ป.ป.ช.ชี้มูล 2 บิ๊กตำรวจพัทลุง ทุจริตเบี้ยเลี้ยงโควิด-รถของกลางหาย

ข่าวช่อง 3 News

ป.ป.ช.ชี้มูล 2 บิ๊กตำรวจพัทลุง ทุจริตเบี้ยเลี้ยงโควิด-รถของกลางหาย
เรื่องเล่าเช้านี้โหนกระแสเรื่องเด่นเย็นนี้
  • 📰 MorningNewsTV3
  • ⏱ Reading Time:
  • 286 sec. here
  • 15 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 149%
  • Publisher: 68%

เรื่องเล่าเช้านี้

วันนี้ นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.ภาค 9 นำทีมเจ้าหน้าที่สำนักงาน ป.ป.ช.จังหวัดใน 6 จังหวัดภาคใต้ ได้แก่ ยะลา ปัตตานี สงขลา ตรัง พัทลุงและสตูล แถลงผลการดำเนินงานของสำนักงาน ป.

ป.ช.ภาค 9 และสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดในเขตพื้นที่ภาค 9 ณ โรงแรมหรรษาเจบี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมีคดีสำคัญ ประกอบด้วย การกล่าวหา พล.ต.ต.ก เมื่อครั้งดำรงตำแหน่ง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุง ในการกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่ หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม กรณีสั่งการไม่ให้ตรวจสอบรถยนต์ MU-X สีดำ ที่ได้ประสบอุบัติเหตุตกร่องกลางถนน บริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาขึ้น ตำบลท่าแค อำเภอเมือง จังหวัดพัทลุง เมื่อคืนวันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 โดยมีการกล่าวอ้างว่าได้บรรทุกบุหรี่ และสุราหนีภาษี และไม่จัดเก็บรักษารถยนต์พร้อมทั้งของกลางดังกล่าว เป็นเหตุให้สูญหาย พฤติการณ์ในการกระทำความผิด กรณีที่รถยนต์ ยี่ห้อ ISUZU รุ่น MU-X สีดำ ติดแผ่นป้ายทะเบียน สงขลา ติดเอกสารการเสียภาษี กรุงเทพมหานคร ประสบอุบัติเหตุ บริเวณถนนเพชรเกษม ฝั่งขาขึ้น ตำบลท่าแค อำเภอเมืองพัทลุง จังหวัดพัทลุง เมื่อคืนวันที่ 9 พฤศจิกายน 2562 ผู้ถูกกล่าวหาซึ่งอยู่ในที่เกิดเหตุด้วย ได้สั่งการไม่ให้ผู้ใดทำการตรวจสอบ หรือเตะต้องหรือยุ่งเกี่ยวรถคันเกิดเหตุและสิ่งของที่บรรทุกมา และยังได้แจ้งว่ารถคันเกิดเหตุเป็นของพรรคพวกตน แต่กลับสั่งการให้นำรถคันเกิดเหตุไปจอดเก็บยังบ้านพักผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุงที่ตนได้พักอาศัยอยู่ และเมื่อนำไปจอดเก็บยังสถานที่ดังกล่าวแล้ว ปรากฏว่า ได้มีการนำรถคันเกิดเหตุออกไปจากจุดจอดเก็บ แล้วนำไปไว้ที่อู่แห่งหนึ่งในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ในคืนวันที่ 10 พฤศจิกายน 2562 โดยที่ผู้ถูกกล่าวหาไม่ได้ทำการตรวจสอบ หรือสั่งการให้ผู้ใดหรือหน่วยงานใด ทำการตรวจสอบรถคันเกิดเหตุและสิ่งของที่บรรทุกมาว่าเป็นสิ่งใด เป็นสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ ทั้งที่รถคันเกิดเหตุมีการติดแผ่นป้ายทะเบียนไม่ตรงกับป้ายวงกลม และสิ่งของที่รถคันเกิดเหตุบรรทุกมานั้น ห่อหุ้มด้วยถุงพลาสติกสีดำ และลังสีน้ำตาลวางอยู่เต็มรถ ซึ่งมีลักษณะที่น่าสงสัย พิรุธว่าเป็นสิ่งผิดกฎหมาย โดยผู้ถูกกล่าวหาได้พบเห็นและทราบพฤติการณ์ดังกล่าวด้วยแล้วตั้งแต่อยู่ในที่เกิดเหตุ ดังนั้น การไม่ตรวจสอบและปล่อยให้มีการนำรถคันเกิดเหตุ พร้อมทั้งสิ่งของที่บรรทุกมานั้นซึ่งเป็นของกลาง ออกไปจากจุดจอดเก็บ เป็นการไม่ปฏิบัติตามประมวลระเบียบการตำรวจเกี่ยวกับคดี จึงเป็นการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต มติคณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณารายงานและสำนวนการไต่สวนข้อเท็จจริงแล้ว มีมติว่า ผู้ถูกกล่าวหามีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 มาตรา 158 และมาตรา 200 วรรคหนึ่ง ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 79 และ ปัจจุบันส่งเรื่องให้อัยการสูงสุด ดำเนินคดีอาญา ตามมาตรา 91 และส่งเรื่องให้ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พิจารณาโทษทางวินัย ตามมาตรา 91 และมาตรา 98 แล้ว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ส่วนอีกรายกล่าวหา พ.