กรมการค้าต่างประเทศ เผย สหรัฐ เผยผลไต่สวนเบื้องต้นเพื่อตอบโต้การอุดหนุน หรือ CVD สินค้าเซลล์แสงอาทิตย์ พบไทยมีอัตรา CVD เพียง 0.14 – 34.52% ทำให้ไทยมีแต้มต่อที่สำคัญในการส่งออกเซลล์แสงอาทิตย์ไปยังสหรัฐฯ โดย คต.
กรมการค้าต่างประเทศ เผย สหรัฐ เผยผลไต่สวนเบื้องต้นเพื่อตอบโต้การอุดหนุน หรือ CVD สินค้าเซลล์แสงอาทิตย์ พบไทยมีอัตรา CVD เพียง 0.14 – 34.52% ทำให้ไทยมีแต้มต่อที่สำคัญในการส่งออกเซลล์แสงอาทิตย์ไปยังสหรัฐฯ โดย คต.
และหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการแก้ต่างต่อไป นายนพดล คันธมาศ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อเดือนพฤษภาคม 2567 สหรัฐฯ เปิด จากไทย กัมพูชา มาเลเซีย และเวียดนาม โดยอุตสาหกรรมภายในสหรัฐฯ กล่าวหาว่า รัฐบาลไทยให้การอุดหนุนผ่าน 8 โครงการ เช่น โครงการลด/ยกเว้นภาษี และการสนับสนุนจากโครงการ Belt and Road Initiative กรมการค้าต่างประเทศ ในฐานะหน่วยงานหลักได้ประสานงานกับ 14 หน่วยงานภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อจัดทำข้อโต้แย้งต่อข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2567 สหรัฐฯ ได้ประกาศผล CVD เบื้องต้น แสดงให้เห็นว่าส่วนเหลื่อมการให้การอุดหนุนสินค้าเซลล์แสงอาทิตย์ของไทยอยู่ที่ 0.14 – 34.52% โดยบริษัทผู้ส่งออกรายหลักที่ถูกเลือกให้ตอบแบบสอบถามมีส่วนเหลื่อมอยู่ที่ 0.14% ซึ่งอยู่ในระดับที่ต่ำมากจนเข้าข่ายว่าไม่มีการอุดหนุน และจะไม่ถูกเรียกเก็บอากร CVD ในขณะที่ผู้ส่งออกที่ไม่ให้ความร่วมมือในการตอบแบบสอบถามมีส่วนเหลื่อมอยู่ที่ 34.52% และผู้ส่งออกรายอื่นอยู่ที่ 23.06% สำหรับ 3 ประเทศที่ถูกกล่าวหาพบว่า มีอัตรา CVD ดังนี้ กัมพูชา 8.25 – 68.45%, มาเลเซีย 3.47 – 123.94%, และเวียดนาม 0.81 – 292.61% ซึ่งสหรัฐฯ จะเริ่มเก็บอากรในอัตราดังกล่าวย้อนหลังไป 90 วัน นับจากการประกาศผลเบื้องต้นอย่างเป็นทางการ อย่างไรก็ดี การเปิดเผยผลนี้สร้างโอกาสให้ผู้ส่งออกเซลล์แสงอาทิตย์ของไทยมีความได้เปรียบในตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากอัตรา CVD ของไทยต่ำกว่าประเทศเพื่อนบ้านนายนพดล กล่าว่า สหรัฐ เป็นตลาดส่งออกสินค้า CSPV อันดับหนึ่งของไทย หรือคิดเป็นสัดส่วน 75.27 %และปัจจุบันไทยเป็นคู่ค้าสำคัญในการนำเข้าสินค้า CSPV ของสหรัฐฯ โดยในปี 2566 สหรัฐฯ นำเข้าเซลล์แสงอาทิตย์จากไทยเป็นลำดับ 2 คิดเป็นปริมาณ 23.96 ล้านชิ้น มูลค่ากว่า 1.4 แสนล้านบาท หรือคิดเป็นสัดส่วน 