จับตา ลางร้าย เศรษฐกิจไทย? หลัง Moodys ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือ (Outlook) เป็นลบ (Negative) ครั้งแรกในรอบ 17 ปี อาจจะนำไปสู่การปรับลดอันดับเครดิต ( Credit Rating) ของประเทศ และบริษัทจัดอันความน่าเชื่อถือระดับโลกรายอื่นๆ อาจจะทบทวนปรับมุมมองแนวโน้มของไทยด้วยหรือไม่...
กลายเป็นประเด็นร้อน เมื่อ Moody’s รายงานผลการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย เมื่อปลายเดือนที่ผ่านมา โดยได้คงอันดับความน่าเชื่อถือ ที่ระดับ Baa1 และปรับมุมมองความน่าเชื่อถือ ที่ Negative Outlook นับเป็นครั้งแรกในรอบ 17 ปี หรือตั้งแต่ธันวาคม 2551 ในช่วงของวิกฤตการเงินโลก หรือ วิกฤต Subprime การปรับมุมมองความน่าเชื่อถือเป็นลบครั้งนี้ ประเด็นที่ Moody’s เป็นกังวลคือ “การเติบโตของเศรษฐกิจประเทศไทย” ยังช้ากว่าประเทศในกลุ่มอันดับความน่าเชื่อถือเดียวกัน นับตั้งแต่การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 และเศรษฐกิจไทยยังคงมีความอ่อนไหวต่อการรองรับผลกระทบจากเหตุการณ์ที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ อาทิ การจัดเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ ซึ่งอาจส่งผลให้เศรษฐกิจไทยยังคงอยู่ภายใต้ความไม่แน่นอนในระดับสูง และสถานการณ์ดังกล่าวอาจทำให้กระบวนการเข้าสู่ความสมดุลทางการคลังของไทยล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ในกรอบวินัยการคลังระยะปานกลาง ที่ได้จัดทำไว้ก่อนหน้า ท่ามกลางความท้าทายเชิงโครงสร้าง ซึ่งประเทศไทยกำลังเผชิญกับความท้า ด้านประชากรที่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ การเติบโตของผลิตภาพการผลิต ที่อยู่ในระดับต่ำ รวมถึงขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ขณะที่ นายพชร อนันตศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ มองว่าการปรับลดมุมมอง ความน่าเชื่อถือของ Moody’s เป็นตามรอบการออกรายงานประจำปีในรอบทุก 12 – 18 เดือน โดยรอบนี้เป็นการปรับลด Outlook จาก Stable เป็น Negative ครั้งแรกในรอบ 17 ปี หรือตั้งแต่ปี 2551 ในช่วงนั้น Outlook ของไทยถูกปรับลดลงเนื่องมาจากวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ และเหตุความไม่สงบทางการเมือง แต่หลังจากนั้นไทยใช้เวลา 2 ปีกว่าก็กลับมาที่สถานะ Stable อีกครั้ง และได้รับการปรับขึ้นเป็น Positive ในเดือนกรกฎาคม 2562 ก่อนจะถูกปรับลดลงเป็น Stable อีกครั้งในเมษายน 2563 นอกจากนี้ยังได้ให้ข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีที่ Moody’s กังวลว่าเศรษฐกิจไทยมีความจำเป็นต้องกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง จากนโยบายการจัดเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ทำให้เศรษฐกิจไทยชะลอตัวลง ซึ่งคาดว่ารัฐบาลจะจัดเก็บรายได้ภาษีไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ส่งผลให้แผนการเข้าสู่สมดุลทางการคลัง มีความล่าช้านั้น รัฐบาลได้วางแผนการปฏิรูปโครงสร้างภาษีเพื่อเพิ่มรายได้ของภาครัฐ ลดภาระทางการคลังในระยะปานกลางและระยะยาว รวมถึงเพิ่มพื้นที่ทางการคลังในการรองรับเหตุการณ์ผันผวนในอนาคตได้อย่างเพียงพอ "หากในปีนี้ GDP ปรับลดลงเหลือร้อยละ 2 หนี้สาธารณะจะแตะเพดานร้อยละ 70 ในปี 2570 และ แต่ยืนยันว่าการเติบโตของ GDP ในระดับนี้เรายังสามารถบริหารจัดการหนี้สาธารณะได้" ผู้อำนวยการ สบน.
