ภาษี 'ทรัมป์' เขย่าตลาดโลก แนะจังหวะปรับพอร์ตกระจายลงทุน

ตลาดโลก News

ภาษี 'ทรัมป์' เขย่าตลาดโลก แนะจังหวะปรับพอร์ตกระจายลงทุน
เศรษฐกิจโลกทรัมป์โดนัลด์ ทรัมป์
  • 📰 nnanews
  • ⏱ Reading Time:
  • 279 sec. here
  • 19 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 160%
  • Publisher: 51%

อเบอร์ดีน มองทรัมป์เขย่าตลาด นโยบายขึ้นภาษียังไม่แน่นอน แม้ยืดเก็บ 90 วัน แนะจังหวะปรับพอร์ตกระจายลงทุนทั่วโลก รับมือความผันผวนยังสูง มอง “ตราสารหนี้ไทย” น่าสนใจ

อเบอร์ดีน มอง ทรัมป์ เขย่าตลาด นโยบายขึ้น ภาษี ยังไม่แน่นอน แม้ยืดเก็บ 90 วัน แนะจังหวะปรับพอร์ตกระจายลงทุนทั่วโลก รับมือความผันผวนยังสูง มอง “ ตราสารหนี้ ไทย” น่าสนใจ นายพงค์ธาริน ทรัพยานนท์ หัวหน้าฝ่าย การลงทุน ตราสารหนี้ และการจัดสรร สินทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน อเบอร์ดีน หรือ บลจ.

