พี่จองและคัลแลน นักทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวชื่อดัง ประสบปัญหา 'ราคาไม่ปกติ' ระหว่างเที่ยวตลาดน้ำ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงปัญหาการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย
เพราะ “ พี่จอง - คัลแลน ” ไม่ใช่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไหน หากแต่เป็นคนที่ทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวไทยมาแล้วหลายจังหวัด ทั่วประเทศ นับร้อยอีพี ทำให้พอจะรับรู้ได้ว่า ราคาแบบไหน เรียกว่า “ไม่ปกติ” ซึ่งจากกรณีนี้ แม้ทั้ง พี่จอง และ คัลแลน ไม่ติดใจอะไร เพราะเป้าหมายของการซื้ออาหารและสินค้า ในแต่ละครั้ง คือ การอุดหนุน สร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่นนั้นๆ และมักจะจ่ายเกินกว่าปกติเสียด้วยซ้ำ แต่เมื่อแฟนคลับที่ได้รับชมเนื้อหาในคลิป เรื่อยไปจนถึงคนทั่วไป หลังเรื่องนี้ปรากฎเป็นข่าวดังแล้ว ก็ร่วมกันตั้งคำถามเดียวกันว่า “แม่ค้า-พ่อค้า” ที่ตลาดน้ำดังกล่าว ค้าขายกันเกินงามหรือไม่ เพราะจากจุดเริ่มต้นที่ต้องการแวะตลาดน้ำ เพื่อหาอะไรกินระหว่างทางไป จ.
ประจวบคีรีขันธ์ โดยคาดคะเนเวลาเบ็ดเสร็จราวๆ 1 ชั่วโมง ที่ตลาดน้ำ รวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดของ 2 คน สูงถึง 3,300 บาท โดยเฉพาะค่าเรือ ราคา 1,600 บาท , เสื้อ - กางเกงช้าง 900 บาท แบบที่ถูกแม่ค้า ใช้ตะขอเกี่ยว ล็อกเรือเอาไว้ พร้อมอ้างว่า “ Thailand Thailand ไง “ เหตุการณ์นี้อาจดูเป็นเพียง “เรื่องเล็กๆ ระหว่างแม่ค้ากับนักท่องเที่ยว” แต่ในโลกที่ทุกรีวิว สามารถกลายเป็นข่าวระดับโลกได้ในพริบตา สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือ เรื่องเล็กแบบนี้ กลับส่งผลใหญ่กว่าที่คิด เพราะ “ภาพจำของประเทศ” มักถูกสร้างจาก “ประสบการณ์จริง” ที่นักท่องเที่ยวเจอเป็นหลัก มากกว่าการโปรโมตของรัฐ ซึ่งเมื่อประสบการณ์เหล่านั้นเริ่มเต็มไปด้วยคำว่า “แพงเกินไป” “โดนเอาเปรียบ” หรือ “ไม่จริงใจ” คำว่า “Land of Smiles” ที่เคยเป็นซิกเนเจอร์ของไทย ก็กำลังถูกแทนที่ด้วยคำอื่นๆไปอย่างช้า ๆ เรื่อยไปจนถึง ปัญหาที่นักท่องเที่ยวพูดถึงซ้ำๆ เกี่ยวกับการมาท่องเที่ยวประเทศไทย อย่าง แท็กซี่ไม่กดมิเตอร์ ,มาเฟียรถในภูเก็ต หรือ การแชร์ต่อเกี่ยวปัญหา"ค่าใช้จ่ายที่บานปลาย" หลังถูกหลอกซื้อทัวร์ที่แพงเกินจริงในไทย อย่างไรก็ตาม เรื่องการเอาเปรียบนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของปัญหาภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยที่ถูกสะสมขึ้นเรื่อยๆ หลังจาก ช่วงต้นปี 2568 ไทยเราก็มีข่าวที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทยหลายเรื่อง เช่น การหายตัวไปของนักแสดง จีนที่เข้ามาในไทยในช่วงเดือน ม.ค. 2568 รวมถึง เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อ 28 มี.