ปิด 3 แบงก์สหรัฐฯ จุดชนวน 'เศรษฐกิจถดถอย'

United States News News

ปิด 3 แบงก์สหรัฐฯ จุดชนวน 'เศรษฐกิจถดถอย'
United States Latest News,United States Headlines
  • 📰 NationTV22
  • ⏱ Reading Time:
  • 180 sec. here
  • 4 min. at publisher
  • 📊 Quality Score:
  • News: 75%
  • Publisher: 59%

ปิด 3 แบงก์สหรัฐฯ จุดชนวน 'เศรษฐกิจถดถอย' เศรษฐกิจ ข่าววันนี้ NationOnline

"อาคม"เผยการปิดกิจการของธนาคารในสหรัฐฯ จากการขาดสภาพคล่องอาจกระทบต่อบรรยากาศการลงทุน ยันสเถียรภาพสถาบันการเงินไทยแกร่ง ด้าน"ศุภวุฒิ" ประเมินการปิด 3 แบงก์คงไม่เลวร้ายถึงขั้นเกิดเป็นวิกฤติการเงินโลก แต่เป็นจุดเริ่มต้นเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.

คลัง เปิดเผยว่า กรณีที่ธนาคารซิลิคอน วัลเลย์ ซึ่งเป็นธนาคารใหญ่อันดับ 16 ของสหรัฐ ธนาคารซิลเวอร์เกต และธนาคารซิกเนอเจอร์ ในสหรัฐอเมริกาปิดกิจการลง ได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยต้องรอฟังข้อมูลจากทางธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งทำหน้ามอนิเตอร์ ธปท. ยืนยันมาตลอดว่าเสถียรภาพ ความมั่นคงของระบบการเงินไทยไม่มีปัญหายังน่าเชื่อถืออยู่ ทั้งนี้เบื้องต้นอาจกระทบบรรยากาศการลงทุน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ซึ่งกรณีอย่างนี้เคยเกิดขึ้นในสมัยวิกฤตฟองสบู่ของไทย แต่ของสหรัฐรอบนี้ขนาดใหญ่กว่า จำนวนธนาคารในสหรัฐก็เยอะมาก เรื่องที่เกิดเข้าใจว่าเป็นปัญหาเรื่องของการขาดสภาพคล่อง ซึ่งก็ ถูกต้องแล้วที่ทางการเขาจะดำเนินการอย่างนี้ สำหรับการขึ้นดอกเบี้ยเพื่อดูแลอัตราเงินเฟ้อของไทยนั้น ให้เป็นหน้าที่ของคณะกรรมการนโยบายการเงิน โดยจะมีการรายงานข้อมูลต่างๆ ที่เกี่ยวข้องให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี รับทราบด้วย ซึ่งได้ติดตามอย่างใกล้ชิดโดยสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ก็ติดตามอยู่และก็ได้ประสานกับผู้ว่าการ ธปท. อยู่แล้วด้วย ส่วนที่ว่าจะเป็นจะต้องตั้งทีมพิเศษ เพื่อติดตามเรื่องนี้หรือไม่นั้น เชื่อมั่น ธปท. ก็เพียงพอแล้ว นายศุภวุฒิ สายเชื้อ ที่ปรึกษากลุ่มธุรกิจการเงินเกียรตินาคินภัทร กล่าวว่า กรณีที่ SVB ประสบวิกฤติ จนต้องปิดกิจการ ถือว่าต่างจากวิกฤติการเงินในอดีตทั้งวิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ หรือการล้มละลายของ เอนรอน ที่มาจากปัญหาทุจริตและการปล่อยสินเชื่อที่มีความเสี่ยง เช่นอสังหาริมทรัพย์ แต่ปัญหาของ SVB มาจากการบริหารสินทรัพย์และหนี้สินที่ผิดพลาด ดังนั้นเชื่อว่า ปัญหาการล้มลงของ SVB คงไม่เลวร้ายถึงขั้นเกิดเป็นวิกฤติการเงินโลก อย่างไรก็ตาม จากบทเรียนครั้งนี้ เชื่อว่าธนาคารกลางสหรัฐ อาจมีการเข้มงวดกับสถาบันการเงินในสหรัฐมากขึ้น เพื่อดูแลเสถียรภาพของระบบสถาบันการเงิน และอาจมีแบงก์ในสหรัฐราว 5-10 แห่งที่เข้าข่ายประสบปัญหาดังกล่าวได้ จากแบงก์ทั้งหมดในสหรัฐที่มีกว่า 4,700 