ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 34.57 แข็งค่าสุดในภูมิภาค คาดกรอบพรุ่งนี้ 34.45-34.75 จับตาการเจรจาภาษีสหรัฐ-รายงานเฟด

United States News News

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 34.57 แข็งค่าสุดในภูมิภาค คาดกรอบพรุ่งนี้ 34.45-34.75 จับตาการเจรจาภาษีสหรัฐ-รายงานเฟด
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 InfoQuestNews
  • ⏱ Reading Time:
  • 146 sec. here
  • 4 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 62%
  • Publisher: 68%

ติดตามข่าวเศรษฐกิจ หุ้น การเงิน และประเด็นน่าสนใจรอบโลกที่นี่

นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ อยู่ที่ระดับ 34.57 บาท/ดอลลาร์ จาก ช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 34.91 บาท/ดอลลาร์ โดยระหว่างวันเงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบ 34.57-34.99 บาท/ดอลลาร์ วันนี้เงินบาทแข็งค่าสุดในภูมิภาค เนื่องจากตลาดยังกังวลกับมาตรการตอบโต้ทางภาษีของสหรัฐ ทำให้ตลาดปิดรับความเสี่ยง และหันไปถือสินทรัพย์ปลอดภัยแทน ซึ่งทองคำ ก็เป็นหนึ่งในสินทรัพย์ปลอดภัย จึงทำให้ระหว่างวันราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น และเป็นปัจจัย หนึ่งที่ทำให้เงินบาทไม่อ่อนค่าไปมากกว่านี้ "วันนี้บาทแข็งค่าสุดในภูมิภาค ซึ่งค่าเงินในภูมิภาคมีทั้งอ่อนค่า และแข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์ แต่ระหว่างวันราคาทองคำ เร่งตัวขึ้นไปยืนเหนือ 3,000 ดอลลาร์ จึงเป็นตัวที่ทำให้เงินบาทแข็งค่าสุดในภูมิภาค" นักบริหารเงิน ระบุ สำหรับช่วงนี้ ปัจจัยสำคัญยังคงต้องติดตามทิศทางการเจรจาเรื่องภาษีกับสหรัฐฯ และคืนนี้ ตลาดรอดูรายงานการประชุมคณะ กรรมการกำหนดนโยบายการเงิน ของธนาคารกลางสหรัฐ เมื่อวันที่ 18-19 มี.

ค.ที่ผ่านมา นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.45-34.75 บาท/ดอลลาร์ * ปัจจัยสำคัญ - เงินเยน อยู่ที่ระดับ 145.34 เยน/ดอลลาร์ จากช่วงเช้าที่ระดับ 145.47 เยน/ดอลลาร์ - เงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.1044 ดอลลาร์/ยูโร จากช่วงเช้าที่ระดับ 1.1039 ดอลลาร์/ยูโร - ดัชนี SET ปิดวันนี้ที่ระดับ 1,088.18 จุด เพิ่มขึ้น 13.59 จุด มูลค่าการซื้อขาย 50,942.48 ล้านบาท - สรุปปริมาณการซื้อขายรายกลุ่ม ต่างชาติซื้อสุทธิ 431.09 ล้านบาท - ประธานกรรมการหอการค้าไทย ระบุว่า จากกรณีที่สหรัฐปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าไทย 36% นั้น แม้มูลค่าความเสียหายใน ขณะนี้ยังจะไม่สามารถคำนวณออกมาได้ แต่การเสียโอกาสย่อมมีมากแน่ ซึ่งหากการเจรจาต่อรองกับสหรัฐฯ มีแนวโน้มจะทำได้เร็ว ผล กระทบที่จะมีต่อการส่งออกของไทยในเดือนเม.ย. หรือ พ.ค.นี้ก็อาจจะไม่มากนัก แต่หากยังไม่สามารถเจรจากันได้ เชื่อว่าการส่งออก ของไทยตั้งแต่เดือนมิ.ย.เป็นต้นไปน่าจะมีปัญหาใหญ่แน่ - วิจัยกรุงศรี ระบุว่า ความตึงเครียดทางการค้าโลกทวีแรงขึ้น และยังมีความไม่แน่นอนสูง กดดันเศรษฐกิจไทยอ่อนแอลง อัตราภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากไทยสูงเกินคาดที่ 36% ขณะที่ทางการไทยเคยประเมินไว้ว่าอาจถูกเก็บภาษีที่ 11% โดยก่อนหน้านี้ ส่วนต่างภาษีนำเข้าโดยเฉลี่ยของไทยกับสหรัฐฯ อยู่ที่ราว 6% หากบวกกับอัตราภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% อัตราภาษีนำเข้าที่ เคยคาดการณ์จะอยู่ที่ราว 13% จากการประเมินผลกระทบโดยอาศัยแบบจำลอง Global Trade Analysis Project พบว่า การขึ้นภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ นี้ จะทำให้การส่งออก และ GDP ของไทยในระยะกลางถึงยาวลดลง -2.6% และ -0.11% ตาม ลำดับ - มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ เริ่มมีผลบังคับใช้ แล้วในวันนี้ ซึ่งจะส่งผลให้สินค้าที่นำเข้าจาก 86 ประเทศถูกเรียกเก็บภาษีเพิ่มขึ้นตั้งแต่ 11% ไปจนถึง 84% โดยเฉพาะ อย่างยิ่งจีน ซึ่งถูกเรียกเก็บภาษีรวม 104% - กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศในวันนี้ ว่า จีนมีความมุ่งมั่นตั้งใจและมีวิธีการมากมายที่จะใช้ตอบโต้และต่อสู้จน ถึงที่สุด หากสหรัฐอเมริกายังคงยืนกรานที่จะยกระดับมาตรการจำกัดทางเศรษฐกิจและการค้า - กระทรวงการคลังญี่ปุ่น เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐบาลญี่ปุ่นและธนาคารกลางญี่ปุ่น จะจัดการประชุมฉุกเฉินใน วันนี้ หลังจากตลาดหุ้นญี่ปุ่นดิ่งลงอย่างหนัก ภายหลังจากมาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ ของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ - รองผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซีย ยืนยันว่า ทางธนาคารกลางพร้อมเข้าดูแลเสถียรภาพค่าเงินรูเปียห์อย่างเต็ม ที่ โดยจะเข้าแทรกแซงทั้งในตลาดสปอต ตลาดซื้อขายล่วงหน้าในประเทศ และตลาดพันธบัตร หลังเงินรูเปียห์อ่อนค่าลงแตะระดับ ต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ - อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปีพุ่งสูงขึ้น หลังจากที่มาตรการภาษีศุลกากรตอบโต้ของสหรัฐฯ เริ่มมีผล บังคับใช้แล้วในวันนี้ โดย ณ เวลา 16.00 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.356% หลังจากที่พุ่งสูงถึง 4.516% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 4.818% - สภาการเดินทางและการท่องเที่ยวโลก คาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวทั่วโลกจะเติบโตแข็งแกร่งมาก เป็นประวัติการณ์ในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า โดยแม้ว่าราคาสินค้าเกือบทุกชนิดจะปรับตัวสูงขึ้นและตลาดทั่วโลกมีความเสี่ยงที่จะเผชิญภาวะถด ถอย แต่อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวยังคงมีแนวโน้มที่สดใส

