ย้อนมองผลสำเร็จ “คนละครึ่ง” 5 เฟส รัฐอัดฉีดเศรษฐกิจรวมกว่า 2.08 แสนล้าน

กระตุ้นเศรษฐกิจ News

ย้อนมองผลสำเร็จ “คนละครึ่ง” 5 เฟส รัฐอัดฉีดเศรษฐกิจรวมกว่า 2.08 แสนล้าน
นโยบายรัฐบาลลดภาระค่าใช้จ่ายคนละครึ่ง
  • 📰 ktnewsonline
  • ⏱ Reading Time:
  • 172 sec. here
  • 8 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 86%
  • Publisher: 63%

ส่องความสำเร็จโครงการ “คนละครึ่งเฟสล่าสุด รัฐบาลอัดฉีดเศรษฐกิจรวมทั้งสิ้นกว่า 2.08 แสนล้าน ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานราก

Playส่องความสำเร็จโครงการ “ คนละครึ่ง เฟสล่าสุด รัฐบาลอัดฉีดเศรษฐกิจรวมทั้งสิ้นกว่า 2.08 แสนล้าน ช่วยลดภาระค่าครองชีพให้แก่ประชาชน กระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ สร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจฐานราก โครงการ " คนละครึ่ง " ถือเป็นหนึ่งในมาตรการ กระตุ้นเศรษฐกิจ ครั้งใหญ่ที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในรอบหลายปีที่ผ่านมา โดยเริ่มต้นครั้งแรกเมื่อต.

