พ่อชาวยูเครนดั้นด้นไปรัสเซีย เพื่อพาลูกที่ถูกพาตัวไปกลับมา

United States News News

พ่อชาวยูเครนดั้นด้นไปรัสเซีย เพื่อพาลูกที่ถูกพาตัวไปกลับมา
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 PPTVHD36
  • ⏱ Reading Time:
  • 282 sec. here
  • 6 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 116%
  • Publisher: 51%

สื่อต่างประเทศเผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับพ่อเลี้ยงเดี่ยวชาวยูเครน ที่ลูก 3 คนถูกพาตัวไปยังรัสเซีย และเขาต้องทำทุกวิถีทางเพื่อพาแก้วตาดวงใจกลับมา อ่านข่าว: PPTVHD36 PPTVNews ครบทุกข่าวเข้าใจคอกีฬา รัสเซีย ยูเครน รัสเซียยูเครน รัสเซียบุกยูเครน

นี่คือเรื่องราวของ เยฟเฮน เมเจวี พ่อเลี้ยงเดียววัย 40 ปีจากเมืองมาริอูปอล หนึ่งในเมืองของยูเครนที่ถูกรัสเซียยึดครองไว้ได้ เขาเป็นหนึ่งในพ่อแม่ชาวยูเครนหลายพันคนที่ลูกถูกลักพาตัวและพสตัวไปรัสเซีย ซึ่งเป็นการบังคับเคลื่อนย้ายเด็กโดยมิชอบที่ทำให้ศาลอาญาระหว่างประเทศ ออกหมายจับประธานาธิบดีรัสเซียเมื่อวันที่ 17 มี.

