ต่างชาติลงทุนในไทยโตต่อเนื่อง 2 เดือนปี 68 ลงทุนแล้ว 35,277 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2 เดือนแรกปี 67 กว่า 8.7 พันล้านบาท ญี่ปุ่นลงทุนอันดับหนึ่ง 13,676 ล้านบาท ตามด้วยจีน 5,113 ล้านบาท และสิงคโปร์ 4,490 ล้านบาท เมื่อวันที่ 21 มี.ค.68 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.
- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การติดตั้งและบำรุงรักษาซอฟต์แวร์และการให้คำปรึกษาทางเทคนิคในการแก้ไขปัญหาเครื่องจักรระหว่างการใช้งาน เป็นต้น - ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า ทั้งนี้ถือได้ว่าการเข้ามาประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในไทยช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมข้างต้นมีส่วนช่วยในการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการติดตั้งทางวิศวกรรมเกี่ยวกับระบบบำบัดและรีไซเคิลน้ำเสีย องค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการท่าเทียบเรือและความปลอดภัยการขนถ่ายสินค้า องค์ความรู้เกี่ยวกับระบบจัดการเชื้อเพลิงอัจฉริยะ องค์ความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า องค์ความรู้เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำมันหล่อลื่น เป็นต้น โดยเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2567 พบว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 73 ราย และมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 8,738 ล้านบาท รวมถึงมีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเพิ่มขึ้น 784 ราย โดยจำนวนนักลงทุนที่เข้ามาสูงสุดยังคงเป็นนักลงทุนญี่ปุ่นเช่นเดียวกับปีก่อน สำหรับการลงทุนในพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ ปี 2568 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC 57 ราย คิดเป็นร้อยละ 31 ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 จำนวน 22 ราย โดยมีมูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC 17,546 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 50 ของเงินลงทุนทั้งหมด เป็นนักลงทุนจากประเทศ * ญี่ปุ่น 19 ราย ลงทุน 8,096 ล้านบาท * จีน 14 ราย ลงทุน 2,751 ล้านบาท * สิงคโปร์ 8 ราย ลงทุน 2,191 ล้านบาท และ ประเทศอื่นๆ อีก 16 ราย ลงทุน 4,508 ล้านบาท โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ -ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ที่ใช้สำหรับผลิตชิ้นส่วนพลาสติก อุปกรณ์และชิ้นส่วนสำหรับซ่อมแซมเครื่องทำความเย็น ชิ้นส่วนสำหรับซ่อมแซมเครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการผลิตยางรถยนต์)-ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ โลหะและชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป แม่พิมพ์ เป็นต้นทั้งนี้เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ 2568 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทย 78 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 20 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 58 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 12,118 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจาก ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และจีน ตามลำดับ มีการจ้างงานคนไทย 1,344 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับระบบจัดการเชื้อเพลิงอัจฉริยะ องค์ความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า องค์ความรู้เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำมันหล่อลื่น องค์ความรู้เกี่ยวกับโปรแกรมจัดการคลังสินค้า เป็นต้น- ธุรกิจจัดหาจัดซื้อ วัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบสำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อุตสาหกรรมทางการแพทย์ เป็นต้น เพื่อค้าส่งในประเทศ- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนเครื่องยนต์, น้ำมันหล่อลื่น, ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรม, เป็นต้น.
- ธุรกิจบริการทางวิศวกรรมและเทคนิค เช่น การติดตั้งและบำรุงรักษาซอฟต์แวร์และการให้คำปรึกษาทางเทคนิคในการแก้ไขปัญหาเครื่องจักรระหว่างการใช้งาน เป็นต้น - ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า ทั้งนี้ถือได้ว่าการเข้ามาประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวในไทยช่วงที่ผ่านมา โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมข้างต้นมีส่วนช่วยในการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการติดตั้งทางวิศวกรรมเกี่ยวกับระบบบำบัดและรีไซเคิลน้ำเสีย องค์ความรู้เกี่ยวกับการจัดการท่าเทียบเรือและความปลอดภัยการขนถ่ายสินค้า องค์ความรู้เกี่ยวกับระบบจัดการเชื้อเพลิงอัจฉริยะ องค์ความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า องค์ความรู้เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำมันหล่อลื่น เป็นต้น โดยเมื่อเปรียบเทียบกับปี 2567 พบว่า การอนุญาตให้คนต่างชาติเข้ามาลงทุนประกอบธุรกิจในประเทศไทย เพิ่มขึ้น 73 ราย และมีมูลค่าการลงทุนเพิ่มขึ้น 8,738 ล้านบาท รวมถึงมีการจ้างงานคนไทยจากนักลงทุนที่ขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวเพิ่มขึ้น 784 ราย โดยจำนวนนักลงทุนที่เข้ามาสูงสุดยังคงเป็นนักลงทุนญี่ปุ่นเช่นเดียวกับปีก่อน สำหรับการลงทุนในพื้นที่ EEC ของนักลงทุนต่างชาติ ปี 2568 มีนักลงทุนต่างชาติสนใจลงทุนในพื้นที่ EEC 57 ราย คิดเป็นร้อยละ 31 ของจำนวนนักลงทุนต่างชาติในไทย เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันปี 2567 จำนวน 22 ราย โดยมีมูลค่าการลงทุนในพื้นที่ EEC 17,546 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 50 ของเงินลงทุนทั้งหมด เป็นนักลงทุนจากประเทศ * ญี่ปุ่น 19 ราย ลงทุน 8,096 ล้านบาท * จีน 14 ราย ลงทุน 2,751 ล้านบาท * สิงคโปร์ 8 ราย ลงทุน 2,191 ล้านบาท และ ประเทศอื่นๆ อีก 16 ราย ลงทุน 4,508 ล้านบาท โดยธุรกิจที่ลงทุน อาทิ -ธุรกิจค้าปลีกสินค้า ที่ใช้สำหรับผลิตชิ้นส่วนพลาสติก อุปกรณ์และชิ้นส่วนสำหรับซ่อมแซมเครื่องทำความเย็น ชิ้นส่วนสำหรับซ่อมแซมเครื่องจักรที่ใช้ในกระบวนการผลิตยางรถยนต์)-ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น ชิ้นส่วนรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ โลหะและชิ้นส่วนโลหะขึ้นรูป แม่พิมพ์ เป็นต้นทั้งนี้เฉพาะเดือนกุมภาพันธ์ 2568 มีการอนุญาตให้คนต่างชาติประกอบธุรกิจในประเทศไทย 78 ราย เป็นการลงทุนผ่านช่องทางการขอรับใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 20 ราย และการขอหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว 58 ราย เงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 12,118 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นคนต่างชาติจาก ญี่ปุ่น สิงคโปร์ และจีน ตามลำดับ มีการจ้างงานคนไทย 1,344 คน รวมถึงมีการถ่ายทอดเทคโนโลยีอันเป็นองค์ความรู้เฉพาะด้านโดยตรงจากประเทศผู้เข้ามาลงทุนให้แก่คนไทย เช่น องค์ความรู้เกี่ยวกับระบบจัดการเชื้อเพลิงอัจฉริยะ องค์ความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการการผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ไฟฟ้า องค์ความรู้เกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตน้ำมันหล่อลื่น องค์ความรู้เกี่ยวกับโปรแกรมจัดการคลังสินค้า เป็นต้น- ธุรกิจจัดหาจัดซื้อ วัตถุดิบ ชิ้นส่วนและส่วนประกอบสำหรับอุตสาหกรรมต่าง ๆ เช่น อุตสาหกรรมทางการแพทย์ เป็นต้น เพื่อค้าส่งในประเทศ- ธุรกิจบริการรับจ้างผลิตสินค้า เช่น เครื่องยนต์ ชิ้นส่วนเครื่องยนต์, น้ำมันหล่อลื่น, ชิ้นส่วนพลาสติกสำหรับอุตสาหกรรม, เป็นต้น
United States Latest News, United States Headlines
Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.
