รีวิว Alldocube iPlay50 mini และ iPlay60 Pad Pro แท็บเล็ตรุ่นประหยัด จอใหญ่ ใช้งานได้คุ้ม พร้อมแบตเตอรี่สุดอึด - Smart Review บทความใหม่ล่าสุด
แบตเตอรี่ความจุ 4000mAh รองรับชาร์จ 10Wหน้าจอแสดงผล IPS ขนาด 12.1 นิ้ว ความละเอียด WQXGA+ , 249PPI รองรับ Refresh Rate 90Hz แสดงผล 1.07 พันล้านสี, สัดส่วนพื้นการแสดงผลต่อหน้าจอ 87.7% และความสว่างสูงสุด 550 นิตROM : 128GB UFS 2.
1 รองรับการใส่ MicroSD Card สูงสุด 1TBรองรับการเชื่อมต่อ Wi-Fi 6 , 4G LTE, Bluetooth 5.2 และพอร์ต USB Type-Cเดี๋ยวเราพามาดูกันไปทีละรุ่นครับ บอกเลยว่าแต่ละรุ่นก็มีความแตกต่างกันอยู่บ้างครับ โดยเฉพาะในเรื่องขนาดที่ต่างกันครับ เรามาดูกันที่รุ่นเล็กอย่าง iPlay50 mini ที่มีขนาดเล็กมากๆ ขนาดอยู่ที่ 202.7 x 126 x 7.5 มม. บอกเลยว่าถือมือเดียวได้ถนัดมือมากๆ ครับ ทำให้ใช้งานได้สะดวกกว่าแท็บเล็ตจอใหญ่ๆ ครับส่วนสีที่อยู่ในมือเราจะเป็นสีเทาเข้ม Deep Space Gray โดยวัสดุจะเป็นผิวด้านลื่นๆ ซึ่งงานประกอบทำได้ดูแน่นหนาเลยทีเดียวครับในรุ่น iPlay50 mini ก็มีการแถมเคสเคสซิลิโคนใสแบบใสมาให้เลือกหลายรูปแบบเลยครับ ซึ่งมีตั้งแต่แบบเคสซิลิโคนที่ไม่มีฝาพับ หรือจะเป็นแบบเสริมฝาพับเข้ามาด้วย ซึ่งจะมี 2 สี คือสีดำและขาวหน้าจอ IPS 8.4″ ขนาดกำลังพอดี ถือมือเดียวได้เลย ในรุ่น iPlay50 mini จะมีหน้าจอแบบ IPS ขนาด 8.4 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดที่ใหญ่เพียงพอสำหรับคนที่ชอบขนาดประมาณหนังสือ เหมาะมากๆ กับคนที่ชอบอ่าน E-Book หรือ Webtoon รวมถึงการใช้งานแอปโซเชียลเบื้องต้น เช่น TikTok หรือ YouTube ครับ ทั้งนี้ ก็ยังเหมาะกับผู้สูงอายุที่อาจไม่ได้ต้องการหน้าจอใหญ่กว่าสมาร์ทโฟนปกติ แต่ก็ไม่ใหญ่เกินไปครับ ขณะที่ความละเอียดหน้าจอของ iPlay50 mini จะอยู่ที่ FHD+ ทำให้ใช้งานได้ตามมาตรฐาน และด้านขนาดจอที่ไม่ใหญ่ ก็ช่วยให้ได้ภาพที่คมกริบจริงๆ ครับ ส่วนรอบเครื่อง เราขอมองในรูปแบบแนวตั้งตามการใช้งานที่ควรจะเป็นครับ โดยกล้องหน้าของ iPlay50 mini จะอยู่ทางด้านบนด้านบนจะมีพอร์ต USB Type-C เพียงอย่างเดียวครับส่วนทางซ้ายจะได้ช่องใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง และช่องที่ 2 เป็น Hybrid ให้เลือกระหว่างซิมที่ 2 หรือ MicroSD สูงสุด 1TB และไมโครโฟนตัวที่ 1 โดยที่มุมซ้ายสุดจะเป็นช่องเสียบหูฟัง 3.5 มม.