ยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ Hub สี่เหลี่ยมเศรษฐกิจในอนาคต คอลัมน์เมียงมอง เมียนมา โดย กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์
เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ผมในฐานะประธานสภาธุรกิจไทย-เมียนมา ได้เดินทางไปกรุงย่างกุ้ง เพื่อเซ็นสัญญาความร่วมมือ กับสมาคมนักธุรกิจไทยในเมียนมา สภาธุรกิจเมียนมา-ไทยภายใต้การดูแลของ UMFCCI และสมาคมการเดินขนส่งทางเรือเมียนมา ซึ่งทั้งสามองค์กรเป็นภาคเอกชนเมียนมาสององค์กรหลัก และอีกหนึ่งองค์กรเอกชนไทยในประเทศเมียนมา เป็นการเดินหน้าสร้างความร่วมมือ ในการช่วยกันผลักดัน เศรษฐกิจ การค้า-การลงทุนระหว่างสองประเทศ ในการเซ็นสัญญากันครั้งนี้ ได้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างกันอย่างดีเยี่ยมครับ ในการเซ็นสัญญาครั้งนี้ มีเพื่อนสมาชิกบางท่านได้พูดถึงแนวคิดการพัฒนาเมืองท่าขี้เหล็ก-อำเภอแม่สาย ที่มีฯพณฯท่านรัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์ของเมียนมา ท่านได้มีแนวคิดอยากจะสร้างความเชื่อมโยงเมืองท่าขี้เหล็กและอำเภอแม่สาย ให้เป็นจุดบรรจบ 5 ทิศทาง และเป็นกุญแจไขตลาดหลักหลายร้อยล้านคนบนเส้นทางนี้ สู่เมืองสี่เหลี่ยม เศรษฐกิจ แห่งใหม่ ซึ่งเมื่อได้รับฟังสิ่งที่สมาชิกท่านนั้นได้นำมาเสนอนี้ ผมคิดว่าถ้าหากโครงการนี้เกิดขึ้นได้จริง ก็จะสร้างเห็นผลประโยชน์ต่อทุกประเทศอย่างใหญ่หลวงจริง ๆ ครับ ในยุคนี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่า เป็นโลกยุคโลกาภิวัตน์และการเชื่อมโยงระหว่างภูมิภาค ที่สามารถสร้างพลังผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทาง เศรษฐกิจ ครั้งใหญ่ ดังนั้นการเปลี่ยนจากการค้าชายแดนแบบดั้งเดิม ไปสู่การสร้าง “Logistics Hub” เชิงยุทธศาสตร์ จึงเป็นก้าวสำคัญ และมีพื้นที่หนึ่งที่กำลังเปล่งประกายด้วยศักยภาพที่ไม่เคยมีมาก่อน นั่นคือพื้นที่ชายแดนอำเภอแม่สาย -เมืองท่าขี้เหล็ก ด้วยตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่โดดเด่น พื้นที่นี้น่าจะกลายเป็น “จุดบรรจบ” ใน อนาคต ที่เชื่อมโยงตลาดขนาดใหญ่ 5 แห่งเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ ได้แก่ ประเทศไทย สาธารณรัฐประชาชนจีน อินเดีย เมียนมา และ ลาว การลงทุนเชิงยุทธศาสตร์ในพื้นที่นี้ จึงไม่เพียงแต่เป็นการอำนวยความสะดวกทางการค้า แต่จะเป็นการ “สร้างตลาดใหม่” ที่มีประชากรรวมกันหลายร้อยล้านคนเลยทีเดียวจะเห็นว่าศักยภาพและแรงขับเคลื่อนจากโครงสร้างพื้นฐานของความร่วมมือ ยุทธศาสตร์การสร้าง Logistics Hubในพื้นที่เมืองท่าขี้เหล็ก-อำเภอแม่สาย ย่อมมีรากฐานมาจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้น ซึ่งเป็น “ปัจจัยขับเคลื่อน” สำคัญในการปลดล็อกศักยภาพของภูมิภาค เช่น แรงขับเคลื่อนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน จากการที่ผมได้เคยไปร่วมประชุมเชิงวิชาการมาที่เมืองยวี่ซี เมื่อเดือนที่ผ่านมา ได้รับรู้ว่าประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน กำลังเร่งพัฒนาเมืองยวี่ซี ที่อยู่ทางตอนใต้ของคุนหมิง เป็นสัญญาณชัดเจนว่า เขากำลังรีบเร่งในการสร้างฐาน โลจิสติกส์ เพื่อรองรับการค้ากับอาเซียน ดังนั้น Hub นี้ จึงสามารถใช้ทางหลวง R3A และ R3B เชื่อมเข้าสู่มณฑลยูนนาน รวมถึงเชื่อมต่อไปยัง ทางรถไฟจีน-สปป.
