ฟองสบู่ AI: เรื่องจริงหรือแค่กระแส?

เทคโนโลยี News

ฟองสบู่ AI: เรื่องจริงหรือแค่กระแส?
AIฟองสบู่การลงทุน
  • 📰 Thairath_News
  • ⏱ Reading Time:
  • 241 sec. here
  • 11 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 117%
  • Publisher: 63%

วงการเทคโนโลยีถกเถียงประเด็นร้อน “ฟองสบู่ AI” ผู้เชี่ยวชาญแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ทั้งที่มองว่ามีความคล้ายคลึงกับยุคฟองสบู่ดอทคอม และเชื่อมั่นว่า AI คือเทคโนโลยีแห่งอนาคต การลงทุนใน AI ที่ร้อนแรงในปัจจุบัน มีองค์ประกอบของฟองสบู่จริงหรือไม่? บริษัท AI หลายแห่งมีมูลค่าสูงเกินจริงหรือไม่? และการลงทุนใน AI จะคุ้มค่าในระยะยาวหรือไม่?

เรากำลังอยู่ใน ฟองสบู่ AI จริงหรือไม่? นี่คือคำถามใหญ่ที่สุดของวงการ เทคโนโลยี ตอนนี้ และบรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างก็มีมุมมองที่หลากหลายทั้งสองฝั่ง สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลข คือ การตั้งข้อเปรียบเทียบถึง “ ฟองสบู่ ดอทคอม” ช่วงปลายยุค 1990 ผู้นำและนักลงทุนหลายคนตั้งข้อสังเกตตรงกันว่า ความร้อนแรงในตลาด AI ตอนนี้มีองค์ประกอบของ ฟองสบู่ ชัดเจน ทั้งการเร่งลงทุนเพียงเพราะกลัวตกขบวน ดีลมูลค่ามหาศาล การสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดยักษ์ และการประเมินมูลค่าที่สูงระดับประวัติการณ์ของสตาร์ทอัป AI นับร้อยราย ขณะที่บางส่วนกลับเชื่อว่ารอบนี้ต่างจากยุคดอทคอมอย่างสิ้นเชิง โดยเชื่อว่าความต้องการ AI นั้นเป็นของจริง นี่คือการปฏิวัติ เทคโนโลยี ครั้งใหญ่ และเงินที่ใช้ไม่ได้สูญเปล่า แต่เป็น “ การลงทุน ที่คุ้มค่า”“เราอยู่ในช่วงที่นักลงทุนตื่นเต้นกับ AI มากเกินไปหรือเปล่า ผมคิดว่าใช่ และถ้าถามว่า AI เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อจากนี้หรือเปล่า ผมคิดว่าใช่เช่นเดียวกัน” กระแส ฟองสบู่ ถูกพูดถึงมากขึ้นหลังจาก Sam Altman ซีอีโอ OpenAI ผู้สร้าง ChatGPT หนึ่งในบริษัท AI ที่ระดมทุนต่อเนื่องและได้รับการประเมินมูลค่าสูงที่สุดในโลกตอนนี้ ออกมายอมรับและเตือนว่า เราอยู่ในภาวะ ฟองสบู่ เมื่อเม็ดเงินจำนวนมากกำลังไหลเข้าไปยังโปรเจกต์ที่ไม่สามารถพิสูจน์รายได้จริงในระยะสั้น รวมถึงความเสี่ยงด้าน Misallocation ที่เงินอาจไหลผิดทิศจาก การลงทุน ในไอเดียใหม่ๆ หรือไล่ซื้อบริษัทที่ยังไม่พิสูจน์รายได้อาจสร้างความเสี่ยงในระยะยาวให้กับนักลงทุนทุกรูปแบบมากกว่าเรื่องราคาหุ้น “AI กำลังอยู่ในภาวะ ฟองสบู่ แต่ยังไม่เท่าดอกทิวลิปเดนมาร์กที่มูลค่าของมันสูงมาก บางบริษัทดีใจที่ทุ่มเงินทั้งหมดเพื่อลงทุน บางแห่งยอมทุ่มทุนไปกับศูนย์ข้อมูลที่ค่าไฟฟ้าแพงเกินไป และแน่นอนว่ามี การลงทุน มากมายที่กำลังจะถึงทางตัน”มุมมองดังกล่าวกลายเป็นสัญญาณที่ทำให้นักวิเคราะห์มองว่า ความเสี่ยงในตลาดยังคงสูง โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านมูลค่าเมื่อสตาร์ทอัป AI จำนวนมากโตเกินจริงและอุตสาหกรรม เทคโนโลยี กำลังขับเคลื่อนภาพรวมของตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังกดดันตลาดหุ้นเป็นวงกว้าง ขณะที่ผู้กำกับดูแลตลาดในอังกฤษก็ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงแบบ ฟองสบู่ เช่นกัน กระแสเก็งกำไรและความไฮป์มีจริง แต่ไม่ได้เกิดกับทุกบริษัท หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าสตาร์ทอัป AI จำนวนมากในตอนนี้มีมูลค่าที่สูงเกินกว่าความสามารถในการสร้างรายได้จริง ขณะที่การนำ AI ไปประยุกต์ในภาคธุรกิจยังไม่สร้างผลตอบแทนจาก การลงทุน เท่าที่ควร ล่าสุด Sundar Pichai ซีอีโอของ Google ที่แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ว่า “จะไม่มีบริษัทใดรอดพ้นได้” หากเกิดภาวะ ฟองสบู่ แตกขึ้นมา แม้แต่ Google เองที่เดิมพันกับ เทคโนโลยี นี้ “กระแส การลงทุน AI ในตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ไม่ธรรมดา และต้องยอมรับว่ามีองค์ประกอบของความไร้เหตุผลปะปนอยู่ในตลาดจำนวนมาก คล้ายกับสิ่งเกิดขึ้นในยุค ฟองสบู่ ดอทคอมเมื่อกว่า 20 ปีก่อน และหาก ฟองสบู่ แตกเมื่อใด จะไม่มีบริษัทใดปลอดภัย 100% รวมถึง Google เอง”อย่างไรก็ตามผู้นำและนักลงทุนบางส่วนที่เน้นมุมมองระยะยาว บางส่วนยอมรับถึงปัจจัยที่ทำให้ต้องพิจารณาว่าเป็น ฟองสบู่ แต่มีความเชื่อว่า ฟองสบู่ นี้จะไม่แตกง่ายๆ เหมือนยุคดอทคอม เพราะในปัจจุบัน AI นำมาซึ่ง “Core Technology” หรือ เทคโนโลยี พื้นฐานที่จับต้องได้จริง ไม่ว่าจะเป็น โมเดล AI เซมิคอนดักเตอร์ โครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล ดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่ที่กำลังจะเป็นรากฐานของอุตสาหกรรมใหม่ตลอดทศวรรษหน้า “ การลงทุน AI ไม่ใช่แค่ซื้อ GPU สิ่งที่เราเห็นคือ การลงทุน ในโครงสร้างพื้นฐาน ผมไม่คิดว่านี่คือ ฟองสบู่ แต่เป็นเงินทุนที่ถูกใช้ไปอย่างเหมาะสม บริษัทใหญ่ๆ จะเป็นผู้ชนะในระยะยาว นั่นแหละคือทุนนิยม มีคนชนะ มีคนแพ้ แต่ถ้าคุณมีพอร์ตที่กระจายตัวดี คุณก็จะโอเค” Larry Fink ซีอีโอ BlackRock กล่าวว่า มีเงินจำนวนมหาศาลไหลเข้าสู่ AI แต่เขาเชื่อว่านี่เป็น การลงทุน ที่จำเป็นต่อการรักษาความเป็นผู้นำด้าน เทคโนโลยี ของสหรัฐและเป็น การลงทุน โครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อเศรษฐกิจอนาคต“ยุคดอทคอม คนพยายามหาประโยชน์จากความผันผวนของตลาดหุ้น นั่นคือ ฟองสบู่ แต่คุณมองไม่เห็นแบบนั้นในตอนนี้ เราไม่ได้เห็นบริษัท AI แปลกๆ เข้าตลาดหลักทรัพย์สักหน่อย ถ้าจู่ๆ เราเห็นบริษัทจำนวนมาก พากันลอกเลียนแบบโมเดลของคนอื่น หรือแค่สร้างโมเดลขึ้นมาเพื่อจะ IPO นี่ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของ ฟองสบู่ ได้”แม้ตลาดจะร้อนแรงและส่วนหนึ่งอาจเป็น ฟองสบู่ แต่แกนกลางของ เทคโนโลยี แข็งแรงเกินกว่าจะพังเหมือนในอดีต มุมมองนี้ถูกตอกย้ำโดยผู้นำบริษัทชิปอันดับหนึ่งที่ตอนนี้ใครก็ขาดเขาไม่ได้ Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia เน้นย้ำว่า ดีมานด์ด้านการประมวลผลเป็นของจริง ไม่ใช่แค่เรื่องการตลาด ยืนยันจากยอดสั่งซื้อชิป AI ของเขาต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกกำลังอัปเกรดทั้งระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น เครือข่ายการประมวลผลที่รองรับโมเดลที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ “ผมไม่เชื่อว่าเราอยู่ใน ฟองสบู่ AI เราแค่อยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านระยะยาว AI จะพิสูจน์ให้เห็นมูลค่าที่แท้จริงและทำกำไรได้ นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบประมวลผลแบบใหม่ที่กินเวลาร่วมทศวรรษ” หรือจะเป็นหนึ่งในมุมมองที่ทรงพลังของ Jeff Bezos ผู้ก่อตั้ง Amazon ที่เรียกสถานการณ์ตอนนี้ว่า ฟองสบู่ แบบ “Industrial Bubble” ที่จะเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจโลกในอีกหลายสิบปี ต่างจากยุคดอทคอมที่เงินจำนวนมากไหลไปยังเว็บไซต์ที่ไม่มีทรัพย์สินจริง แต่ AI กำลังสร้างสินทรัพย์ที่จับต้องได้และใช้จริงในระยะยาว “นี่คือ ฟองสบู่ อุตสาหกรรม ไม่ใช่ ฟองสบู่ ทางการเงิน และ ฟองสบู่ ที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป เพราะเมื่อฝุ่นควันจางลง ผู้ชนะจะปรากฏ และสังคมจะได้รับประโยชน์จากสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้น”.