อเบอร์ดีน เปิดเผยว่า ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ ส่งผลต่อความผันผวนระยะสั้นของตลาดทั่วโลก แม้ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ จะระงับการเก็บภาษีนำเข้าจากกว่า 75 ประเทศ เป็นเวลา 90 วัน และลดอัตราภาษีตอบโต้ ลงเหลือ 10% แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป้าหมายของทรัมป์ ต้องการลดการขาดดุลทางการค้า เปิดเกมเจรจาเพื่อนำไปสู่ข้อตกลงทางการค้าใหม่ของสหรัฐฯ ที่ดีขึ้น อีกทั้งทรัมป์ยังคงเดินหน้าขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีน ซึ่งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากนโยบายการค้ายังคงส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ให้ชะลอตัว “อเบอร์ดีน แนะนำใช้จังหวะนี้ปรับพอร์ตกระจายลงทุน ซึ่งมองว่าในระยะสั้นตลาดทั่วโลกมีความอ่อนไหวต่อกระแสข่าวค่อนข้างมาก และมีความผันผวนสูงจากความไม่แน่นอนของนโยบายภาษี จึงมองว่าผู้ลงทุนควร stay invested หรือยังคงอยู่ในเกมของการลงทุน โดยแนะนำปรับพอร์ตกระจายลงทุนหลากหลายทั้งภูมิภาคและสินทรัพย์ ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงและสามารถรับมือกับความผันผวนของตลาดได้” นายพงค์ธารินกล่าวกลยุทธ์การลงทุนในช่วง 3-6 เดือนจากนี้ แนะนำผู้ลงทุนโฟกัสกลยุทธ์ที่มีความยืดหยุ่นสูงและได้รับผลกระทบในเชิงบวกจากนโยบายภาษีศุลกากรสหรัฐฯ ดังนี้ “ตราสารหนี้ไทย” คาดว่าได้อานิสงส์ในเชิงบวก เนื่องจากภาษีนำเข้าเพิ่มสูงขึ้นยิ่งเพิ่มโอกาสที่ธนาคารแห่งประเทศไทย จะตัดสินใจปรับลดอัตราดอกเบี้ยอย่างน้อยอีก 2 ครั้งในปีนี้ลงมาอยู่ที่ 1.50% ขณะเดียวกันเงินเฟ้ออยู่ในระดับต่ำเปิดโอกาสให้ ธปท. หันมาให้ความสำคัญกับการดำเนินนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่อ่อนแอ กองทุนแนะนำ ได้แก่ “กองทุนเปิด อเบอร์ดีน อินคัม ครีเอชั่น ” ด้วยกลยุทธ์การลงทุนในตราสารหนี้ที่มีอายุเฉลี่ยตราสารหนี้ที่มากกว่า 2 ปี อีกทั้งมีสัดส่วนการลงทุนในหุ้นกู้คุณภาพประมาณ 35 % จะช่วยสร้างความสมดุลระหว่างโอกาสรับผลตอบแทนจากอัตราผลตอบแทนส่วนเพิ่ม ควบคู่ไปกับการบริหารความเสี่ยงด้านสภาพคล่องที่มีประสิทธิภาพ “ตราสารหนี้ต่างประเทศ” เน้นลงทุนตราสารหนี้สกุลเงินดอลลาร์ที่ไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน มีโอกาสให้ผลตอบแทนที่ดี เนื่องจากดอกเบี้ยสหรัฐฯ ยังอยู่ในระดับสูง ขณะเดียวกันจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของหุ้นได้ เนื่องจากในอดีต เช่น ช่วงวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์และโควิด-19 พบว่าการลงทุนในระยะกลางถึงยาวในตราสารหนี้สกุลเงินดอลลาร์นั้นมีการเคลื่อนไหวของราคาในทิศทางตรงกันข้าม กับสินทรัพย์เสี่ยงอย่างหุ้น กองทุนแนะนำ ได้แก่ “กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกลบอล เอนแฮนซ์ ฟิกซ์ อินคัม ฟันด์ ” ซึ่งเป็นกลยุทธ์ที่สามารถช่วยลดความผันผวนของพอร์ตการลงทุนโดยรวมได้ โดยกองทุนหลักชื่อว่า abrdn SICAV I - Short Dated Enhanced Income Fund เน้นลงทุนในบริษัทที่มีอันดับความน่าเชื่อถือสูง โดยเฉลี่ยของพอร์ตอยู่ที่ A- อายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ในพอร์ตลงทุนไม่เกิน 2 ปี และมีสภาพคล่องสูง โดยเป็นกองทุนต่างประเทศที่ผู้ลงทุนสามารถรับเงินค่าขายคืนได้ภายใน 2 วันทำการ สำหรับกลยุทธ์การลงทุนใน “หุ้นทั่วโลก” เน้นลงทุนหุ้นที่จ่ายปันผลสูง เพื่อเก็บเกี่ยวรายได้จากการจ่ายปันผล รวมถึงหุ้นที่มีกระแสเงินสดแข็งแกร่ง ด้วยการลงทุนในหุ้นสไตล์ Defensive ช่วยให้พอร์ตลงทุนมีความทนทานในทุกสภาพตลาดได้ดี กองทุนแนะนำ ได้แก่ “กองทุนเปิด อเบอร์ดีน โกลบอล ไดนามิค ดิวิเด็น ฟันด์ ” โดยกองทุนหลักชื่อว่า abrdn SICAV I - Global Dynamic Dividend Fund มุ่งเน้นให้ผลตอบแทนจากการจ่ายเงินปันผลรายเดือนสม่ำเสมอ ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบในช่วงตลาดขาลงและมีการลงทุนในตลาดหลากหลายทั่วโลก ทำให้พอร์ตโดยรวมมีความยืดหยุ่นสูง แม้ในภาวะตลาดมีความไม่แน่นอนสูง ด้านนางสาวดรุณรัตน์ ภิยโยดิลกชัย หัวหน้าฝ่ายการลงทุนตราสารทุน บลจ.