การเดินทางเยือนฮังการีครั้งนี้เป็นไปตามคำเชิญของประธานรัฐสภาฮังการี สืบเนื่องจากความสัมพันธ์ที่เคยมีมา
การเดินทางเยือน ฮังการี ครั้งนี้ เป็นไปตามคำเชิญของประธานรัฐสภา ฮังการี ซึ่ง รองประธานรัฐสภา ฮังการี เคยเดินทางเยือนรัฐสภาไทยในยุคที่ นายชวน หลีกภัย เป็นประธานรัฐสภา และมี รศ.ดร.อิสระ เป็นเลขานุการประธานรัฐสภา ฉะนั้นกำหนดการสำคัญในการเยือน ฮังการี ของประธานวันนอร์ ก็คือ การได้เข้าพบหารือกับ นายลาซโล โคเวร์ ประธานรัฐสภา ฮังการี ในวันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน และจะได้เข้าเยี่ยมชมอาคารรัฐสภา ฮังการี ในกรุงบูดาเปสต์ เมืองหลวงของ ฮังการี ซึ่งได้รับการยอมรับว่ามีสถาปัตยกรรมที่งดงามยิ่งใหญ่ติดอันดับโลก มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำดานูบ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกด้วย ทั้งนี้ คาดว่าการพบปะหารือกันระหว่างประธานรัฐสภาของทั้งสองประเทศ จะมีการทำความร่วมมือกันในนามรัฐสภา ในโครงการสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบงานของรัฐสภาร่วมกันในอนาคต เนื่องจากฝ่ายนิติบัญญัติถือเป็นหนึ่งในสามเสาหลักของประชาธิปไตยทั่วโลก นอกจากการเข้าพบหารือกับประธานรัฐสภา ฮังการี แล้ว ประธานวันนอร์ ยังมีกำหนดการเข้าเยี่ยมคารวะและหารือรองนายกรัฐมนตรีของ ฮังการี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการบริหารรัฐและการพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งมีภารกิจคล้ายๆ กระทรวงมหาดไทยของประเทศไทยด้วย ขณะที่ภารกิจของสถาบันพระปกเกล้า จะมีพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ระหว่างสถาบันพระปกเกล้า กับสถาบัน Christian Democratic Institute หรือ CDI ซึ่งมีพันธกิจเกี่ยวกับการพัฒนาประชาธิปไตยในกลุ่มประเทศคริสเตียนด้วย โดยมี ประธานวันนอร์ ในฐานะประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นสักขีพยาน สำหรับสถาบัน CDI เป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมคุณค่าทางศีลธรรมและวัฒนธรรมแบบคริสเตียนดั้งเดิมให้มีความโดดเด่นและมีอิทธิพลมากขึ้นในเวที การเมือง ยุโรปและระดับโลก สถาบัน CDI ทำกิจกรรมในด้านส่งเสริมความร่วมมือระหว่างองค์กรทางสังคมและพรรค การเมือง ที่มีแนวคิดคล้ายกัน รวมทั้งสนับสนุนการสร้างเครือข่ายของคนรุ่นใหม่ในบริบทของการขับเคลื่อนประชาธิปไตยด้วย ยังมีอีก 2 สถาบันทางวิชาการที่คณะของประธานรัฐสภา และสภาสถาบันพระปกเกล้า จะไปเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน ก็คือ - Climate Policy Institute แห่ง Mathias Corvinus Collegium หรือ MCC โดย Climate Policy Institute ก่อตั้งขึ้นจากการตระหนักถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเตรียมการรับมือกับผลกระทบ ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญทางสังคมและเศรษฐกิจของโลก เพื่อพัฒนากลยุทธ์ใหม่ๆ ในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งเน้น 5 ด้าน ได้แก่ พลังงาน, การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ, เกษตรกรรม, มลพิษ และการพัฒนาเมือง - สถาบันดานูบ ซึ่งกำลังมีบทบาทอย่างสูงในการศึกษาวิจัยและอภิปรายเกี่ยวกับการสร้างสังคมประชาธิปไตย ท่ามกลางกระแสที่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยถูกตั้งคำถามในหลายๆ พื้นที่ของโลก เปิดข้อมูล “ประธานสภากัมพูชา” เยือน ฮังการี ตัดหน้าไทย - ชู “ฮุน เซน” หนุนสันติภาพ เป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนการเดินทางเยือน ฮังการี