ค. 2563 และสิ้นสุดเฟสที่ 5 ในเดือนต.ค.2565 โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน ควบคู่ไปกับการช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยให้มีรายได้เพิ่มขึ้น โดยกลไกหลักคือการที่รัฐร่วมจ่าย 50% สำหรับค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ผ่านแอปพลิเคชัน "เป๋าตัง" กำหนดวงเงินใช้จ่ายสูงสุดไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน โดยตลอดทั้ง 5 เฟส รัฐบาลได้ใช้งบประมาณสนับสนุนรวมทั้งสิ้น 208,400 ล้านบาท เพื่อกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนผู้มีสิทธิ์ทั่วประเทศ ซึ่งกลายเป็นหนึ่งในนโยบายการคลังที่เข้าถึงประชาชนในวงกว้างและได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี เฟส 1 โครงการคนละครึ่งเริ่มต้นขึ้นเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนในช่วงปลายปี 2563 โดยกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นประชาชนไทยอายุ 18 ปีขึ้นไปที่ไม่ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ มีจำนวนผู้ได้รับสิทธิ์ 9.98 ล้านคน วงเงินใช้จ่ายสูงสุด 3,000 บาทต่อคน ใช้งบประมาณ 29,600 ล้านบาท ผู้เข้าร่วมต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์และยืนยันตัวตนผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง เฟส 2 รัฐบาลได้ขยายโครงการสู่เฟส 2 โดยเปิดให้ผู้ไม่เคยเข้าร่วมลงทะเบียนเพิ่มเติม 5 ล้านคน ขณะที่ผู้เคยร่วมเฟส 1 ได้รับวงเงินเพิ่มอีก 500 บาท รวมเป็น 3,500 บาทต่อคน โดยไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เน้นร้านค้าผู้ประกอบการรายย่อย ไม่เป็นนิติบุคคล หรือร้านค้าในบ้าน/แผงลอยที่ไม่มีหน้าร้านถาวร มีผู้ใช้สิทธิ์รวม 14.79 ล้านคน และใช้งบประมาณ 20,300 ล้านบาท เฟส 3 เพิ่มความครอบคลุมและหลากหลาย โดย เฟส 3 เป็นช่วงที่โครงการขยายตัวอย่างมาก ทั้งเปิดให้ลงทะเบียนรายเก่าและรายใหม่ โดยมีการเพิ่มวงเงินและรอบระยะเวลาการใช้รวมเป็นทั้งหมด 4,500 บาทต่อคน ที่สำคัญคือมีการขยายประเภทของร้านค้าและบริการที่เข้าร่วม จากร้านค้าทั่วไปไปสู่ผู้ประกอบการรถส่งสาธารณะ เช่น แท็กซี่และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง ขนส่งมวลชน อาทิ รถไฟ รถไฟฟ้า รถเมล์ เรือโดยสาร รวมถึงผู้ประกอบการบริการ เช่น นวด สปา และทำผม และบริการ Food Delivery Platform โดยเฟสนี้ใช้งบประมาณสูงสุดถึง 110,000 ล้านบาท และมีผู้ใช้สิทธิ์สูงสุดถึง 26.34 ล้านคน เฟส 4 โครงการคนละครึ่งเฟส 4 ดำเนินการภายใต้เงื่อนไขที่คล้ายกับเฟส 3 โดยมีการขยายระยะเวลาการใช้จ่ายจนถึงเดือนเม.ย. 2565 เพื่อช่วยพยุงกำลังซื้อต่อเนื่องในช่วงต้นปี งบประมาณที่ใช้ในเฟสนี้อยู่ที่ 30,300 ล้านบาท และมีผู้ใช้สิทธิ์ 26.27 ล้านคน แม้วงเงินจะลดลงเหลือ 1,200 บาทต่อคน เฟส 5 เฟสสุดท้ายของโครงการ ได้รับวงเงิน 800 บาทต่อคน เฟสนี้ใช้งบประมาณ 18,200 ล้านบาท และมีผู้ใช้สิทธิ์ 24.02 ล้านคน ทั้งนี้ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ได้เปิดเผยผลการวิเคราะห์มาตรการการคลังของโครงการคนละครึ่งในระยะที่ 1-3 พบว่าก่อให้เกิดยอดการใช้จ่ายในระบบเศรษฐกิจประมาณ 3.3 แสนล้านบาท โดยเป็นส่วนที่รัฐบาลสนับสนุนประมาณ 1.6 แสนล้านบาท ซึ่งคิดเป็นขนาดประมาณ 1% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ผลกระทบเชิงบวกต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจนั้นชัดเจน โดยสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจหรือ GDP ได้ราว 89.5 พันล้านบาท โดยสาขาการผลิตที่ได้รับประโยชน์โดยตรงและส่งผลต่อเนื่อง ได้แก่ การค้าปลีกและค้าส่ง ธุรกิจร้านอาหารและโรงแรม ภาคการธนาคารและบริการ สาธารณูปโภคและภาคการเกษตร โดยหนึ่งในความสำเร็จที่โดดเด่นที่สุดของโครงการ คือ ผลกระทบด้านการกระจายประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สศค. ได้ใช้ดัชนี Atkinson Index เพื่อวัดการกระจายรายได้สะสมของร้านค้าในแต่ละจังหวัด พบว่าโครงการคนละครึ่งมีค่าดัชนีอยู่ที่ 0.326ในขณะที่การกระจายตัวของผลิตภัณฑ์จังหวัด โดยทั่วไปอยู่ที่ 0.583 สะท้อนให้เห็นว่า เม็ดเงินจากโครงการมีการกระจายตัวไปสู่จังหวัดต่างๆ ได้ดีกว่าสภาวะเศรษฐกิจปกติอย่างมีนัยสำคัญ ยิ่งไปกว่านั้น หากพิจารณาการกระจุกตัวของมูลค่าทางเศรษฐกิจ จะพบว่าโดยปกติแล้วมูลค่าผลิตภัณฑ์ของ 4 จังหวัดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศมีสัดส่วนรวมกันถึง 51% ของ GDP ทั้งประเทศ แต่สำหรับรายได้ของร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ต้องใช้จังหวัดที่มีมูลค่าการใช้จ่ายสูงสุดถึง 35 จังหวัดรวมกัน จึงจะมีมูลค่าคิดเป็น 51%

