มาสด้า ประกาศแผนลงทุน 5,000 ล้านบาท ในประเทศไทย เพื่อผลิต B-SUV Mild Hybrid (MHEV) 1 แสนคันต่อปี ส่งออกทั่วโลก นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า นายมาซาฮิโร โมโร (Mr. Masahiro Moro) President and CEO ของบริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี และประกาศแผนขยายการลงทุนในไทยเพิ่มเติม มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท โดยจะใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหลักของรถยนต์อเนกประสงค์ B-SUV แบบ Mild Hybrid (MHEV) ซึ่งเป็นรถยนต์แบบผสมที่ใช้เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า
มาสด้าประกาศแผนลงทุน MHEV 5,000 ล้านบาท ตั้งเป้าผลิต 1 แสนคัน บีโอไอ ย้ำไทยผู้นำฐานผลิตยานยนต์แห่งอนาคตทุกเซกเมนต์ของภูมิภาค นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เปิดเผยว่า นายมาซาฮิโร โมโร President and CEO ของบริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี และประกาศแผนขยายการลงทุนในไทยเพิ่มเติม มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท โดยจะใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหลักของรถยนต์อเนกประสงค์ B-SUV แบบ Mild Hybrid ซึ่งเป็นรถยนต์แบบผสมที่ใช้เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ตั้งเป้าผลิต 1 แสนคันต่อปี เพื่อส่งออกไปทั่วโลก ซึ่งการขยายการลงทุนของมาสด้าในครั้งนี้ เป็นผลจากการที่คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้เห็นชอบ “มาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า” เมื่อเดือนธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับการผลิตรถยนต์ Hybrid เหลือร้อยละ 6 - 9 และรถยนต์ Mild Hybrid เหลือร้อยละ 10 - 12 มีผลตั้งแต่เริ่มใช้โครงสร้างภาษีใหม่เป็นเวลา 7 ปี ประกอบกับบีโอไอ ได้ออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยให้สิทธิประโยชน์พิเศษกับผู้ผลิตรถยนต์ทุกประเภทที่มีการนำระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในสายการผลิตด้วย “การขยายการลงทุนของมาสด้า เพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหลักของรถยนต์ประเภท B-SUV ในครั้งนี้ ตอกย้ำความเชื่อมั่นที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทย และความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ทุกประเภท ให้สามารถเติบโตและเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการรักษาและพัฒนาต่อยอดกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนในซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมยานยนต์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค” นายนฤตม์ กล่าว นายมาซาฮิโร โมโร President and CEO บริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า มาสด้าในประเทศไทยมีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 70 ปี ซึ่งนอกจากบริษัท มาสด้า เซลส์ และเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์มาสด้าแล้ว มาสด้ายังได้มีการลงทุนสร้างฐานการผลิตในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยได้ก่อตั้งโรงงานAutoAlliance ที่จังหวัดระยอง เมื่อปี 2538 เพื่อผลิตรถยนต์นั่งและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ และได้ก่อตั้งโรงงาน Mazda Powertrain Manufacturing Thailand ที่จังหวัดชลบุรี เมื่อปี 2558 เพื่อผลิตเครื่องยนต์และเกียร์อัตโนมัติ ซึ่งทั้งสองโรงงานเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งเสริมให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดศูนย์กลางในการผลิตรถยนต์มาสด้าและชิ้นส่วน เพื่อจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก“วันนี้มาสด้าได้ก้าวไปอีกขั้น เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการเพิ่มเงินลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ B-SUV ของมาสด้า ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการช่วยขับเคลื่อน ประหยัดพลังงาน ลดมลภาวะ และความปลอดภัยในระดับมาตรฐานสากล ตั้งเป้าการผลิต 1 แสนคันต่อปี เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น กลุ่มอาเซียน และประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก โดยการลงทุนนี้จะครอบคลุมทั้งในส่วนของการประกอบรถยนต์ และการผลิตชิ้นส่วนสำคัญ ทั้งเครื่องยนต์ เกียร์ และแบตเตอรี่ พร้อมเร่งลงทุนเพื่อให้เริ่มผลิตได้ในปี 2570 รองรับความต้องการรถยนต์พลังงานใหม่ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศให้สามารถรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้วย นี่คือจุดเริ่มต้นของการลงทุนเพิ่มเติมครั้งใหญ่สำหรับประเทศไทยเพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของมาสด้า ภายใต้แนวทาง Multi-Solution ซึ่งตอกย้ำถึงพันธกิจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างมาสด้ากับประเทศไทย ที่ดำเนินมายาวนานหลายทศวรรษ และแสดงให้เห็นถึงการมีส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย” นายมาซาฮิโร กล่าว ทั้งนี้ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา บอร์ดอีวี ได้เห็นชอบ “มาตรการสนับสนุนรถยนต์ Mild Hybrid ” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเซกเมนต์ที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับโลก โดยได้กำหนดสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการลงทุน ดังนี้ ต้องมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สูงสุดไม่เกิน 120 g/km การปล่อย CO2 ไม่เกิน 100 g/km กำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 10 การปล่อย CO2 ตั้งแต่ 101 – 120 g/km กำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 12 ต้องมีการลงทุนในไทยเพิ่มเติม โดยผู้ผลิตรถยนต์และบริษัทในเครือ ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2567 – 2569 และไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2567 – 2571 ต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตหรือประกอบในประเทศ โดยต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศตั้งแต่ปี 2569 และต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญ ได้แก่ Traction Motor หรือชิ้นส่วนที่มีลักษณะการทำงานเพื่อเสริมแรงขับเคลื่อน ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป ต้องมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ อย่างน้อย 4 จาก 6 ระบบ สำหรับสถิติการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ในปี 2567 มีจำนวน 309 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 102,366 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการลงทุนผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทต่างๆ ทั้ง BEV, HEV และ ICE การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ยางล้อรถยนต์และอากาศยาน แบตเตอรี่ สถานีอัดประจุไฟฟ้าและสถานีบริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่.
มาสด้าประกาศแผนลงทุน MHEV 5,000 ล้านบาท ตั้งเป้าผลิต 1 แสนคัน บีโอไอ ย้ำไทยผู้นำฐานผลิตยานยนต์แห่งอนาคตทุกเซกเมนต์ของภูมิภาค นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน เปิดเผยว่า นายมาซาฮิโร โมโร President and CEO ของบริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ได้เข้าเยี่ยมคารวะนายกรัฐมนตรี และประกาศแผนขยายการลงทุนในไทยเพิ่มเติม มูลค่ากว่า 5,000 ล้านบาท โดยจะใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหลักของรถยนต์อเนกประสงค์ B-SUV แบบ Mild Hybrid ซึ่งเป็นรถยนต์แบบผสมที่ใช้เครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า