พาณิชย์จับตาเทรนด์ความมั่นคงทางอาหารของโลก เปลี่ยนโฉมการค้าสินค้าเกษตร

United States News News

พาณิชย์จับตาเทรนด์ความมั่นคงทางอาหารของโลก เปลี่ยนโฉมการค้าสินค้าเกษตร
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 siamrath_online
  • ⏱ Reading Time:
  • 160 sec. here
  • 4 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 67%
  • Publisher: 63%

พาณิชย์จับตาเทรนด์ความมั่นคงทางอาหารของโลก เปลี่ยนโฉมการค้าสินค้าเกษตร นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค.

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า สนค. ได้ติดตามสถานการณ์การความมั่นคงทางอาหารของโลก พบว่าประเทศที่เป็นผู้นำเข้าสินค้าเกษตรและอาหารรายสำคัญของไทย ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น และมาเลเซียล้วนมีมาตรการความมั่นคงทางอาหารในทิศทางเดียวกันคือ การพึ่งพาตนเองเป็นหลัก ลดการนำเข้า ยกระดับคุณภาพชีวิตประชากร และสนับสนุนการจ้างงานในประเทศให้มากขึ้น จีนออกกฎหมายความมั่นคงด้านอาหาร มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2567 กำหนดให้กระบวนการและขั้นตอนการผลิตอาหารต้องดำเนินการและพึ่งพาตนเองให้มากที่สุด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องอุปทานธัญพืชภายในประเทศ ปกป้องความมั่นคงทางอาหาร และปกป้องเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ สังคม และความมั่นคง และ ได้กำหนดแนวทางนโยบายการเกษตรและการพัฒนาชนบทประจำปี ซึ่งให้ความสำคัญสูงสุดกับความมั่นคงทางอาหารเช่นกัน โดยมุ่งพัฒนาและปรับปรุงพื้นที่เพื่อเพิ่มปริมาณการผลิตธัญพืชในประเทศ และลดการนำเข้าจากต่างประเทศ สหรัฐอเมริกามีเป้าหมายสร้างความมั่นคงด้านอาหารที่ยั่งยืน เพื่ออนาคตที่ดีของประชาชน ลดความยากจน ลดความหิวโหย และภาวะขาดแคลนอาหารในทุกสถานการณ์ อาทิ การแพร่ระบาดของโรค การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ความขัดแย้งต่าง ๆ และความไม่เท่าเทียมที่เพิ่มขึ้น โดยเร่งพัฒนาพื้นที่และลดความยากจน มุ่งเน้นสร้างความเท่าเทียมของประชากร สร้างงานโดยใช้ภาคเกษตรผลักดันเศรษฐกิจ และสร้างความมั่นคงทางอาหารสำหรับคนในชาติ ควบคู่กับเศรษฐกิจที่เติบโตขึ้น รวมทั้งใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มศักยภาพการผลิต และสร้างภาคเกษตรที่ยั่งยืน ญี่ปุ่นมีนโยบายเสริมสร้างความมั่นคงทางอาหารในประเทศ ลดพึ่งพาการนำเข้า และผลักดันให้มีการผลิตข้าวสาลี ถั่วเหลือง ธัญพืชอาหารสัตว์ หญ้าแห้ง และปุ๋ยภายในประเทศเพิ่มขึ้น มุ่งเน้นการพึ่งพาตนเอง มีเป้าหมายเพิ่มการเพาะปลูกสินค้าเกษตร พืชเลี้ยงสัตว์ ปรับฐานราคาสินค้าเกษตรให้เหมาะสม และส่งเสริมการใช้วัตถุดิบมาเลเซียมีนโยบายด้านความมั่นคงทางอาหาร เพื่อนำไปสู่ความยั่งยืนและยืดหยุ่นในภาคเกษตรกรรม ความเป็นอยู่และคุณภาพชีวิตที่ดีของประชาชน ให้ความสำคัญกับคุณค่าทางโภชนาการ เพิ่มกำลังการผลิตอาหาร และให้ประชาชนเข้าถึงอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการในราคาจับต้องได้ ควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีและบุคลากรเพื่อพัฒนาภาคเกษตรกรรมและปศุสัตว์ เพื่อเพิ่มผลผลิตและผลักดันการส่งออก ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีมาตรการอำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหาร ทั้งนี้เมื่อพิจารณาสถานการณ์การนำเข้าสินค้าธัญพืช ของโลก ซึ่งสะท้อนให้เห็นการเตรียมความพร้อมด้านความมั่นคงทางอาหาร พบว่า ในปี 2566 โลกนำเข้าธัญพืช 176,156.