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

ktnewsonline /  🏆 24. in TH

นโยบายรัฐบาล ลดภาระค่าใช้จ่าย คนละครึ่ง Economicwealth

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

PCE เคาะช่วงราคา 2.08-2.28 บาท จ่อเปิดรายย่อยจองซื้อ 30 ส.ค.-3ก.ย.นี้PCE เคาะช่วงราคา 2.08-2.28 บาท จ่อเปิดรายย่อยจองซื้อ 30 ส.ค.-3ก.ย.นี้บมจ.เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์ (PCE) เปิดช่วงราคาเสนอขาย IPO ที่ 2.08-2.28 บาท/หุ้น เตรียมพรีเซล 30 ส.ค. ถึง 2-3 ก.ย.67 ให้นักลงทุนรายย่อย และ 4-6 ก.ย.
Read more »

PCE เผยกรอบราคาไอพีโอ 2.08-2.28 บาท เปิดจองวันแรก 30 ส.ค. 67 ชี้ขายถูกจังหวะPCE เผยกรอบราคาไอพีโอ 2.08-2.28 บาท เปิดจองวันแรก 30 ส.ค. 67 ชี้ขายถูกจังหวะ'เพชรศรีวิชัย เอ็นเตอร์ไพรส์' เตรียมเข้า SET เดือน ก.ย. นี้ มั่นใจตลาดไอพีโอกลับมาคึกคักอีกครั้ง เปิดกรอบราคาจอง 2.08-2.28 บาท/หุ้น ระหว่าง 30 ส.ค. และ 2-3 ก.ย. สำหรับนักลงทุนรายย่อย และ 4-6 ก.ย.
Read more »

เทียบฟอร์ม บจ. ไตรมาส 3/67 กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กำไรร่วงหนักยกกลุ่มเทียบฟอร์ม บจ. ไตรมาส 3/67 กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม กำไรร่วงหนักยกกลุ่มปิดจบรอบประกาศงบ บจ. ในไตรมาส 3/67 และ 9 เดือนปี 67 รวม 901 หลักทรัพย์ ทำกำไร 2.08 แสนล้าน และ 7.34 แสนล้าน หดตัว 24.6% และ 5.
Read more »

NVDA คาดการณ์รายได้ปี 2024-2025NVDA คาดการณ์รายได้ปี 2024-2025NVDA คาดการณ์รายได้ 2.08 ดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2568.
Read more »

หุ้นไทยปิดบวก 2.08 จุด วอลุ่ม 4.6 หมื่นล้าน ตามตลาดเอเชียขานรับจีนหั่นดอกเบี้ย แต่ยังกังวลเศรษฐกิจในประเทศกดดันหุ้นไทยปิดบวก 2.08 จุด วอลุ่ม 4.6 หมื่นล้าน ตามตลาดเอเชียขานรับจีนหั่นดอกเบี้ย แต่ยังกังวลเศรษฐกิจในประเทศกดดันหุ้นไทยปิดบวก 2.08 จุด วอลุ่ม 4.6 หมื่นล้าน ตามตลาดเอเชียขานรับจีนหั่นดอกเบี้ย แต่ยังกังวลเศรษฐกิจในประเทศกดดัน วันที่ 20 พฤษภาคม 2568 SET ปิดที่ 1,189.14 จุด เพิ่มขึ้น 2.08 จุด(+0.18%) มูลค่าซื้อขาย 46,960.04 ล้านบาท การซื้อขายหุ้นวันนี้ ดัชนีแกว่งตัวในแดนบวกตลอดทั้งวัน โดยดัชนีทำจุดสูงสุด 1,197.80 จุด ทำจุดต่ำสุดที่ 1,186.
Read more »

NITMX เผยใช้งาน PromptPay พ.ค. 68 ยอดธุรกรรม 2.08 พันล้านรายการNITMX เผยใช้งาน PromptPay พ.ค. 68 ยอดธุรกรรม 2.08 พันล้านรายการPromptPay Monthly Insights: May 2025 NITMX เผยสถิติการใช้งาน PromptPay เดือนพฤษภาคม 2568 ยอดธุรกรรมแตะ 2.08 พันล้านรายการ โตต่อเนื่อง 13% เมื่อเทียบปีต่อปี
Read more »



Render Time: 2026-04-01 18:24:14