'เอพี ไทยแลนด์' ลั่นปี 67 ยอดขาย 46,752 ล้านบาท รายได้รวมกว่า 47,125 ล้านบาท กำไร 5,020 ล้านบาท'เอพี ไทยแลนด์' ภายใต้คำมั่นสัญญา ชีวิตดีๆ ที่เลือกเองได้ ปิดปี 67 กับความสำเร็จในทุกมิติ ยอดขายสุทธิสูงถึง 46,752 ล้านบาท รายได้รวมกว่า 47,125 ล้านบาท กำไรสุทธิ 5,020 ล้านบาท เสถียรภาพทางการเงินสุดแข็งแกร่ง สัดส่วนหนี้สินสุทธิต่อทุนที่ต่ำเพียง 0.7 เท่า ปี 68 พร้อมต่อยอดครองความเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรม ด้วยกลยุทธ์ “สร้างที่สุด...
Read more »
WINMED เปิดงบปี 67 กวาดรายได้ 654.36 ล้าน กำไร 29.26 ล้าน ปี 68 เดินหน้าลุยประมูลงานเพิ่มWINMED โชว์ผลงานปี 67 มีรายได้รวม 654.36 ล้านบาท และ กำไรสุทธิ 29.26 ล้านบาท บอร์ดอนุมัติจ่ายปันผลเป็นเงินสด 0.02475 บาท/หุ้น ขึ้น XD วันที่ 12 มีนาคม 68 รับเงิน 21 พฤษภาคม 2568 ฟากผู้บริหาร “นันทิยะ ดารกานนท์” เปิดแผนปี 68 ลุยให้บริการการตรวจคัดกรองมะเร็งปากมดลูกตามโครงการของ สปสช.
Read more »
'เซ็นทรัล รีเทล' ปี 67 รายได้ทะลุ 262,804 ล้านบาท Core Profit พุ่ง 9% เร่งเครื่องธุรกิจปี 68 เต็มสูบ'เซ็นทรัล รีเทล' ปี 67 รายได้ ทะลุ 262,804 ล้าน Core Profit พุ่ง 9% พร้อมจ่ายเงินปันผล 0.60 บาทต่อหุ้น เร่งเครื่องธุรกิจปี 68 เต็มสูบ เมื่อวันที่ 28 ก.พ.
Read more »
‘VRANDA’ ประกาศผลงานปี 67 พลิกทำกำไรสุทธิ 51 ล้านบาท เตรียมจ่ายปันผล 0.125 บาทต่อหุ้นVRANDA ประกาศผลประกอบการปี 2567 มีรายได้รวม 1,537 ล้านบาท เติบโต 10% และมี EBITDA 360 ล้านบาท เติบโต 85 % พลิกทำกำไรสุทธิ 51 ล้านบาท จากขาดทุนสุทธิ 141 ล้านบาท ในปีก่อน โดยมีกำไรก่อนหักค่าใช้จ่ายนอกเหนือจากการดำเนินงานปกติ 68 ล้านบาท เติบโตอย่างต่อเนื่อง เตรียมจ่ายปันผล 0.
Read more »
CHAYO รายได้ปี 67 ทะลุ 2,000 ล้านบาท พุ่ง 32% เดินหน้าซื้อหนี้เติมพอร์ต มั่นใจผลงานปี 68 โตต่อเนื่องCHAYO กวาดรายได้ปี 67 2,026 ล้านบาท พุ่ง 32% กำไรสุทธิ 365 ล้านบาท เดินหน้าซื้อหนี้เติมพอร์ต มั่นใจผลงานปี 68 โตต่อเนื่อง
Read more »
ตั้งธุรกิจใหม่ 2 เดือนแรกทะลุ 1.6 หมื่นราย สัดส่วนตั้งใหม่ต่อจดเลิก 7:1 ดีสุดรอบ 5 ปี ต่างชาติไหลเข้าไทยกว่า 181 รายตั้งธุรกิจใหม่ 2 เดือนแรกกว่า 1.6 หมื่นราย สัดส่วนตั้งใหม่ต่อจดเลิก 7:1 ดีสุดในรอบ 5 ปี ต่างชาติยังไหลเข้าไทยกว่า 181 ราย เงินลงทุน 35,277 ล้านบาท ด้านธุรกิจไม้ดอก ไม้ประดับ ไม้ยืนต้น รายได้ กำไรดี ครองแชมป์ตลาดต่างประเทศและเคาท์ดาวน์ เมื่อวันที่ 19 มี.ค.
Read more »