มาต่อกันที่ดีไซน์ของรุ่น iPlay60 Pad Pro กันบ้างครับ รุ่นนี้จะอัปเกรดเรื่องหน้าจอขึ้นให้มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ทำให้ตัวเครื่องใหญ่ตามไปด้วยครับ แต่ความบางนั้นยังบางมากๆ อยู่ที่เพียง 8.4 มม. ครับ ขณะที่น้ำหนักก็อยู่ที่ 540 กรัม ไม่ได้หนักหรือเบาจนเกินไปกับแท็บเล็ตขนาดนี้ครับ iPlay60 Pad Pro จะเป็นขอบเครื่องโลหะที่มีความแข็งแรงมากขึ้นกว่าเดิม และขอบก็มีความแบนเรียบ ทำให้การใช้งานถนัดมือเหมือนกันครับสำหรับ iPlay60 Pad Pro จะมีให้เราได้ใช้งานให้เหมือนกับการใช้ PC ในตัวเหมือนกันครับ โดยจะสามารถเชื่อมต่อกับคีย์บอร์ดไร้สายมาให้ ซึ่งการเชื่อมต่อจะเป็นแบบแม่เหล็ก ทำให้ง่ายต่อการเชื่อมต่อมากๆ ทั้งนี้ ก็ยังให้เราได้ใช้งานปากกา Stylus ที่สามารถเขียนได้ลื่นๆ และตอบสนองได้ดีบนหน้าจอครับทั้งนี้หากเวลาพกไปข้างนอกและมั่นใจว่าไม่ได้ใช้คีย์บอร์ดแน่ๆ ก็สามารถถอดเฉพาะคีย์บอร์ออกมาและใส่เคสตัวเพียงอย่างเดียวก็ได้เหมือนกันครับสำหรับรุ่น iPlay60 Pad Pro จะได้ความเต็มตาสุดๆ ด้วยการเป็นขนาดของแท็บเล็ตที่ใช้งานได้หลากหลายที่ 12.1 นิ้วครับ ทั้งยังมีความคมชัดระดับ WQXGA+ มีการแสดงผลสีมากถึง 1.07 พันล้านสี โดยที่ขอบจอก็บางพอสมควร ทำให้มีพื้นการแสดงผลต่อหน้าจออยู่ที่ 87.7% และที่เสริมเข้ามาเพิ่มเติมคือการรองรับ Refresh Rate 90Hz ทำให้การสัมผัสติดนิ้วมากขึ้น โดยเฉพาะการเล่นเกมที่จะได้ประโยชน์ในจุดนี้ด้วยครับ พามาดูรอบเครื่องกันครับ iPlay60 Pad Pro จะขอมองเป็นแนวนอนตามการใช้งานหลักๆ ด้านบนจะมีกล้องหน้าที่อยู่ด้านบนพอดีครับ ทางขวาจะเป็นลำโพง 2 ตัวในฝั่งซ้าย-ขวา โดยตรงกลางจะมีพอร์ต USB-C และที่มุมขวาสุดจะเป็นช่องใส่ซิมการ์ดแบบ NanoSIM 2 ช่อง และช่องที่ 2 เป็น Hybrid ให้เลือกระหว่างซิมที่ 2 หรือ MicroSD สูงสุด 1TB ด้านซ้ายจะเป็นปุ่มเพิ่ม-ลดเสียง พร้อมด้วยปุ่ม Power และลำโพงอีก 2 ตัว ทำให้รุ่นนี้มีลำโพงทั้งหมด 4 ตัวครับท้ายสุดที่ด้านหลังจะมีโมดูลกล้อง โดยมีกล้อง 1 เลนส์ และใส่ไฟแฟลช LED เข้ามาให้บอกเลยว่าทั้ง iPlay50 mini และ iPlay60 Pad Pro ต่างเป็นแท็บเล็ตที่ให้แอปเริ่มต้นมาแบบให้ใช้งานกันคลีนๆ ไม่มี Bloatware หรือแอปพลิเคชั่นที่แปลกตากวนใจเลยครับ โดยในรุ่น iPlay50 mini แกะกล่องมาพร้อม Android 13 ส่วน iPlay60 Pad Pro ให้มาเป็น Android 14 และมีการครอบทับด้วย Alldocube OS 3.0แท็บเล็ตทั้ง 2 รุ่นนี้รองรับการใช้งานเครือข่าย 4G LTE ได้เหมือนกันครับ ทำให้เราใช้งานข้างนอกได้เลย ไม่ต้องง้อ Wi-Fi ครับทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมมาตรฐาน Widevine L1 ซึ่งเป็นระดับของการปกป้องเนื้อหาที่ถูกสตรีมที่เล่นบนอุปกรณ์ของเราครับ ซึ่งในระดับ L1 ทำให้เล่นวิดีโอในความคมชัด Full HD ได้ตามมาตรฐานครบทุกแอป ไม่ว่าจะเป็น YouTube, Hulu, Amazon Prime Video และ Disney+ด้วยหน้าจอแสดงผลที่ให้มาค่อนข้างใหญ่ ทำให้ทั้งคู่ใช้งานหน้าจอแยกได้เหมือนกัน โดยเราสามารถใช้แอปพลิเคชั่น 2 แอปได้พร้อมกัน เช่น หน้าจอฝั่งหนึ่งดูวิดีโอ ส่วนอีกฝั่งก็เล่น