มหัศจรรย์เศรษฐกิจเมียนมา

เมียนมา News

มหัศจรรย์เศรษฐกิจเมียนมา
เศรษฐกิจคอลัมนิสต์กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์
  • 📰 Thansettakij
  • ⏱ Reading Time:
  • 233 sec. here
  • 10 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 113%
  • Publisher: 63%

มหัศจรรย์เศรษฐกิจเมียนมา คอลัมน์ เมียงมอง เมียนมา โดยกริช อึ้งวิฑูรสถิตย์

ในช่วงเดือนที่ผ่านมา น่าจะสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้ประกอบการทุกภาคส่วนอย่างมาก เพราะเป็นการปรับตัวที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติอย่างมาก ซึ่งเป็นเรื่องยากของธนาคารกลางของ เมียนมา ที่จะแก้ไขได้ ทำให้เราได้เห็นค่าเงินที่ต่ำสุดหรือที่เรียกว่าเกิดขึ้น ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเกิดจากผลพวงของการสู้รบทางด่านชายแดนเมียวดี-แม่สอด ระหว่างกลุ่มนักรบชนชาติพันธุ์กระเหรี่ยงหลายฝ่าย กับทหารรัฐบาล เมียนมา และสรุปโดยรวมว่า ทุกอย่างได้เข้าสู่ความสงบอีกครั้ง เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผลของการสู้รบครั้งนี้ สร้างความไม่ไว้วางใจให้แก่การค้าระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก จึงนำมาซึ่งการค้าชายแดนได้หยุดชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง แม้ว่าต่อมาจะกลับคืนมาบ้าง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปนั้นได้ นี่คือความโชคร้ายของประชาชน ที่ต้องมาแบกรับภาระที่เกิดขึ้นนั่นเองครับ ในช่วงของปลายเดือนที่ผ่านมา ผลจากการสู้รบทางด้านด่านชายแดนเมียวดีนั้น ได้สร้างความเสียหายที่มองไม่เห็นให้แก่ประเทศ เมียนมา อย่างมาก ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศ เมียนมา หลังจากถูกการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้า หรือการแซงชั่นจากชาติตะวันตก ทำให้การค้าระหว่างประเทศของ เมียนมา ลดลงอย่างมาก กทำให้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงอย่างมาก ทางการ เมียนมา จึงหวังพึ่งการค้าระหว่างประเทศมาชดเชยการลงทุน แต่ก็ยากที่จะทำได้ เพราะการแทรกแซงจากชาติตะวันตก ทำให้ เมียนมา ไม่สามารถที่จะทำการค้าระหว่างประเทศทำได้ จะมีเพียงชาติพันธมิตรของ เมียนมา บางประเทศ ที่ยังมีความสัมพันธ์พิเศษและประเทศที่มีชายแดนติดกับ เมียนมา เท่านั้น ที่ยังคงมีการค้าต่อกัน ไทยเป็นหนึ่งในประเทศเหล่านั้น ในช่วงวันที่ 24 -27 เมษายนที่ผ่านมา ตามที่ผมได้ไปเยือน เมียนมา และได้ไปพบกับทั้งภาคเอกชนและภาครัฐของ เมียนมา ก็ได้ยินจากปากของเขาว่า เขาต้องขอบคุณและชื่นชมประเทศไทย ที่ไม่ได้ทิ้งเขาไปอย่างไม่ใยดีเหมือนบางประเทศ ในขณะที่และส่วนใหญ่มาจากด่านชายแดนแม่สอด-เมียวดีนี่แหละครับ เมื่อปัญหาการสู้รบที่ส่งผลกระทบมาสู่การค้าระหว่างประเทศ จึงสร้างความเสียหายให้แก่การค้าระหว่างประเทศอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงส่งผลทางตรงไปยังเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างหนักหน่วง ผลดังกล่าวนำมาซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ที่ตกหล่นลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา จากเดิมที่เงินจ๊าดก็อ่อนค่าลงมากอยู่แล้ว เพราะในช่วงก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2021 อัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐต่อเงินจ๊าด