เรากำลังอยู่ในฟองสบู่ AI จริงหรือไม่? นี่คือคำถามใหญ่ที่สุดของวงการเทคโนโลยีตอนนี้ และบรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างก็มีมุมมองที่หลากหลายทั้งสองฝั่ง สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลข คือ การตั้งข้อเปรียบเทียบถึง “ฟองสบู่ดอทคอม” ช่วงปลายยุค 1990 ผู้นำและนักลงทุนหลายคนตั้งข้อสังเกตตรงกันว่า ความร้อนแรงในตลาด AI ตอนนี้มีองค์ประกอบของฟองสบู่ชัดเจน ทั้งการเร่งลงทุนเพียงเพราะกลัวตกขบวน ดีลมูลค่ามหาศาล การสร้างดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดยักษ์ และการประเมินมูลค่าที่สูงระดับประวัติการณ์ของสตาร์ทอัป AI นับร้อยราย ขณะที่บางส่วนกลับเชื่อว่ารอบนี้ต่างจากยุคดอทคอมอย่างสิ้นเชิง โดยเชื่อว่าความต้องการ AI นั้นเป็นของจริง นี่คือการปฏิวัติเทคโนโลยีครั้งใหญ่ และเงินที่ใช้ไม่ได้สูญเปล่า แต่เป็น “การลงทุนที่คุ้มค่า”“เราอยู่ในช่วงที่นักลงทุนตื่นเต้นกับ AI มากเกินไปหรือเปล่า ผมคิดว่าใช่ และถ้าถามว่า AI เป็นสิ่งสำคัญที่สุดที่จะเกิดขึ้นในอนาคตต่อจากนี้หรือเปล่า ผมคิดว่าใช่เช่นเดียวกัน” กระแสฟองสบู่ถูกพูดถึงมากขึ้นหลังจาก Sam Altman ซีอีโอ OpenAI ผู้สร้าง ChatGPT หนึ่งในบริษัท AI ที่ระดมทุนต่อเนื่องและได้รับการประเมินมูลค่าสูงที่สุดในโลกตอนนี้ ออกมายอมรับและเตือนว่า เราอยู่ในภาวะฟองสบู่ เมื่อเม็ดเงินจำนวนมากกำลังไหลเข้าไปยังโปรเจกต์ที่ไม่สามารถพิสูจน์รายได้จริงในระยะสั้น รวมถึงความเสี่ยงด้าน Misallocation ที่เงินอาจไหลผิดทิศจากการลงทุนในไอเดียใหม่ๆ หรือไล่ซื้อบริษัทที่ยังไม่พิสูจน์รายได้อาจสร้างความเสี่ยงในระยะยาวให้กับนักลงทุนทุกรูปแบบมากกว่าเรื่องราคาหุ้น “AI กำลังอยู่ในภาวะฟองสบู่ แต่ยังไม่เท่าดอกทิวลิปเดนมาร์กที่มูลค่าของมันสูงมาก บางบริษัทดีใจที่ทุ่มเงินทั้งหมดเพื่อลงทุน บางแห่งยอมทุ่มทุนไปกับศูนย์ข้อมูลที่ค่าไฟฟ้าแพงเกินไป และแน่นอนว่ามีการลงทุนมากมายที่กำลังจะถึงทางตัน”มุมมองดังกล่าวกลายเป็นสัญญาณที่ทำให้นักวิเคราะห์มองว่า ความเสี่ยงในตลาดยังคงสูง โดยเฉพาะความเสี่ยงด้านมูลค่าเมื่อสตาร์ทอัป AI จำนวนมากโตเกินจริงและอุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังขับเคลื่อนภาพรวมของตลาดหุ้นสหรัฐฯ กำลังกดดันตลาดหุ้นเป็นวงกว้าง ขณะที่ผู้กำกับดูแลตลาดในอังกฤษก็ออกมาเตือนถึงความเสี่ยงแบบฟองสบู่เช่นกัน กระแสเก็งกำไรและความไฮป์มีจริง แต่ไม่ได้เกิดกับทุกบริษัท หลายฝ่ายเป็นห่วงว่าสตาร์ทอัป AI จำนวนมากในตอนนี้มีมูลค่าที่สูงเกินกว่าความสามารถในการสร้างรายได้จริง ขณะที่การนำ AI ไปประยุกต์ในภาคธุรกิจยังไม่สร้างผลตอบแทนจากการลงทุนเท่าที่ควร ล่าสุด Sundar Pichai ซีอีโอของ Google ที่แสดงความเห็นต่อเรื่องนี้ว่า “จะไม่มีบริษัทใดรอดพ้นได้” หากเกิดภาวะฟองสบู่แตกขึ้นมา แม้แต่ Google เองที่เดิมพันกับเทคโนโลยีนี้ “กระแสการลงทุน AI ในตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ไม่ธรรมดา และต้องยอมรับว่ามีองค์ประกอบของความไร้เหตุผลปะปนอยู่ในตลาดจำนวนมาก