ผู้สูงอายุในจีนลุกฮือประท้วงรัฐ ตัดค่ารักษาพยาบาล

United States News News

ผู้สูงอายุในจีนลุกฮือประท้วงรัฐ ตัดค่ารักษาพยาบาล
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 naewna_news
  • ⏱ Reading Time:
  • 330 sec. here
  • 7 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 135%
  • Publisher: 51%

ผู้สูงอายุ ‘จีน’ ประท้วงรัฐ ตัดค่ารักษาพยาบาล สัญญาณอันตราย ‘กองทุนประกันสังคม’ สั่นคลอน คลิกอ่านที่นี่ ผู้สูงอายุ จีน ประท้วง ตัดค่ารักษาพยาบาล ข่าวต่างประเทศ

ระบุว่า ผู้สูงอายุในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ยของจีน ชุมนุมประท้วงนโยบายลดสวัสดิการรักษาพยาบาล อาทิ หลิวเหมยเซียง หญิงวัย 66 ปี เปิดเผยว่า ที่ผ่านมาจะได้รับเงิน 230 หยวน หรือประมาณ 1,150 บาทต่อเดือน สำหรับค่าใช้จ่ายผู้ป่วยนอก แต่เมื่อรวจสอบยอดคงเหลือในเดือน ก.

พ.2566 กลับพบว่าเหลือเพียง 83 หยวน หรือประมาณ 415 บาทเท่านั้น การประท้วงเกิดขึ้นตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้ว ซึ่งทางการอู่ฮั่นได้ออกแถลงการณ์หลายฉบับที่อธิบายว่าการตัดเงินดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามทั่วประเทศ ในการจัดหาเงินทุนจากบัญชีประกันสุขภาพส่วนบุคคลไปยังส่วนกลาง ซึ่งท้ายที่สุดจะทำให้สามารถเบิกค่ารักษาผู้ป่วยนอกได้สูงขึ้น โดยปกติแล้วการประท้วงในจีนเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก ครั้งล่าสุดคือเมื่อวันที่ 15 ก.พ.2566 เน้นย้ำถึงความท้าทายที่รัฐบาลแดนมังกรต้องเผชิญ ในแง่ของประชากรสูงอายุ จำนวนแรงงานที่ลดลง และสถานะการเงินระยะยาวของระบบประกันสังคม ความยั่งยืนของกองทุนประกันสังคมซึ่งครอบคลุมเงินบำนาญ ประกันสุขภาพ ประกันการว่างงาน การบาดเจ็บจากการทำงาน และประกันการคลอดบุตร เป็นเรื่องที่น่ากังวลและคาดว่าจะเป็นประเด็นที่ต้องให้ความสนใจใน “การประชุมสองครั้ง” ในเดือน มี.ค. 2566 ที่กรุงปักกิ่ง เมืองหลวงของจีน ซึ่งนับตั้งแต่ปี 2556 เป็นต้นมา กองทุนขาดดุลเพิ่มขึ้นและชัดเจนว่าได้รับการอุดหนุนจากรัฐบาล ข้อมูลจากกระทรวงการคลังของจีน ชี้ว่า ในปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ราว 7.4 ล้านล้านหยวน หรือประมาณ 37 ล้านล้านบาท โดยไม่รวมเงินอุดหนุนจากรัฐ ในขณะที่รายจ่ายมากกว่า 8.6 ล้านล้านหยวน หรือราว 43 ล้านล้านบาท สรุปได้ว่าขาดทุน 1.2 ล้านล้านหยวน หรือราว 6 ล้านล้านบาท ในปี 2556 เมื่อการขาดดุลปรากฏขึ้นครั้งแรก เงินอุดหนุนจากรัฐบาลคิดเป็นร้อยละ 20 ของรายได้ของกองทุน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากเงินสมทบของบริษัทและพนักงาน และผลตอบแทนจากการลงทุนเพียงเล็กน้อย ภายในปี 2564 อัตราส่วนดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นประมาณร้อยละ 28 หลินไคยี นักเศรษฐศาสตร์จากเมืองเซี่ยงไฮ้ ประธานสถาบันวิจัยภายใต้ China Chief Economist Forum กล่าวว่า กองทุนนี้กำลังพึ่งพาเงินอุดหนุนจากรัฐบาล อย่างน้อยก็ในอีก 30 ปีข้างหน้า การจ่ายเงินจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีเด็กแรกเกิดน้อยลงและผู้สูงอายุมากขึ้นในแต่ละปี เราเห็นจำนวนประชากรทั้งหมดที่ลดลงในปีที่แล้ว โดยประชากรจีนลดลงเหลือ 1,411 ล้านคนในปี 2565 ลดลง 850,000 คนจากปี 2564 นับเป็นการลดลงครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2504 ส่วนหนึ่งของกองทุนถูกใช้เพื่อการลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน แต่ยังคงมีขนาดเล็กเนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงและระดับความเชี่ยวชาญที่จำกัด การลงทุนในผลิตภัณฑ์ที่มั่นคงแต่ให้ผลตอบแทนต่ำ เนื่องจากคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นอันดับแรก ดังนั้นกองทุนจึงขาดความสามารถในการดำรงตนเอง เช่นเดียวกับรายงานประจำปีเกี่ยวกับสภาวะทางการเงินของรัฐบาลท้องถิ่นที่เผยแพร่เมื่อเดือน ม.ค. 2566 โดยมหาวิทยาลัยเหรินหมิน พบว่า กองทุนบำเหน็จบำนาญของจีนซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่สุดของประกันสังคมกำลังมีความยั่งยืนน้อยลงทุกปี ศ.หม่ากวงหรง อาจารย์ประจำโรงเรียนการคลังของ ม.เหรินหมิน กล่าวว่า เมื่อรวมเงินอุดหนุนจากรัฐบาลแล้ว ส่วนเกินคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ของรายได้ก็ลดลงในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา อัตราส่วนนี้อยู่ที่ประมาณร้อยละ 23 ในปี 2551 และในปี 2564 อัตราส่วนนี้ลดลงเหลือร้อยละ 4 ตามการคำนวณของทีมวิจัย และแม้ว่าอาจมีการปรับตัวขึ้นในปีนี้ แต่ท่ามกลางฉากหลังของประชากรสูงวัย กองทุนกำลังเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้นเรื่อยๆ ในการหาเลี้ยงตนเอง ศ.ฟางเหลียนกวน ผู้เชี่ยวชาญด้านการประกันสังคมแห่ง Chinese Academy of Social Sciences กล่าวว่า นอกจากสังคมสูงวัยแล้ว การเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวก็เป็นข้อกังวลหลักอีกประการหนึ่ง ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว รายได้ของแรงงานลดลงและอัตราการว่างงานเพิ่มสูงขึ้น สถานการณ์แบบนี้ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อเงินสมทบกองทุนประกันสังคม โดยเฉพาะในช่วงการระบาดของไวรัสโควิด-19 กองทุนบำเหน็จบำนาญของจีนขาดดุลกว่า 5.4 แสนล้านหยวน หรือราว 2.7 ล้านล้านบาท ในปี 2563 เนื่องจากรัฐบาลพยายามแบ่งเบาภาระทางการเงินของบริษัทต่างๆ ในช่วงที่เกิดโรคระบาด โดยยกเว้นให้พวกเขาไม่ต้องส่งเงินสมทบเงินเข้ากองทุนเป็นเวลา 2-3 เดือน ซึ่ง ศ.