ลาวได้อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ประเทศไทยเรา ก็มีโครงการเปลี่ยนโลกของไทย ด้วยรถไฟรางคู่สายเด่นชัย–เชียงของ ซึ่งถ้าหากแล้วเสร็จ จะเชื่อมภาคเหนือของไทยเข้ากับโครงข่ายรถไฟแห่งชาติจีน จะทำให้ Hub ที่ท่าขี้เหล็ก-แม่สาย ทำให้สามารถส่งสินค้าขนาดใหญ่ ไปยังท่าเรือหลักในภาคกลางและภาคตะวันออกของไทยได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำลงนั่นเอง การเชื่อมโยงเอเชียใต้ของจีน โดยผ่านเมืองท่าขี้เหล็ก ที่ตั้งอยู่บนเส้นทางที่มีศักยภาพในการเป็น “จุดเริ่มต้น”ของการขนส่งสินค้าจากไทยไปยังอินเดีย ผ่านโครงการ Trilateral Highway ซึ่งขยายขอบเขตการค้าจากอาเซียนเข้าสู่เอเชียใต้ในอนาคตอย่างแท้จริง ดังนั้น ในอนาคตถ้าหากแนวคิดนี้บังเกิดผล บทบาทเชิงยุทธศาสตร์ของ Logistics Hub ที่เมืองท่าขี้เหล็ก-อำเภอแม่สาย จะไม่ได้ทำหน้าที่เป็นเพียงจุดผ่านแดน แต่เป็นศูนย์กลางที่มีบทบาทเชิงรุกในการจัดการและกระจายสินค้า นั่นจะหมายถึงการเป็นศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้า ซึ่งจะทำหน้าที่จัดเก็บ และกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคจากไทย เข้าสู่ตลาดรัฐฉานและเมียนมาตอนบน ในทางกลับกันก็จะทำหน้าที่รวบรวมผลผลิตทางการเกษตรและสินค้าแปรรูปจากเมียนมาตอนบน เพื่อเตรียมส่งออกอย่างรวดเร็วไปยังตลาดจีน และส่งลงสู่ระบบรางของไทย อีกทั้งยังเป็นศูนย์เปลี่ยนถ่ายรูปแบบการขนส่ง ที่จะทำหน้าที่เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายระหว่างการขนส่งทางถนน ในเมียนมา-สปป.ลาว เข้าสู่ระบบการขนส่งทางถนนและทางรางในประเทศไทย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็ว ในการเข้าถึงท่าเรือและตลาดใหญ่ได้อีกด้วยครับ อย่างไรก็ตาม ก็ยังมีข้อกำหนดอื่น ๆ เช่น การบริหารจัดการความเสี่ยงและการดำเนินงานที่ยืดหยุ่น เพราะการดำเนินงานในพื้นที่ที่มีความผันผวนสูง จำเป็นต้องมีการวางแผนการบริหารจัดการความเสี่ยง และความยืดหยุ่นในการดำเนินงาน ในระดับสูงเลยทีเดียว นอกจากนี้ ยังต้องมีกลยุทธ์การลดความเสี่ยงด้านความมั่นคง และแนวคิด Hub and Spoke ใช้ “Hub สองทาง” โดยให้เมืองท่าขี้เหล็ก เป็น Mini-Hub สำหรับการรวบรวมสินค้าในพื้นที่เมียนมาเท่านั้น ขณะที่ อำเภอแม่สาย ควรจะเป็น Major-Hub ที่รับผิดชอบกิจกรรมมูลค่าสูง และมีความเสี่ยงต่ำกว่า เช่น การจัดการเอกสาร-พิธีการศุลกากร ซึ่งช่วยแยกความเสี่ยงด้านการลงทุนขนาดใหญ่จากฝั่งเมียนมา แน่นอนว่าจำเป็นต้องมีแผนฉุกเฉินในการขนส่ง เพื่อเตรียมแผนสำรองในการใช้เส้นทางการขนส่งอื่น ๆ ทันที เมื่อเกิดการปะทะกันตามชายแดนหรือด่านปิด โดยอาจพิจารณาการใช้ด่านการค้าอื่น ๆ หรือเส้นทางภายใน ที่ได้รับการรับรองความปลอดภัยอย่างแน่นหนา การรับมือกับความผันผวนด้านกฎระเบียบและนโยบาย จะต้องมีพันธมิตรเชิงรุกในท้องถิ่น