นายพริษฐ์ วัชรสินธุ ยืนยันจุดยืนของพรรคประชาชนในการลงมติสนับสนุนร่างหลักของพรรคในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พร้อมเน้นย้ำถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชน และความจำเป็นในการเปิดสมัยประชุมวิสามัญ
นาย พริษฐ์ วัชรสินธุ สส.
บัญชีรายชื่อ และโฆษกพรรคประชาชน ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการลงมติในคณะกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม โดยยืนยันถึงจุดยืนของพรรคในการลงมติสนับสนุนร่างหลักของพรรคประชาชนอย่างเต็มที่ การตัดสินใจครั้งนี้มีเป้าหมายหลักในการออกแบบกลไกให้ประชาชนมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยคำนึงถึงคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเป็นสำคัญ พรรคประชาชนได้เสนอแนวทางสองประการเพื่อตอบสนองเป้าหมายนี้ แนวทางแรกคือการเลือกตั้งกรรมาธิการยกร่าง ซึ่งจะมาจากสมาชิกรัฐสภา โดยยึดหลักการที่ประชุมมีมติเสียงข้างมากเห็นชอบ ในขณะที่พรรคเพื่อไทยได้เสนอให้มี ส.ส.ร. เข้ามาก่อนการเลือกตั้งกรรมาธิการยกร่าง แต่ ส.ส.ร. เหล่านี้ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชนโดยตรง พรรคประชาชนจึงเห็นว่าควรยึดตามร่างเดิมของพรรค เนื่องจากเกรงว่าการเพิ่ม ส.ส.ร. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง อาจทำให้เกิดช่องว่างระหว่างผู้ร่างและประชาชน และอาจนำไปสู่การผูกขาดของกรรมาธิการยกร่างโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ดังนั้น พรรคประชาชนจึงยืนยันที่จะลงมติให้คงกลไกตามร่างเดิมของพรรค โดยไม่เพิ่ม ส.ส.ร. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน\ประเด็นที่สองเกี่ยวข้องกับสภาที่ปรึกษารับฟังความเห็น ซึ่งพรรคประชาชนเสนอให้คงไว้ โดยมีเพียงกรรมาธิการของพรรค 8 คนเท่านั้นที่สนับสนุนให้มีสภาที่ปรึกษาที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน อย่างไรก็ตาม เสียงข้างมากในที่ประชุมเห็นควรให้ตัดกลไกดังกล่าวออกไป เนื่องจากความกังวลว่าอาจขัดต่อคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ นายพริษฐ์กล่าวว่า พรรคประชาชนได้ลงมติยืนยันตามร่างเดิมของพรรคในทุกประเด็น โดยเน้นย้ำถึงจุดยืนที่ไม่เห็นด้วยกับการเพิ่ม ส.ส.ร. ที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้ง เพื่อป้องกันการเพิ่มช่องว่างระหว่างประชาชน และสนับสนุนให้มีสภาที่ปรึกษาที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน แม้ว่ากลไกนี้จะถูกตัดออกไปจากการลงมติของกรรมาธิการพรรคอื่นและวุฒิสภาก็ตาม ในส่วนของการพิจารณามาตรา 256/5 เกี่ยวกับเกณฑ์การคัดเลือกกรรมาธิการยกร่าง นายพริษฐ์เปิดเผยว่า พรรคประชาชนได้เสนอสูตร '20 หยิบ 1' โดยให้สมาชิกรัฐสภา 20 คนเสนอชื่อกรรมาธิการยกร่างได้ 1 คน ซึ่งจะช่วยให้มั่นใจได้ว่ากรรมาธิการยกร่างจะไม่ถูกผูกขาดโดยฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แนวทางนี้คาดว่าจะได้รับการสรุปในวันนี้ และอาจได้รับการสนับสนุนจากทุกพรรค\นายพริษฐ์กล่าวถึงความจำเป็นในการเปิดสมัยประชุมวิสามัญในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2568 เพื่อให้การพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นภายในสิ้นปี ตามเงื่อนไขการยื่นญัตติซักฟอกมาตรา 151 ของพรรคประชาชน หากการพิจารณาไม่แล้วเสร็จภายในกรอบเวลาดังกล่าว พรรคจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยเน้นย้ำว่าการเปิดสมัยประชุมวิสามัญเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งเพื่อให้คณะกรรมาธิการสามารถสรุปรายงานและบรรจุเข้าสู่วาระการประชุมได้ทันเวลา ในส่วนของข้อกังวลที่ว่าโมเดลที่ออกมาอาจขัดต่อบันทึกความเข้าใจ (MOA) นายพริษฐ์ยืนยันว่าพรรคประชาชนจะทำทุกวิถีทางเพื่อปกป้องร่างเดิมของพรรค โดยยึดหลักการสำคัญสองประการคือ การป้องกันการผูกขาดและการส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน ท้ายที่สุดแล้ว ร่างรัฐธรรมนูญที่ออกมาจะต้องเป็นฉันทามติของสภา และตอบสนองความต้องการของประชาช
พริษฐ์ วัชรสินธุ พรรคประชาชน รัฐธรรมนูญ ส.ส.ร. กรรมาธิการ การเมือง