24.68 %รองจากเวียดนามที่มีสัดส่วน27.09 %ของการนำเข้าสินค้า CSPV ทั้งหมดของสหรัฐ ทั้งนี้ กระบวนการไต่สวนยังไม่สิ้นสุด โดยขั้นตอนต่อไปสหรัฐฯ จะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูล ของผู้ส่งออกไทยก่อนประกาศผลการพิจารณาการไต่สวนชั้นที่สุด ประมาณช่วงเดือนกุมภาพันธ์ - มีนาคม 2568 และสำหรับมาตรการ AD สหรัฐฯ มีกำหนดประกาศผลการไต่สวนเบื้องต้นภายในวันที่ 27 พฤศจิกายน 2567
เก็บภาษี กรมการค้าต่างประเทศ เก็บภาษีCVD Economicwealth
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
พาณิชย์ขึ้นทะเบียน GI 'หินอ่อนพรานกระต่าย'“พาณิชย์” เดินหน้าสนับสนุนชุมชนท้องถิ่นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ ทางภูมิศาสตร์ (GI) “หินอ่อนพรานกระต่าย” สินค้าเด่นประจำจังหวัดกำแพงเพชร อัตลักษณ์ชัดเจน มีหลากหลายสี พบได้แห่งเดียวในประเทศไทย สร้างรายได้เข้าจังหวัดกำแพงเพชร กว่า 19...
Read more »
'พิชัย' ชวนนักธุรกิจญี่ปุ่น เพิ่มการค้า-ลงทุน อุตสาหกรรมใหม่ PCB ในไทยรมว.พาณิชย์ ชวนนักธุรกิจญี่ปุ่น เพิ่มการค้า-ลงทุน อุตสาหกรรมใหม่ PCB ในไทย รัฐบาลพร้อมอำนวยความสะดวก ต่อยอดไปเป็นเซมิคอนดักเตอร์อื่นเป็นอุตสาหกรรมที่มีการจ้างงานสูง พร้อมยินดีงานครบรอบ 70 ปี เจโทร กรุงเทพฯ
Read more »
ส่งออกเดือนส.ค.67เพิ่ม 7% พลิกกลับมาเป็นบวก2เดือนติดต่อกัน“พาณิชย์”เผยการส่งออกเดือน ส.ค.67 มีมูลค่า 26,182.3 ล้า […]
Read more »
พิชัย เร่งพิจารณามาตการฟื้นฟูผลกระทบน้ำท่วม ช่วยเหลือเกษตรกร ประชาชน ผู้ประกอบการรมว.พาณิชย์ นายพิชัย นริพทะพันธุ์ สั่งการหน่วยงานในสังกัดพิจารณามาตรการฟื้นฟูผลกระทบจากน้ำท่วม ช่วยเหลือเกษตรกร ประชาชน ผู้ประกอบการ ประสานห้างฯ เปิดพื้นที่ขายสินค้า ระบายสินค้า เพิ่มรายได้ และจัดโครงการธงฟ้า นำสินค้าจำเป็นไปจำหน่าย
Read more »
'รมว.พาณิชย์' เร่งเดินหน้ายกระดับนักออกแบบ.-ผู้ประกอบการ ยกระดับสู่เวทีโลก“พิชัย” รมว.พาณิชย์ เร่งเดินหน้ายกระดับนักออกแบบและผู้ประกอบการ จับมือ สยามพิวรรธน์ เสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับนักออกแบบและสินค้าไทย ยกระดับสู่เวทีโลก วันที่ 29 ก.ย.
Read more »
รมว.พาณิชย์ ปิดยอด 'มหกรรมไลฟ์คอมเมิร์ส' โกยรายได้เข้าประเทศ 1.5 พันล้าน“รมว.พาณิชย์” แถลงปิดยอด “มหกรรมไลฟ์คอมเมิร์ส 2024” 25-29 ก.ย.รวม 5 วันโกยรายได้เข้าประเทศ 1,500 ล้านบาท - เตรียมจับมืออินฟลูเอ็นเซอร์ขยายตลาดสู่นานาชาติ
Read more »