ตั้งเป้าผลิต 1 แสนคันต่อปี เพื่อส่งออกไปทั่วโลก ซึ่งการขยายการลงทุนของมาสด้าในครั้งนี้ เป็นผลจากการที่คณะกรรมการนโยบายยานยนต์ไฟฟ้าแห่งชาติ ที่มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ได้เห็นชอบ “มาตรการสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า” เมื่อเดือนธันวาคม 2567 ที่ผ่านมา โดยปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตสำหรับการผลิตรถยนต์ Hybrid เหลือร้อยละ 6 - 9 และรถยนต์ Mild Hybrid เหลือร้อยละ 10 - 12 มีผลตั้งแต่เริ่มใช้โครงสร้างภาษีใหม่เป็นเวลา 7 ปี ประกอบกับบีโอไอ ได้ออกมาตรการส่งเสริมการลงทุนเพื่อยกระดับอุตสาหกรรมยานยนต์ โดยให้สิทธิประโยชน์พิเศษกับผู้ผลิตรถยนต์ทุกประเภทที่มีการนำระบบอัตโนมัติ หุ่นยนต์ และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาใช้ในสายการผลิตด้วย “การขยายการลงทุนของมาสด้า เพื่อใช้ไทยเป็นฐานการผลิตหลักของรถยนต์ประเภท B-SUV ในครั้งนี้ ตอกย้ำความเชื่อมั่นที่มีต่อศักยภาพของประเทศไทย และความมุ่งมั่นของรัฐบาลที่ต้องการส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์ทุกประเภท ให้สามารถเติบโตและเปลี่ยนผ่านไปสู่เทคโนโลยีใหม่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ควบคู่กับการรักษาและพัฒนาต่อยอดกลุ่มผู้ผลิตชิ้นส่วนในซัพพลายเชนของอุตสาหกรรมยานยนต์ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวสู่การเป็นผู้นำฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์แห่งอนาคตของภูมิภาค” นายนฤตม์ กล่าว นายมาซาฮิโร โมโร President and CEO บริษัท มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า มาสด้าในประเทศไทยมีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 70 ปี ซึ่งนอกจากบริษัท มาสด้า เซลส์ และเครือข่ายผู้จำหน่ายรถยนต์มาสด้าแล้ว มาสด้ายังได้มีการลงทุนสร้างฐานการผลิตในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยได้ก่อตั้งโรงงานAutoAlliance ที่จังหวัดระยอง เมื่อปี 2538 เพื่อผลิตรถยนต์นั่งและรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ และได้ก่อตั้งโรงงาน Mazda Powertrain Manufacturing Thailand ที่จังหวัดชลบุรี เมื่อปี 2558 เพื่อผลิตเครื่องยนต์และเกียร์อัตโนมัติ ซึ่งทั้งสองโรงงานเป็นรากฐานสำคัญที่ส่งเสริมให้ประเทศไทยกลายเป็นจุดศูนย์กลางในการผลิตรถยนต์มาสด้าและชิ้นส่วน เพื่อจำหน่ายภายในประเทศและส่งออกไปยังตลาดทั่วโลก“วันนี้มาสด้าได้ก้าวไปอีกขั้น เพื่อสนับสนุนให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ด้วยการเพิ่มเงินลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท ผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตรถยนต์ B-SUV ของมาสด้า ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการช่วยขับเคลื่อน ประหยัดพลังงาน ลดมลภาวะ และความปลอดภัยในระดับมาตรฐานสากล ตั้งเป้าการผลิต 1 แสนคันต่อปี เพื่อจำหน่ายในประเทศและส่งออกไปประเทศญี่ปุ่น กลุ่มอาเซียน และประเทศอื่น ๆ ทั่วโลก โดยการลงทุนนี้จะครอบคลุมทั้งในส่วนของการประกอบรถยนต์ และการผลิตชิ้นส่วนสำคัญ ทั้งเครื่องยนต์ เกียร์ และแบตเตอรี่ พร้อมเร่งลงทุนเพื่อให้เริ่มผลิตได้ในปี 2570 รองรับความต้องการรถยนต์พลังงานใหม่ที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งจะให้ความสำคัญกับการพัฒนาเครือข่ายผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศให้สามารถรองรับเทคโนโลยีใหม่ ๆ ด้วย นี่คือจุดเริ่มต้นของการลงทุนเพิ่มเติมครั้งใหญ่สำหรับประเทศไทยเพื่อผลิตรถยนต์ไฟฟ้าของมาสด้า ภายใต้แนวทาง Multi-Solution ซึ่งตอกย้ำถึงพันธกิจและความสัมพันธ์อันดีระหว่างมาสด้ากับประเทศไทย ที่ดำเนินมายาวนานหลายทศวรรษ และแสดงให้เห็นถึงการมีส่วนช่วยสนับสนุนการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศไทย” นายมาซาฮิโร กล่าว ทั้งนี้ เมื่อเดือนธันวาคมที่ผ่านมา