ฟาง ให้ความเห็นว่า เพื่อหลีกเลี่ยงหลุมขนาดใหญ่ ต้องมีการปฏิรูปเพื่อขยายแหล่งรายได้และลดรายจ่าย รายงานข่าวกล่าวต่อไปว่า การตอบสนองด้านนโยบายที่สำคัญประการหนึ่งคือการประกาศของรัฐบาลจีน ว่ามีแผนที่จะขยายอายุเกษียณเพื่อควบคุมจำนวนแรงงานที่ลดลง ซึ่งเป็นความคิดริเริ่มที่ทำให้เกิดการต่อต้านจากสาธารณชนอย่างรุนแรง โดยรัฐบาลกลางกล่าวเมื่อต้นปี 2564 ว่ามีแผนที่จะค่อยๆ ขยายอายุเกษียณโดยเป็นอายุ 60 ปีสำหรับผู้ชาย อายุ 55 ปีสำหรับผู้หญิงที่ทำงานในสำนักงาน และอายุ 50 ปีสำหรับผู้หญิงที่ทำงานใช้แรงงาน โดยจะเริ่มตั้งแต่ปี 2568 เป็นต้นไป รัฐฐาลกลางของจีนยังแจกจ่ายเงินทุนเพื่อการเกษียณอายุให้กับรัฐบาลท้องถิ่นตามสถานการณ์ทางการเงินที่แตกต่างกัน เช่น ในมณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ คนวัยทำงาน 10 คนกำลังเลี้ยงดูผู้สูงอายุ 1.8 คน ตามการระบุของ ศ.หม่า จากมหาวิทยาลัยเหรินหมิน ขณะที่ในมณฑลเฮยหลงเจียงทางตะวันออกเฉียงเหนือ คนวัยทำงานจำนวนเท่ากันต้องจัดหาเลี้ยงผู้สูงอายุ 7.8 คน ในปี 2561 รัฐบาลกลางของจีนเริ่มขอให้รัฐบาลท้องถิ่นนำรายได้ส่วนหนึ่งของเงินบำนาญไปจัดสรรให้กับภูมิภาคที่ประสบปัญหาในการจ่ายเงินให้กับผู้เกษียณอายุ แต่สิ่งนี้ยังไม่เพียงพอที่จะครอบคลุมการจ่ายเงินในพื้นที่ต่างๆ เช่น ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งล้าหลังกว่ามณฑลอื่นๆ อย่างมากในแง่ของการพัฒนาเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการเรียกร้องให้มีการประสานงานระดับชาติในระดับที่สูงขึ้น ในขณะเดียวกัน จีนกำลังผลักดันโครงการบำเหน็จบำนาญเอกชนรูปแบบใหม่ ซึ่งเป็นที่รู้จักในระดับสากลว่าเป็นเสาหลักที่ 3 ของระบบบำเหน็จบำนาญ ที่สนับสนุนให้บุคคลฝากเงินโดยสมัครใจและลงทุนในผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่มั่นคง ซึ่งที่ผ่านมา ชาวจีนได้รับความคุ้มครองจากเสาหลักที่ 1 และ 2 เท่านั้น นั่นคือเงินบำนาญขั้นพื้นฐานของรัฐและกองทุนอาสาสมัครที่นายจ้างจัดหาให้ เกอเอี๋ยนเซีย นักวิจัยผู้เชี่ยวชาญด้านประชากรศาสตร์ของ CASS กล่าวว่า แผนระยะเวลา 5 ปี ฉบับที่ 14 จะเป็นยุคใหม่ของการที่ประชากรสูงอายุมากขึ้นเพิ่มความซับซ้อนในสเปกตรัมของโรค และความต้องการและค่าใช้จ่ายทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้น มีความจำเป็นต้องขยายบัญชีรวมเพื่อให้มั่นใจถึงความยั่งยืนของกองทุนประกันสุขภาพภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว แผนประกันสุขภาพของรัฐของจีนประกอบด้วย 2 บัญชี บัญชีแรกคือบัญชีที่มีใบเสร็จรับเงินจำนวนเล็กน้อย ซึ่งสามารถใช้จ่ายกับบริการผู้ป่วยนอกและร้านขายยาได้ บัญชีที่สองคือบัญชีส่วนรวมที่มีการสมทบเงินจำนวนมาก ส่วนใหญ่ใช้สำหรับการชำระเงินคืนที่บริการผู้ป่วยใน ซึ่งแม้ว่าผู้รับประกันสุขภาพจะมีความยืดหยุ่นในระดับหนึ่งในการใช้จ่ายเงินในแต่ละบัญชี แต่ก็มีไว้สำหรับการรักษาพยาบาลเท่านั้น โดย เกอ กล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาได้เห็นรายงานของสื่อมากมายเกี่ยวกับวิธีที่บุคคลทั่วไปทำเงินในกองทุนนี้ด้วยการทำธุรกรรมปลอม ในปี 2563-2564 เงินมากกว่า 2 หมื่นล้านหยวน หรือราว 1 แสนล้านบาท จากบัญชีส่วนบุคคลถูกใช้ไปกับการซื้อยาในร้านขายยา ซึ่งหน่วยงานกำกับดูแลไม่สามารถควบคุมดูแลได้ ในขณะเดียวกัน เงินจำนวนมหาศาลถูกปล่อยทิ้งไว้ในบัญชีส่วนบุคคลของผู้ที่มีอายุน้อยกว่าและมีสุขภาพแข็งแรง ผู้เชี่ยวชาญและเจ้าหน้าที่ได้หารือเกี่ยวกับการปฏิรูปเมื่อหลายปีก่อน แต่การดำเนินการเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากมีแรงกดดันจากสาธารณะค่อนข้างมาก การตัดเงินในบัญชีส่วนบุคคลไม่เท่ากับการหักเงินเพื่อผลประโยชน์ เนื่องจากจะมีการเบิกค่าใช้จ่ายผู้ป่วยนอกอย่างน้อยร้อยละ 50 ซึ่งในอดีตไม่สามารถทำได้ รายงานข่าวทิ้งท้ายด้วยการกลับไปที่อู่ฮั่น ซึ่ง หลิว เชื่อว่า เงินในบัญชีส่วนบุคคลของพวกเขามีคุณสมบัติเป็นสินทรัพย์ส่วนบุคคล ตนไม่เชื่อในคำกล่าวอ้างของรัฐบาลที่ว่าในที่สุดการลดค่าใช้จ่ายจะช่วยให้เราประหยัดได้มากขึ้น สิ่งที่ควรจะเป็นคือการจัดหาเงินทุนเพิ่มเติมหากต้องการขยายส่วนกลาง ไม่ใช่ตัดใบเสร็จรับเงินในบัญชีส่วนตัวของประชาชน

