กำแพงภาษีสหรัฐฯ ดันดีมานด์ผู้ประกอบการธอุตสาหกรรมอาหาร สนใจตลาดเอเชียและอาเซียนมากขึ้น ชี้งาน Food ingredients Asia Thailand 2025 และงาน Vitafoods Asia 2025 ในไทยยอดจองพุ่ง โดยเฉพาะจากจีน
ผู้ประกอบการไทยหลายรายมองว่าดีมานด์อาหารกระป๋องจะเพิ่มขึ้น เพราะผู้บริโภคในสหรัฐฯกำลังเริ่มกักตุนอาหาร ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็พยายามลดต้นทุนเพื่อผลิตสินค้าอาหารส่งเข้าไปใน สหรัฐอเมริกา ให้ได้เช่นเดิม ต่างจากบางประเทศที่เริ่มหนีจากความยากลำบากในการทำธุรกิจกับสหรัฐฯ หันมาสนใจกลุ่มประเทศภูมิภาค เอเชีย และ เอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ โดยสังเกตได้จากการจัดงานอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ในฐานะผู้จัดงาน “ฟู้ด อินกรีเดียนท์ เอเชีย 2025” หรือ Fi Asia Thailand 2025 งานแสดงสินค้าเทคโนโลยี และนวัตกรรม ด้านส่วนผสมอาหารอันดับหนึ่งในภูมิภาค เอเชีย และ “ไวต้าฟู้ดส์ เอเชีย 2025” งานแสดงสินค้าเทคโนโลยีและนวัตกรรมสารสกัดและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอันดับหนึ่งในภูมิภาค เอเชีย ที่จะจัดขึ้นในพื้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 17 – 19 กันยายน 2568 นี้ เพราะยอดจองพื้นที่เต็มและดึงผู้ประกอบการจากหลายประเทศเข้ามาได้อย่างรวดเร็ว ดีมานด์เพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติตั้งแต่ก่อน "โดนัลด์ ทรัมป์" ประกาศเรื่องภาษี จุดสำคัญคือ เป็นงานในกลุ่มผู้ประกอบการจาก เอเชีย ที่ยังคงมีทรัพยากร มีจำนวนประชากร และกำลังซื้อ ไม่ว่าจะเป็นไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ที่ต่างหมุนเวียนจัดงานนี้ตลอด "เรื่องภาษีภาษีจากสหรัฐฯ ทำให้ผู้ประกอบการต่างเฝ้ารอความชัดเจน และทำให้ยุโรปและจีนก็เริ่มจับจ้องมายังตลาดใน เอเชีย โดยเฉพาะจีนที่มีความต้องการออกบูธในงาน Food ingredients Asia Thailand 2025 และงาน Vitafoods Asia 2025 มากขึ้น เพราะจีนเป็นประเทศที่ถูกตั้ง กำแพงภาษี จากสหรัฐฯสูงที่สุด ฉะนั้นจึงต้องหาตลาดที่สามารถขายสินค้าแทนการส่งไปยังตลาดสหรัฐฯ แน่นอนว่าหนึ่งในเป้าหมายคือตลาด เอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังมีไต้หวันและญี่ปุ่น ที่เริ่มสนใจตลาดนี้มากขึ้นเช่นกัน" นางสาวรุ้งเพชร กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยผู้บริโภคยังคงมีกำลังซื้อ แต่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวตามความต้องการของผู้บริโภคภายในประเทศด้วย นอกจากนี้ยังต้องรู้เท่าทันสถานการณ์ที่เริ่มเปลี่ยนไป แม้สินค้าไทยจะเป็นหนึ่งในสินค้าของ Southeast Asian ที่มีแบรนด์ดิ้งคุณภาพ แต่จากจำนวนประชากรราว 630 ล้านคน ที่มีกลุ่ม อาเซียน เป็นตลาดหลักกลับมีข้อเสียสำคัญ คือ ไม่มีจุดหลอมรวมมาตรฐานสินค้าเดียวกัน เช่น หากอยากขายสินค้าเข้าอินโดนีเซียจะต้องจดทะเบียนสินค้าที่ผ่านมาตรฐานของอินโดนีเซียเท่านั้น หากอยากขายสินค้าไปยังตลาดมาเลเซีย ก็ต้องอยู่ในมาตรฐานสินค้ามาเลเซีย ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยา อาหาร หรือ คอสเมติก กฎระเบียบล้วนต่างกันซึ่งเป็นข้อเสียทำให้ตลาด อาเซียน เติบโตได้ช้า แม้มีความพยายามร่วมมือกันแต่เงื่อนไขบางอย่างไม่ง่าย เหมือนมีข้อจำกัดเพื่อการกีดกันทางการค้า เพราะทุกประเทศมองว่าต่างเป็นคู้ค้าและคู่แข่งกัน โดยเงื่อนไขนี้จะต่างจากการขายสินค้าในกลุ่มสินค้ามาตรฐานส่งออกยุโรป ที่มีมาตรฐานเดียวกัน "ข้อเสนอแนะในเรื่องธุรกิจอาหารสำหรับประเทศไทย คือ ต้องเพิ่มเทคโนโลยี เพิ่มการผลิต Food Ingredient ให้มากขึ้นโดยไม่ต้องนำเข้า เพราะจะช่วยเพิ่มการผลิตสินค้าด้วยตัวเองได้มากขึ้น ทั้งยังทำให้ขบวนการผลิตกลายเป็น Zero Waste ลดปริมาณขยะได้ อย่างสินค้าเกษตร เช่น เปลือกมังคุด เปลือกทุเรียน สามารถนำไปสร้างเป็น Food Ingredient ได้หมด นอกจากยี้ยังสร้างมูลค่าเพิ่มได้ แต่คนไทยยังไม่สนใจทำธุรกิจอาหารในส่วนนี้มากนัก ส่วนใหญ่มักนำเข้าและตั้งบริษัทเป็นตัวแทนจัดจำหน่าย" อย่างไรก็ตาม สงครามการค้าหรือการขึ้นภาษีของ สหรัฐอเมริกา ไม่ได้เป็นอุปสรรคต่ออุตสาหกรรมทางด้านอาหาร เพราะถึงจะมีสงครามอย่างไรผู้คนก็ต้องกินต้องใช้ ขึ้นอยู่กับเวลาว่าจะซื้ออะไร เมื่อไหร่ เท่านั้นเอง.
ผู้ประกอบการไทยหลายรายมองว่าดีมานด์อาหารกระป๋องจะเพิ่มขึ้น เพราะผู้บริโภคในสหรัฐฯกำลังเริ่มกักตุนอาหาร ขณะเดียวกันผู้ประกอบการก็พยายามลดต้นทุนเพื่อผลิตสินค้าอาหารส่งเข้าไปในสหรัฐอเมริกาให้ได้เช่นเดิม ต่างจากบางประเทศที่เริ่มหนีจากความยากลำบากในการทำธุรกิจกับสหรัฐฯ หันมาสนใจกลุ่มประเทศภูมิภาคเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยสังเกตได้จากการจัดงานอินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ในฐานะผู้จัดงาน “ฟู้ด อินกรีเดียนท์ เอเชีย 2025” หรือ Fi Asia Thailand 2025 งานแสดงสินค้าเทคโนโลยี และนวัตกรรม ด้านส่วนผสมอาหารอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย และ “ไวต้าฟู้ดส์ เอเชีย 2025” งานแสดงสินค้าเทคโนโลยีและนวัตกรรมสารสกัดและผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอันดับหนึ่งในภูมิภาคเอเชีย ที่จะจัดขึ้นในพื้นที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ระหว่างวันที่ 17 – 19 กันยายน 2568 นี้ เพราะยอดจองพื้นที่เต็มและดึงผู้ประกอบการจากหลายประเทศเข้ามาได้อย่างรวดเร็ว ดีมานด์เพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติตั้งแต่ก่อน "โดนัลด์ ทรัมป์" ประกาศเรื่องภาษี จุดสำคัญคือ เป็นงานในกลุ่มผู้ประกอบการจากเอเชียที่ยังคงมีทรัพยากร มีจำนวนประชากร และกำลังซื้อ ไม่ว่าจะเป็นไทย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ มาเลเซีย ที่ต่างหมุนเวียนจัดงานนี้ตลอด "เรื่องภาษีภาษีจากสหรัฐฯ ทำให้ผู้ประกอบการต่างเฝ้ารอความชัดเจน และทำให้ยุโรปและจีนก็เริ่มจับจ้องมายังตลาดในเอเชีย โดยเฉพาะจีนที่มีความต้องการออกบูธในงาน Food ingredients Asia Thailand 2025 และงาน Vitafoods Asia 2025 มากขึ้น เพราะจีนเป็นประเทศที่ถูกตั้งกำแพงภาษีจากสหรัฐฯสูงที่สุด ฉะนั้นจึงต้องหาตลาดที่สามารถขายสินค้าแทนการส่งไปยังตลาดสหรัฐฯ แน่นอนว่าหนึ่งในเป้าหมายคือตลาดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นอกจากนี้ยังมีไต้หวันและญี่ปุ่น ที่เริ่มสนใจตลาดนี้มากขึ้นเช่นกัน" นางสาวรุ้งเพชร กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยผู้บริโภคยังคงมีกำลังซื้อ แต่ผู้ประกอบการต้องปรับตัวตามความต้องการของผู้บริโภคภายในประเทศด้วย นอกจากนี้ยังต้องรู้เท่าทันสถานการณ์ที่เริ่มเปลี่ยนไป แม้สินค้าไทยจะเป็นหนึ่งในสินค้าของ Southeast Asian ที่มีแบรนด์ดิ้งคุณภาพ แต่จากจำนวนประชากรราว 630 ล้านคน ที่มีกลุ่มอาเซียนเป็นตลาดหลักกลับมีข้อเสียสำคัญ คือ ไม่มีจุดหลอมรวมมาตรฐานสินค้าเดียวกัน เช่น หากอยากขายสินค้าเข้าอินโดนีเซียจะต้องจดทะเบียนสินค้าที่ผ่านมาตรฐานของอินโดนีเซียเท่านั้น หากอยากขายสินค้าไปยังตลาดมาเลเซีย ก็ต้องอยู่ในมาตรฐานสินค้ามาเลเซีย ประเทศไทยก็เช่นเดียวกัน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องยา อาหาร หรือ คอสเมติก กฎระเบียบล้วนต่างกันซึ่งเป็นข้อเสียทำให้ตลาดอาเซียนเติบโตได้ช้า แม้มีความพยายามร่วมมือกันแต่เงื่อนไขบางอย่างไม่ง่าย เหมือนมีข้อจำกัดเพื่อการกีดกันทางการค้า เพราะทุกประเทศมองว่าต่างเป็นคู้ค้าและคู่แข่งกัน