ค. ที่ผ่านมา เมเจวีเล่าว่า เมื่อรัสเซียรุกรานยูเครนในปีที่แล้ว เขาทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ควบคุมเครนอยู่ในเขตชานเมืองของมาริอูปอล “วันที่ถูกรุกราน ทันทีที่เริ่มได้ยินเสียงกระสุนปืน ความคิดแรกของผมคือ แมตวี ลูกชายของผมวัย 13 ปี และลูกสาวของผมสองคน ซเสียโตสลาวาวัย 9 ขวบ และโอเล็กซานดราวัย 7 ขวบ” เขาบอกว่า “ผมอยู่ที่ทำงานและรีบนั่งแท็กซี่กลับบ้านไปหาลูก ๆ เราใช้เวลา 2-3 วันต่อมาในการย้ายจากไปอยู่ในที่หลบภัย นอนกันบนฟูก ไม่มีน้ำและไฟฟ้า” จากนั้นมาริอูปอลก็ถูกกองทัพรัสเซียล้อมในเวลาไม่นาน “ผมไปโรงพยาบาลหมายเลข 4 ในมาริอูปอลทุกวัน เพื่อชาร์จโทรศัพท์และพาวเวอร์แบงก์” เขาเสริมว่า “หมอส่วนใหญ่ย้ายไปเกือบหมดแล้ว เหลือพยาบาลและแพทย์ฉุกเฉินเพียงไม่กี่คน อาสาสมัครบางคนบอกให้ผมกับลูก ๆ ย้ายไปที่หลุมหลบภัยของโรงพยาบาล ... ผมช่วยอาสาสมัครและพยาบาลขนย้ายศพ พอถุงบรรจุศพหมดและห้องเก็บศพเต็มความจุ เราก็ทำได้แค่เอาศพกองไว้ด้านหลังโรงพยาบาล” เมเจวีกับลูก ๆ อยู่ในหลุมหลบภัยของพยาบาลอย่างปลอดภัย แม้จพถูกตัดขาดจากโลกภายนอกและเริ่มขาดแคลนอาหาร กระทั่งวันที่ 17 มี.ค. 2022 กองกำลังรัสเซียบุกทะลวงแนวป้องกันของเมืองได้สำเร็จ แมตวี ลูกชายของเมเจวีปลุกเขาขึ้นมาและบอกว่า “พ่อครับ มีทหารรัสเซียอยู่บนบันได...” เมเจวีเล่าว่า “ทหารบอกเราว่าเรามี 2 ทางเลือก คือจะไปกับพวกเขาดี ๆ หรือรอเจอกองกำลังจากเชชเนียที่จะตามมา เราเลือกที่จะไปกับพวกเขา พวกเขาพาเราไปที่วินโนฮาดเน หมู่บ้านทางตะวันออกเฉียงใต้ของมาริอูปอล” เขาบอกว่า ที่นั่นมีคนหนุ่มสาวในเสื้อเชิ้ตสีขาวและป้ายที่บอกว่า ‘เรารักรัสเซีย’ ออกมาทักทายเราและให้ความช่วยเหลือ “เราอยู่ที่นั่นพักหนึ่ง แต่แล้ววันหนึ่ง เราถูกพาตัวไปที่จุดตรวจค้น เจ้าหน้าที่รัสเซียเห็นบางอย่างในเอกสารของผม” ตั้งแต่ปี 2016-2019 เมเจวีเข้าประจำการในกองทัพยูเครนที่ฐานทัพในเมืองยาโวริฟ ทางตะวันตกของประเทศ เมื่อรัสเซียเริ่มรุหรานยูเครน เขาก็รู้ตัวดีว่า กองทัพรัสเซียจะต้องออกตามหาและคุมขังทหารและอดีตทหารของยูเครนอย่างแน่นอน เขาจึงโยนเครื่องแบบทิ้ง และพยายามไม่ทิ้งร่องรอยที่จะบ่งบอกว่าเขาเคยอยู่ในกองทัพ แต่สุดท้ายก็ถูกรัสเซียจับได้ ทหารรัสเซียบอกเขาว่า “เราได้ตัวคุณแล้ว!” และแนะนำให้เขาหาคนคอยดูแลลูก ๆ ของเขา “ผมถามว่าผมจะถูกจับนานแค่ไหน? และพวกเขาก็บอกว่า: ‘อาจจะ 2 ชั่วโมงหรือ 7 ปีก็ได้’” เมเจวีขอให้ผู้หญิงคนหนึ่งที่อาศัยอยู่ในหลุมหลบภัยเดียวกันช่วยดูแลลูก ๆ ของเขาในขณะที่ทหารพาเขาไปที่ฐานเพื่อตรวจสอบบางอย่าง “ผมคิดว่าพวกเขาจะให้ผมอยู่ที่นั่นแค่ 2-3 ชั่วโมง แต่กลับกลายเป็นว่ามันนานกว่านั้นมาก” เมเจวีถูกย้ายไปยังเรือนจำใกล้กับเมืองโอเลนวินกาในภูมิภาคโดเนตสก์ ซึ่งที่นี่มีเชลยศึกชาวยูเครนถูกคุมตัวไว้จำนวนมาก เขาถูกคุมตัวไว้ที่นั่นประมาณ 45 วัน “เมื่อผมออกจากคุก สิ่งแรกที่ผมนึกถึงคือลูก ๆ หลังจากที่พวกเขาปล่อยผมออกจากโอเลนวินกา ผมไปที่เมืองโดเนตสก์ในวันที่ 26 พ.ค. เพื่อรับเอกสารต่าง ๆ คืน และค้นหาว่าลูก ๆ อยู่ที่ไหน” เมเจวีเล่า เขาสังเกตเห็นว่า สูติบัตรของลูก ๆ หายไป เมื่อเขาถามเจ้าหน้าที่รัสเซียว่าเกิดอะไรขึ้น ก็ได้รับแจ้งว่าลูก ๆ ทั้ง 3 คนของเขาถูกพาตัวไปยัง “ค่าย” ในกรุงมอสโกของรัสเซีย มีรายงานว่า นับตั้งแต่สงครามรัสเซีย-ยูเครนเริ่มขึ้น มีเด็กชาวยูเครนหลายพันรายถูกทหารรัสเซียนำตัวไปยัง “ค่าย” 43 แห่งทั่วประเทศ เพื่อเข้าโครงการ “การศึกษาใหม่” ของรัสเซีย ค่ายดังกล่าวเป็นมีวัตถุประสงค์เพื่อ “ให้การศึกษาเกี่ยวกับการทหารและปลูกฝังอุดมการณ์ความรักชาติต่อประเทศรัสเซีย” ให้แก่เด็กยูเครน โดยจะดำเนินเป็นเวลาหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนนับตั้งแต่ถูกนำตัวมา ในตอนนั้น เมเจวีไม่มีเงินเหลือติดตัวเลย เขาหางานทำและพยายามติดต่อกับค่ายที่ลูก ๆ ของเขาถูกพาตัวไป แล้ววันหนึ่งในช่วงต้นเดือน มิ.