แห่ง ทั้งนี้แม้ธนาคารกลางสหรัฐจะออกมาตรการเพื่อดูแลเงินฝาก ซึ่งสามารถรับประกันเงินฝากและเรียกความเชื่อมั่นได้ระดับหนึ่ง แต่อาจมีกลุ่มผู้ฝากเงิน ที่มีเงินฝากเกิน 2.5 แสนดอลลาร์ อาจมีความอ่อนไหวจากเหตุการณ์นี้เพิ่มขึ้น ซึ่งพบว่าในระบบกลุ่มนี้มีเงินฝากสูงถึง 7.88 ล้านล้านดอลลาร์ ดังนั้นต้องจับตาว่า หากมีการถอนเงินฝากมากขึ้น ธนาคารกลางสหรัฐจะสามารถคุ้มครองเงินฝากได้ทั้งหมดหรือไม่ “ แบงก์ล้มครั้งนี้ ไม่น่าลามจนเกิดปัญหาเป็นวิกฤติการเงินในอดีต เช่น วิกฤติแฮมเบอร์เกอร์ วิกฤติเอนรอน ที่มีต้นเหตุมาจากทุจริต มาจากการปล่อยสินเชื่ออสังหาฯที่มีความเสี่ยง แต่ครั้งนี้ แบงก์ซื้อสินทรัพย์คุณภาพดี แต่ยิลด์ต่ำ และแบงก์ไม่ได้ทำอะไรผิด แต่ทำพลาด ดังนั้นอาจจะเห็นกรณีแบบนี้อีก โดยเฉพาะแบงก์ที่เกี่ยวโยงกับ คริปโทเคอร์เรนซี หรือบริษัทเทคฯตามมาได้” สำหรับตัวแปรที่สำคัญที่สุด ที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐ และทั่วโลก คือดอกเบี้ย เพราะการขึ้นดอกเบี้ยสูงสู้กับเงินเฟ้อ จะมีปัญหาตามมา จากบทเรียนในอดีต การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ 17 ครั้ง สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้ คือการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยทุกครั้ง และแบงก์ล้มครั้งนี้ ถือว่าเป็นอาการหนึ่งของการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย ส่วนไทยปัจจุบันเงินบาทแข็งค่าขึ้น จากความกังวลการปิดตัวลงของธนาคารในสหรัฐ แต่ต้องจับตาว่าระยะข้างหน้า เงินบาทอาจผันผวนมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงที่มีส่วนต่างดอกเบี้ยระหว่างไทยและสหรัฐสูง หากสหรัฐสามารถควบคุมสถานการณ์นี้ได้ และไตรมาส 2 ที่เศรษฐกิจไทยอาจต้องเผชิญกับ การขาดดุลบัญชีเดินสะพัดเพิ่มขึ้น หากนักท่องเที่ยวไม่กลับมาอย่างที่คาด ซึ่งอาจส่งผลกระทบทำให้เงินบาทกลับมาอ่อนค่ามากขึ้น ดังนั้นเป็นสิ่งที่ต้องระมัดระวัง เพราะการที่เงินบาทผันผวน จะมีความสัมพันธ์กับอัตราดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม ค่าเงินบาทที่ผ่านมาอ่อนค่าแตะระดับ 34 บาทต่อดอลลาร์ และเราอ่อนค่ามากกว่าคนอื่นๆ เพราะดุลบัญชีเดินสะพัดเราขาดดุล โดยเฉพาะไตรมาส2 ที่ต้องจับตา หากนักท่องเที่ยวไม่กลับมา และเป็นช่วงที่เรามีสุญญากาศทางการเมือง ช่วงที่เลือกตั้ง หากสถานการณ์ตรงนี้ไม่ดี อาจลากให้เงินบาทอ่อนค่า และกระทบต่อการดำเนินนโยบายการเงิน แม้ตอนนั้นไม่มีใครอยากให้ขึ้นดอกเบี้ย แต่หากสถานการณ์บังคับก็ต้องทำ

We have summarized this news so that you can read it quickly. If you are interested in the news, you can read the full text here. Read more:

NationTV22 /  🏆 35. in TH

 

United States Latest News, United States Headlines

Similar News:You can also read news stories similar to this one that we have collected from other news sources.