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

naewna_news /  🏆 43. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

'สมคิด'แนะก.ต่างประเทศ คิดคำพูดให้'ลุงตู่ 'ชิงผู้นำอาเซียนใน'เวทีเอเปค''สมคิด'แนะก.ต่างประเทศ คิดคำพูดให้'ลุงตู่ 'ชิงผู้นำอาเซียนใน'เวทีเอเปค'สมคิด โชว์วิสัยทัศน์ 'ความสัมพันธ์ไทย-จีน ในบริบทโลกที่เปลี่ยนไป' ให้นักธุรกิจไทยเชื้อสายจีนฟัง แนะกระทรวงต่างประเทศ คิดคำพูดให้ 'บิ๊กตู่' ชิงความเป็นผู้นำอาเซียนในเวทีเอเปค ไม่หลุดในสายตาอเมริกา-จีน
Read more »

'สมคิด'แนะคิดคำพูดให้'บิ๊กตู่' ชิงผู้นำอาเซียนในเวทีเอเปค 2022'สมคิด'แนะคิดคำพูดให้'บิ๊กตู่' ชิงผู้นำอาเซียนในเวทีเอเปค 2022“สมคิด”โชว์วิสัยทัศน์ความสัมพันธ์ไทย-จีน ในบริบทโลกที่เปลี่ยนไป ให้นักธุรกิจไทยเชื้อสายจีนฟัง แนะกระทรวงการต่างประเทศ คิดคำพูดให้ 'บิ๊กตู่' ชิงความเป็นผู้นำอาเซียนในเวทีเอเปค 2022 ให้อยู่ในสายตาสหรัฐ-จีน
Read more »

เปิด 9 สัญญาณอันตราย เปลี่ยน ‘คู่รัก’ เป็น ‘คู่แค้น’ รักหึงหวง ‘ไม่ใช่’ รักโรแมนติกเปิด 9 สัญญาณอันตราย เปลี่ยน ‘คู่รัก’ เป็น ‘คู่แค้น’ รักหึงหวง ‘ไม่ใช่’ รักโรแมนติกเปิด 9 สัญญาณอันตราย เปลี่ยน ‘คู่รัก’ เป็น ‘คู่แค้น’ รักหึงหวง ‘ไม่ใช่’ รักโรแมนติก รัก หึงหวง สัญญาณ
Read more »

เศรษฐกิจไทยปีหน้าฟื้นตัวเต็มที่-การท่องเที่ยวหนุนเศรษฐกิจไทยปีหน้าฟื้นตัวเต็มที่-การท่องเที่ยวหนุนนายณรงค์ศักดิ์ พุทธพรมงคล ประธานกรรมการ หอการค้าไทย-จีน เปิดเผยผลการสำรวจดัชนีเชื่อมั่นหอการค้าไทย-จีน ไตรมาสแรกปี 2566 ว่า ผลสำรวจความเชื่อมั่นส่วนใหญ่คาดว่าเศรษฐกิจไทยปี 2566 จะป
Read more »

“มือเท้าชา” สัญญาณอันตราย...ที่ไม่ควรเพิกเฉย“มือเท้าชา” สัญญาณอันตราย...ที่ไม่ควรเพิกเฉยอาการต่างๆ เหล่านี้ ถ้าเกิดขึ้นเมื่อไหร่ ถือว่าเป็นสัญญาณเตือนที่สำคัญของ “โรคปลายประสาทอักเสบ” SanookHealth Sanook
Read more »



Render Time: 2026-04-02 15:52:16