ของคณะประธานรัฐสภาไทย และสถาบันพระปกเกล้าเพียงไม่กี่วัน ได้มีคณะของ สมเด็จมหารัฐสภาธิการธิบดี ควน โซะดารี ประธานสภาแห่งชาติกัมพูชา เดินทางเยือน ฮังการี ระหว่างวันที่ 24-28 ตุลาคมที่ผ่านมาด้วย ทั้งๆ ที่กำหนดการเยือน ฮังการี ของประธานรัฐสภาไทย มีการนัดหมายและวางแผนมาก่อนหลายเดือนแล้ว โดย สมเด็จ ควน โซะดารี ได้เข้าเยี่ยมคารวะบุคคลสำคัญทั้งในฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติของ ฮังการี และได้ถือโอกาสนี้แจ้งให้ฝ่าย ฮังการี ทราบถึงความตกลงสันติภาพระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่เพิ่งลงนามกันที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมี ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เป็นสักขีพยาน โดย สมเด็จ ควน โซะดารี ได้แจ้งกับฝ่าย ฮังการี ว่า ข้อตกลงสันติภาพเป็นสิ่งที่ผู้นำและประชาชนชาวกัมพูชาต้องการ ทั้งยังอ้างถึง สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชาด้วยว่า มีบทบาทสำคัญในการสร้างสันติภาพครั้งนี้ สำหรับ สมเด็จ ควน โซะดารี คือประธานสภาแห่งชาติกัมพูชา ที่เคยใช้เวทีการประชุมรัฐสภาโลก หรือ IPU เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม ร่ำไห้โจมตีไทยด้วยข้อกล่าวหาที่บิดเบือนมาแล้ว ว่าไทยใช้อาวุธเคมีโจมตีกัมพูชา โดยในครั้งนั้น ประธานวันนอร์ ต้องออกโรงแถลงข่าวตอบโต้อย่างดุเดือด ว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดของ สมเด็จ ควน โซะดารี ไม่เป็นความจริง แต่เป็นการนำ “เฟกนิวส์” หรือข้อมูลเท็จมากล่าวอ้างทั้งสิ้น มีรายงานด้วยว่า ฝ่ายกัมพูชาให้เหตุผลของการเยือน ฮังการี เพื่อเตรียมการเกี่ยวกับการเฉลิมฉลอง ความสัมพันธ์ 70 ปีระหว่าง ฮังการี และกัมพูชา แต่จากการตรวจสอบพบว่า วาระของการครบรอบ ความสัมพันธ์ คือปี 2569 ซึ่งมีกำหนดการที่ประมุขแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา จะเสด็จเยือน ฮังการี ด้วย.
การเดินทางเยือนฮังการีครั้งนี้ เป็นไปตามคำเชิญของประธานรัฐสภาฮังการี ซึ่งรองประธานรัฐสภาฮังการีเคยเดินทางเยือนรัฐสภาไทยในยุคที่ นายชวน หลีกภัย เป็นประธานรัฐสภา และมี รศ.ดร.อิสระ เป็นเลขานุการประธานรัฐสภา ฉะนั้นกำหนดการสำคัญในการเยือนฮังการีของประธานวันนอร์ ก็คือ การได้เข้าพบหารือกับ นายลาซโล โคเวร์ ประธานรัฐสภาฮังการี ในวันอังคารที่ 4 พฤศจิกายน และจะได้เข้าเยี่ยมชมอาคารรัฐสภาฮังการี ในกรุงบูดาเปสต์ เมืองหลวงของฮังการี ซึ่งได้รับการยอมรับว่ามีสถาปัตยกรรมที่งดงามยิ่งใหญ่ติดอันดับโลก มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำดานูบ และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกขององค์การยูเนสโกด้วย ทั้งนี้ คาดว่าการพบปะหารือกันระหว่างประธานรัฐสภาของทั้งสองประเทศ จะมีการทำความร่วมมือกันในนามรัฐสภา ในโครงการสำคัญต่างๆ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบงานของรัฐสภาร่วมกันในอนาคต เนื่องจากฝ่ายนิติบัญญัติถือเป็นหนึ่งในสามเสาหลักของประชาธิปไตยทั่วโลก นอกจากการเข้าพบหารือกับประธานรัฐสภาฮังการีแล้ว ประธานวันนอร์ ยังมีกำหนดการเข้าเยี่ยมคารวะและหารือรองนายกรัฐมนตรีของฮังการี และ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการบริหารรัฐและการพัฒนาท้องถิ่น ซึ่งมีภารกิจคล้ายๆ กระทรวงมหาดไทยของประเทศไทยด้วย ขณะที่ภารกิจของสถาบันพระปกเกล้า จะมีพิธีลงนามในบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ระหว่างสถาบันพระปกเกล้า กับสถาบัน Christian Democratic Institute หรือ CDI