ย. เขาก็ได้รับโทรศัพท์จากแมตวี ลูกชายของเขา แมตวีบอกว่า “พ่อครับ มีคนบอกผมว่าค่ายกำลังจะปิดในอีก 5 วัน และเราต้องไปอยู่กับครอบครัวอุปถัมภ์หรือสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า” นั่นทำให้เมเจวีรู้ตัวว่า เขาไม่มีเวลาหางานทำอีกแล้ว “ผมจำเป็นต้องเสี่ยงเดินทางไปรัสเซียและพาพวกเขาออกจากที่นั่นโดยเร็วที่สุด” เมเจวีเล่าต่อว่า “โชคดีมาก ที่มีอาสาสมัครช่วยพาผมไปมอสโก มันยากมากที่จะข้ามไปยังรัสเซียจากดินแดนที่ถูกยึดครอง และผมถูกสอบสวนครั้งแล้วครั้งเล่า แม้ว่าผมจะติดคุกมาแล้ว 45 วัน และผมก็แค่อยากได้ตัวลูก ๆ คืน แต่ไม่มีใครสนใจเรื่องนั้น แต่ในที่สุดผมก็ข้ามไปยังรัสเซียและขึ้นรถไฟไปมอสโกได้สำเร็จ” เมื่อเขามาถึงมอสโก เมจเวีได้รับการติดต่อจาก อเล็กเซย์ กาซาร์ยัน เจ้าหน้าที่รัสเซียที่ทำงานในสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของเด็ก ซึ่งบอกเมเจวีว่า เขาไม่สนใจที่เมเจวีจะพาลูก ๆ ของเขากลับ แต่เขาจำเป็นต้องได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานบริการสังคมของสาธารณรัฐประชาชนโดเนตสก์ เสียก่อน เมเจวีได้พยายามวิ่งเต้นทุกทาง จนหัวหน้าฝ่ายบริการสังคม DNR เอเลนา ไมโบโรดา ได้โทรหากาซาร์ยันเพื่อแจ้งว่า พวกเขาจะอนุญาตให้พ่อไปรับลูก ๆ ของเขาคืนได้ และในวันที่ 20 มิ.ย. เวลาประมาณ 23.00 น. เมเจวีได้เดินทางมาถึงค่ายแห่งหนึ่งในย่านชานเมืองของมอสโก “ผมตกใจมากเมื่อเห็นค่ายมีประตูขนาดใหญ่และทหารติดอาวุธ” เมเจวีถูกสอบปากคำโดยคนอย่างน้อย 5 คน รวมถึงกาซาร์ยัน นักจิตวิทยา พยาบาล และหัวหน้าค่าย และเขาต้องกรอกเอกสารหลายสิบฉบับ “จากนั้น ขณะที่ผมกำลังกรอกเอกสารฉบับสุดท้าย ผมได้ยินเสียงลูกสาวของผม และผมก็หยุด พวกเขาวิ่งเข้ามาและเรากอดกันเป็นเวลานาน หลังจากนั้น แมตวี บุตรชายของผมก็ตามเข้ามาด้วย” หลังจากได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง เมเจวีก็พาลูก ๆ ข้ามแดนไปยังลัตเวียด้วยความช่วยเหลือจากอาสาสมัคร เมเจวีพบว่า ก่อนที่เด็ก ๆ จะได้กลับมา แมตวี ลูกชายคนโตถูกรัสเซียบังคับให้ลงนามในเอกสารใบรับรองที่ขอให้ตัวเขาโอนสิทธิ์ในการดูแลของตัวเองและน้องสาวกลับไปหาบิดาได้ “เด็กอายุ 13 ปีต้องมาเขียนเรื่องไร้สาระนี้ ... เขาต้องลงนาม เด็กอายุ 13 ปี ลงนามในคำขอปกครองตนเองและน้องสาวของเขา ไร้สาระมาก แต่คุณรู้อะไรไหม? ผมไม่อยากคิดถึงมันอีกแล้ว ทุกวันนี้ยังไม่อยากเชื่อเลยว่าตัวเองและลูกต้องผ่านอะไรมาบ้าง แต่โชคดีที่ผมได้พวกเขากลับมา โชคดีที่ตอนนี้เราอยู่ด้วยกัน และนั่นคือทั้งหมดที่สำคัญ” เมื่อมีรายงานข่าวออกมาว่า ประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน เดินทางไปเยือนมาริอูปอล เมเจวีถึงกับต้องพยายามซ่อนความโกรธของเขาไว้ เพราะมองว่าปูตินมีส่วนรับผิดชอบในการพาตัวลูก ๆ ทั้งสามของเขาไปยังรัสเซีย “ผมจะพูดอะไรเกี่ยวกับการเยือนเมืองมารีอูปอลของปูตินได้บ้าง ผมหวังว่ารถของเขาจะยางแบน เขาไม่ได้สำคัญอะไรกับผม และคนอีกครึ่งโลกต่างรู้ดีว่าเขาเป็นใคร” เมเจวีกล่าว

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

PPTVHD36 /  🏆 49. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines



Render Time: 2026-04-02 00:15:07