บอร์ดอีวี ได้เห็นชอบ “มาตรการสนับสนุนรถยนต์ Mild Hybrid ” ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเซกเมนต์ที่ประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางการผลิตระดับโลก โดยได้กำหนดสิทธิประโยชน์และเงื่อนไขการลงทุน ดังนี้ ต้องมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ สูงสุดไม่เกิน 120 g/km การปล่อย CO2 ไม่เกิน 100 g/km กำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 10 การปล่อย CO2 ตั้งแต่ 101 – 120 g/km กำหนดอัตราภาษีสรรพสามิตร้อยละ 12 ต้องมีการลงทุนในไทยเพิ่มเติม โดยผู้ผลิตรถยนต์และบริษัทในเครือ ไม่น้อยกว่า 1,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2567 – 2569 และไม่น้อยกว่า 5,000 ล้านบาท ระหว่างปี 2567 – 2571 ต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญที่ผลิตหรือประกอบในประเทศ โดยต้องใช้แบตเตอรี่ที่ผลิตในประเทศตั้งแต่ปี 2569 และต้องใช้ชิ้นส่วนสำคัญ ได้แก่ Traction Motor หรือชิ้นส่วนที่มีลักษณะการทำงานเพื่อเสริมแรงขับเคลื่อน ตั้งแต่ปี 2571 เป็นต้นไป ต้องมีการติดตั้งระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ อย่างน้อย 4 จาก 6 ระบบ สำหรับสถิติการขอรับการส่งเสริมการลงทุนในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน ในปี 2567 มีจำนวน 309 โครงการ มูลค่าเงินลงทุนรวม 102,366 ล้านบาท ประกอบด้วยโครงการลงทุนผลิตยานยนต์ไฟฟ้าประเภทต่างๆ ทั้ง BEV, HEV และ ICE การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ยางล้อรถยนต์และอากาศยาน แบตเตอรี่ สถานีอัดประจุไฟฟ้าและสถานีบริการสับเปลี่ยนแบตเตอรี่
INVESTMENT MHEV Mazda THAILAND AUTOMOTIVE INDUSTRY
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
Mitsubishi XForce 1.6 HEV กำลังจะมา!Mitsubishi เตรียมเปิดตัว B-SUV รุ่น XForce 1.6 HEV ในประเทศไทย ราคาคาดการณ์อยู่ที่ 7 แสนบาท คู่แข่ง Toyota Yaris Cross
Read more »
14 ปี 'อิชิตัน' เดินเครื่องลุย 'น้ำด่าง-OEM' ดันเป้ารายได้ปีนี้ 9,500 ล้านบาท'อิชิตัน (ICHI)' ก้าวสู่ปีที่ 14 ตั้งเป้ารายได้ปี 2568 แตะระดับ 9,500 ล้านบาท ผ่านกลยุทธ์ 'บริหารต้นทุน-รักษาระดับมาร์จิ้น-ปันผลสม่ำเสมอ' พร้อมเดินเครื่อง 'อิชิตันน้ำด่าง - ผลิต OEM' หนุนผลงานเติบโต
Read more »
ร้านซูชิปิดตัว! แต่ 'ชินคันเซ็น ซูชิ' สู้ต้นทุนพุ่ง ยันยังไม่ขึ้นราคา l การตลาดเงินล้านชินคันเซ็น ซูชิ สู้ต้นทุนพุ่ง พร้อมรีแบรนด์ ปรับเมนู เพื่อตอบโจทย์ลูกค้า และรุกตลาดต่างจังหวัด สู่เป้ายอดขาย 5,000 ล้านบาท
Read more »
กฤษฎีกาเปิดใจ เกณฑ์การปรับสัดส่วนนายปกรณ์ ระบุว่า เกณฑ์การปรับสัดส่วน พิจารณาในแง่ของการลงทุนที่ต้อง 100,000 ล้าน และค่าใบอนุญาต อีก 5,000 ล้านบาท ซึ่งคณะกรรมการนโยบายจะพิจารณาจากแผนที่นักลงทุนเสนอ ขณะที่เรื่องนี้กฤษฎีกาทำตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งถ้ามีการเปลี่ยนแปลงก็ต้องแล้วแต่ นโยบายรัฐบาล
Read more »
'มาสด้า' ประกาศแผนลงทุน MHEV 5,000 ล้านบาท ตั้งเป้าผลิต 1 แสนคัน 'บีโอไอ' ย้ำไทยผู้นำฐานผลิตยานยนต์แห่งอนาคต'บีโอไอ' เผย 'มาสด้า' เข้าพบนายกรัฐมนตรีแพทองธาร ชินวัตร พร้อมประกาศแผนลงทุนกว่า 5,000 ล้านบาท ตามมาตรการส่งเสริม HEV/MHEV ที่บอร์ดอีวีเห็นชอบ หนุนไทยฐานผลิตรถยนต์ B-SUV ช่วยขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า ตั้งเป้าผลิต 1 แสนคันต่อปี ย้ำศักยภาพประเทศไทยเป็นผู้นำฐานผลิตและส่งออกยานยนต์แห่งอนาคตทุกเซกเมนต์ของภูมิภาค เมื่อวันที่ 13 ก.พ.
Read more »
มาสด้า มอเตอร์ เพิ่มทุน 5,000 ล้านบาท ผลิต MHEV 1 แสนคัน/ปี ฐานผลิตรถยนต์แห่งอนาคตมาสด้า มอเตอร์ ประกาศแผนขยายการลงทุนในไทย 5,000 ล้านบาท ผลิตรถยนต์ B-SUV Mild Hybrid (MHEV) 1 แสนคัน/ปี ส่งออกทั่วโลก. การลงทุนครั้งนี้สอดคล้องกับมาตรการสนับสนุน EV ของรัฐบาลไทย.
Read more »