7 ล้านเหรียญสหรัฐ สินค้าธัญพืชที่มีมูลค่าการนำเข้าสูงสุด 5 อันดับแรก คือ ข้าวสาลีและเมสลิน มีสัดส่วนร้อยละ 37.1 ของมูลค่าการนำเข้าธัญพืชของโลก ข้าวโพด มีสัดส่วนร้อยละ 34.7 ข้าว มีสัดส่วนร้อยละ 18.8 ข้าวบาร์เลย์ มีสัดส่วนร้อยละ 6.5 และ ข้าวฟ่าง มีสัดส่วนร้อยละ 1.3 ตามลำดับ จีน มีการนำเข้าธัญพืช 20,544.5 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยจีนมีมูลค่าการนำเข้าธัญพืชสูงสุดอันดับหนึ่งของโลก มีสัดส่วนร้อยละ 11.7 ของการนำเข้าธัญพืชของโลก โดยจีนนำเข้าจากบราซิลมากที่สุด รองลงมา คือ สหรัฐฯ มีสัดส่วนร้อยละ 19.7 และ 18.5 ตามลำดับ และนำเข้าจากไทยเพียง 298.4 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 1.5 ของมูลค่าการนำเข้าธัญพืชของจีน สหรัฐอเมริกา มีการนำเข้าธัญพืช 3,588.1 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยสหรัฐอเมริกาเป็นผู้นำเข้าธัญพืชอันดับ 14 ของโลก มีสัดส่วนร้อยละ 2 ของการนำเข้าธัญพืชของโลก โดยสหรัฐฯ นำเข้าจากแคนาดามากที่สุด มีสัดส่วนร้อยละ 47.9 ของมูลค่าการนำเข้าธัญพืชของสหรัฐฯ และนำเข้าจากไทยเป็นอันดับสอง มีมูลค่า 733.7 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20.4 ของมูลค่าการนำเข้าธัญพืชของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น มีการนำเข้าธัญพืช 8,149.4 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยญี่ปุ่นเป็นผู้นำเข้าธัญพืชอันดับ 3 ของโลก รองจากจีน และเม็กซิโก มีสัดส่วนร้อยละ 4.6 ของการนำเข้าธัญพืชของโลก โดยญี่ปุ่นนำเข้าจากสหรัฐฯ มากที่สุด มีสัดส่วนร้อยละ 43.2 ของมูลค่าการนำเข้าธัญพืชของญี่ปุ่น และนำเข้าจากไทย 199.3 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 2.4 ของมูลค่าการนำเข้าธัญพืชของญี่ปุ่น มาเลเซีย มีการนำเข้าธัญพืช 2,529.1 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยมาเลเซียเป็นผู้นำเข้าธัญพืชอันดับ 20 ของโลก มีสัดส่วนร้อยละ 1.4 ของการนำเข้าธัญพืชของโลก โดยมาเลเซียนำเข้าธัญพืชจากอาร์เจนตินามากที่สุด มีสัดส่วนร้อยละ 29.4 ของมูลค่าการนำเข้าธัญพืชของมาเลเซีย และนำเข้าจากไทยเป็นมูลค่า 212.8 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8.4 ของมูลค่าการนำเข้าธัญพืชของมาเลเซีย โดยเมื่อพิจารณาการส่งออกข้าว ซึ่งเป็นสินค้าธัญพืชส่งออกที่สำคัญของไทย ในปี 2566 ไทยส่งออกข้าวเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากอินเดีย มีมูลค่าการส่งออก 5,144.44 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 29.33 จากปีก่อนหน้า ตลาดส่งออกที่สำคัญของไทย 5 อันดับแรก ได้แก่ อินโดนีเซีย สหรัฐอเมริกา แอฟริกาใต้ อิรัก และจีน มีสัดส่วนร้อยละ 14.2 12.3 8.9 8.2 และ 6.0 ของมูลค่าการส่งออกข้าวของไทย ตามลำดับ โดยไทยส่งออกข้าวไป 5 ประเทศดังกล่าว คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 50 หรือครึ่งหนึ่งของการส่งออกข้าวไทยไปตลาดโลก สำหรับในช่วง 5 เดือนแรก ของปี 2567 ไทยส่งออกข้าวเป็นมูลค่า 2,659.53 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 39.71 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า “ประเทศคู่ค้าสำคัญของไทยต่างให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหาร โดยเน้นการพึ่งพาตนเองมากขึ้น สนับสนุนเกษตรกรในประเทศ และลดการนำเข้า โดยธัญพืชเป็นสินค้าสำคัญสำหรับความมั่นคงทางอาหาร ปัจจุบันการส่งออกธัญพืชของไทยในภาพรวมยังเติบโตดี อย่างไรก็ตาม จะต้องติดตามสถานการณ์ความมั่นคงทางอาหารของโลกอย่างใกล้ชิด รวมถึงปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศซึ่งส่งผลกระทบต่อปริมาณและคุณภาพของผลผลิตทางการเกษตร เพื่อให้ไทยสามารถปรับกลยุทธ์ทั้งด้านการผลิตและการค้าให้สอดคล้องสถานการณ์ของโลก ตลอดจนนำแนวทางการปฏิบัติที่ดีของประเทศต่าง ๆ ในการกำหนดนโยบายและมาตรการด้านความมั่นคงทางอาหารมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทย โดยกำหนดแผนพัฒนาระบบเกษตรและอาหารให้ชัดเจนมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นคงทางอาหารของประเทศ ลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงอาหารที่มีคุณภาพของคนไทย ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าไทยให้เติบโตได้อย่างยั่งยืนต่อไป” นายพูนพงษ์กล่าว