เมียนมา อยู่ที่ 1: 1,340 ต่อมาหลังจากนั้นก็หล่นลงมาอยู่ที่ 1:1,380พอสถานการณ์ขาดแคลนเงินสกุลต่างประเทศหนักหน่วงมากขึ้นตามลำดับ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ก็ได้ดำดิ่งลงไปต่ำสุดที่ 1: 4,600 จ๊าด หลังจากนั้นก็มีการปรับตัวแข็งค่าขึ้น ทำให้ค่าเงินมาอยู่ที่ 3,200-3,500 จ๊าด ซึ่งก็ยืนอยู่มายาวนานเป็นระยะเวลาเกือบสองปี จนกระทั่งมาเกิดเหตุที่เมืองเมียวดีเมื่อเดือนเมษายน อัตราแลกเปลี่ยนก็ยืนระยะมาอยู่ประมาณนั้น แต่ต่อมาเข้าสู่เดือนพฤษภาคม โดยเฉพาะปลายเดือน ผมมาเริ่มสังเกตเห็นตอนปลายๆ แล้ว เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนมาอยู่ที่ 4,200 จ๊าด และเข้ามาถึงต้นอาทิตย์ ในวันที่ 28 พฤษภาคม อัตราแลกเปลี่ยนก็หล่นต่อ อยู่ที่ 4,250 และในวันที่ 29 พฤษภาคม อยู่ที่ 4,500-4,550 ซึ่งวันที่ 31 พฤษภาคมหรือเมื่อวานนี้ อัตราแลกเปลี่ยนตกลงมาต่ำสุดหรือ New Low อยู่ที่ 5,000 จ๊าดต่อ 1 US$ ซึ่งในชีวิตผม นี่คืออัตราแลกเปลี่ยนที่ย่ำแย่ที่สุดของ เมียนมา เลยครับ อาจจะมีคำถามว่า เหตุการณ์เช่นนี้ทางรัฐบาล เมียนมา ทราบหรือเปล่าว่าจะเกิดปัญหาอัตราแลกเปลี่ยนจะปรับตัวรุนแรงเช่นนี้ ผมเชื่อว่าเขาต้องทราบมาก่อนแล้วละครับ เพียงแต่อาจจะไม่เชื่อว่าจะรุนแรงเหลือจะรับมือได้ สังเกตจากปฎิกริยาของทางการ เมียนมา ก่อนจะเกิดเหตุเพียงไม่กี่วัน ธนาคารกัมโบซ่า ที่รัฐยะไข่ ได้สั่งให้พักการดำเนินธุรกิจชั่วคราว อีกทั้งรัฐบาลได้มีคำสั่งเรียกให้ผู้ประกอบการนายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์บางบริษัท ที่จัดงานในกรุงย่างกุ้ง เพื่อขายคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ เข้าไปชี้แจง ข่าวลือเล่ากันว่า เพื่อจะตรวจสอบการเงินที่ไหลออกไปต่างประเทศ ซึ่งตามที่ผมได้พูดคุยกับเพื่อนๆ ชาว เมียนมา หลายท่าน เขาเชื่อว่า เป็นการสอบสวนเพื่อควบคุมเรื่องของเม็ดเงินสีเทาๆ ไม่ให้ดำเนินการได้สะดวก หรืออาจจะเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูก็เป็นไปได้ครับ หรืออาจจะป้องปรามไม่ให้ประชาชนใช้จ่ายเงินนอกประเทศ ที่อาจจะทำให้เงินตราต่างประเทศไหลออกไป นั่นก็เป็นสัญญาณหนึ่งที่ทำให้คนมีกระตังค์ชาว เมียนมา เริ่มไม่มั่นใจในค่าของเงินจ๊าด ก็จะเป็นการเร่งให้มีการเสาะหาเงินต่างประเทศเข้าไปเก็บไว้ในกระเป๋าตนเอง จึงทำให้อัตราแลกเปลี่ยนไหลลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ประชาชนบางส่วนเริ่มจะหาทางซื้อสินทรัพย์อื่น เพื่อเก็บออมง่ายกว่าเงินสกุลจ๊าดของตนเอง ทางเลือกอีกหนึ่งนั้นก็คือ แม้ในวันนี้มูลค่าทองคำในตลาดโลก จะมีมูลค่าปรับสูงขึ้นมาก แต่ที่ เมียนมา กลับปรับสูงมากกว่าในตลาดโลกเสียอีก เชื่อว่าไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่า สุดท้ายจะมีมูลค่าเท่าใด? ก็เหมือนกับอัตราแลกเปลี่ยนนั่นแหละครับ คงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดครับ สำหรับคนที่ลงทุนหรือทำการค้าอยู่ที่นั่นแล้ว คงจะลำบากไม่น้อย เพราะวันนี้สินค้าขายออกไป พรุ่งนี้ซื้อคืนยังไม่ได้เท่ามูลค่าของสินค้าที่ขายไปนั้นเลยครับ ส่วนคนที่เอาเงินไปลงทุนก่อนหน้านี้ก็เช่นกัน เงินที่ลงทุนไปในช่วงก่อนหน้านี้ จะต้องทำกำไรมากกว่าเดิมอีก 4-5 เท่า ถึงจะคืนทุนได้ คงได้แต่รอวันเวลาให้สถานการณ์ปรับตัวให้ดีขึ้นเท่านั้นแหละครับ ผมก็ได้แต่เอาใจช่วยทุกท่านนะครับ.

