นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้าน ตั้งคำถามถึงนายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กรณีการจัดการปัญหาสแกมเมอร์ ชี้เป็นการ 'เกียร์ว่าง' ไม่จริงจังในการแก้ไขปัญหา
พรรคประชาชน ตั้งคำถามถึง นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล กรณีการแก้ไขปัญหา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และกลุ่ม สแกมเมอร์ โดยมองว่ารัฐบาลกำลัง “เกียร์ว่าง” ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการปราบปรามอย่างจริงจัง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร และหัวหน้า พรรคประชาชน ได้แสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาถึงการแสดงท่าทีของนายกรัฐมนตรีในการกล่าวถึงปัญหาดังกล่าวในการประชุม The Standard Economic Forum วันนี้ โดยนายณัฐพงษ์มองว่าการที่นายกรัฐมนตรีไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับแผนการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน
แต่กลับเลือกที่จะ “เซ็นเช็คเปล่า” ให้อำนาจหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการนั้น เป็นการแสดงออกถึงความบกพร่องในการทำหน้าที่ผู้นำประเทศอย่างชัดเจน เพราะเป็นการโยนความรับผิดชอบไปยังข้าราชการ และอาจส่งผลให้การแก้ไขปัญหาไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ นายณัฐพงษ์ได้เน้นย้ำว่า ปัญหาการหลอกลวงในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงทางออนไลน์และการครอบงำเศรษฐกิจของกลุ่มทุนสีเทา เป็นปัญหาสำคัญเร่งด่วนที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก และสร้างความเสียหายคิดเป็นมูลค่ามหาศาลตลอดช่วงเวลาที่ผ่านมา ปัญหาเหล่านี้ได้สร้างความเสียหายแก่ประชาชนหลายแสนล้านบาท ซึ่งเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วนและจริงจัง อย่างไรก็ตาม ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา นายกรัฐมนตรียังไม่มีท่าทีที่แสดงให้เห็นถึงความจริงจังในการแก้ไขปัญหานี้อย่างเพียงพอ นอกจากการแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาศึกษาปัญหาเท่านั้น ซึ่งนายณัฐพงษ์มองว่าเป็นเพียงการดำเนินการที่ไม่เพียงพอและไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อพิจารณาถึงข้อเท็จจริงที่ว่ามีรัฐมนตรีถึงสองท่านในคณะรัฐมนตรีที่มีความเชื่อมโยงกับกลุ่มผู้กระทำความผิดเหล่านี้ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวทำให้การแก้ไขปัญหายิ่งมีความซับซ้อนและต้องอาศัยความโปร่งใสและความเอาจริงเอาจังในการดำเนินการเป็นอย่างมาก\นายณัฐพงษ์ยังได้กล่าวถึงความพยายามของฝ่ายค้านในการติดตามและตรวจสอบปัญหาดังกล่าวผ่านช่องทางคณะกรรมาธิการต่างๆ แต่กลับไม่ได้รับความร่วมมือจากบุคคลในรัฐบาลอย่างที่ควรจะเป็น ทั้งจากบุคคลที่มีชื่อเสียง เช่น ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า และศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) และตำรวจไซเบอร์ ซึ่งให้ความร่วมมืออย่างจำกัด ทำให้การดำเนินงานในการแก้ไขปัญหายังไม่คืบหน้าเท่าที่ควรจะเป็น นายณัฐพงษ์กล่าวว่า การที่นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า “เซ็นเช็คเปล่า” ให้อำนาจหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการนั้น เป็นการตอกย้ำว่ารัฐบาลจงใจ “เกียร์ว่าง” ไม่มีการสั่งการที่เป็นรูปธรรม ทำให้หน่วยงานราชการไม่กล้าดำเนินการอย่างเต็มที่ เพราะมีข่าวปรากฏออกมาอย่างแพร่หลายว่าปัญหาดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับบุคคลระดับสูงในรัฐบาล ด้วยเหตุนี้ นายณัฐพงษ์จึงได้ตั้งคำถามไปยังนายกรัฐมนตรีโดยตรงว่า การกระทำเช่นนี้เป็นการจงใจ “เกียร์ว่าง” เพื่อเปิดช่องว่างให้เกิดสุญญากาศในการสืบสวนเครือข่ายทุนเทาสแกมเมอร์ในประเทศไทยหรือไม่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพและเป็นรูปธรรม นายณัฐพงษ์ได้เสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาในสองประเด็นหลัก\ประการแรก คือ การจัดตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษขึ้นมาเพื่อบูรณาการการทำงานและมีวอร์รูมเพียงแห่งเดียว โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้สั่งการโดยตรง และให้ติดตามอายัดทรัพย์สินของบุคคลที่มีชื่อปรากฏในร่างกฎหมาย HR 5490 ว่าด้วยการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติสแกมเมอร์ ของสหรัฐอเมริกา เช่น เบน สมิธ ยิม เลียก และเฉิง จื้อ พร้อมทั้งสอบสวนเส้นทางการเงินเพื่อขยายผลไปยังผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมด ประการที่สอง คือ การจัดให้มีการประชุมโต๊ะกลม (round-table) เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลกับคณะทูตานุทูตจากนานาชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากสหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร สิงคโปร์ และเกาหลีใต้ เพื่อร่วมกันวางมาตรการในการปราบปรามกลุ่มสแกมเมอร์ รวมถึงการประสานงานกับองค์การตำรวจสากล (Interpol) ซึ่งมีหน่วยงานเฉพาะที่ปฏิบัติการในการปราบปรามกลุ่มสแกมเมอร์อยู่แล้ว เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมทุกมิต
อนุทิน ชาญวีรกูล สแกมเมอร์ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ พรรคประชาชน ทุนสีเทา