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

siamrath_online /  🏆 15. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

'มันสำปะหลังไทย' ส่อสะเทือน สนค.เผยจีนรุกผลิตข้าวโพด GMO'มันสำปะหลังไทย' ส่อสะเทือน สนค.เผยจีนรุกผลิตข้าวโพด GMOจีนเดินหน้าผลิต-วิจัย ข้าวโพด GMO เพิ่มพื้นที่เพาะปลูก ลดนำเข้า สร้างมั่นคงด้านอาหาร สนค.เตือนเกษตรกรไทย-ผู้ประกอบการเร่งปรับตัว ชี้ข้าวโพดใช้แทนมันสำปะหลังในอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์-เอทานอล หวั่นอนาคตราคาข้าวโพดทั่วโลกตกต่ำ วันนี้ ( 27 มิ.ย.2567 ) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.
Read more »

'มันสำปะหลัง' ส่อสะเทือน สนค.เผยจีนรุกผลิตข้าวโพด GMO'มันสำปะหลัง' ส่อสะเทือน สนค.เผยจีนรุกผลิตข้าวโพด GMOจีนเดินหน้าผลิต-วิจัย ข้าวโพด GMO เพิ่มพื้นที่เพาะปลูก ลดนำเข้า สร้างมั่นคงด้านอาหาร สนค.เตือนเกษตรกรไทย-ผู้ประกอบการเร่งปรับตัว ชี้ข้าวโพดใช้แทนมันสำปะหลังในอุตสาหกรรมผลิตอาหารสัตว์-เอทานอล หวั่นอนาคตราคาข้าวโพดทั่วโลกตกต่ำ วันนี้ (27 มิ.ย.2567) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.
Read more »

'สนค.' จับตา TradeTech กระตุ้นเศรษฐกิจการค้าทั่วโลกยุคดิจิทัล'สนค.' จับตา TradeTech กระตุ้นเศรษฐกิจการค้าทั่วโลกยุคดิจิทัลสนค.เผย TradeTech เป็นประเด็นสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจ และจะช่วยผลักดันการค้าในยุคดิจิทัล ทุกภาคส่วนควรร่วมกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ปรับปรุงกฎระเบียบการค้าระหว่างประเทศ และสร้างการเชื่อมต่อระหว่างแพลตฟอร์ม เพื่อยกระดับเศรษฐกิจการค้าทั่วโลกให้ยั่งยืน นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (ผอ.สนค.
Read more »

เงินเฟ้อ มิ.ย.บวก 0.62% ค่าไฟฟ้า-ราคาอาหารลดลง ทั้งปีคงเป้า 0-1%เงินเฟ้อ มิ.ย.บวก 0.62% ค่าไฟฟ้า-ราคาอาหารลดลง ทั้งปีคงเป้า 0-1%เงินเฟ้อ มิ.ย.บวก 0.62% ค่าไฟฟ้า-ราคาอาหารลดลง ทั้งปีคงเป้า 0-1% นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย เดือนมิถุนายน 2567 เท่ากับ 108.50 เมื่อเทียบกับเดือนมิถุนายน 2566 ซึ่งเท่ากับ 107.83 ทำให้อัตราเงินเฟ้อทั่วไปสูงขึ้นในอัตราชะลอตัวที่ร้อยละ 0.
Read more »

เงินเฟ้อไทยมิ.ย.67 สูงขึ้น 0.62 % ต่ำเป็นเบอร์ 2 ในอาเซียนเงินเฟ้อไทยมิ.ย.67 สูงขึ้น 0.62 % ต่ำเป็นเบอร์ 2 ในอาเซียนสนค.เผย เงินเฟ้อเดือนมิ.ย สูงขึ้นในอัตราชะลอตัวที่ 0.62 % ผลกระทบค่าไฟฟ้า ราคาอาหารสดสูงขึ้น แต่ยังต่ำเป็นอันดับ 2 ในอาเซียน 8 ประเทศ ขณะที่เงินเฟ้อทั้งประเทศยังคง 0.5% วันนี้ ( 5 ก.ค 2567 ) นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า เปิดเผยตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภคของไทย (เงินเฟ้อ) เดือนมิ.ย 2567 เท่ากับ 108.
Read more »

พาณิชย์ ยอมรับภาพรวมค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ปรับเพิ่มสูงขึ้นพาณิชย์ ยอมรับภาพรวมค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ปรับเพิ่มสูงขึ้นนายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า ภาพรวมดัชนีค่าบริการขนส่งสินค้าทางถนน ไตรมาสที่ 2 ปี 2567 ปรับตัวเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปี 2566 หลังจากที่ชะลอตัวตั้งแต่ไตรมาสที่ 2 ปี 2566 และปรับตัวลดลงตั้งแต่ไตรมาสที่ 4 ปี...
Read more »



Render Time: 2026-04-02 06:18:25