Facebook ได้เลยครับในรุ่น iPlay60 Pad Pro จะมีการเพิ่มระบบการสแกนใบหน้าเข้ามาด้วยครับ ทำให้มีความปลอดภัยที่สูงขึ้นกว่าการใส่รหัสผ่านทั่วไป และการสแกนก็ทำได้เสถียรและรวดเร็วด้วยครับจากการที่ให้หน้าจอใหญ่ 12.1 นิ้ว ทำให้ iPlay60 Pad Pro ใส่ลำโพงมาให้ถึง 4 ตัวแบบสเตอริโอ ใครที่ชอบดูวิดีโอหรือภาพยนตร์ต่างๆ ทำได้แบบจัดเต็มมากๆ แถมระบบเสียงก็ทำได้ดีเกินคาดเพราะกระหึ่ม เสียงดัง และมีมิติด้วยการที่หน้าจอใหญ่ขึ้นมาของ iPlay60 Pad Pro ทำให้มีโหมดที่เสริมเข้ามาคือ PC Mode ที่เปลี่ยนแท็บเล็ตเป็นโน้ตบุ๊คได้เลย เพราะ UI จะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นไอคอนย้ายไปที่ฝั่งซ้ายทั้งหมด และก็มีแถบ Taskbar ด้านล่างเสมือน PC จริงๆ เลยด้วยหน่วยประมวลผลที่ใช้งานในแท็บเล็ตทั้ง iPlay50 mini และ iPlay60 Pad Pro จริงๆ จะเป็นรุ่นประหยัดจากของ Unisoc และ MediaTek ครับ แต่การใช้งานทั่วไป ไม่ได้จริงจังมาก บอกเลยว่าทำได้ไหลลื่น ไม่เจออาการหน่วงจากการใช้งานแอปทั่วไปเลยครับ ในรุ่น iPlay50 mini ขับเคลื่อนด้วยชิป Unisoc T606 แบบ Octa-core ความเร็ว Clock สูงสุด 1.6GHz โดยมี RAM 4GB ซึ่งการทำงานทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการดู YouTube หรือดูสตรีมมิ่งต่างๆ รวมถึงการเช่นแอปโซเชียลต่างๆ ก็ทำได้อย่างเพียงพอแล้วครับ สำหรับรุ่น iPlay60 Pad Pro เป็นการใช้ชิปตัวประหยัดค่อนกลางอย่าง MediaTek Helio G99 แบบ Octa-core ความเร็วสูงสุด 2.2GHz ซึ่งชิปตัวนี้เป็นชิปเล่นเกมในระดับเริ่มต้นที่ทำได้ดีมากๆ แล้วครับ ทั้งยังมี GPU ARM Mali-G57 MC2 ที่ประมวลผลด้านกราฟิกที่ดีเลยทีเดียวครับทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมฟีเจอร์ Virtua RAM ที่ให้เราได้เพิ่ม RAM เสมือนขึ้นมาได้ด้วยเหมือนกัน โดยในรุ่น iPlay50 mini เพิ่มได้สูงสุดอีก 8GB ทำให้รวมจาก RAM จริงที่มีอยู่ 4GB ทำให้ได้ทั้งหมด 12GB ขณะที่ตัวรุ่นพี่ iPlay60 Pad Pro สามารถเพิ่มได้สูงสุด 12GB ทำให้รวมเป็น 20GB เลยทีเดียวครับ บอกเลยว่าการใช้งานแบบ Multi-Tasking ทำได้เยอะมากขึ้นด้วยครับมาลองการทดสอบการเล่นเกมกันหน่อยครับ เล่นบนหน้าจอใหญ่ๆ ถือว่าจุใจมากๆ และการเล่นแต่ละเกมที่เราทดสอบไม่ว่าจะเป็น ROV, PUBG Mobile หรือเกมแข่งรถ Asphalt Legends Unite เราก็เล่นได้ไหลลื่นในทั้ง 2 รุ่นเลยครับ แต่จะแตกต่างกันที่การปรับกราฟิกภายใน ซึ่งในรุ่น iPlay50 mini แนะนำให้ปรับแบบเริ่มต้นทั้งหมด ในการเป็นแท็บเล็ตก็ต้องมีแบตเตอรี่ที่อึดๆ เพื่อให้เราได้ใช้งานกันตลอดวันครับ โดยในรุ่น iPlay50 mini ให้แบตมาที่ 4000mAh ซึ่งถ้าใครใช้งานทั่วไป ก็จะอยู่ได้นานเช้าถึงเย็นๆ เลยครับ ขณะที่ iPlay60 Pad Pro