คล้ายกับสิ่งเกิดขึ้นในยุคฟองสบู่ดอทคอมเมื่อกว่า 20 ปีก่อน และหากฟองสบู่แตกเมื่อใด จะไม่มีบริษัทใดปลอดภัย 100% รวมถึง Google เอง”อย่างไรก็ตามผู้นำและนักลงทุนบางส่วนที่เน้นมุมมองระยะยาว บางส่วนยอมรับถึงปัจจัยที่ทำให้ต้องพิจารณาว่าเป็นฟองสบู่ แต่มีความเชื่อว่าฟองสบู่นี้จะไม่แตกง่ายๆ เหมือนยุคดอทคอม เพราะในปัจจุบัน AI นำมาซึ่ง “Core Technology” หรือเทคโนโลยีพื้นฐานที่จับต้องได้จริง ไม่ว่าจะเป็น โมเดล AI เซมิคอนดักเตอร์ โครงสร้างพื้นฐานด้านการประมวลผล ดาต้าเซ็นเตอร์ยุคใหม่ที่กำลังจะเป็นรากฐานของอุตสาหกรรมใหม่ตลอดทศวรรษหน้า “การลงทุน AI ไม่ใช่แค่ซื้อ GPU สิ่งที่เราเห็นคือการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ผมไม่คิดว่านี่คือฟองสบู่ แต่เป็นเงินทุนที่ถูกใช้ไปอย่างเหมาะสม บริษัทใหญ่ๆ จะเป็นผู้ชนะในระยะยาว นั่นแหละคือทุนนิยม มีคนชนะ มีคนแพ้ แต่ถ้าคุณมีพอร์ตที่กระจายตัวดี คุณก็จะโอเค” Larry Fink ซีอีโอ BlackRock กล่าวว่า มีเงินจำนวนมหาศาลไหลเข้าสู่ AI แต่เขาเชื่อว่านี่เป็นการลงทุนที่จำเป็นต่อการรักษาความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีของสหรัฐและเป็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อเศรษฐกิจอนาคต“ยุคดอทคอม คนพยายามหาประโยชน์จากความผันผวนของตลาดหุ้น นั่นคือฟองสบู่ แต่คุณมองไม่เห็นแบบนั้นในตอนนี้ เราไม่ได้เห็นบริษัท AI แปลกๆ เข้าตลาดหลักทรัพย์สักหน่อย ถ้าจู่ๆ เราเห็นบริษัทจำนวนมาก พากันลอกเลียนแบบโมเดลของคนอื่น หรือแค่สร้างโมเดลขึ้นมาเพื่อจะ IPO นี่ก็อาจเป็นจุดเริ่มต้นของฟองสบู่ได้”แม้ตลาดจะร้อนแรงและส่วนหนึ่งอาจเป็นฟองสบู่ แต่แกนกลางของเทคโนโลยีแข็งแรงเกินกว่าจะพังเหมือนในอดีต มุมมองนี้ถูกตอกย้ำโดยผู้นำบริษัทชิปอันดับหนึ่งที่ตอนนี้ใครก็ขาดเขาไม่ได้ Jensen Huang ซีอีโอ Nvidia เน้นย้ำว่า ดีมานด์ด้านการประมวลผลเป็นของจริง ไม่ใช่แค่เรื่องการตลาด ยืนยันจากยอดสั่งซื้อชิป AI ของเขาต่อเนื่องตลอด 3 ปีที่ผ่านมา ดาต้าเซ็นเตอร์ทั่วโลกกำลังอัปเกรดทั้งระบบไฟฟ้า ระบบทำความเย็น เครือข่ายการประมวลผลที่รองรับโมเดลที่ใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ “ผมไม่เชื่อว่าเราอยู่ในฟองสบู่ AI เราแค่อยู่ในช่วงการเปลี่ยนผ่านระยะยาว AI จะพิสูจน์ให้เห็นมูลค่าที่แท้จริงและทำกำไรได้ นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการสร้างระบบประมวลผลแบบใหม่ที่กินเวลาร่วมทศวรรษ” หรือจะเป็นหนึ่งในมุมมองที่ทรงพลังของ Jeff Bezos ผู้ก่อตั้ง Amazon ที่เรียกสถานการณ์ตอนนี้ว่า ฟองสบู่แบบ “Industrial Bubble” ที่จะเป็นฐานสำคัญของเศรษฐกิจโลกในอีกหลายสิบปี ต่างจากยุคดอทคอมที่เงินจำนวนมากไหลไปยังเว็บไซต์ที่ไม่มีทรัพย์สินจริง แต่ AI กำลังสร้างสินทรัพย์ที่จับต้องได้และใช้จริงในระยะยาว “นี่คือฟองสบู่อุตสาหกรรม ไม่ใช่ฟองสบู่ทางการเงิน และฟองสบู่ที่เกี่ยวข้องกับภาคอุตสาหกรรมก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป เพราะเมื่อฝุ่นควันจางลง ผู้ชนะจะปรากฏ และสังคมจะได้รับประโยชน์จากสิ่งประดิษฐ์เหล่านั้น”