และว่ายังต้องมีการปรับแผนการคลังระยะปานกลางให้สอดคล้องกับความเป็นจริงต่อไป ทั้งนี้ ตามแผนการคลังระยะปานกลางที่จัดทำไว้ในช่วงเดือน ก.พ. 2568 ก่อนจะมีมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คาดว่า GDP ไทยปี 2568 จะเติบโตที่ร้อยละ 3 และปี 2569 คาด GDP จะเติบโตที่ร้อยละ 2.9-3.0 ซึ่งภายใต้การเติบโตของ GDP ในระดับนี้หนี้สาธารณะอีก 4 ปีข้างหน้าจะอยู่ที่ร้อยละ 69 ต่อ GDP จับตา"ลางร้าย" เศรษฐกิจไทย? หลัง Moody's ปรับมุมมองความน่าเชื่อถือ เป็นลบ ครั้งแรกในรอบ 17 ปี อาจจะนำไปสู่การปรับลดอันดับเครดิต ของประเทศ และบริษัทจัดอันความน่าเชื่อถือระดับโลกรายอื่นๆ อาจจะทบทวนปรับมุมมองแนวโน้มของไทยด้วยหรือไม่ ขณะที่ไทยมีระยะเวลานานแค่ไหนในการปรับตัวเพื่อให้สถานการณ์ไม่แย่ลง และว่ายังต้องมีการปรับแผนการคลังระยะปานกลางให้สอดคล้องกับความเป็นจริงต่อไป ทั้งนี้ ตามแผนการคลังระยะปานกลางที่จัดทำไว้ในช่วงเดือน ก.พ. 2568 ก่อนจะมีมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ทางสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คาดว่า GDP ไทยปี 2568 จะเติบโตที่ร้อยละ 3 และปี 2569 คาด GDP จะเติบโตที่ร้อยละ 2.9-3.0 ซึ่งภายใต้การเติบโตของ GDP ในระดับนี้หนี้สาธารณะอีก 4 ปีข้างหน้าจะอยู่ที่ร้อยละ 69 ต่อ GDP ด้าน “นางสาวแพทองธาร ชินวัตร” นายกรัฐมนตรี ปาฐกถาพิเศษในหัวข้อ ‘ภารกิจพลิกฟื้นเศรษฐกิจ : Mission Thailand’ ที่จัดโดยทาง TNN 16 ได้กล่าวถึงกรณีที่ Moody’s ออกมาปรับอันดับความน่าเชื่อถือของไทยว่า “ถือเป็นเพียงมุมมอง” ไม่ใช่การให้คะแนนหรือให้เรตติ้ง และไม่ได้หมายความว่าประเทศไทยขาดความเชื่อมั่น ซึ่งปัจจัยหนึ่งในการวัดของ Moody’s มาจากกำแพงภาษีสหรัฐฯ ที่ทั่วโลกเจอเหมือนกัน และในปี 2551 เราเคยถูกปรับลดและปรับขึ้นกลับมาได้แล้ว ทั้งนี้ สิ่งที่ Moody’s ใช้ในการพิจารณา คือ ศักยภาพในการเติบโต, ความปั่นป่วนของนโยบายเมื่อมีเรื่องกำแพงภาษีของสหรัฐฯ, ภาระหนี้ต่อเนื่อง รวมถึงความขัดแย้งทางการเมือง ทำให้เป็นอุปสรรคต่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศเป็นไปได้ยากขึ้นหรือไม่ "นี่คือสิ่งที่เขามอง ซึ่งรัฐบาลต้องไม่ทำให้เขากังวล ได้เตรียมการทางเศรษฐกิจให้ผ่านมรสุมไปให้ได้ มุ่งการหาเงินเข้าประเทศทำให้มั่นใจว่า GDP เติบโตขึ้นร้อยละ 3-4 อย่างต่อเนื่อง" โดยมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ผลักดัน GDP ประเทศไทยให้สูงขึ้น และการกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย สร้างโอกาสและการหากิน ถือเป็นการต่อลมหายใจให้ธุรกิจรายเล็กสามารถดำรงอยู่ต่อได้ ส่วนมาตรการระยะกลาง และมาตรการระยะยาว เช่น การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ที่ต้องการเชื่อมโยงประเทศไทยกับโลกเข้าหากัน รวมถึงการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ อย่างไรก็ดี การที่ไทยถูก Moody’s ปรับ Outlook เป็นลบในครั้งนี้ นักเศรษฐศาสตร์หลายสำนักมองว่าเป็น"สัญญาณเตือน" ที่ไม่ควรมองข้าม เพราะอาจเป็น “ลางร้าย” ที่อาจนำไปสู่การลดอันดับความน่าเชื่อถือ ลงได้ในอนาคต จึงต้องจับตามองใกล้ชิด เพราะ Moody’s ถือเป็นเจ้าแรกใน Ratings Agencies ใหญ่ของโลก ที่เริ่มนำร่องปรับเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับไทยในรอบนี้ ขณะที่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือรายอื่นๆ ยังไม่มีการทบทวน อาทิ Fitch Ratings คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ณ ระดับมีเสถียรภาพ S&P Global Ratings คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทย ที่ BBB+ และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับมีเสถียรภาพ และ บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ Rating and Investment Information, Inc. คงอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ A- และคงมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยที่ระดับมีเสถียรภาพ ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า มีความเป็นไปได้ที่บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถืออื่น ๆ อาจทบทวนแนวโน้มอันดับเครดิตของไทยตามมาด้วยเหตุผลที่คล้ายคลึงกัน เพียงแต่ในระหว่างนี้ไทยอาจยังมีเวลาราว 6 เดือน ถึง 1 ปี เพื่อวางแนวทางรับมือผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ทั้งปัจจัยเฉพาะหน้าจากประเด็นการปรับขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และปัจจัยเสี่ยงเชิงโครงสร้างที่มีอยู่เดิมของเศรษฐกิจไทย ทั้งหนี้ครัวเรือนสูง ขีดความสามารถทางการแข่งขันของธุรกิจไทย และสถานะทางการคลัง ด้าน “ดร.กอบศักดิ์ ภู่ตระกูล” กรรมการรองผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ ออกมาแสดงความเห็นสอดคล้องกันว่าการปรับเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับไทยในรอบนี้ของ Moody’s มีนัย “เป็นการเตือนประเทศไทย” เพราะสำหรับ Moody’s นั้น Negative Outlook เป็นก้าวแรก ที่อาจจะนำไปสู่การลด Rating ลงได้ในอนาคต และ “ดร.พิพัฒน์ เหลืองนฤมิตชัย” หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ KKP Research โดยกลุ่มธุรกิจการเงิน เกียรตินาคินภัทร ก็ออกมาแสดงความเห็นสอดคล้องกันว่า นี่คือ “คำเตือนเสียงดังๆ” จากหนึ่งในสถาบันจัดอันดับชั้นนำของโลกเราควรรับฟัง จึงควรใช้โอกาสนี้ทบทวนว่า "นโยบายการคลังของไทย” โดยหาวิธีใช้เงินที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และ ต้องมีแผน"ลดหนี้" ที่น่าเชื่อถือ ทั้งลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็น ลดการรั่วไหล และขยายฐานภาษี ปรับอัตราภาษีบางประเภท เพื่อบรรลุเป้าหมายทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจได้ และ รักษาความน่าเชื่อถือทางการคลังในระยะยาว อย่ารอให้ถูกปรับอันดับเครดิตจริง ๆ แล้วค่อยขยับ ทั้งนี้ หลัง Moody's ปรับลดมุมมองแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไทยไปเพียงหนึ่งวัน วันต่อมาก็ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของสถาบันการเงิน 7 