ในช่วงเดือนที่ผ่านมา น่าจะสร้างความกังวลใจให้แก่ผู้ประกอบการทุกภาคส่วนอย่างมาก เพราะเป็นการปรับตัวที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติอย่างมาก ซึ่งเป็นเรื่องยากของธนาคารกลางของเมียนมาที่จะแก้ไขได้ ทำให้เราได้เห็นค่าเงินที่ต่ำสุดหรือที่เรียกว่าเกิดขึ้น ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเกิดจากผลพวงของการสู้รบทางด่านชายแดนเมียวดี-แม่สอด ระหว่างกลุ่มนักรบชนชาติพันธุ์กระเหรี่ยงหลายฝ่าย กับทหารรัฐบาลเมียนมา และสรุปโดยรวมว่า ทุกอย่างได้เข้าสู่ความสงบอีกครั้ง เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ผลของการสู้รบครั้งนี้ สร้างความไม่ไว้วางใจให้แก่การค้าระหว่างประเทศเป็นอย่างมาก จึงนำมาซึ่งการค้าชายแดนได้หยุดชะงักไปชั่วขณะหนึ่ง แม้ว่าต่อมาจะกลับคืนมาบ้าง แต่ก็ไม่สามารถชดเชยสิ่งที่ขาดหายไปนั้นได้ นี่คือความโชคร้ายของประชาชน ที่ต้องมาแบกรับภาระที่เกิดขึ้นนั่นเองครับ ในช่วงของปลายเดือนที่ผ่านมา ผลจากการสู้รบทางด้านด่านชายแดนเมียวดีนั้น ได้สร้างความเสียหายที่มองไม่เห็นให้แก่ประเทศเมียนมาอย่างมาก ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า ประเทศเมียนมาหลังจากถูกการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้า หรือการแซงชั่นจากชาติตะวันตก ทำให้การค้าระหว่างประเทศของเมียนมา ลดลงอย่างมาก กทำให้เงินทุนสำรองระหว่างประเทศลดลงอย่างมาก ทางการเมียนมาจึงหวังพึ่งการค้าระหว่างประเทศมาชดเชยการลงทุน แต่ก็ยากที่จะทำได้ เพราะการแทรกแซงจากชาติตะวันตก ทำให้เมียนมาไม่สามารถที่จะทำการค้าระหว่างประเทศทำได้ จะมีเพียงชาติพันธมิตรของเมียนมาบางประเทศ ที่ยังมีความสัมพันธ์พิเศษและประเทศที่มีชายแดนติดกับเมียนมาเท่านั้น ที่ยังคงมีการค้าต่อกัน ไทยเป็นหนึ่งในประเทศเหล่านั้น ในช่วงวันที่ 24 -27 เมษายนที่ผ่านมา ตามที่ผมได้ไปเยือนเมียนมา และได้ไปพบกับทั้งภาคเอกชนและภาครัฐของเมียนมา ก็ได้ยินจากปากของเขาว่า เขาต้องขอบคุณและชื่นชมประเทศไทย ที่ไม่ได้ทิ้งเขาไปอย่างไม่ใยดีเหมือนบางประเทศ ในขณะที่และส่วนใหญ่มาจากด่านชายแดนแม่สอด-เมียวดีนี่แหละครับ เมื่อปัญหาการสู้รบที่ส่งผลกระทบมาสู่การค้าระหว่างประเทศ จึงสร้างความเสียหายให้แก่การค้าระหว่างประเทศอย่างไม่ต้องสงสัย เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงส่งผลทางตรงไปยังเงินทุนสำรองระหว่างประเทศอย่างหนักหน่วง ผลดังกล่าวนำมาซึ่งอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ที่ตกหล่นลงอย่างมากในช่วงที่ผ่านมา จากเดิมที่เงินจ๊าดก็อ่อนค่าลงมากอยู่แล้ว เพราะในช่วงก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครอง หรือก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2021 อัตราแลกเปลี่ยนเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐต่อเงินจ๊าดเมียนมา อยู่ที่ 1: 1,340 ต่อมาหลังจากนั้นก็หล่นลงมาอยู่ที่ 1:1,380พอสถานการณ์ขาดแคลนเงินสกุลต่างประเทศหนักหน่วงมากขึ้นตามลำดับ อัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา ก็ได้ดำดิ่งลงไปต่ำสุดที่ 1: 4,600 จ๊าด หลังจากนั้นก็มีการปรับตัวแข็งค่าขึ้น ทำให้ค่าเงินมาอยู่ที่ 3,200-3,500 จ๊าด ซึ่งก็ยืนอยู่มายาวนานเป็นระยะเวลาเกือบสองปี จนกระทั่งมาเกิดเหตุที่เมืองเมียวดีเมื่อเดือนเมษายน อัตราแลกเปลี่ยนก็ยืนระยะมาอยู่ประมาณนั้น แต่ต่อมาเข้าสู่เดือนพฤษภาคม โดยเฉพาะปลายเดือน ผมมาเริ่มสังเกตเห็นตอนปลายๆ แล้ว เมื่ออัตราแลกเปลี่ยนมาอยู่ที่ 4,200 จ๊าด และเข้ามาถึงต้นอาทิตย์ ในวันที่ 28 พฤษภาคม อัตราแลกเปลี่ยนก็หล่นต่อ อยู่ที่ 4,250 และในวันที่ 29 พฤษภาคม อยู่ที่ 4,500-4,550 ซึ่งวันที่ 31 พฤษภาคมหรือเมื่อวานนี้ อัตราแลกเปลี่ยนตกลงมาต่ำสุดหรือ New Low อยู่ที่ 5,000 จ๊าดต่อ 1 US$ ซึ่งในชีวิตผม นี่คืออัตราแลกเปลี่ยนที่ย่ำแย่ที่สุดของเมียนมาเลยครับ อาจจะมีคำถามว่า เหตุการณ์เช่นนี้ทางรัฐบาลเมียนมาทราบหรือเปล่าว่าจะเกิดปัญหาอัตราแลกเปลี่ยนจะปรับตัวรุนแรงเช่นนี้ ผมเชื่อว่าเขาต้องทราบมาก่อนแล้วละครับ เพียงแต่อาจจะไม่เชื่อว่าจะรุนแรงเหลือจะรับมือได้ สังเกตจากปฎิกริยาของทางการเมียนมาก่อนจะเกิดเหตุเพียงไม่กี่วัน ธนาคารกัมโบซ่า ที่รัฐยะไข่ ได้สั่งให้พักการดำเนินธุรกิจชั่วคราว อีกทั้งรัฐบาลได้มีคำสั่งเรียกให้ผู้ประกอบการนายหน้าค้าอสังหาริมทรัพย์บางบริษัท ที่จัดงานในกรุงย่างกุ้ง เพื่อขายคอนโดมิเนียมในกรุงเทพฯ เข้าไปชี้แจง ข่าวลือเล่ากันว่า เพื่อจะตรวจสอบการเงินที่ไหลออกไปต่างประเทศ ซึ่งตามที่ผมได้พูดคุยกับเพื่อนๆ ชาวเมียนมาหลายท่าน เขาเชื่อว่า เป็นการสอบสวนเพื่อควบคุมเรื่องของเม็ดเงินสีเทาๆ ไม่ให้ดำเนินการได้สะดวก หรืออาจจะเป็นการเชือดไก่ให้ลิงดูก็เป็นไปได้ครับ หรืออาจจะป้องปรามไม่ให้ประชาชนใช้จ่ายเงินนอกประเทศ ที่อาจจะทำให้เงินตราต่างประเทศไหลออกไป นั่นก็เป็นสัญญาณหนึ่งที่ทำให้คนมีกระตังค์ชาวเมียนมา เริ่มไม่มั่นใจในค่าของเงินจ๊าด ก็จะเป็นการเร่งให้มีการเสาะหาเงินต่างประเทศเข้าไปเก็บไว้ในกระเป๋าตนเอง จึงทำให้อัตราแลกเปลี่ยนไหลลงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ประชาชนบางส่วนเริ่มจะหาทางซื้อสินทรัพย์อื่น เพื่อเก็บออมง่ายกว่าเงินสกุลจ๊าดของตนเอง ทางเลือกอีกหนึ่งนั้นก็คือ แม้ในวันนี้มูลค่าทองคำในตลาดโลก จะมีมูลค่าปรับสูงขึ้นมาก แต่ที่เมียนมากลับปรับสูงมากกว่าในตลาดโลกเสียอีก เชื่อว่าไม่มีใครคาดการณ์ได้ว่า สุดท้ายจะมีมูลค่าเท่าใด? ก็เหมือนกับอัตราแลกเปลี่ยนนั่นแหละครับ คงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดครับ สำหรับคนที่ลงทุนหรือทำการค้าอยู่ที่นั่นแล้ว คงจะลำบากไม่น้อย เพราะวันนี้สินค้าขายออกไป พรุ่งนี้ซื้อคืนยังไม่ได้เท่ามูลค่าของสินค้าที่ขายไปนั้นเลยครับ ส่วนคนที่เอาเงินไปลงทุนก่อนหน้านี้ก็เช่นกัน เงินที่ลงทุนไปในช่วงก่อนหน้านี้ จะต้องทำกำไรมากกว่าเดิมอีก 4-5 เท่า ถึงจะคืนทุนได้ คงได้แต่รอวันเวลาให้สถานการณ์ปรับตัวให้ดีขึ้นเท่านั้นแหละครับ ผมก็ได้แต่เอาใจช่วยทุกท่านนะครับ