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

InfoQuestNews /  🏆 7. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.80 แข็งค่าตามภูมิภาค รอข้อมูลจ้างงานฝั่งสหรัฐ คาดกรอบพรุ่งนี้ 33.70-34.00ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.80 แข็งค่าตามภูมิภาค รอข้อมูลจ้างงานฝั่งสหรัฐ คาดกรอบพรุ่งนี้ 33.70-34.00ติดตามข่าวเศรษฐกิจ หุ้น การเงิน และประเด็นน่าสนใจรอบโลกที่นี่
Read more »

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.85/86 ตลาดรอลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐ คาดกรอบพรุ่งนี้ 33.80-34.00ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.85/86 ตลาดรอลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐ คาดกรอบพรุ่งนี้ 33.80-34.00ติดตามข่าวเศรษฐกิจ หุ้น การเงิน และประเด็นน่าสนใจรอบโลกที่นี่
Read more »

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.62/63 ตลาดรอลุ้นผลประชุมเฟด คาดกรอบพรุ่งนี้ 33.60-33.80ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.62/63 ตลาดรอลุ้นผลประชุมเฟด คาดกรอบพรุ่งนี้ 33.60-33.80ติดตามข่าวเศรษฐกิจ หุ้น การเงิน และประเด็นน่าสนใจรอบโลกที่นี่
Read more »

ภาวะตลาดเงินบาท: บาทปิด 33.59 แกว่งแคบ รอผลประชุมเฟด คาดกรอบพรุ่งนี้ 33.50-33.70ภาวะตลาดเงินบาท: บาทปิด 33.59 แกว่งแคบ รอผลประชุมเฟด คาดกรอบพรุ่งนี้ 33.50-33.70ติดตามข่าวเศรษฐกิจ หุ้น การเงิน และประเด็นน่าสนใจรอบโลกที่นี่
Read more »

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.93 แข็งค่าสุดในภูมิภาค จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐคืนนี้ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.93 แข็งค่าสุดในภูมิภาค จับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐคืนนี้ติดตามข่าวเศรษฐกิจ หุ้น การเงิน และประเด็นน่าสนใจรอบโลกที่นี่
Read more »

ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.98 ระหว่างวันลงแตะ 34.00 ตลาดไร้ปัจจัยใหม่ คาดกรอบพรุ่งนี้ 33.80-34.10ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 33.98 ระหว่างวันลงแตะ 34.00 ตลาดไร้ปัจจัยใหม่ คาดกรอบพรุ่งนี้ 33.80-34.10ติดตามข่าวเศรษฐกิจ หุ้น การเงิน และประเด็นน่าสนใจรอบโลกที่นี่
Read more »



Render Time: 2026-04-02 04:59:26