ในการร่วมมือกับพันธมิตรที่มีความน่าเชื่อถือในพื้นที่ เป็นสิ่งจำเป็น พวกเขาจะทำหน้าที่เป็น “ผู้แจ้งเตือนล่วงหน้า” สำหรับการเปลี่ยนแปลงนโยบายด้านภาษี ศุลกากร และกฎระเบียบการค้าใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อในประเทศเมียนมา เพราะเขาจะเคยชินจนเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปเสียแล้ว นอกจากนี้การลงทุนแบบมีขั้นตอน และถูกต้องตามกฎหมายของประเทศสมาชิกที่จะร่วมดำเนินการ โดยควรจะหลีกเลี่ยงการลงทุนขนาดใหญ่ในสินทรัพย์ถาวรทันทีในฝั่งเมียนมา โดยเน้นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีความยืดหยุ่นสูงและสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย ในช่วงเริ่มต้น และการจัดการสินค้าที่มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเน้นสินค้าที่มีมูลค่าเพิ่ม อีกทั้งต้องให้ความสำคัญกับการขนส่งสินค้า ที่สร้างมูลค่าเพิ่มสูง เช่น การใช้ระบบควบคุมอุณหภูมิ สำหรับสินค้าเกษตรส่งออกไปยังจีน เพื่อให้ต้นทุนการขนส่งและความเสี่ยงที่มีความคุ้มค่ากับผลกำไร และหากมีการบูรณาการด้านเทคโนโลยี ด้วยการติดตั้งระบบติดตามและบริหารจัดการการขนส่ง และระบบติดตามสินค้า มาใช้ เพื่อติดตามสถานะของรถบรรทุกและสินค้าแบบเรียลไทม์ ซึ่งช่วยให้สามารถประเมินความปลอดภัย และเวลาที่ใช้ในการขนส่ง ได้อย่างแม่นยำแม้ในสภาวะที่มีความไม่แน่นอนนั่นเองครับ การสร้าง Logistics Hub บนสี่เหลี่ยมเศรษฐกิจ ที่เมืองท่าขี้เหล็ก-อำเภอแม่สาย ไม่ใช่แค่เป็นการมองหาโอกาส แต่คือการ “วางเดิมพันในอนาคตของเอเชีย” การผสานรวมโครงสร้างพื้นฐานใหม่ของประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีนและประเทศไทย เข้ากับจุดเชื่อมต่อทางบกที่มีอยู่ น่าจะทำให้เกิดพลังทางเศรษฐกิจที่ยิ่งใหญ่ ยุทธศาสตร์ก้าวต่อไป คือการผลักดันความร่วมมือภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะการเจรจาเพื่อให้เกิดการอำนวยความสะดวก ในการขนส่งข้ามพรมแดน อย่างเต็มรูปแบบ เช่น การลดขั้นตอนการตรวจปล่อยสินค้า และการอนุญาตให้รถขนส่งสามารถวิ่งข้ามแดนได้สะดวกยิ่งขึ้น ถ้าหาก Logistics Hub แห่งนี้เกิดขึ้นได้จริง ก็จะทำหน้าที่เป็นกุญแจสำคัญ ที่เปิดประตูการค้าไปสู่ประชากรนับหลายร้อยล้านคนใน 5 ประเทศ อีกทั้งยังทำให้สินค้าไทยมีช่องทางใหม่ในการเข้าถึงตลาดใหญ่ และช่วยให้ภูมิภาคนี้กลายเป็นศูนย์กลางการเติบโตทางเศรษฐกิจที่มิอาจมองข้ามได้ครับ
เศรษฐกิจ อนาคต กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ เมียงมอง เมียนมา
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
รบ.พร้อมโชว์ศักยภาพการแพทย์ใน 'World Expo 2025 Osaka Kansai' ดันไทยป็น 'Medical Hub' ของโลกโฆษกรัฐบาล เผยรัฐบาลพร้อมแสดงศักยภาพด้านการแพทย์สู่สากล ณ World Expo 2025 Osaka Kansai เดินหน้าผลักดันไทยสู่การเป็น Medical Hub ของโลก วันที่ 26 มี.ค.
