พี่จอง-คัลแลน เจอปัญหา 'ราคาไม่ปกติ' ที่ตลาดน้ำ สะท้อนปัญหาภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย

เศรษฐกิจและการท่องเที่ยว News

พี่จอง-คัลแลน เจอปัญหา 'ราคาไม่ปกติ' ที่ตลาดน้ำ สะท้อนปัญหาภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย
พี่จองคัลแลนการท่องเที่ยวไทย
  • 📰 Thairath_News
  • ⏱ Reading Time:
  • 173 sec. here
  • 9 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 89%
  • Publisher: 63%

พี่จองและคัลแลน นักทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวชื่อดัง ประสบปัญหา 'ราคาไม่ปกติ' ระหว่างเที่ยวตลาดน้ำ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ถึงปัญหาการเอาเปรียบนักท่องเที่ยว และผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย

เพราะ “ พี่จอง - คัลแลน ” ไม่ใช่นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ไหน หากแต่เป็นคนที่ทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวไทยมาแล้วหลายจังหวัด ทั่วประเทศ นับร้อยอีพี ทำให้พอจะรับรู้ได้ว่า ราคาแบบไหน เรียกว่า “ไม่ปกติ” ซึ่งจากกรณีนี้ แม้ทั้ง พี่จอง และ คัลแลน ไม่ติดใจอะไร เพราะเป้าหมายของการซื้ออาหารและสินค้า ในแต่ละครั้ง คือ การอุดหนุน สร้างรายได้ให้กับคนในท้องถิ่นนั้นๆ และมักจะจ่ายเกินกว่าปกติเสียด้วยซ้ำ แต่เมื่อแฟนคลับที่ได้รับชมเนื้อหาในคลิป เรื่อยไปจนถึงคนทั่วไป หลังเรื่องนี้ปรากฎเป็นข่าวดังแล้ว ก็ร่วมกันตั้งคำถามเดียวกันว่า “แม่ค้า-พ่อค้า” ที่ตลาดน้ำดังกล่าว ค้าขายกันเกินงามหรือไม่ เพราะจากจุดเริ่มต้นที่ต้องการแวะตลาดน้ำ เพื่อหาอะไรกินระหว่างทางไป จ.