ต.อ. ป. อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรป่าพะยอม จังหวัดพัทลุง ข้อหา ทุจริตเงินค่าเบี้ยเลี้ยงของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติงานในสถานการณ์โควิด-19 ประจำปี 2563 พฤติการณ์ในการกระทำความผิด เมื่อปีงบประมาณ 2563 กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพัทลุงได้รับจัดสรรงบประมาณสำหรับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการปฏิบัติหน้าที่ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ระหว่างวันที่ 1 เมษายน ถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2563 จากนั้นได้จัดสรรงบประมาณนั้นให้แก่สถานีตำรวจภูธรป่าพะยอม ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้มีการสั่งการให้นำเงินเบี้ยเลี้ยงดังกล่าวมาบริหารจัดการใหม่ ทำให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจของสถานีตำรวจป่าพะยอมบางส่วน ไม่ได้รับเบี้ยเลี้ยงในการปฏิบัติงานเต็มจำนวน โดยผู้ถูกกล่าวหาอ้างว่า เงินส่วนต่างนั้นจะนำไปสร้างศาลานุสรณ์ที่สถานีตำรวจภูธรป่าพะยอม และนำเงินที่เหลือ ส่งให้แก่ “นาย” จำนวน 200,000 บาท โดยที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้ยินยอมทั้งหมด ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจส่วนหนึ่งไม่พอใจ เนื่องจากได้รับเงินน้อยกว่าสิทธิที่ตนเองจะได้รับ จนเป็นเหตุให้มีการร้องเรียน คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้พิจารณาในการประชุม ครั้งที่ 59/2567 เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2567 ที่ประชุมพิจารณาแล้ว มีมติเป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนนเสียง 6 เสียง เห็นชอบตามความเห็นของ คณะผู้ไต่สวนเบื้องต้นว่า การกระทำของ พ.ต.อ.ปุริมพรรษ์ ผู้ถูกกล่าวหา มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจ หรือจูงใจเพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหามาให้ ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์ อื่นใดแก่ตนเองหรือผู้อื่น ฐานเป็นเจ้าพนักงาน เรียก รับ หรือยอมจะรับทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นโดยมิชอบ เพื่อกระทำการหรือไม่กระทำการอย่างใดในตำแหน่งไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าที่ ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาล หรือเจ้าของทรัพย์นั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 148 มาตรา 149 มาตรา 151 และมาตรา 157 และฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใด ในตำแหน่งหรือหน้าที่หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นได้รับประโยชน์ที่มิควรได้ ฐานกระทำการอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง และฐานกระทำหรือละเว้นการกระทำใดๆ รวมทั้งการกระทำผิดตามมาตรา 78 อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง ตามพระราชบัญญัติตำรวจแห่งชาติ พ.ศ.2547 มาตรา 79 และ ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับพ.ต.อ.ปุริมพรรษ์ สอนสังข์ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91 และ และมาตรา 98 แล้วแต่กรณีต่อไป ทั้งนี้ การชี้มูลความผิดทางอาญาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

MorningNewsTV3 /  🏆 1. in TH

เรื่องเล่าเช้านี้ โหนกระแส เรื่องเด่นเย็นนี้ ข่าว3มิติ เที่ยงวันทันเหตุการณ์ ข่าวนอกลู่ ขันข่าวเช้าตรู่ Flashnews ข่าวล่าสุด

