รมช. อุตสาหกรรม นำทีมทำลายสินค้าไม่ได้มาตรฐาน มอก. มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท พร้อมลงพื้นที่สุ่มตรวจห้างฯ และโกดังสินค้า เพื่อปราบปรามสินค้าผิดกฎหมายอย่างจริงจังทั่วประเทศ เน้นย้ำนโยบาย 'ปิดเร็ว เปิดเร็ว อุตสาหกรรมพึ่งพาได้' และยกระดับความปลอดภัยของผู้บริโภค
รมช. อุตสาหกรรม เดินหน้าทำลาย สินค้าไม่ได้มาตรฐาน มอก.
มูลค่ากว่า 2 ล้านบาท พร้อมลงพื้นที่สุ่มตรวจห้างสรรพสินค้าและโกดังสินค้า เพื่อตัดวงจรการจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานตั้งแต่ชั้นวางสินค้า จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้เป็นประธานในการทำลายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน ณ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดนครราชสีมา โดยเน้นย้ำถึงนโยบาย “ปิดเร็ว เปิดเร็ว อุตสาหกรรมพึ่งพาได้” ที่กำลังดำเนินไปอย่างเต็มกำลัง การดำเนินการนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การยึดสินค้าเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นไปที่การขุดรากถอนโคนและเผาทำลายวงจรอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ตั้งแต่ผู้ลักลอบผลิต นายทุนที่ลักลอบนำเข้าสินค้า แหล่งกระจายสินค้า ไปจนถึงร้านค้าปลีกและแพลตฟอร์มออนไลน์ต่างๆ ผู้ใดที่นำสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานไปจำหน่าย ถือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการกระทำผิด กระทรวงฯ จะดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด พร้อมทั้งควบคุมเข้มงวดทั้งการจำหน่ายหน้าร้าน หลังร้าน และช่องทางออนไลน์อย่างต่อเนื่อง\รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมได้ชี้แจงถึงปฏิบัติการปราบปรามสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน มอก. ซึ่งครอบคลุมตั้งแต่การตรวจสอบผ่านโทรศัพท์มือถือ ไปจนถึงการตรวจสอบสินค้าบนชั้นวาง โดยมีการดำเนินการใน 4 ระลอก ได้แก่ ระลอกแรก: เน้นการควบคุมเข้มงวดในการจำหน่ายสินค้าทั้งหน้าร้านและหลังร้านในกรุงเทพมหานคร โดยมีการยึดและทำลายสินค้าของกลางที่ไม่ได้มาตรฐาน ระลอกที่สอง: ปฏิบัติการ 11.11 ที่มุ่งเน้นการปิดลิงก์ที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมายจำนวน 7,293 URL บนแพลตฟอร์มหลัก เช่น TikTok, Shopee และ Lazada ระลอกที่สาม: เริ่มต้นที่จังหวัดนครราชสีมา โดยมีการตรวจตรา “ห้างสรรพสินค้า โกดังสินค้า และร้านค้าปลีก” และทำการทำลายสินค้าของกลางจำนวน 7,258 ชิ้น ซึ่งมีมูลค่ารวม 2,073,515 บาท ระลอกถัดไป: จะมีการขยายผลไปยังจังหวัดอื่นๆ ทั่วประเทศอย่างรวดเร็ว โดยมีเป้าหมายหลักคือการ “ป้องกัน ปราบปราม และทำลาย” สินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานให้หมดสิ้นไป รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมยังได้เตือนผู้ประกอบการค้าปลีกให้รับผิดชอบต่อสินค้าที่วางจำหน่ายบนชั้นวาง หากมีการนำสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานไปจำหน่าย จะถือเป็นการกระทำที่สร้างความเสียหายต่อประชาชน และจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย นอกจากนี้ยังเน้นย้ำให้ผู้บริโภคตรวจสอบเครื่องหมาย มอก. และทำการสแกน QR Code เพื่อตรวจสอบแหล่งที่มาของสินค้าก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยและความมั่นใจในการใช้งาน\รมช. อุตสาหกรรม ยืนยันว่า ปฏิบัติการที่จังหวัดนครราชสีมาไม่ใช่เพียงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เป็นส่วนหนึ่งของ “จิ๊กซอว์” ชิ้นสำคัญในแผนการใหญ่ ที่มีเป้าหมายเพื่อตัดเส้นทางการจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และยกระดับความปลอดภัยของผู้บริโภคให้เป็นวาระแห่งชาติอย่างแท้จริง นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ได้เปิดเผยว่า ของกลางที่ถูกทำลายเป็น “สินค้าควบคุม” ตามกฎหมายมากกว่า 150 รายการ ซึ่งผ่านกระบวนการทางคดีเรียบร้อยแล้ว สินค้าเหล่านี้ถูกยึดได้จากการจำหน่ายทั้งหน้าร้านและบนแพลตฟอร์มออนไลน์ สินค้าที่พบมากที่สุด ได้แก่ ปลั๊กพ่วง เต้ารับและเต้าเสียบ เตารีด เครื่องปิ้งขนมปัง และหลอดไฟ LED “เราดำเนินการทำลายสินค้าอย่างถูกวิธี เพื่อป้องกันไม่ให้สินค้าเหล่านี้กลับเข้าสู่ตลาดอีกครั้ง และเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม” หลังจากนั้นคณะกรรมการจะลงพื้นที่ตรวจสอบการจำหน่ายสินค้าที่โฮมโปร สาขานครราชสีมา เพื่อเป็นการเน้นย้ำให้เห็นว่าการกวาดล้างสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานมีการบังคับใช้อย่างจริงจังทั่วประเทศ พร้อมทั้งฝากให้ประชาชน “ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้า ควรตรวจสอบเครื่องหมาย มอก. และทำการสแกนคิวอาร์โค้ดที่ตัวสินค้าเสมอ” เพื่อความปลอดภัยและประโยชน์สูงสุดของผู้บริโภ
มอก. สินค้าไม่ได้มาตรฐาน อุตสาหกรรม ทำลายสินค้า ผู้บริโภค นครราชสีมา ปราบปราม