ซึ่งมีพันธกิจเกี่ยวกับการพัฒนาประชาธิปไตยในกลุ่มประเทศคริสเตียนด้วย โดยมี ประธานวันนอร์ ในฐานะประธานสภาสถาบันพระปกเกล้า เป็นสักขีพยาน สำหรับสถาบัน CDI เป็นองค์กรที่มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมคุณค่าทางศีลธรรมและวัฒนธรรมแบบคริสเตียนดั้งเดิมให้มีความโดดเด่นและมีอิทธิพลมากขึ้นในเวทีการเมืองยุโรปและระดับโลก สถาบัน CDI ทำกิจกรรมในด้านส่งเสริมความร่วมมือระหว่างองค์กรทางสังคมและพรรคการเมืองที่มีแนวคิดคล้ายกัน รวมทั้งสนับสนุนการสร้างเครือข่ายของคนรุ่นใหม่ในบริบทของการขับเคลื่อนประชาธิปไตยด้วย ยังมีอีก 2 สถาบันทางวิชาการที่คณะของประธานรัฐสภา และสภาสถาบันพระปกเกล้า จะไปเยี่ยมชมและศึกษาดูงาน ก็คือ - Climate Policy Institute แห่ง Mathias Corvinus Collegium หรือ MCC โดย Climate Policy Institute ก่อตั้งขึ้นจากการตระหนักถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และการเตรียมการรับมือกับผลกระทบ ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นสำคัญทางสังคมและเศรษฐกิจของโลก เพื่อพัฒนากลยุทธ์ใหม่ๆ ในการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ โดยมุ่งเน้น 5 ด้าน ได้แก่ พลังงาน, การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ, เกษตรกรรม, มลพิษ และการพัฒนาเมือง - สถาบันดานูบ ซึ่งกำลังมีบทบาทอย่างสูงในการศึกษาวิจัยและอภิปรายเกี่ยวกับการสร้างสังคมประชาธิปไตย ท่ามกลางกระแสที่การปกครองในระบอบประชาธิปไตยถูกตั้งคำถามในหลายๆ พื้นที่ของโลก เปิดข้อมูล “ประธานสภากัมพูชา” เยือนฮังการีตัดหน้าไทย - ชู “ฮุน เซน” หนุนสันติภาพ เป็นที่น่าสังเกตว่า ก่อนการเดินทางเยือนฮังการีของคณะประธานรัฐสภาไทย และสถาบันพระปกเกล้าเพียงไม่กี่วัน ได้มีคณะของ สมเด็จมหารัฐสภาธิการธิบดี ควน โซะดารี ประธานสภาแห่งชาติกัมพูชา เดินทางเยือนฮังการี ระหว่างวันที่ 24-28 ตุลาคมที่ผ่านมาด้วย ทั้งๆ ที่กำหนดการเยือนฮังการีของประธานรัฐสภาไทย มีการนัดหมายและวางแผนมาก่อนหลายเดือนแล้ว โดย สมเด็จ ควน โซะดารี ได้เข้าเยี่ยมคารวะบุคคลสำคัญทั้งในฝ่ายบริหาร และฝ่ายนิติบัญญัติของฮังการี และได้ถือโอกาสนี้แจ้งให้ฝ่ายฮังการีทราบถึงความตกลงสันติภาพระหว่างไทยกับกัมพูชา ที่เพิ่งลงนามกันที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 26 ตุลาคมที่ผ่านมา โดยมี ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐอเมริกา เป็นสักขีพยาน โดย สมเด็จ ควน โซะดารี ได้แจ้งกับฝ่ายฮังการีว่า ข้อตกลงสันติภาพเป็นสิ่งที่ผู้นำและประชาชนชาวกัมพูชาต้องการ ทั้งยังอ้างถึง สมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชาด้วยว่า มีบทบาทสำคัญในการสร้างสันติภาพครั้งนี้ สำหรับ สมเด็จ ควน โซะดารี คือประธานสภาแห่งชาติกัมพูชา ที่เคยใช้เวทีการประชุมรัฐสภาโลก หรือ IPU เมื่อปลายเดือนกรกฎาคม ร่ำไห้โจมตีไทยด้วยข้อกล่าวหาที่บิดเบือนมาแล้ว ว่าไทยใช้อาวุธเคมีโจมตีกัมพูชา โดยในครั้งนั้น ประธานวันนอร์ ต้องออกโรงแถลงข่าวตอบโต้อย่างดุเดือด ว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดของ สมเด็จ ควน โซะดารี ไม่เป็นความจริง แต่เป็นการนำ “เฟกนิวส์” หรือข้อมูลเท็จมากล่าวอ้างทั้งสิ้น มีรายงานด้วยว่า ฝ่ายกัมพูชาให้เหตุผลของการเยือนฮังการี เพื่อเตรียมการเกี่ยวกับการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ 70 ปีระหว่างฮังการีและกัมพูชา แต่จากการตรวจสอบพบว่า วาระของการครบรอบความสัมพันธ์ คือปี 2569 ซึ่งมีกำหนดการที่ประมุขแห่งราชอาณาจักรกัมพูชา จะเสด็จเยือนฮังการีด้วย
รองประธานรัฐสภา ฮังการี รัฐสภา ความสัมพันธ์