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

ป.ป.ช.สระแก้ว ชี้มูลความผิดอาญาเครือญาติรัฐมนตรีดัง ตั้งโรงงาน กม.ป.ป.ช.สระแก้ว ชี้มูลความผิดอาญาเครือญาติรัฐมนตรีดัง ตั้งโรงงาน กม.ป.ป.ช.สระแก้ว ชี้มูลความผิดอาญาเครือญาติรัฐมนตรีดัง พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตตั้งโรงงานแปรรูปผลิตผลทางการเกษตรจากมันสำปะหลังผิดกฎหมาย ในพื้นที่่ อ.วัฒนานคร จ.สระแก้ว
Read more »

'ณฐพร' ร้อง 'ปปช.' สอบจริยธรรม 'รังสิมันต์ โรม' ใช้อำนาจ กมธ.ล้วงลูกคดี 'ทุน มิน หลัด''ณฐพร' ร้อง 'ปปช.' สอบจริยธรรม 'รังสิมันต์ โรม' ใช้อำนาจ กมธ.ล้วงลูกคดี 'ทุน มิน หลัด'เมื่อวันที่ 9 ต.ค.67 นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 8 ต.ค.ที่ผ่านมา ได้เดินทางไปยื่นหนังสือต่อ คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้คณะกรรมการ ป.ป.ช.
Read more »

'เด็จพี่' ยื่นปปช.สอบ 'บิ๊กป้อม' ปมบินนอก โวยังมีหลักฐานช็อกโลก จ่อสอบเส้นทางเงิน 'ธีรยุทธ' ขู่ 'ไพบูลย์' เตรียมหาพรรคใหม่'เด็จพี่' ยื่นปปช.สอบ 'บิ๊กป้อม' ปมบินนอก โวยังมีหลักฐานช็อกโลก จ่อสอบเส้นทางเงิน 'ธีรยุทธ' ขู่ 'ไพบูลย์' เตรียมหาพรรคใหม่วันที่ 11 ตุลาคม 2567 ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ อดีตโฆษกพรรคเพื่อไทย ยื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ขอให้ตรวจสอบการลาประชุมสภาโดยให้เหตุผลว่าเดินทางไปต่างประเทศของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ สส.
Read more »

'พร้อมพงศ์' ขู่สอบเส้นทางการเงิน 'ธีรยุทธ''พร้อมพงศ์' ขู่สอบเส้นทางการเงิน 'ธีรยุทธ''พร้อมพงศ์' ขู่สอบเส้นทางการเงิน 'ธีรยุทธ' รับผลประโยชน์ร้องเท็จ - พ่วงร้อง ป.ป.ช.สอบ 'บิ๊กป้อม' รับทรัพย์-บินนอกกินหรูอยู่สบาย - เตือนระวังให้ทุกข์แก่ท่านทุกนั้นถึงตัว เย้ยแผ่นดินไหวเพื่อไทยเป็นแค่ลมปาก
Read more »

‘กุลิศ’พลิกเต็งประธานบอร์ดแบงก์ชาติ ‘กิตติรัตน์‘ ยังติดบ่วง ‘คดีการเมือง’‘กุลิศ’พลิกเต็งประธานบอร์ดแบงก์ชาติ ‘กิตติรัตน์‘ ยังติดบ่วง ‘คดีการเมือง’บอร์ดคัดเลือกประธานบอร์ดแบงก์ชาติ ยังไม่ได้ข้อสรุปและมีประเด็นต้องพิจารณาเพิ่ม หลัง ป.ป.ช.หยิบคดีระบายข้าวบลูล็อก ของกิตติรัตน์มาสั่ง อสส.ขอฟื้นคดีต่อที่ประชุมใหญ่ศาลฎีกา มีผลต่อคุณสมบัติของประธานบอร์ด ธปท.
Read more »

ป.ป.ช.ภาค 1 ร่วม CIB บุกรวบนอมินีบริษัทลูกเขยอดีตนายกบางเมืองป.ป.ช.ภาค 1 ร่วม CIB บุกรวบนอมินีบริษัทลูกเขยอดีตนายกบางเมืองนายสาโรจน์ พึงรำพรรณ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่16 ต.ค.ได้สั่งการให้งานสืบสวนคดีทุจริตภาค 1 บูรณาการร่วมกับกองบัญชาการ
Read more »



Render Time: 2026-04-02 22:03:12