ภัยทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา: ภัยคุกคามที่ยังคงอยู่และความพยายามในการแก้ไข

ความมั่นคง News

ภัยทุ่นระเบิดชายแดนไทย-กัมพูชา: ภัยคุกคามที่ยังคงอยู่และความพยายามในการแก้ไข
ทุ่นระเบิดชายแดนกัมพูชา
  • 📰 Thairath_News
  • ⏱ Reading Time:
  • 244 sec. here
  • 15 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 132%
  • Publisher: 63%

รายงานสถานการณ์ภัยจากทุ่นระเบิดบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ความคืบหน้าในการเก็บกู้ ปัญหาและอุปสรรค รวมถึงแนวทางแก้ไขเพื่อความปลอดภัยของประชาชน

ทุ่นระเบิด สังหารบุคคลตามแนว ชายแดน ไทย- กัมพูชา ยังคงเป็นภัยคุกคามร้ายแรงต่อชีวิตและ ความปลอดภัย ของประชาชนในพื้นที่ ชายแดน แม้ว่าประเทศไทยจะดำเนินการ เก็บกู้ และทำลาย ทุ่นระเบิด มาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน แต่พื้นที่บางส่วนยังคงมีการปนเปื้อน ทุ่นระเบิด หลงเหลืออยู่ ส่งผลให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่ประชาชนหรือเกษตรกรเหยียบ ทุ่นระเบิด โดยไม่เจตนา ทำให้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต เหตุการณ์เหล่านี้ยังคงปรากฏเป็นข่าวอยู่เป็นระยะ สะท้อนให้เห็นถึงความจำเป็นเร่งด่วนในการเร่ง เก็บกู้ ทุ่นระเบิด