สงครามยูเครน จุดชนวน‘ภูมิรัฐศาสตร์’ปะทุ จุดเปลี่ยน เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยสงครามยูเครน จุดชนวน‘ภูมิรัฐศาสตร์’ปะทุ จุดเปลี่ยน เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทยสงครามยูเครน จุดชนวน‘ภูมิรัฐศาสตร์’ปะทุ จุดเปลี่ยน เศรษฐกิจโลก เศรษฐกิจไทย สถานการณ์ความตึงเครียดด้าน ภูมิรัฐศาสตร์ หรือ Geopolitics
Read more »

ครม.รับทราบแผนพัฒนาตลาดทุนไทย ฉบับที่ 4 (พ.ศ.65-70)ครม.รับทราบแผนพัฒนาตลาดทุนไทย ฉบับที่ 4 (พ.ศ.65-70)สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -31 ม.ค. 66 16:34 น. 'อาคม' เผย สร้างภูมิทัศน์ของภาคตลาดทุนไทยในอนาคตให้ตอบสนองเป้าหมายการขับเคลื่อนใน 7 ด้าน นายอาคม เติมพิทยาไพส...
Read more »

ท่องเที่ยวดันเศรษฐกิจไทยโต มั่นใจต่างชาติทะลุ 20 ล้านคนท่องเที่ยวดันเศรษฐกิจไทยโต มั่นใจต่างชาติทะลุ 20 ล้านคน'อาคม' การันตีท่องเที่ยวพระเอกหนุนเศรษฐกิจไทยปี 66 มั่นใจต่างชาติแห่เที่ยวทะลุ 20 ล้านคน ด้าน “ภูสิต”กางแผนดันส่งออกปี 66 มั่นใจดันส่งออกปีนี้โตได้ตามเป้า 1-2% มูลค่า 10-10.1 ล้านล้านบาท
Read more »

“เคลมโบเดีย” เลยเถิดลามถึงสถาบันฯ วอนรัฐบาลเร่งยุติปัญหา“เคลมโบเดีย” เลยเถิดลามถึงสถาบันฯ วอนรัฐบาลเร่งยุติปัญหา“เคลม”กันไปมาระหว่างไทยกับกัมพูชาชักหนักขึ้น มวยไทย-กุน ขแมร์ จุดชนวน รีพอร์ตกันถึงขั้นปิดเพจเจ็บกันทั้ง 2 ฝ่าย เริ่มลามไปถึงสถาบันฯ “หมอวรงค์”เรียกร้องรัฐบาลลงมาแก้ปัญหาหวั่นบานปลาย แอดมินเพจฝั่งไทยชี้กัมพูชาเลือกตั้ง 23 กรกฎาคมน
Read more »

'สุพัฒนพงษ์' ชี้เศรษฐกิจโลกชะลอทุบส่งออกอ่วม'สุพัฒนพงษ์' ชี้เศรษฐกิจโลกชะลอทุบส่งออกอ่วม“สุพัฒนพงษ์” รับเศรษฐกิจโลกชะลอ ทุบส่งออกไทยอ่วม “สภาพัฒน์” ชี้ปีนี้มีโอกาสโตติดลบ หวังท่องเที่ยว-ลงทุนช่วยหนุน เศรษฐกิจปี 2566 โตได้ตามเป้าหมายที่ 3.2% ด้าน “อาคม” ยันฐานะการคลังประเทศยังแข็งแกร่ง ทุนสำรอง 2 แสนล้านบาท พร้อมเล็งออกมาตรการภาษีหนุนจ้างงานผู้สูงอายุ
Read more »



Render Time: 2026-04-02 22:09:46