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thairath_News /  🏆 8. in TH

AI ฟองสบู่ การลงทุน เทคโนโลยี สตาร์ทอัพ

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์: ภาพยนตร์ AI พร้อมฉายปี 2026 หลังได้รับเงินลงทุน 900 ล้านดอลลาร์ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์: ภาพยนตร์ AI พร้อมฉายปี 2026 หลังได้รับเงินลงทุน 900 ล้านดอลลาร์ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าภาพยนตร์ที่สร้างโดย AI จะพร้อมฉายในปี 2026 หลังจากบริษัท AI ในสหรัฐฯ ได้รับเงินลงทุน 900 ล้านดอลลาร์จากรัฐบาลซาอุดีอาระเบียเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีการสร้างภาพยนตร์ด้วย AI
Read more »

Samsung Foundry เร่งเครื่องผลิตชิป 2nm ดึงดูดลูกค้าจาก TSMC ด้วยราคาที่น่าสนใจ พร้อมส่งมอบชิป AI ให้ TeslaSamsung Foundry เร่งเครื่องผลิตชิป 2nm ดึงดูดลูกค้าจาก TSMC ด้วยราคาที่น่าสนใจ พร้อมส่งมอบชิป AI ให้ TeslaSamsung Foundry เตรียมเพิ่มกำลังการผลิตชิป 2nm อย่างเต็มที่ในปี 2026 เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น พร้อมทั้งวางแผนที่จะดึงดูดลูกค้าจาก TSMC ด้วยกลยุทธ์ด้านราคาที่น่าสนใจ และเตรียมส่งมอบชิป AI ให้ Tesla
Read more »

OpenAI เปิดตัว ChatGPT Group Chats: พลิกโฉม ChatGPT สู่แพลตฟอร์มสนทนากลุ่มพร้อมผู้ช่วย GPT-5.1OpenAI เปิดตัว ChatGPT Group Chats: พลิกโฉม ChatGPT สู่แพลตฟอร์มสนทนากลุ่มพร้อมผู้ช่วย GPT-5.1OpenAI เปิดตัวฟีเจอร์ ChatGPT Group Chats ที่รองรับการแชทกลุ่มสูงสุด 20 คน พร้อมผู้ช่วย AI GPT-5.1 สร้างแพลตฟอร์มสนทนาและการทำงานร่วมกันแบบใหม่
Read more »

เจาะพฤติกรรมคนไทยในยุคดิจิทัล 2025: เมื่อ TikTok ครองเมือง, AI กลายเป็นเพื่อนคู่ใจเจาะพฤติกรรมคนไทยในยุคดิจิทัล 2025: เมื่อ TikTok ครองเมือง, AI กลายเป็นเพื่อนคู่ใจเจาะลึกพฤติกรรมคนไทยในยุคดิจิทัล 2025: เมื่อแอป TikTok ครองเมือง, ขณะที่ YouTube ดูดเวลาไปเยอะที่สุด และ AI กลายเป็นเพื่อนคู่ใจ
Read more »

Microsoft เตรียมปรับ Windows 11 สู่ยุค AI: ยุติ WSA และเผชิญเสียงวิจารณ์Microsoft เตรียมปรับ Windows 11 สู่ยุค AI: ยุติ WSA และเผชิญเสียงวิจารณ์Microsoft ประกาศแผนการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับ Windows 11 ที่เน้นการทำงานด้วย AI เต็มรูปแบบ แต่ในขณะเดียวกันก็ยุติการสนับสนุน Windows Subsystem for Android และเผชิญเสียงวิจารณ์จากผู้ใช้เกี่ยวกับความเร็ว, เสถียรภาพ และปัญหาพื้นฐานของระบบ
Read more »

อัลติเมท เดสตินี่ เปิดตัว Human Energy x AI ใช้ศาสตร์ 5 ธาตุยกระดับองค์กรอัลติเมท เดสตินี่ เปิดตัว Human Energy x AI ใช้ศาสตร์ 5 ธาตุยกระดับองค์กรอัลติเมท เดสตินี่ พลัส เปิดตัวแพลตฟอร์ม Human Energy x AI ผสานศาสตร์ 5 ธาตุยกระดับผู้นำยุคใหม่ ระบบวิเคราะห์ “พลังของคน” ด้วย AI ช่วยองค์กรเข้าใจจุดแข็งทีมงาน–พัฒนาภาวะผู้นำ เตรียมรับปีมะเมียไฟ 2026 ปี
Read more »



Render Time: 2026-04-01 19:20:00