โดยเงื่อนไขนี้จะต่างจากการขายสินค้าในกลุ่มสินค้ามาตรฐานส่งออกยุโรป ที่มีมาตรฐานเดียวกัน "ข้อเสนอแนะในเรื่องธุรกิจอาหารสำหรับประเทศไทย คือ ต้องเพิ่มเทคโนโลยี เพิ่มการผลิต Food Ingredient ให้มากขึ้นโดยไม่ต้องนำเข้า เพราะจะช่วยเพิ่มการผลิตสินค้าด้วยตัวเองได้มากขึ้น ทั้งยังทำให้ขบวนการผลิตกลายเป็น Zero Waste ลดปริมาณขยะได้ อย่างสินค้าเกษตร เช่น เปลือกมังคุด เปลือกทุเรียน สามารถนำไปสร้างเป็น Food Ingredient ได้หมด นอกจากยี้ยังสร้างมูลค่าเพิ่มได้ แต่คนไทยยังไม่สนใจทำธุรกิจอาหารในส่วนนี้มากนัก ส่วนใหญ่มักนำเข้าและตั้งบริษัทเป็นตัวแทนจัดจำหน่าย" อย่างไรก็ตาม สงครามการค้าหรือการขึ้นภาษีของสหรัฐอเมริกาไม่ได้เป็นอุปสรรคต่ออุตสาหกรรมทางด้านอาหาร เพราะถึงจะมีสงครามอย่างไรผู้คนก็ต้องกินต้องใช้ ขึ้นอยู่กับเวลาว่าจะซื้ออะไร เมื่อไหร่ เท่านั้นเอง
สหรัฐอเมริกา อาเซียน เอเชีย กำแพงภาษี สหรัฐฯ ขึ้นภาษีสินค้านำเข้า ข่าววันนี้ ตลาดอาหาร Than Exclusive
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
ดร.อนุสรณ์ มอง เศรฐกิจโลก เสี่ยงถดถอยรุนแรง ภาษีสหรัฐฯ ฉุดการค้าโลก แนะไทยจับมืออาเซียนรวมกลุ่มเจรจาดร.อนุสรณ์ ประเมิน เศรฐกิจโลก เสี่ยงถดถอยรุนแรง ใกล้เคียง ซับไพรม์ มอง ภาษีสหรัฐฯ ฉุดการค้าโลก แนะไทยจับมืออาเซียนรวมกลุ่มเจรจา
Read more »
สุวัฒน์ แนะเร่งเจรจา ภาษีสหรัฐฯ ปกป้อง สินค้าไทย เป็นหลัก มองจีนพร้อมตอบโต้สหรัฐฯหมัดต่อหมัดสุวัฒน์ แนะรัฐบาลเร่งเจรจา ภาษีสหรัฐฯ ปกป้อง สินค้าไทย เป็นหลัก มองจีนพร้อมตอบโต้สหรัฐฯหมัดต่อหมัด
Read more »
GDP จีน Q1 โต 5.4% ทะลุเป้า ยอดค้าปลีกพุ่ง 5.9% เร่งส่งออกกระฉูด 12.4% เลี่ยง ภาษีสหรัฐฯGDP จีน Q1 โต 5.4% ทะลุเป้า ยอดค้าปลีกพุ่ง 5.9% เร่งส่งออกกระฉูด 12.4% เลี่ยง ภาษีสหรัฐฯ
Read more »
ไทยเล็งนำเข้า LNG ปั้นดีลสู้ ภาษีสหรัฐฯ จับมือ PTT ซื้อเพิ่ม 1 ล้านตัน ภายใน 5 ปีไทยเล็งนำเข้า LNG ปั้นดีลสู้ ภาษีสหรัฐฯ จับมือ PTT ซื้อเพิ่ม 1 ล้านตัน ภายใน 5 ปี แทนแหล่งอื่นที่ใกล้หมดสัญญา
Read more »
อ่านเกม ทรัมป์! ชี้ ภาษีสหรัฐฯ แค่ลีลา-ธงจริง 10% กระทบไทยจำกัดแต่ต้องเร่งปรับตัว I WEALTH LIVEอ่านเกม ทรัมป์! ชี้ ภาษีสหรัฐฯ แค่ลีลา-ธงจริง 10% กระทบไทยจำกัดแต่ต้องเร่งปรับตัว
Read more »
อินโดฯ ควงแขน รัสเซีย รับมือ ภาษีสหรัฐฯ เดินหน้าขยายศักยภาพการค้า การลงทุนอินโดฯ ควงแขน รัสเซีย รับมือ ภาษีสหรัฐฯ เดินหน้าขยายการค้า การลงทุน มองเป็นตลาดศักยภาพสูง
Read more »