ประจวบคีรีขันธ์ โดยคาดคะเนเวลาเบ็ดเสร็จราวๆ 1 ชั่วโมง ที่ตลาดน้ำ รวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นทั้งหมดของ 2 คน สูงถึง 3,300 บาท โดยเฉพาะค่าเรือ ราคา 1,600 บาท , เสื้อ - กางเกงช้าง 900 บาท แบบที่ถูกแม่ค้า ใช้ตะขอเกี่ยว ล็อกเรือเอาไว้ พร้อมอ้างว่า “ Thailand Thailand ไง “ เหตุการณ์นี้อาจดูเป็นเพียง “เรื่องเล็กๆ ระหว่างแม่ค้ากับนักท่องเที่ยว” แต่ในโลกที่ทุกรีวิว สามารถกลายเป็นข่าวระดับโลกได้ในพริบตา สิ่งที่ต้องไม่ลืมคือ เรื่องเล็กแบบนี้ กลับส่งผลใหญ่กว่าที่คิด เพราะ “ภาพจำของประเทศ” มักถูกสร้างจาก “ประสบการณ์จริง” ที่นักท่องเที่ยวเจอเป็นหลัก มากกว่าการโปรโมตของรัฐ ซึ่งเมื่อประสบการณ์เหล่านั้นเริ่มเต็มไปด้วยคำว่า “แพงเกินไป” “โดนเอาเปรียบ” หรือ “ไม่จริงใจ” คำว่า “Land of Smiles” ที่เคยเป็นซิกเนเจอร์ของไทย ก็กำลังถูกแทนที่ด้วยคำอื่นๆไปอย่างช้า ๆ เรื่อยไปจนถึง ปัญหาที่นักท่องเที่ยวพูดถึงซ้ำๆ เกี่ยวกับการมาท่องเที่ยวประเทศไทย อย่าง แท็กซี่ไม่กดมิเตอร์ ,มาเฟียรถในภูเก็ต หรือ การแชร์ต่อเกี่ยวปัญหา"ค่าใช้จ่ายที่บานปลาย" หลังถูกหลอกซื้อทัวร์ที่แพงเกินจริงในไทย อย่างไรก็ตาม เรื่องการเอาเปรียบนักท่องเที่ยวต่างชาติ เป็นเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งของปัญหาภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยที่ถูกสะสมขึ้นเรื่อยๆ หลังจาก ช่วงต้นปี 2568 ไทยเราก็มีข่าวที่ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของไทยหลายเรื่อง เช่น การหายตัวไปของนักแสดง จีนที่เข้ามาในไทยในช่วงเดือน ม.ค. 2568 รวมถึง เหตุการณ์แผ่นดินไหวเมื่อ 28 มี.ค. 2568 ท้ังยังมี ประเด็นเรื่องคำว่า “จีนเทา” ที่ส่งผลในเชิงจิตวิทยา ให้ชาวจีนรู้สึกว่าได้รับการต่อต้านจากชาวไทย Social Media จีน ซ้ำเติมความเชื่อมั่นของชาวจีน ที่มีต่อประเทศไทย แม้เหตุการณ์ส่วนใหญ่จะเป็น กรณีเฉพาะตัวและไม่ได้เกี่ยวข้องกับนักท่องเที่ยวจีนโดยตรง แต่ถูกขยายให้เกินจริงในโลกออนไลน์ของจีนเองอย่างมาก จนทำให้ปัจจุบันไทย ได้รับความนิยมจากชาวจีนลดลงมาอยู่ในอันดับที่ 5 จากที่เคยอยู่อันดับ 2 ในช่วงก่อนโควิด โดยธนาคารกรุงไทย โดย Krungthai Compass ประเมินว่านักท่องเที่ยวจีนในปี 2568-2569 จะอยู่ที่ 5.5 ล้านคน และ 7.2 ล้านคน ฟื้นตัวเพียง 50%-65% เมื่อเทียบช่วงก่อนโควิดเท่านั้น ขณะข้อมูลจากศูนย์วิจัยกสิกรไทย รายงานว่า จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในเวียดนามแซงหน้าไทยไปแล้ว เมื่อช่วงเดือน ม.ค.-ก.ค. ปี 2568 โดยจำนวนนักท่องเที่ยวจีนในไทยลดลง 35% มาที่ 2.7 ล้านคน ขณะที่จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในเวียดนามเพิ่มขึ้น 46% มาที่ 3.1 ล้านคน นั่นหมายความว่า “นักท่องเที่ยวจีนเลือกเวียดนามมากกว่าไทย” เป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ทั้งที่ก่อนโควิด ไทยเคยเป็นจุดหมายเบอร์ต้นของชาวจีนในอาเซียน พร้อมคาดเวียดนามจะมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมแซงไทยภายใน 10 ปีข้างหน้า ด้านภาพรวมการท่องเที่ยวไทยของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ในแง่รายได้ พบ 8 เดือนที่ผ่านมา หดตัวอย่างต่อเนื่อง อยู่ที่ 1 ล้านล้านบาท ลดลง 5% โดยค่าใช้จ่ายระหว่างทริปของนักท่องเที่ยว แม้จะเพิ่มขึ้นจากปีก่อน แต่ยังต่ำกว่าปี 2562 ที่เคยทำได้ จาก 46,820 บาทต่อคน/ทริป มาอยู่ที่ 46,350 บาทต่อคน/ทริป ด้านศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีทีบี หรือ ttb analytics มองสัญญาณการชะลอตัวของนักท่องเที่ยวไทย สะท้อนถึงการอิ่มตัวจากแรงดึงดูดของแหล่งท่องเที่ยวลดลง สาเหตุมาจากที่เที่ยวเดิมขาดการต่อยอด และขาดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ ไม่มีเรื่องเล่า ทำให้ความประทับใจในการท่องเที่ยวลดน้อยลง และลดทอนการท่องเที่ยวซ้ำ มุ่งเน้น"คุณภาพ" เหนือ"ปริมาณ": ปรับกลยุทธ์จากดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมากมาสู่การสร้าง"ประสบการณ์ที่มีมูลค่า" ผ่านการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ๆ, การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่สะท้อนวัฒนธรรมจริง, และการฝึกอบรมบุคลากรที่เน้นการบริการที่จริงใจ สร้างความประทับใจระยะยาว: รัฐและผู้ประกอบการต้องลงทุนในการ"ต่อยอด" แหล่งท่องเที่ยวเดิม และสร้างความแตกต่าง เช่น การท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่ยั่งยืน, การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ, หรือการท่องเที่ยวเชิงอาหาร เพื่อลดการพึ่งพาแต่สถานที่หลักๆ ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหาการเอาเปรียบ

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

Thairath_News /  🏆 8. in TH

พี่จอง คัลแลน การท่องเที่ยวไทย ราคาไม่ปกติ ภาพลักษณ์

 

United States Latest News, United States Headlines



Render Time: 2026-04-01 22:18:42