ค. 2568 ท้ังยังมี ประเด็นเรื่องคำว่า “จีนเทา” ที่ส่งผลในเชิงจิตวิทยา ให้ชาวจีนรู้สึกว่าได้รับการต่อต้านจากชาวไทย Social Media จีน ซ้ำเติมความเชื่อมั่นของชาวจีน ที่มีต่อประเทศไทย แม้เหตุการณ์ส่วนใหญ่จะเป็น กรณีเฉพาะตัวและไม่ได้เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวจีนโดยตรง แต่ถูกขยายให้เกินจริงในโลกออนไลน์ของจีนเองอย่างมาก จนทำให้ปัจจุบันไทย ได้รับความนิยมจากชาวจีนลดลงมาอยู่ในอันดับที่ 5 จากที่เคยอยู่อันดับ 2 ในช่วงก่อนโควิด โดยธนาคารกรุงไทย โดย Krungthai Compass ประเมินว่านักท่องเที่ยวจีนในปี 2568-2569 จะอยู่ที่ 5.5 ล้านคน และ 7.2 ล้านคน ฟื้นตัวเพียง 50%-65% เมื่อเทียบช่วงก่อนโควิดเท่านั้น ขณะข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในเวียดนามแซงหน้าไทยไปแล้ว เมื่อช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค. ปี 2568 โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในไทยลดลง 35% มาที่ 2.7 ล้านคน ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในเวียดนามเพิ่มขึ้น 46% มาที่ 3.1 ล้านคน นั่นหมายความว่า “นักท่องเที่ยวจีนเลือกเวียดนามมากกว่าไทย” เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ทั้งที่ก่อนโควิด ไทยเคยเป็นจุดหมายเบอร์ต้นของชาวจีนในอาเซียน พร้อมคาดเวียดนามจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมแซงไทยภายใน 10 ปีข้างหน้า ด้านภาพรวมการท่องเที่ยวไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในแง่รายได้ พบ 8 เดือนที่ผ่านมา หดตัวอย่างต่อเนื่อง อยู่ที่ 1 ล้านล้านบาท ลดลง 5% โดยค่าใช้จ่ายระหว่างทริปของนักท่องเที่ยว แม้จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่ยังต่ำกว่าปี 2562 ที่เคยทำได้ จาก 46,820 บาทต่อคน/ทริป มาอยู่ที่ 46,350 บาทต่อคน/ทริป ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองสัญญาณการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวไทย สะท้อนถึงการอิ่มตัวจากแรงดึงดูดของแหล่งท่องเที่ยวลดลง สาเหตุมาจากที่เที่ยวเดิมขาดการต่อยอด และขาดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ไม่มีเรื่องเล่า ทำให้ความประทับใจในการท่องเที่ยวลดน้อยลง และลดทอนการท่องเที่ยวซ้ำ มุ่งเน้น"คุณภาพ" เหนือ"ปริมาณ": ปรับกลยุทธ์จากดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาสู่การสร้าง"ประสบการณ์ที่มีมูลค่า" ผ่านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ, การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่สะท้อนวัฒนธรรมจริง, และการฝึกอบรมบุคลากรที่เน้นการบริการที่จริงใจ สร้างความประทับใจระยะยาว: รัฐและผู้ประกอบการต้องลงทุนในการ"ต่อยอด" แหล่งท่องเที่ยวเดิม และสร้างความแตกต่าง เช่น การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ยั่งยืน, การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, หรือการท่องเที่ยวเชิงอาหาร เพื่อลดการพึ่งพาแต่สถานที่หลักๆ ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาการเอาเปรียบ
พี่จอง คัลแลน การท่องเที่ยวไทย ราคาไม่ปกติ ภาพลักษณ์