แห่งของไทยเป็น"เชิงลบ" จาก"มีเสถียรภาพ" ได้แก่ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารกสิกรไทย จำกัด ธนาคารกรุงไทย จำกัด ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด บริษัท เอสซีบี เอ็กซ์ จำกัด และธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด สะท้อนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและการคลังของประเทศไทยที่อ่อนแอลง ท่ามกลางภาษีศุลกากรใหม่ของสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกที่เพิ่มมากขึ้น นี่คือ"ลางร้าย" หรือไม่ เป็นโจทย์ที่ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องต้องเร่งแก้ไขก่อนจะนำไปสู่การทบทวนมุมมองแนวโน้มของบริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือรายอื่นๆ และก่อนจะลุกลามไปสู่การปรับลดเครดิตประเทศในระยะต่อไป
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ด่วน มูดี้ส์ ปรับแนวโน้มเครดิตเรตติ้ง 'ไทย' สู่ ‘เชิงลบ’ ห่วงศักยภาพเติบโตลดลง-แรงกดดันหนี้สาธารณะมูดี้ส์ปรับมุมมองไทยเป็น 'เชิงลบ' จาก 'มีเสถียรภาพ' แต่ยังคงอันดับ Baa1 หลังประเมินผลกระทบภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ต่อการส่งออกและการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทย ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 2568 เหลือ 2% จาก 2.9% ท่ามกลางภาระหนี้รัฐที่เพิ่มขึ้นเป็น 56% ของ GDP
Read more »
มูดี้ส์หั่นมุมมองเครดิต ไทย สู่ เชิงลบมูดี้ส์ คงอันดับความน่าเชื่อถือ ไทย แต่ปรับลดมุมมองอันดับเครดิตสู่ เชิงลบ ปมกำแพงภาษีซ้ำเติมเศรษฐกิจ
Read more »
รัฐบาล โต้ มูดี้ส์ ปรับเรตติ้ง ไทย “ติดลบ” ชี้ เร็วเกินไป ไทยโตได้อีกติดตามข่าวอีจัน ข่าวเกาะติดกระแส ข่าวล่าสุด คลิปข่าวล่าสุด ข่าวร้อนล่าสุด อีจันบันเทิง อาชญากรรม คดีดัง สืบสวนสอบสวน ข่าววันนี้ ทันทุกเหตุการณ์ ทุกเรื่องเด่น ทุกประเด็นร้อน อัพเดทข่าวสด รู้ข่าวสารก่อนใคร
Read more »
'มูดี้ส์' หั่น Outlook ไทย 'สบน.' โต้เศรษฐกิจยังแกร่ง ทุนสำรองสูง-หนี้มั่นคง พร้อมรับมือภาษีทรัมป์-ศก.โลกผันผวน'มูดี้ส์' หั่น Outlook ไทย 'สบน.' โต้เศรษฐกิจยังแกร่ง ทุนสำรองสูง-หนี้มั่นคง พร้อมรับมือภาษีทรัมป์-ศก.
Read more »
นายกฯแจงรัฐพร้อมเร่งเครื่องศก. - ลงทุน หลังมูดี้ส์ลด Outlook ไทยนายกฯ แพทองธาร ชี้ “มูดี้ส์ ” ลดแนวโน้มความเชื่อถือไทย ชี้เป็นเพียงมุมมอง ไม่ใช่การให้คะแนน รับเตรียมมาตรการทางเศรษฐกิจฝ่ามรสุมเร่งเครื่องยนต์ประคองเศรษฐกิจไทย
Read more »
รู้จัก 'มูดี้ส์ เรทติ้งส์' สถาบันจัดอันดับเครดิตยักษ์ใหญ่ อายุกว่า 100 ปีหลังจากที่ 'บริษัท มูดี้ส์ เรทติ้งส์' ออกมาประกาศปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของ 'ไทย' สู่ระดับเชิงลบ จากเดิมระดับ 'มีเสถียรภาพ' แต่ยังคงอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้สกุลเงินบาทแบบไม่มีหลักประกันของไทยที่ระดับ Baa1 และคงอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้ระยะสั้นสกุลเงินต่างประเทศของไทยที่ระดับ P-2 โดย มูดี้ส์ ระบุว่า...
Read more »