ได้แบตเตอรี่มาถึง 10000mAh ซึ่งอยู่ได้นานเต็มวันเลยครับ ชาร์จครั้งเดียวตอนเช้า และหากไม่ได้เล่นเกมต่อเนื่องหลายชั่วโมงก็อยู่ได้แน่ๆ ครับ ขณะที่การชาร์จก็รองรับชาร์จเร็ว 33W ทำให้เราสามารถชาร์จได้เต็ม 100% ในเวลาชั่วโมงกว่าๆ เท่านั้นครับสรุปแล้วแท็บเล็ตทั้ง 2 รุ่นนี้จาก Alldocube ได้ราคาที่ประหยัดและความคุ้มค่าที่เกินราคาเลยครับ ตั้งแต่รุ่น iPlay50 mini ที่มาในราคาไม่ถึง 5,000 บาทด้วยซ้ำ แต่ถ้าใครที่อยากได้แท็บเล็ตจอใหญ่ขึ้นมาจากสมาร์ทโฟนก็เป็นตัวเลือกที่ดีในการใช้เป็นเครื่องรองได้เลย โดยเฉพาะนักเรียนหรือคนที่ชอบอ่าน e-book ต่างๆ หรือจะเป็นพ่อค้าแม่ค้าหรือผู้สูงอายุที่ชอบดูวิดีโอทั่วไป อย่าง YouTube หรือ TikTok ก็ทำได้เหมาะสมมากๆ เลยครับ ขณะที่รุ่นใหญ่ขึ้นมาหน่อยอย่าง iPlay60 Pad Pro ก็จะเจาะกลุ่มวัยรุ่นมากขึ้น ด้วยหน้าจอขนาด 12.1 นิ้ว ให้ความรู้สึกเต็มตามากขึ้นเวลาใช้งาน จะดูวิดีโอหรือเล่นเกมแบบทั่วไปก็ทำได้แบบไหลลื่นผ่านชิปประมวลผล MediaTek Helio G99 ครับใครที่สนใจแท็บเล็ตจาก Alldocube ทั้ง 2 รุ่นนี้ก็มาในราคาที่สบายกระเป๋ามากๆ โดย Alldocube iPlay50 mini มี 2 ความจุ ดังนี้
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
Alldocube iPlay50 mini สมาร์ทแท็บเล็ตมินิ โทรได้ ราคาสุดคุ้ม เริ่มเพียง 3,990 บาทAlldocube iPlay50 mini สมาร์ทแท็บเล็ตมินิ โทรได้ ราคาสุดคุ้ม เริ่มเพียง 3,990 บาท - บทความใหม่ล่าสุด
Read more »
รีวิว Nothing Phone (3a) Pro มือถือดีไซน์สุดแนว | ซอฟต์แวร์ทรงพลัง | กล้องระดับ Pro ในราคาไม่ถึง 18,000 บาท!รีวิว Nothing Phone (3a) Pro มือถือดีไซน์สุดแนว | ซอฟต์แวร์ทรงพลัง | กล้องระดับ Pro ในราคาไม่ถึง 18,000 บาท! - Smart Review บทความใหม่ล่าสุด
Read more »
รีวิว Xiaomi Pad 7 และ Pad 7 Pro ราคาห่างกัน 5,000 บาท มีอะไรต่างกันบ้าง ซื้อรุ่นไหนดี รุ่นไหนเหมาะกับใครThe First Android Community in Thailand
Read more »
รีวิว OPPO A5 Pro สมาร์ทโฟนต่ำหมื่น รับจบทุกดาเมจ เก่งเรื่องทน แบตเยอะใช้เพลิน จอลื่น 120Hz ดีไซน์สวยรีวิว OPPO A5 Pro 5G สมาร์ทโฟนต่ำหมื่น ที่ได้ทั้งดีไซน์สวย และความทนทาน พร้อมรับจบทุกดาเมจ ได้ทั้งจอใหญ่ จอลื่น แบตเยอะ ชาร์จเร็ว
Read more »
ราคาไทย realme 14 5G และ realme 14 Pro 5G เกมมิ่งโฟนสายแกร่ง แบตอึด จอใหญ่ ราคาเริ่มต้น 11,999 บาทrealme เปิดตัว realme 14 5G และ realme 14 Pro 5G ดีไซน์ล้ำ แบตเตอรี ความทนทาน IP69 ใช้ชิป Snapdragon 6 Gen 4 ราคาเริ่มต้น 11,999 บาท
Read more »
เปิดราคาไทย POCO F7 Ultra และ F7 Pro จอใหญ่ 6.67 นิ้ว ความละเอียด 2K พร้อมชิปเรือธงทั้งคู่The First Android Community in Thailand
Read more »