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thansettakij /  🏆 23. in TH

เศรษฐกิจ คอลัมนิสต์ กริช อึ้งวิฑูรสถิตย์ คอลัมน์เมียงมอง เมียนมา เศรษฐกิจเมียนมา

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

เงินสดสำรองของธนาคารพาณิชย์ในเมียนมาเงินสดสำรองของธนาคารพาณิชย์ในเมียนมาเงินสดสำรองของธนาคารพาณิชย์ในเมียนมา คอลัมน์ เมียงมอง เมียนมา โดยกริช อึ้งวิฑูรสถิตย์
Read more »

การกลืนอาหารยากของผู้สูงวัยการกลืนอาหารยากของผู้สูงวัยการกลืนอาหารยากของผู้สูงวัย คอลัมน์ชีวิตบั้นปลายของชายชรา โดยกริช อึ้งวิฑูรสถิตย์
Read more »

การจับคู่ธุรกิจข้ามชาติการจับคู่ธุรกิจข้ามชาติการจับคู่ธุรกิจข้ามชาติ คอลัมน์ เมียงมอง เมียนมา โดยกริช อึ้งวิฑูรสถิตย์
Read more »

ผู้สูงวัยกับถุงลมโป่งพองผู้สูงวัยกับถุงลมโป่งพองผู้สูงวัยกับถุงลมโป่งพอง คอลัมน์ชีวิตบั้นปลายของชายชรา โดยกริช อึ้งวิฑูรสถิตย์
Read more »

โฉมหน้าการค้าชายแดนยุคใหม่โฉมหน้าการค้าชายแดนยุคใหม่โฉมหน้าการค้าชายแดนยุคใหม่ คอลัมน์ เมียงมอง เมียนมา โดยกริช อึ้งวิฑูรสถิตย์
Read more »

สิบโรคร้ายของผู้สูงวัยสิบโรคร้ายของผู้สูงวัยสิบโรคร้ายของผู้สูงวัย คอลัมน์ชีวิตบั้นปลายของชายชรา โดยกริช อึ้งวิฑูรสถิตย์
Read more »



Render Time: 2026-04-02 14:03:27