อเบอร์ดีน เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยได้รับแรงกดดันจากนโยบายภาษีศุลกากรสหรัฐฯ โดยดัชนีปรับตัวลงแรงเกือบ 10% จากความกังวลถูกเพิ่มภาษีแบบตอบโต้ที่อัตรา 37% อาจส่งผลกระทบต่อ GDP หดตัวลง จึงมองว่ามีความเป็นไปได้สูงที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายจะปรับลดลงอย่างรวดเร็ว เพื่อบรรเทาผลกระทบนี้ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนนโยบายการเงิน อีกทั้งตลาดหลักทรัพย์ฯ ช่วยลดความผันผวนของตลาดหุ้น ด้วยการปรับเกณฑ์ชั่วคราวระหว่างวันที่ 8-11 เม.ย.นี้ โดยห้ามทำ Short Sell ทุกหลักทรัพย์และปรับเพดานการซื้อขายให้แคบลงทั้งเพิ่มขึ้นสูงสุด บวกไม่เกิน 15% และลดลงต่ำสุด ไม่เกิน -15% สำหรับพอร์ตหุ้นไทยภายใต้การบริหารของอเบอร์ดีน คาดว่าจะได้รับผลกระทบน้อยกว่าตลาดหุ้นไทยโดยรวม เนื่องจากผู้จัดการกองทุนได้ปรับพอร์ตให้เหมาะสมกับสถานการณ์ความท้าทายในปัจจุบัน โดยเน้นลงทุนหุ้น Defensive ที่มีความทนทานได้ค่อนข้างดีในทุกสภาพตลาด รวมถึงหุ้นได้ประโยชน์จากการขับเคลื่อนจากปัจจัยภายในประเทศ เช่น กลุ่มโทรคมนาคม เฮลท์แคร์และสินค้าอุปโภคบริโภค ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากสงครามการค้าน้อยกว่า ก่อนหน้านี้อเบอร์ดีนได้ปรับลดน้ำหนักการลงทุนในหุ้นกลุ่มที่อาจได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงตามวัฏจักรเศรษฐกิจ และให้น้ำหนักการลงทุนที่น้อยกว่าดัชนีชี้วัด ในหุ้นกลุ่มปิโตรเคมี วัสดุก่อสร้าง และอิเล็กทรอนิกส์ หลังภาพรวมการเติบโตของกำไรยังไม่ชัดเจน ส่วนประเด็นที่ได้ประเมินว่าไทยนั้นน่าจะได้ประโยชน์จากการย้ายฐานห่วงโซ่อุปทาน อาจเกิดขึ้นช้ากว่าคาด แม้ว่าไทยจะมีความเสี่ยงเรื่องภาษีนำเข้าของสหรัฐที่สูงขึ้น แต่เมื่อได้ประเมินต้นทุนส่วนอื่นๆ แล้วไทยยังมีต้นทุนถูกกว่า อย่างไรก็ตามอเบอร์ดีนยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดในเรื่องการปรับเพิ่มภาษีของสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลกระทบต่อหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศที่สำคัญ เช่น จีน สหภาพยุโรป และเวียดนาม ดังนั้นเชื่อว่าการกระจายความเสี่ยงทางการค้าและข้อตกลงการค้าทวิภาคีในอนาคตระหว่างประเทศไทยและประเทศอื่นๆ น่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบได้ แต่อาจจะใช้เวลาอีกสักระยะ “สำหรับนักลงทุนที่มีสัดส่วนการลงทุนในกองทุนหุ้นไทยจำนวนมากและสามารถถือลงทุนได้ในระยะกลางถึงระยะยาว เรามองว่าไม่ใช่จังหวะเหมาะสมที่จะลดน้ำหนักการถือครองกองทุนหุ้นไทยตอนนี้ โดยช่วงที่ตลาดหุ้นปรับฐานเป็นจังหวะโอกาสที่ผู้จัดการกองทุนจะเข้าเก็บหุ้นที่มีคุณภาพ มีพื้นฐานแข็งแกร่งที่ราคาปรับลดลงมามากแล้ว อีกทั้งหากประเมินจากสถิติในอดีตพบว่าเมื่อตลาดปรับตัวลดลงมาแรงมาก ก็มีโอกาสที่ในระยะสั้นเราจะเห็นการฟื้นตัวกลับขึ้นมาได้ ขณะที่นักลงทุนที่มีความกังวลและไม่สามารถรับความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดในระยะสั้นได้ เราแนะนำให้ลดการถือครองกองทุน หุ้นไทยลงบางส่วน เพื่อไปลงทุนในกองทุนตราสารหนี้ไทยที่น่าจะได้รับอานิสงส์จากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ลดลง” นางสาวดรุณรัตน์กล่าว

