และเปิดให้คนได้เข้ามาใช้งานได้ตลอดเวลาโดยที่ไม่ต้องกังวลถึงเรื่องเงินทุน สิ่งนี้จะกลายเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จะมาอยู่ในชีวิตประจำวันของคนจีน เช่นเดียวกับน้ำประปา หรือไฟฟ้า นอกจากนี้ยังช่วยให้องค์กรผู้พัฒนาโมเดล LLMs สามารถต่อยอดผลิตภัณฑ์ของตัวเองไปได้เรื่อย ๆ ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนมองว่า วิธีการตัดราคาโมเดล LLMs ของจีนเช่นนี้จะเป็นผลดีกับตลาด เนื่องจากการพัฒนาโมเดลเหล่านี้ของจีนอาจจะยังสู้ในฝั่งของสหรัฐอเมริกาไม่ได้ และในอนาคตเมื่อพัฒนาให้ดีขึ้น และมีการนำไปใช้งานมากขึ้น โมเดลอื่นๆ ก็จะต้องปรับราคาตามลงมาเช่นกัน นอกจากนี้ ด้วยความชาญฉลาดและมองการณ์ไกลของ Liang Wenfeng ตามที่เขาได้ให้สัมภาษณ์กับ 36Kr เขาเริ่มลงทุนสั่งซื้อ Nvidia A100 มาตั้งแต่ก่อนปี 2015 เริ่มต้นตั้งแต่ 1 หน่วย เพิ่มมาเป็น 100 หน่วย จนเป็น 1,000 หน่วยในปี 2019 และ 10,000 หน่วยในปี 2021 ซึ่ง Nvidia A100 คือหนึ่งในประเภทที่ตอนนี้สหรัฐฯ ได้มีการสั่งห้ามส่งออกไปจีนด้วยชี้ว่า Dylan Patel ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษาด้านการวิจัย AI SemiAnalysis ประเมินว่า DeepSeek มี Nvidia A100 อย่างน้อย 50,000 หน่วย ด้วยศักยภาพของสต็อก GPUs ที่มีในมือนี้เพื่อใช้ในการฝึกโมเดล AI จึงเป็นตัวกระตุ้นให้ Liang Wenfeng ก่อตั้ง DeepSeek ซึ่งสามารถใช้ชิปเหล่านี้ร่วมกับชิปพลังงานต่ำในการพัฒนาโมเดลต่าง ๆ ของบริษัท

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thairath_News /  🏆 8. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

DeepSeek: เครือข่ายประสาน AI ชาตินิยมจีน ที่ท้าทาย OpenAIDeepSeek: เครือข่ายประสาน AI ชาตินิยมจีน ที่ท้าทาย OpenAIDeepSeek สตาร์ทอัพจีน ก้าวเข้าสู่วงการ AI ด้วยโมเดลฟรี DeepSeek-R1 ที่มีประสิทธิภาพเทียบเท่ากับ o1 ของ OpenAI แม้ว่าจะถูกจำกัดในการเข้าถึงชิประดับไฮเอนด์ ราคาถูก เปิดกว้าง และประสิทธิภาพที่สูง สร้างความตื่นตระหนกในวงการเทคโนโลยีสหรัฐ
Read more »

DeepSeek: AI ที่พัฒนาในเวลา 2 เดือน และครอง App StoreDeepSeek: AI ที่พัฒนาในเวลา 2 เดือน และครอง App StoreDeepSeek, AI ที่พัฒนาโดย Liang Wenfeng ผู้ก่อตั้งกองทุน High-Flyer, กำลังสร้างความฮือฮา ด้วยการพัฒนาโมเดล AI ในเวลาเพียง 2 เดือน และใช้เงินทุนเพียง 10 ล้านดอลลาร์เท่านั้น DeepSeek-R1, โมเดล AI แบบ open-source ที่พัฒนาโดย DeepSeek, สามารถทำผลงานได้เทียบเท่า OpenAI GPT-3 ในด้านตรรกะและเหตุผล
Read more »

สตาร์ทอัพ AI จากจีน: แรงงานปฏิวัติอุตสาหกรรม AIสตาร์ทอัพ AI จากจีน: แรงงานปฏิวัติอุตสาหกรรม AIDeepSeek, สตาร์ทอัพ AI จากจีน, กำลังสร้างความสั่นสะเทือนในตลาดหุ้นเทคโนโลยีทั่วโลก ด้วยโมเดล AI ที่มีประสิทธิภาพสูง แต่ต้นทุนการฝึกฝนต่ำ ความสำเร็จของ DeepSeek เปลี่ยนแปลงโฉมหน้าอุตสาหกรรม AI โดยกระตุ้นการลงทุนในโมเดลต้นทุนต่ำและกระจายตัวของผู้เล่นในตลาด
Read more »

สรุปเหตุการณ์ Black Money : DeepSeek เอไอจีนเขย่าตลาดหุ้นโลก สูญมูลค่า 1 ล้านล้านเหรียญในคืนเดียวสรุปเหตุการณ์ Black Money : DeepSeek เอไอจีนเขย่าตลาดหุ้นโลก สูญมูลค่า 1 ล้านล้านเหรียญในคืนเดียวDeepSeek สตาร์ทอัพจีน เขย่าวงการ AI โลก จากสตาร์ทอัพที่แทบไม่มีใครรู้จัก สู่แอปฯ อันดับ 1 แซง ChatGPT บน App Store ด้วยต้นทุนเพียง 6 ล้านดอลลาร์ สร้างแรงสั่นสะเทือนตลาดหุ้นทั่วโลก สูญมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ในวันเดียว นักวิเคราะห์ชี้ 'จุดเปลี่ยนประวัติศาสตร์' ท้าทายการผูกขาด AI ของสหรัฐฯ พร้อมตั้งคำถามถึงความจำเป็นของการลงทุนมหาศาลในวงการ...
Read more »

รู้จักผู้สร้าง DeepSeek จากนักการเงิน สู่เจ้าของสตาร์ทอัพพลิกโฉมวงการ AIรู้จักผู้สร้าง DeepSeek จากนักการเงิน สู่เจ้าของสตาร์ทอัพพลิกโฉมวงการ AIรู้จัก 'Liang Wenfeng' นักการเงินผู้ก่อตั้ง DeepSeek สตาร์ทอัพ AI จีนที่เริ่มต้นจากงานอดิเรก และสร้างโมเดล AI ท้าชนยักษ์ใหญ่อย่าง OpenAI และ Google ในราคาสุดประหยัด
Read more »

เหลียง เหวินเฟิง: ผู้บุกเบิก DeepSeek AI ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการ AIเหลียง เหวินเฟิง: ผู้บุกเบิก DeepSeek AI ที่สร้างแรงสั่นสะเทือนให้กับวงการ AIบทความนี้เล่าถึงเหลียง เหวินเฟิง ผู้ก่อตั้ง DeepSeek AI บริษัทสตาร์ทอัพจีนที่สร้างความตื่นตัวในวงการ AI โดยเน้นย้ำถึงความสำเร็จของ DeepSeek AI ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เป้าหมายของ DeepSeek AI ในการพัฒนา AI ที่สามารถทำงานได้เทียบเท่ามนุษย์ และการสานต่อความมั่นใจในนวัตกรรม AI ของจีน
Read more »



Render Time: 2026-04-02 13:57:43