Read more »
โฆษก รบ.แจงข่าว Tomorrowland จัดในไทยปี 69 แค่สรุปเบื้องต้น ยังไม่ได้ตกลงอย่างเป็นทางการนายชัย วัชรงค์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โพสต์ทวิตเตอร์ ระบุว่า “ฝ่ายหนึ่งทำงานทุ่มเทด้วยทัศนคติเชิงบวก หวังปั้นให้ประเทศไทยเป็น Music Festival Hub ระดับโลก หลังจากได้มีการพูดคุยเจรจาจนเห็นสัญญาณบวกว่ามีความเป็นไปได้สูง จึงออกมาใ
Read more »
'เศรษฐา' อัพเดตคืบหน้า 'สนามบินเพชรหัวหิน'“เศรษฐา” ตรวจความคืบหน้า สนามบินเพชรหัวหิน ระบุ มีความคืบหน้าไปมาก เดินหน้าสู่ เป็น Aviation Hub และ Tourism Hub
Read more »
ททท.จับมือ LINE ดันประเทศไทยเป็น Tourism Hub ภายใต้กิจกรรม LINE Event Hubททท.จับมือ LINE ดันประเทศไทยเป็น Tourism Hub ภายใต้กิจกรรม LINE Event Hub จัดเต็มโปรโมชั่นสุด WOW สิทธิพิเศษส่วนลด 1,000 สถานประกอบการ
Read more »
BDMS Wellness Clinic ผนึก 'ศรีพันวา ภูเก็ต-โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต' สร้างประสบการณ์ Scientific Wellness ระดับ 6 ดาวครั้งแรกในไทยเมื่อความเป็นเลิศด้านสุขภาพบรรจบการพักผ่อนระดับลักชัวรี! บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก (BDMS Wellness Clinic) ศูนย์สุขภาพเชิงป้องกันของประเทศไทย สานต่อความมุ่งมั่นในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็น Wellness Hub ระดับโลก ภายใต้ Project “Phuket Wellness Hub” ผนึกกำลังโรงแรมศรีพันวา ภูเก็ต และโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต...
Read more »
เทศกาลศิลปะเปิดตัว TEA Art Hub ( Thai East Asian Art Hub )เทศกาลศิลปะเปิดตัว TEA Art Hub ( Thai East Asian Art Hub ) พื้นที่สร้างสรรค์แห่งใหม่ในโกดังหลัง KingSquare Community ย่านพระรามสาม ที่พร้อมพาคุณก้าวสู่โลกของศิลปะ ภาพยนตร์ แอนิเมชัน และการแสดงสด ที่ผสานแรงบันดาลใจจากญี่ปุ่นและเอเชียตะวันออก เข้ากับพลังสร้างสรรค์ร่วมสมัยของไทย “Poetic Machines & Paper Heroes: From Quiet Determination to Daring...
Read more »