เพื่อคืนความปลอดภัยและสร้างความมั่นคงให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างเร่งด่วน สถานการณ์ดังกล่าวได้ทวีความรุนแรงมากขึ้นภายหลังเหตุการณ์ความขัดแย้งสู้รบกันระหว่างไทยกับกัมพูชาในช่วงที่ผ่านมา มีรายงานว่าฝ่ายกัมพูชาได้มีการวางทุ่นระเบิดเพิ่มเติมตามแนวชายแดนเพื่อใช้เป็นแนวป้องกันทางยุทธศาสตร์ ซึ่งส่งผลให้พื้นที่บางส่วนมีความหนาแน่นของทุ่นระเบิดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การปนเปื้อนทุ่นระเบิดยังคงเป็นภัยคุกคามต่อความปลอดภัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง\ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (ศทช.) เป็นหน่วยงานหลักที่มีบทบาทสำคัญในการประสานงาน เก็บกู้ และทำลายทุ่นระเบิดสังหารบุคคลมาเป็นเวลากว่า 25 ปี ภารกิจของ ศทช. ก่อตั้งขึ้นตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาออตตาวา ซึ่งประเทศไทยได้เข้าร่วมลงนามเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2540 ภายใต้การดูแลของกองบัญชาการกองทัพไทย ศทช. ได้รับมอบหมายให้เป็นศูนย์กลางในการปฏิบัติการเกี่ยวกับทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม ดำเนินการตามพันธกรณีในการทำลายทุ่นระเบิดที่เก็บสะสม เก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ฝังอยู่ให้หมด ให้ความรู้เกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ประสบภัย และดำเนินการตามอนุสัญญาออตตาวา โดยมีหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมดำเนินการเก็บกู้ใน 27 จังหวัดทั่วประเทศ ครอบคลุมพื้นที่รวม 2,556.7 ตารางกิโลเมตร อย่างไรก็ตาม พื้นที่ที่มีสนามทุ่นระเบิดหนาแน่นที่สุดคือ บริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ครอบคลุมพื้นที่ในจังหวัดต่างๆ ได้แก่ ตราด จันทบุรี สระแก้ว บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี ทุ่นระเบิดส่วนใหญ่ที่พบเป็นทุ่นระเบิดจากความขัดแย้งในอดีต ศทช. ได้ปฏิบัติงานมาเป็นเวลา 25 ปี ทำให้ในปี 2568 คาดว่าจะยังคงเหลือพื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดประมาณ 12.8 ตารางกิโลเมตร ใน 6 จังหวัด 15 อำเภอ ความคืบหน้าในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดต้องอาศัยความสามารถของเจ้าหน้าที่ ซึ่งแต่ละนายสามารถปฏิบัติงานตรวจเก็บกู้ได้โดยเฉลี่ยวันละ 30-50 ตารางเมตร ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นที่ สภาพการปนเปื้อนของทุ่นระเบิด และสภาพอากาศ ทำให้ภารกิจนี้ต้องใช้เวลาและความระมัดระวังเป็นอย่างสูง ในปีงบประมาณ 2568 สามารถเก็บกู้ทุ่นระเบิดได้ทั้งหมด 8,176 รายการ แบ่งเป็นทุ่นระเบิดสังหารบุคคล 8,035 รายการ ทุ่นระเบิดดักรถถัง 20 รายการ และสรรพาวุธระเบิด 121 รายการ แม้ว่าทุ่นระเบิดบางส่วนจะเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลา แต่บางส่วนยังคงอยู่ในสภาพสมบูรณ์และอาจเป็นอันตรายต่อประชาชนในพื้นที่ได้\อุปสรรคสำคัญในการเก็บกู้ทุ่นระเบิดที่ตกค้างส่วนใหญ่คือ สภาพพื้นที่ที่เป็นป่าทึบ ทำให้การเข้าถึงและเคลื่อนย้ายอุปกรณ์ทำได้ยาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่พิพาทปักปันเขตแดนที่ไม่ชัดเจน ซึ่งทำให้การเคลียร์ทุ่นระเบิดเป็นไปได้ยาก เนื่องจากเมื่อหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดฯ เข้าดำเนินการเก็บกู้และทำลายทุ่นระเบิดในพื้นที่พิพาทบางจุด ฝ่ายกัมพูชามักเข้ามาขัดขวางการปฏิบัติงาน โดยอ้างว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจขัดต่อข้อตกลงบันทึกความเข้าใจ (MOU43) ซึ่งกำหนดห้ามมิให้มีการปรับเปลี่ยนสภาพพื้นที่ รื้อถอน หรือปลูกสร้างในเขตที่ยังไม่มีการปักปันเขตแดนอย่างเป็นทางการ ทำให้หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดฯ ต้องระงับการปฏิบัติงานในพื้นที่ที่มีข้อพิพาทและย้ายไปดำเนินการในพื้นที่อื่นที่ไม่มีปัญหาด้านอธิปไตย เพื่อให้การเก็บกู้ทุ่นระเบิดดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและปลอดภัย แม้ว่าฝ่ายไทยจะยื่นประท้วงต่อทางการกัมพูชาหลายครั้งเพื่อแสดงความไม่เห็นด้วยต่อการขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิดฯ และเรียกร้องให้ฝ่ายกัมพูชาแก้ไขหรือผ่อนปรนการปฏิบัติในพื้นที่พิพาท แต่ก็ไม่ได้รับการตอบสนอง ทำให้การเก็บกู้ทุ่นระเบิดในบางพื้นที่ล่าช้า ผลจากข้อจำกัดดังกล่าว ทำให้พื้นที่คงเหลือที่ไม่อาจเข้าไปดำเนินการเก็บกู้ทุ่นระเบิดได้ส่วนใหญ่อยู่ในเขตพื้นที่พิพาทเขตแดน ซึ่งต้องรอการเจรจาและข้อตกลงร่วมกันระหว่างทั้งสองประเทศก่อนจึงจะสามารถดำเนินการได้ การสำรวจพื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชาส่วนใหญ่มักเป็นพื้นที่เคยมีการสู้รบในอดีต ซึ่งยังคงมีทุ่นระเบิดตกค้าง อันส่งผลกระทบโดยตรงต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน นอกจากนี้ เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่มักพบวัตถุระเบิดหรืออาวุธสงครามโดยบังเอิญในระหว่างการทำการเกษตร การหาของป่า หรือการประกอบอาชีพในพื้นที่ ทำให้เกิดอุบัติเหตุและการสูญเสียต่อชีวิตประชาชนอยู่บ่อยครั้ง ด้วยเหตุนี้ หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดฯ จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการสำรวจ เก็บกู้ และทำลายทุ่นระเบิดในพื้นที่เสี่ยง เพื่อคืนความปลอดภัยให้แก่ประชาชน ลดการสูญเสีย และฟื้นฟูการใช้ประโยชน์ที่ดิน สร้างความมั่นคงในชีวิตอย่างยั่งยืน การเก็บกู้ทุ่นระเบิดของไทยภายใต้อนุสัญญาออตตาวาในพื้นที่ที่เป็นแนววางทุ่นระเบิดเก่าจากสถานการณ์ความขัดแย้งในอดีต ซึ่งแผนการขยายกรอบระยะเวลาเดิมนั้นจะสิ้นสุดภายในปี 2569 อย่างไรก็ตาม หลังจากเกิดเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา คาดว่าจะมีพื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดและสรรพาวุธระเบิดที่ยังไม่ระเบิดในหลายพื้นที่ที่ไม่ใช่แนวทุ่นระเบิดที่เคยสำรวจในอดีต จึงจำเป็นต้องทำการสำรวจอย่างเป็นทางการตามขั้นตอนอย่างละเอียดอีกครั้ง ซึ่งคาดว่าจะต้องขยายระยะเวลาการเก็บกู้ออกไปอีก 3-5 ปี เนื่องจากที่ผ่านมา การเก็บกู้ทุ่นระเบิดในประเทศไทยได้มีการขยายระยะเวลามาแล้วหลายครั้ง ด้วยปัจจัยต่างๆ เช่น สภาพภูมิประเทศ การเข้าถึงพื้นที่ที่ต้องใช้การเดินเท้าเป็นเวลานาน พื้นที่ปนเปื้อนทุ่นระเบิดหนาแน่น มีทุ่นระเบิดหลากหลายชนิด หรือสภาพภูมิอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย เช่น ฝนตก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การถูกขัดขวางจากทหารฝ่ายตรงข้ามในพื้นที่ อุปสรรคเหล่านี้ส่งผลให้การเก็บกู้ทุ่นระเบิดต้องใช้เวลานานกว่าที่กำหนด และต้องมีการจัดสรรทรัพยากร บุคลากร และเทคโนโลยีสนับสนุนเพิ่มเติม เพื่อให้บรรลุเป้าหมายตามพันธกรณีภายใต้อนุสัญญาออตตาว

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thairath_News /  🏆 8. in TH

ทุ่นระเบิด ชายแดน กัมพูชา ศทช. เก็บกู้ ความปลอดภัย อนุสัญญาออตตาวา MOU43 ความมั่นคง

 

United States Latest News, United States Headlines



Render Time: 2026-04-02 05:10:27