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

nnanews /  🏆 64. in TH

เศรษฐกิจโลก ทรัมป์ โดนัลด์ ทรัมป์ ภาษี ขึ้นภาษี สินทรัพย์ พอร์ตลงทุนหุ้น ตราสารหนี้ การลงทุน เศรษฐกิจ สหรัฐฯ ตราสารหนี้ต่างประเทศ ดอกเบี้ย

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

จับตา จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ ประชุมร่วมสุดสัปดาห์นี้ เร่งรับมือ ภาษี ทรัมป์จับตา จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ ประชุมร่วมสุดสัปดาห์นี้ เร่งรับมือ ภาษี ทรัมป์จีน-ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ ประชุมร่วม 30 มีนา 68 รับมือ ภาษี ทรัมป์
Read more »

เช็กลิสต์ สินค้าไทย เสี่ยง รับแรงกระแทก ภาษี ทรัมป์เช็กลิสต์ สินค้าไทย เสี่ยง รับแรงกระแทก ภาษี ทรัมป์ไทย เสี่ยง รับแรงกระแทก ภาษี ทรัมป์
Read more »

ภาษี 'ทรัมป์' ทำไทยกระทบหนัก 'เจริญ แก้วสุทิตย์' จี้รัฐเร่งเจรจาสหรัฐฯภาษี 'ทรัมป์' ทำไทยกระทบหนัก 'เจริญ แก้วสุทิตย์' จี้รัฐเร่งเจรจาสหรัฐฯ'เจริญ แก้วสุทิตย์' แนะภาครัฐเร่งเจรจาภาษีไทย 36% กับสหรัฐฯ พร้อมดึงนักธุรกิจมืออาชีพสมทบเพื่อหาทางออก ชี้หากปัญหายืดเยื้อจะยิ่งกระทบหนัก ทั้งผู้ประกอบการ ผู้บริโภค ไปจนถึงเศรษฐกิจของประเทศ
Read more »

ภาษี 'ทรัมป์' เขย่าเศรษฐกิจโลก เสี่ยงเกิดสงครามการค้ารอบใหม่ภาษี 'ทรัมป์' เขย่าเศรษฐกิจโลก เสี่ยงเกิดสงครามการค้ารอบใหม่เมอร์เคิล แคปปิตอล วิเคราะห์นโยบายขึ้นกำแพงภาษีของทรัมป์ เขย่าเศรษฐกิจโลกอีกครั้ง เสี่ยงเกิดสงครามการค้ารอบใหม่
Read more »

ความไม่แน่นอน ‘ทรัมป์-จีน’ เจรจาการค้า ตอบโต้ ‘ภาษี’ สวิงกระทบเศรษฐกิจโลกความไม่แน่นอน ‘ทรัมป์-จีน’ เจรจาการค้า ตอบโต้ ‘ภาษี’ สวิงกระทบเศรษฐกิจโลกอ่านความจริง อ่านเดลินิวส์
Read more »

คลังจ่อหั่น GDP ปี 68 รับผลกระทบทรัมป์คลังจ่อหั่น GDP ปี 68 รับผลกระทบทรัมป์‘คลัง‘ จ่อหั่น GDP ปี 68 เหลือขยายตัวร้อยละ 2.8 จากร้อยละ 3.2 รับผลกระทบแผ่นดินไหว - ภาษี ทรัมป์
Read more »



Render Time: 2026-04-01 22:36:43